*/
  • bowling
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kalong_bow860@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-12
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 29500
  • จำนวนผู้โหวต : 12
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by bowling , ผู้อ่าน : 863 , 19:50:16 น.  
หมวด : นักเรียน/นักศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

      

        

      

            บ้านฮ่องอ้อ  กิ่งอ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลฯ ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับธรรมชาติเป็นหัวใจ มีลำน้ำมูล เป็นสายน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตและให้คุณประโยชน์กับชาวเรื่อยมา ทุกคนผูกพันและความหวงแหนแม่มูล และทรัพยากรที่สำคัญก็คือ ปลาแม่น้ำมูล เปรียบเสมือนสายโลหิตที่คอยหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตน้อยใหญ่จำนวนมาก เป็นเหมือนอ่างเก็บน้ำตามธรรมชาติที่ไม่เคยเหือดแห้ง ที่เป็นดั่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ผู้คนสองฝั่งแม่น้ำที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
             จุดเริ่มต้นของการทำวังปลาว่า ระหว่างปี พ.ศ. 2542-2546 มีการสัมปทานท่าทรายเกิดขึ้น ซึ่งห่างจากชุมชนฮ่องอ้อประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นชนวนสำคัญที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในการจัดการทรัพยากรแม่น้ำมูล ตลิ่งเริ่มพังทลาย สัตว์น้ำลดจำนวนลง อีกทั้งมีการแอบลักลอบเข้ามาดูดทรายนอกบริเวณสัมปทาน ซึ่งเขตนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของปลาชุมชนคนหาปลาในบริเวณนั้นเริ่มตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงหาวิธีการเพื่อระงับสัมปทานท่าทรายโดยร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการ แต่ไม่เป็นผล สุดท้ายชาวบ้านชุมชนฮ่องอ้อจึงเห็นว่าควรทำวังปลาเพื่อประกาศเขตอนุรักษ์ ป้องกันมิให้เกิดการล่วงล้ำเขตแดนเข้ามาลักลอบดูดทรายได้อีก

  ทั้งนี้ การแก้ปัญหาความขัดแย้งในการจัดการแม่น้ำมูลของชุมชนฮ่องอ้อและชุมชนใกล้เคียงเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ.2547 จากการไปดูงานการทำวังปลา และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ชุมชนฮ่องอ้อเริ่มลงมือทำวังปลาในแม่น้ำมูลอย่างเป็นจริงเป็นจัง นับจากวันนั้นถึงวันนี้รวมเวลากว่า 4 ปี กับโครงการที่ประสบผลสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งในการทำวังปลาของชุมชนคือเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างชุมชน เกี่ยวกับเรื่องนี้ “นวล สารเพชร” ผู้ใหญ่บ้านฮ่องอ้อ อธิบายว่า ก่อนหน้าที่จะมีการทำวังปลาในบริเวณดังกล่าว นอกจากจะเป็นที่แอบดูดทรายแล้วยังเป็นแหล่งทำมาหากินเดิมของคนหาปลาเนื่องจากบริเวณนั้นมีสัตว์น้ำชุกชุม 

  ชาวบ้านที่เสียผลประโยชน์หันมาคัดค้านการทำวังปลา ต่อรองให้ไปทำวังปลาที่อื่น จึงไม่สามารถตกลงกันได้ จนชาวบ้านที่เสียผลประโยชน์ไม่พอใจได้ดำน้ำไปเอาปะการังเทียมมาเผาทิ้ง ยิ่งกระตุ้นให้ชุมชนร้าวฉานยิ่งขึ้นการคลี่คลายความขัดแย้งในครั้งนี้ ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า ได้มีการจัดเวที “ประชาพิจารณ์ชุมชน” โดยให้ทั้งฝ่ายที่ได้ผลประโยชน์และเสียผลประโยชน์ส่งตัวแทนมาคุยกันฉันพี่น้อง ผลของการประชุม คือ ให้คงเขตวังปลาไว้เหมือนเดิมผลจากการทำวังปลา เรือดูดทรายไม่สามารถล่วงล้ำละเมิดอาณาเขตได้และเลิกราไปในที่สุด ปลาได้มีบ้านในการขยายพันธุ์ ทำให้ปลามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังเกิดเครือข่ายความร่วมมือของชุมชนในการช่วยกันปกปักรักษาแม่น้ำมูลให้คงอยู่ชั่วลูกหลานต่อไป

  นอกจากนี้แล้ว ทุกวันที่ 14 ก.พ.ของทุกปี ชุมชนฮ่องอ้อจะจัดทำบุญ “คืนชีวิตสู่ธรรมชาติ” โดยการงดกินปลาและห้ามจับสัตว์น้ำในแม่น้ำ เพื่อเป็นการแสดงความรักและขอบคุณ อีกทั้งถือเป็นสัญลักษณ์ในการเคารพธรรมชาติของคนหาปลา และในวันนี้จะมีการปล่อยสัตว์น้ำคืนสู่แม่น้ำเพื่อให้สัตว์เหล่านี้ได้มีโอกาสขยายพันธุ์ต่อไปและการทำวังปลาของคนฮ่องอ้อเป็นตัวอย่างศักยภาพในการจัดการทรัพยากรของชุมชนแม้จะต้องประสบกับปัญหาและอุปรรคในหลายๆด้านแต่ก็สามารถฟันฝ่ามาได้จนถึงทุกวันนี้ทำให้เกิดความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกันที่จะปกป้องทัพยากรของตนเองแาแต่ก็สามารถืวสฟันฝ่ามาได้จนถึงทุกวันนี้  

                    แต่ก็สาม

                     

             าร  ถฟันฝ่า


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธีร์/อันมัย วันที่ : 26/03/2009 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teeanmai
คนเช่นไร แสดงออกเช่นนั้น

ซางมาม่วนแท้นอ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน