*/
  • สิงห์นอกระบบ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-03-13
  • จำนวนเรื่อง : 1810
  • จำนวนผู้ชม : 3252529
  • จำนวนผู้โหวต : 1116
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1116 คน
<< กันยายน 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน 2563
Posted by สิงห์นอกระบบ , ผู้อ่าน : 127 , 14:54:18 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , พุธทรัพย์ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ

อุดมการณ์ชาตินิยมของนักศึกษาไทยกับการต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นใน พ.ศ. 2515
.

ในภาพอาจจะมี 1 คน, อยู่บนเวที, ข้อความพูดว่า

.
พี่บวร ยสินทร นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน ได้เล่าถึง บทบาทนิสิตนักศึกษาตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๐๑ ถึงปีพ.ศ. ๒๕๑๐ ถูกเรียกให้เป็นยุค “สายลมแสงแดด” กล่าวคือ เป็นยุคที่ฝ่ายทหารออกข้อบังคับในการควบคุมกิจกรรมของนักศึกษาไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จนทำให้นักศึกษาในสมัยนั้น สนใจแต่งานรื่นเริงและการยกพวกตีกันระหว่างคณะ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป
.
จนถึงช่วงปี ๒๕๑๑-๒๕๑๓ ถือได้ว่าเริ่มเข้าสู่ยุค “ฉันจึงมาหาความหมาย” ซึ่งเป็นคำที่ได้มาจากบทกลอนอมตะ โดย อาจารย์ วิทยากร เชียงกูล ขณะเรียนอยู่ คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์เมื่อปี ๒๕๑๑ ที่ว่า
.
"ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึง มาหา ความหมาย ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย สุดท้าย ให้กระดาษ ฉันแผ่นเดียว"

เชิญร่วมงาน 50 ปี ฉันจึงมาหาความหมาย... - มูลนิธิ
.
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยในยุคนั้น ได้ตั้งคำถามให้กับตนเองว่า อะไร คือความต้องการจากมหาวิทยาลัยมากกว่าปริญญาบัตร นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัย
ต่าง ๆ เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อศึกษา และทำกิจกรรมมากขึ้น เช่น ออกหนังสือ ตั้งเป็นชมรม ชุมนุมและกลุ่มอิสระต่าง ๆ มีการจับกลุ่มถกเถียงสัมมนากัน จนถึงการออกค่ายอาสาพัฒนาในชุมชน ชนบท และชุมชนเมือง เริ่มวิพากษ์วิจารณ์สังคม เริ่มต่อต้านการครอบงำทางการเมืองเศรษฐกิจ โดยประเทศมหาอำนาจ ภัยจักรวรรดินิยมอเมริกา (ภัยขาว) และทุนนิยมเศรษฐกิจผูกขาดของญี่ปุ่น (ภัยเหลือง) และต่อต้านระบบเผด็จการทหารของไทย (ภัยเขียว)

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
.
กลางปี ๒๕๑๑ บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเริ่มคึกคักมากขึ้น เมื่อมีนักศึกษา และประชาชนเดินขบวน เพื่อประท้วงการขึ้นค่ารถโดยสารรถเมล์ ณ บริเวณสนามหลวง ภายหลังจากที่รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ประกาศใช้รัฐธรรมนูญที่ร่างมานาน ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์เพียง ๑ วัน

.

เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปใน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ ก็มีการรวมตัวเป็น “กลุ่มนิสิตนักศึกษาสังเกตการณ์เลือกตั้ง” นำสู่การจัดตั้ง “ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย” เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ซึ่งกิจกรรมในระยะเริ่มต้นมุ่งไปใน กิจกรรมทางสังคม เช่น การจัดงานถวายพระพร การแนะแนวการศึกษากับนักเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัย เป็นต้น
.
บรรยากาศในมหาวิทยาลัยช่วงปี ๒๕๑๑-๒๕๑๔ ได้เกิดกลุ่มที่มีแนวคิดในการต่อสู่เพื่อเรียกร้อง ความเป็นธรรมทางสังคมขึ้นหลายกลุ่ม เช่น สภาหน้าโดม (มธ.) กลุ่มผู้หญิง (มธ.) กลุ่มฟื้นฟูโซตัสใหม่ (จุฬาฯ) สภากาแฟ (เกษตร) เป็นต้น ซึ่งมักเป็นเรื่องการต่อสู้กับปัญหาภายในสถาบันของตนเอง ทั้งการต่อสู้ด้านความคิดกับกลุ่มกิจกรรมที่ยึดหลักประเพณีอาวุโส และบางครั้งก็เป็นเรื่องกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย
.
จนถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๕ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ภายใต้การนำของธีรยุทธ บุญมี ก็ได้แสดงบทบาทเด่นชัด ในปัญหาของบ้านเมือง โดยหยิบประเด็นทางเศรษฐกิจ มารณรงค์ให้คน หันมานิยมใช้สินค้าไทย ใช้เสื้อผ้าดิบตัดเสื้อ จนถึง รณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๕ มีการเดินขบวนหลายครั้ง สมัยนั้นกลุ่มนิสิตนักศึกษาประท้วงอยู่บริเวณหน้าห้างไทยไดมารู ถ.ราชดำริ
.
และ ศนท. ยังได้ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ให้หาทางลด การเสียเปรียบกับญี่ปุ่นทุกวิถีทาง นักศึกษาทุกมหาวิทยาลัยต่างก็ให้ความร่วมมือ ในการรณรงค์ครั้งนี้ และถือเอาวันที่ ๒๐-๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ เป็น “สัปดาห์ไม่ซื้อสินค้าญี่ปุ่น”
.
ต่อมา เมื่อคณะปฏิวัติออกประกาศฉบับที่ ๒๙๙ เปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารสามารถก้าวก่าย อำนาจตุลาการได้ ศนท. ได้เรียกร้องให้นิสิตนักศึกษา จากหลายสถาบันร่วมกันเดินขบวนด้วยการนั่งประท้วง ตลอดคืนวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๕ ที่หน้ากระทรวงยุติธรรมจน ในที่สุด ประกาศคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว ก็ต้องถูกยกเลิกไป
.
ทั้งการประท้วงสินค้าญี่ปุ่น และ การประท้วงประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๙๙ ซึ่งเรียกกันว่า กฎหมายโบดำนั้น ซึ่งพี่บวร ยสินทร ได้เข้าร่วมประท้วงด้วยโดยไม่ได้มีบทบาทอย่างอื่น ขณะนั้นกระทรวงยุติธรรมอยู่ข้างสนามหลวง ระหว่างวันที่ ๕-๒๐ มกราคม ๒๕๑๖ ศนท. ได้จัดการรณรงค์ให้มี “ปักษ์เลิกซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยของต่างประเทศ” เพื่อหวังที่จะเปลี่ยนค่านิยมในการใช้สินค้าฟุ่มเฟือยจากต่างประเทศของคนไทย
.
จากนั้น ศนท. ก็มีการจัด “สัปดาห์สงครามอินโดจีน” ขึ้นที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างวันที่ ๒-๑๖กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ เพื่อวิพากษ์วิจารณ์จักรวรรดินิยมอเมริกา และรัฐบาลเผด็จการทหาร ขอบคุณที่มา FB พี่บวร ยสินทร
.
นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น ขอบคุณที่มา http://www.cu100.chula.ac.th/story/427/
.
นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น

.
การเคลื่อนไหวครั้งแรกของขบวนการนิสิตนักศึกษาที่ส่งผลสะเทือนทั่วทั้งประเทศเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ เมื่อศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้เริ่มรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น เพราะเห็นว่าการครอบงำทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเป็นปัญหาของชาติ ซึ่งขณะนั้นประเทศไทยกำลังประสบกับภาวะการขาดดุลทางการค้ากับประเทศญี่ปุ่นในอัตราที่สูงมาก การดำเนินการของนิสิตนักศึกษาในครั้งนั้นจึงสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจะลดการที่เสียเปรียบดุลการค้ากับญี่ปุ่นอยู่พอดี พร้อมกันนั้นก็ได้รณรงค์ให้ใช้สินค้าไทยแทน ซึ่งนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวนี้เป็นจำนวนมาก มีการรณรงค์ให้ประชาชนใช้ผ้าดิบของไทยในการตัดเย็บเสื้อผ้าแทนผ้าที่ทอจากโรงงานของญี่ปุ่น นอกจากการรณรงค์โดยการติดโปสเตอร์และจัดอภิปรายแล้ว นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้นำเสื้อผ้าดิบมาขายในมหาวิทยาลัย และชักชวนให้ใส่เสื้อผ้าดิบด้วย ผู้นำการรณรงค์คนสำคัญ คือ นายธีรยุทธ บุญมี นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยสามารถหาร้านตัดเสื้อผ้าดิบแขนสั้นในราคาเพียงตัวละ ๒๐ บาทพร้อมผ้า แขนยาว ๒๕ บาท ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่ถูกมาก การรณรงค์ครั้งนี้ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งหันมาเห็นความสำคัญของการใช้สินค้าไทยซึ่งทำให้เห็นได้ว่าขบวนการนิสิตนักศึกษาได้เริ่มบทบาทการเป็นแกนกลางของขบวนการมวลชนในยุคสมัยนี้

ในภาพอาจจะมี 1 คน

.

ในภาพอาจจะมี 1 คน
.
ถึงแม้ว่าการต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นจะมิได้ประสบผลสำเร็จอย่างที่คาดไว้ แต่ความสำคัญที่มีมากไปกว่านั้นของการต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น คือ เป็นก้าวสำคัญของการรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของนิสิตนักศึกษา ส่งผลให้สื่อมวลชนเผยแพร่กิจกรรมของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยอย่างแพร่หลาย รวมทั้งยังเป็นการปลูกฝังความรู้สึกชาตินิยมในหมู่นิสิตนักศึกษาด้วย
.
ที่สุดรัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดตั้งหน่วยงานที่ชื่อว่า องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: 独立行政法人国際協力機構 โรมาจิ: โดะกุริสึ เกียวเซโฮจิง โกะกุไซ เคียวเริยวกุ คิโก, อังกฤษ: Japan International Cooperation Agency) หรือ ไจก้า เป็นหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่น คอยให้คำปรึกษาตลอดจนความช่วยเหลือด้านการพัฒนาประเทศอย่างเป็นทางการในนามของรัฐบาลญี่ปุ่นแก่ประเทศกำลังพัฒนา ทั้งการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม รวมถึงส่งเสริมการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ

ในภาพอาจจะมี ข้อความพูดว่า
.
องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่นได้รับการก่อตั้งตามกฎหมายญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2545 และเริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2546 ซึ่งเข้ามาแทนที่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศเดิม(เรียกว่าไจก้าเช่นกัน)ที่อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และสถานที่กลางแจ้ง, ข้อความพูดว่า
.
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา ไจก้ามีการทำงานแบบบูรณาการกับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) ที่ผ่านมาได้ปล่อยสินเชื่อเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแก่ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมาก โดยไจก้าเป็นผู้พิจารณาโครงการแล้วจึงอนุมัติให้เจบิกปล่อยสินเชื่อ

ในภาพอาจจะมี ข้อความพูดว่า
.
ไจก้า และเจบิกเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ลดทอนการต่อต้านสินค้า วัฒนธรรม ตลอดจนชาวญี่ปุ่น และทุกสิ่งทุกอย่าง ฯลฯ ที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นอย่างได้ผล ทำให้ภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นในสายตาชาวโลกโดยเฉพาะโลกตะวันออกและโลกที่สามดีขึ้นมาก ทั้งการส่งออกการ์ตูนญึ่ปุ่นทั้งเป็นหนังสือและภาพยนตร์ ดนตรีและภาพยนตร์ รวมทั้งดารา และนักกีฬาญึ่ปุ่น มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้คนบนโลกให้ความสนใจและใส่ใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

.

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
.
การขับไล่ฐานทัพอเมริกันและการต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นเป็นการเคลื่อนไหวของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ต่อต้านความไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง การละเมิดอธิปไตยแห่งบูรณภาพของชาติ การต่อต้านการได้เปรียบดุลการค้าที่มีต่อประเทศไทยอย่างไม่เป็นธรรม มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ต่อชาติและประชาชนอย่างถูกต้อง ที่สำคัญคือ การเคลื่อนไหวของนักเรียน นิสิต นักศึกษาสมัยนั้นยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญหลักของชาติอย่างชัดเจน

.

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป

 

.

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน

.

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังยืน และสถานที่กลางแจ้ง.

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, ฝูงชน และสถานที่กลางแจ้ง

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 13/09/2020 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

อิอิอิ ตอนนั้นพี่ก็ร่วมกับเขาด้วยครับ แม้ทำงานแล้วก็ตามครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 13/09/2020 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณครับ พี่เจ้าหญิง เห็นพี่มีผ้าไทยเยอะจริงจริงครับ

ความคิดเห็นที่ 1 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 13/09/2020 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

การเลิกค่านิยมใช้ของนอก แล้วหันมานิยมใช้ของไทยทำ ผลิตในไทย เป็นสิ่งดีทุกยุคทุกสมัย หากคนไทยทุกคนทำได้ จะทำให้ทุกข์น้อยลง และช่วยพัฒนาประเทศด้วยให้ยั่งยืนด้วย
..การเห่อของนอก ยังมีอยู่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน