• เจ้านิ่ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nim_time@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-29
  • จำนวนเรื่อง : 16
  • จำนวนผู้ชม : 16663
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
มองมุมกลับ กับ เจ้านิ่ม
เรียนรู้การมองชีวิตในแบบฉบับคนชอบเขียนหนังสือ และซุ่มมองดูความเป็นไปของชีวิตและสังคมบนโลกใบเดียวกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nim-eye-viwe
วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2552
Posted by เจ้านิ่ม , ผู้อ่าน : 1119 , 17:35:44 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปัจจุบัน  เท่ากับ  อนาคต (ของเรา)                  

   ดอกไม้  ประตู  แจกัน  ดินทราย ต้นไม้ใหญ่  แก้วน้ำ  จาน ชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม ……ขอบรั้วและ    ริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม …บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ..…ฉันกำลังดูหนังสั้นของน้องฝึกงาน    คนหนึ่ง  ที่ใช้เพลง บ้าน  ของพี่ปั่น ไพบูลย์เกียรติ  เขียวแก้ว เป็นเพลงประกอบหนังสั้นเรื่อง  “บ้านในกรุงเทพฯ” ของเขา…

 

เอาเข้าจริงๆเพลงนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับงานที่ฉันกำลังทำอยู่ ในขณะนี้  หลังจากที่เพิ่งตรากตรำกับการตัดต่อหนังสั้นเสร็จไป และเอางานที่ได้ไปให้เจ้านายตรวจดู สิ่งที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือต้องไปหาเพลงประกอบมาให้ได้…เพลงประกอบที่ดูกลมกลืน  หรือจะเป็นเพลงประกอบที่ดูขัดแย้ง เพลงประกอบที่มีเนื้อเพลงหรือเพลงประกอบที่มีแต่เมโลดี้  ยิ่งคิดยิ่งสับสน…ภาพเด็กสองคนเดินวนไปวนมาในหนังเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ที่เมื่อครั้งหนึ่งเคยผ่านมันมา  และการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความฝัน  หนังสั้นเรื่องนี้กำลังจะเสร็จแล้วเหลือเพียงเพลงประกอบเท่านั้น

 

ย้อนหลังเรื่องราวกลับไปเมื่อ 3-4 เดือนก่อน ฉันถูกเจ้านายเรียกตัวเข้าไปพบและมอบหมายงานชิ้นหนึ่งให้ทำ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายคือ การเป็น  โปรดิวเซอร์เพื่อคิดและผลิตหนังสั้นเรื่องหนึ่ง  ถึงกับทำให้ฉันต้องกลับมานั่งครุ่นคิดอยู่นานเมื่อหัวข้อที่ต้องทำนั้น คือ การทำหนังเพื่อสะท้อนความคิดและความรู้สึกของเด็กกลุ่มหนึ่ง และกลุ่มเป้าหมายที่ฉันต้องเข้าไปทำงานด้วยนั้น เป็นเด็กๆที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงพอดู  ถึงแม้ว่าตัวฉันเองจะเคยคลุกคลี ตีสนิทกับพวกเขามาบ้าง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกังวลกับเหตุการณ์ในอนาคตที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างเงียบๆในใจ    ฉันค่อยๆเข้าไปแทรกซึมในกลุ่มเด็กๆ  กระบวนการเชื้อเชิญไม่ยากไม่ง่าย แต่สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้เขารู้จักกับหนังสั้น  

 

ฝนตกลงมาอีกแล้ว  ฉันเดินฝ่าสายฝน กึ่งวิ่งกึ่งเดิน รีบไปหาเด็กๆตามที่นัดหมายไว้ วันนี้เอาหนังสั้นดีๆมาให้ดูหลายเรื่อง อีกไม่นานเราคงได้หนังสั้นของเราสักที  …….

 

หลังจากได้ดูหนังสั้นผ่านตาผ่านหูกันแล้ว กระบวนการต่อไปเริ่มขึ้นพร้อมๆกับคำถามว่า

 “ทำไมพวกผมต้องทำหนังด้วยพี่”   ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมาจากปากฉัน  

 

ถึงแม้ว่าเราจะพยายามเล่าถึงจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้ให้เด็กๆฟังเท่าไร  แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เมื่อเบื้องบนพิพากษามาแล้วว่า เด็กๆเหล่านี้ต้องมีหนังสั้นเป็นของตัวเอง ฉันในฐานะของคนรับคำสั่งก็ต้องทำงานให้บรรลุจุดมุ่งหมายของงานให้ได้เช่นกัน

 

ฉันเข้าไปที่นั้นทุกวันอังคาร และ พฤหัส เปิดหนังให้เด็กดูสลับกับการหลอกล่อให้เด็กๆค่อยๆเล่าเรื่องที่เขาอยากทำออกมา ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างเป็นไปตามอารมณ์ของเด็ก แต่แล้ววันหนึ่งไม่รู้ด้วยว่าอะไรก็ตามแต่ เด็กชายคนหนึ่งก็ส่งเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งมาให้ฉันช่วยดูให้    เป็นเรื่องเล่าที่น่าสนใจทีเดียว ฉันเองไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะสามารถสะท้อนความคิดหรือความรู้สึกของเด็กกลุ่มนี้ได้จริงหรือไม่  แต่เมื่อมันมาจากความคิดเขา ฉันก็สรุปความเป็นไปได้และลองจินตนาการในใจถึงภาพหนังคร่าวๆ  จนจบเพียงลำพัง

 

เอิร์ทรีบเข้ามาถามไถ่ถึงผลงานของตนแบบอายๆ ด้วยความไม่มั่นใจในความคิดของตนเอง ฉัน ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการเปิดแผ่นซีดี ก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองแล้งส่งยิ้มเล็กๆให้กับเอิร์ท คิดอยู่ในใจว่า ต่อไปนี้เราจะเป็นทีมเดียวกันแล้วนะ หลังจากจัดแจงเปิดหนังให้เด็กคนอื่นๆดูแล้ว ฉันกับเอิร์ทก็นั่งคุยกันถึงเรื่องเล่าของเขา ฉันเริ่มสอนการเขียนสตอรี่บอร์ดให้กับเขา และช่วยกันวางแผนและลำดับเรื่องราวทั้งหมด ระหว่างที่เราพูดคุยกันฉันแอบชำเลืองดูแววตาของเอิร์ทอยู่บ่อยๆ หากเมื่อไหร่ที่เขารู้สึกไม่ดีกับเรื่องตรงหน้า ฉันจะหยุดทำมันทันที แต่ เอิร์ทยังดูมีความสุขดี และกำลังตั้งอกตั้งใจวาดสตอรี่บอร์ดตามที่ฉันได้สอนไว้  เขาเก่งทีเดียวเพราะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวผ่านรูปภาพได้อย่างเข้าใจและเห็นภาพ เราทั้งคู่ตื่นเต้นไม่น้อย เพราะฉากในกระดาษทั้งหมดจะถูกนำมาถ่ายทอดผ่านกล้องวีดีโอในอีกไม่นานนี้  

 

บนโต๊ะทำงานที่รกและเลอะเทอะเต็มไปด้วยกองกระดาษ กล่องสี  ขี้ยางลบ ถ้วยกาแฟ ข้าวกล่องที่ค้างคืน อาการครึ่งหลับครึ่งตื่นกำลังคุกครามสมองอย่างหนัก ฉันซึ่งกำลังนำเรื่องราวทั้งหมดมาเขียนเป็นสตอรี่บอร์ดอีกครั้ง ก็ตาสว่างโร่ ที่อยู่ดีๆสมองก็จุดประกายเรื่องราวของเด็กอีกคนหนึ่งเข้ามาแทรกอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว แม้ว่ามันจะเข้ามาเพิ่มกระบวนการผลิตอีกหลายขั้นตอน แต่ดูเหมือนว่ามันกลับส่งผลให้อีกเรื่องราวหนึ่งสดใสและชัดเจนยิ่งขึ้น  หากมันคุ้มกับการทุ่มเทเพื่อพาคนดูไปถึงจุดที่เรียกว่า บรรลุถึงอารมณ์อย่างเดียวกันได้ฉันก็พร้อมที่จะลงทุน

 

ขั้นตอนการวาดสตอรี่บร์อดนั้น ต้องอาศัยทักษะการวาดภาพร่วมด้วย ไม่ถึงกับสวยแต่ต้องสื่อสารให้ได้  การจินตนาการถึงเรื่องราวทีละช็อต ทีละช็อต  บรรยากาศของภาพ  มุมกล้อง และสถานที่ที่ต้องไปถ่ายทำ สิ่งที่มีอยู่อาจจะยังไม่เพียงพอ   ฉันจำเป็นต้องดัดแปลงเรื่องราวไปบ้าง เพิ่มเหตุการณ์บางอย่างเข้าไป ตัดเหตุการณ์บางเรื่องออกและค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราวใหม่อีกครั้ง และวาดมันออกมาเป็นสตอรี่บอร์ด จนเสร็จสิ้น จากนี้ต่อไปจะได้ทำต่อหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ฉันแล้ว เจ้านายนั่งฟัง แลกเปลี่ยน เราถกเถียงและใช้เสียงกันไปมากทีเดียว สุดท้ายก็อนุมัติ ให้ออกกองไปถ่ายทำกันจริงๆจังๆ และสั่งให้ฉันรีบถ่ายทำและตัดต่อออกมาให้เร็วที่สุด 

 

เต่าเป็นอีกคนหนึ่งที่ฉันดึงเข้ามาอยู่ในเรื่องของเอิร์ทด้วย หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย วันนี้ฉันจึงเข้ามาที่นี่เหมือนเดิมและทำความเข้าใจกับเด็กทั้งสอง  เอิร์ทใจกว้างและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เต่าจะมาเล่นหนังสั้นด้วยกัน  เต่าเองก็ยิ้มอายๆเมื่อรู้ว่าตัวเองจะได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสั้นเรื่องนี้  ฉันขอให้เต่าเล่าเรื่องในส่วนของเขาออกมาบ้าง แม้ว่าเขาจะตื่นเต้นเพียงไร แต่สิ่งที่เล่าออกมาก็น่าสนใจไม่แพ้เรื่องของเอิร์ทเลยทีเดียว….

 

เราทั้งสามคนนัดวันเพื่อไปถ่ายทำตามสตอรี่บอร์ดที่ได้ช่วยกันร่างขึ้นมา ไปตามสถานที่ที่เราได้ตกลงกันไว้ โดยเริ่มที่หัวลำโพงก่อนแล้วค่อยกลับมาถ่ายทำตอนอื่นๆต่อไป   เต่าเป็นเด็กชายอายุ 13 ปี เงียบ ขรึม พูดไม่เก่ง แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางขัดขืนหรืออึดอัดใดๆให้เห็นในระหว่างการเดินทางไปด้วยกัน ...แต่เมื่อเริ่มเปิดฝากล้องถ่ายทำไปเพียงไม่กี่ฉาก อยู่ดีๆสีหน้าและท่าทางของเต่าก็เปลี่ยนไป เต่าเงียบลงเรื่อยๆจนสุดท้ายไม่ยอมพูดอะไรกับเราอีกเลย ฉันเข้าใจดีว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นในใจของเขา เราหยุดกองทันทีและเลิกงานกันกลางครัน  เมื่อผู้ถ่ายทอดเรื่องราวไม่สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้..เราจะหยุดและทำความเข้าใจ

 

เราเดินจากหัวลำโพงกันอย่างเงียบๆและปล่อยให้เต่าค่อยๆฟื้นตัวเองจากเหตุการณ์ที่ผ่านไปเมื่อครู่ ไม่มีใครพูด ไม่มีใครถาม  ถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป  ส่วนเอิร์ท เด็กชายอายุ12 ปี ร่าเริงสดใสแต่แอบแฝงความเหงาเอาไว้ที่ดวงตาทั้งสองคู่  ก็ยกมือส่งสัญญาณว่าพร้อมแล้วสำหรับการถ่ายทำ  เราค่อยๆลำดับเรื่องราวไปพร้อมๆกัน เอิร์ทยังคงดูมีความสุขดีอยู่  บรรยากาศในระหว่างการทำงานเป็นไปได้ด้วยดี  สีหน้าและท่าทาง ที่ถ่ายทอดออกมาทำให้ตากล้องอย่างฉันอึ้งไปได้ในบางมุม  ฉันพยายามทำให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  จะไม่มีการถ่ายซ่อมใดๆให้เด็กๆต้องสะเทือนใจอีก เรื่องราวในอดีตของทั้งคู่กำลังจะจบลงแล้ว

 

ฉันสะเทือนใจอยู่ไม่น้อยที่เป็นผู้ถลกแผลเป็นแผลนั้นออกมาอีกครั้ง เลือดที่ไหลซึมอยู่ในใจ คงไม่มีสิ่งใดบ่งบอกได้ดีเท่ากับแววตาสองคู่นั้นอีกแล้ว  

 

“พี่ครับอดีตกำลังผ่านไปใช่ไหมครับ”  เอิร์ทถามฉันด้วยใบหน้าที่พราวไปด้วยเม็ดเหงื่อ

 

“มันกำลังจะจบลงแล้ว”  ฉันกลืนน้ำลายเพื่อละลายก้อนอะไรบางอย่างที่จุกอยู่ที่ลำคอ

 

มันกำลังจะจบแล้วเด็กๆ  อดีตที่เจ็บปวดมันกำลังจะผ่านไป  เรานัดหมายกันอีกครั้งเพื่อถ่ายทำปัจจุบันและอนาคตกันในอาทิตย์หน้า….บรรยากาศในการถ่ายทำปัจจุบันและอนาคตเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสดใส เขาทั้งคู่พูดคุยถึงมันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฉากแล้วฉากเล่า   ……จนเสร็จ  

 

กระบวนการถ่ายทำเสร็จสิ้นแล้ว  กระบวนการตัดต่อเริ่มขึ้น ฉันซึ่งมีหน้าที่ตัดต่อก็นั่งเรียบเรียงเหตุการณ์และตัดเรื่องราวตรงหน้าอยู่หลายต่อหลายวัน กว่าจะเป็นเรื่องเป็นราว ครั้นกลับมาติดขัดในช่วงตอนจบของเรื่องจนได้   เมื่อเจ้านายสั่งมาว่า ขอเปลี่ยนตอนจบ  ฉันเองก็แทบจะจบชีวิตของตัวเองเช่นกัน  หนังสั้นของเด็กๆบัดนี้ไม่สามารถจบอย่างเด็กๆอีกต่อไป 

 

เอิร์ทและเต่าเฝ้ารอดูผลงานของตนเอง ฉันเอาบางส่วนให้เขาได้ดูและได้เห็นความคืบหน้าของงาน ดูเขามีความสุขดีเมื่อมันออกมาเป็นรูปเป็นร่าง  ฉันขอโทษและทำความเข้าใจกับเขาใหม่ว่าตอนจบต้องเปลี่ยนไป  เขาจะว่าอะไรไหมทั้งคู่ไม่ว่าอะไรสักคำ ถึงแม้ว่าไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่นัก แถมยังใจดีอาสาช่วยฉันคิดและทำด้วยกันจนกว่ามันจะเสร็จ  ฉันเข้าออกที่นั้นอยู่หลายครั้งกว่าจะได้ตอนจบ …ไม่มีอะไรยืนยันว่ามันเป็นตอนจบที่ดีที่สุด  แต่ฉันคิดว่าอย่างน้อยคำพูดและภาพเล่าเหล่านั้นก็ถูกถ่ายทอดมาจากความคิดของความรู้สึกของเด็กๆจริงๆ

 

การตัดต่อเริ่มขึ้นอีกครั้งในเช้าของวันหนึ่ง หนังสั้นเรื่องนี้ใกล้จะเสร็จแล้ว เมื่อลำดับภาพทั้งหมดดูอีกครั้ง

 โดยไม่รู้ตัว  น้ำตาก็ไหลออกมา ก้อนสะอึกกลับมาจุกอยู่ที่ลำคอ และน้ำตาก็พลันเอ่อขึ้นมาเหมือนน้ำล้นแก้ว…เพื่อนร่วมงานหลายคนคะยั้นคะยอขอดูผลงานด้วย ..

 

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้” ฉันตอบเบาๆ

 

ภาพตรงหน้าเฟสดำและค่อยๆจางลงเผยให้เห็นเด็กคนหนึ่ง เขาชื่อว่าเอิร์ทกำลังแนะนำตัวเอง ถึงสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ความฝันในอนาคตว่า ผมอยากเป็น “จิตรกร” ภาพค่อยๆเฟสดำอีกครั้งและค่อยๆสว่างขึ้นเป็นภาพของเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ชื่อ เต่า ซึ่งกำลังแนะนำตัวและพูดถึงความฝันของตนเองในอนาคตว่า โตขึ้นเขาอยากจะเป็น “นักฟุตบอล”  ภาพเฟสดำอีกครั้งและปรากฏเป็นชื่อเรื่องว่า  ปัจจุบัน  เท่ากับ อนาคต เมื่อคำว่าอนาคต ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ   เมโลดี้ เพลงบ้านของพี่ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียนแก้ว ก็บรรเลงเคล้ากับภาพนั้น ฉันเอาเพลงนี้เข้ามาใช้กับหนังเรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว หากแต่เป็นเพียงแค่เมโลดี้เท่านั้นไม่มีเนื้อเพลงเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด  ภาพเฟส สลับค่อยๆสว่างและมืดลงเป็นภาพของผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถนน กินนอนและมีอาชีพอยู่ในโลกกว้างข้างถนนที่เขาเรียกว่ามันคือ บ้าน  เอิร์ทเล่าถึงชีวิตเมื่อครั้งที่เขาหนีออกจากบ้านเพราะว่าพ่อ กินเหล้า เมาและชอบ ตี ทำให้ไม่กล้ากลับบ้านอีก เขาเร่ร่อนไปเรื่อย โดยไม่คิดถึงอนาคต ไม่นานเขาได้รับการช่วยเหลือ  ภาพตัดสลับกับเหตุการณ์ในปัจจุบันกิจกรรมในแต่ละวันของปัจจุบันดำเนินเป็นคู่ขนานกับเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา เฟสขึ้นเป็นภาพของเต่าเล่าเรื่องราวของตนเองเมื่อครั้งอดีตที่หัวลำโพง เขาอยู่เพียงลำพังและเป็นเด็กเร่ร่อนเช่นเดียวกับเอิร์ท  ไม่นานเต่าก็ได้รับการช่วยเหลือเหมือนกันกับเอิร์ท  เสียงของเอิร์ทที่กำลังบอกเล่าถึงความเป็นอยู่ในปัจจุบัน กิจวัตรประจำวัน ความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับครอบครัว  ความคิดถึงพ่อกับแม่ และการมีชีวิตอยู่เพียงลำพังกับความใฝ่ฝันในอนาคตของตนและเพื่อนๆ ภาพความเอาจริงเอาจังกับปัจจุบัน และจินตนาการว่าหากเขามีครอบครัวดีๆ สิ่งที่เขาอยากทำคือ เป็นเด็กดีของครอบครัว  เอิร์ทพูดทิ้งท้ายไว้ว่า

 

“ที่นี่ทุกๆคนก็มีความฝัน และมันอาจจะเป็นจริงก็ได้ในอนาคต” หลังจบคำพูดเสียงก็ค่อยๆเบาลง ภาพที่เฟสสว่างขึ้นก็เป็นภาพของเด็กๆที่กำลังทำในสิ่งที่ตนอยากทำ และทำได้ตามสถานะที่มี ตัดสลับขึ้นเป็นภาพของเด็กที่มีพ่อแม่คอยดูแล พร้อมกับเสียงสัมภาษณ์  ที่ได้มาจากเด็กเล็กเมื่อฉันปล่อยให้เขาไปสัมภาษณ์กันเองในหัวข้อว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร แต่มันกลับได้อะไรมามากกว่านั้น …

 

“โตขึ้นอยากเป็นอะไร”

“ตำรวจครับ”

 

“อยากมีอนาคตที่ดีไหม”

“อยากครับ”

 

“แล้วจะดูแลพ่อแม่ไหมถ้าโตขึ้น”

“ครับ”

 

“จะช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านไหม”

“ครับ”

“จะเป็นคนดีของพ่อแม่ไหม”

“ครับ”

 

คลอด้วยเมโลดี้เพลง บ้าน ของพี่ปั่น ไพบูลย์เกียรติ  เขียวแก้ว ที่บรรเลงประกอบอย่างเบาๆ เพื่อย้ำหาคำว่า บ้าน ในความหมายของเด็ก (เคยเร่ร่อน สองสามคนกับอดีตที่ผ่านไป และการเตรียมหัวใจเพื่อใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเพียงลำพัง  คิดและจินตนาการถึงความฝันที่ยังมาไม่ถึง…… 

 

ไม่นานหลังจากนั้น..เมื่อภารกิจจบลง ฉันออกเดินทางอีกครั้ง เดินทางออกจากเส้นทางชีวิตของใครคนหนึ่งและเลี้ยวกลับมาหยุดอยู่กับชีวิตปัจจุบันของตัวเอง ทำสิ่งที่รักซ้ำๆย้ำๆเหมือนย่ำอยู่กับที่ แต่กลับมีความหมายมากมายกับอนาคต

 

 

ดอกไม้  ประตู  แจกัน  ดินทราย ต้นไม้ใหญ่  แก้วน้ำ  จาน ชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม ..ขอบรั้วและ ริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม …บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ …ฉันแอบสรุปเรื่องราวชีวิตของตัวเองเงียบๆในใจว่าชีวิต(ปัจจุบันของฉันจะงดงาม(เท่ากับไม่ได้ ถ้าขาดเธอ (อนาคต) ……...

 

  “เจ้านิ่ม”

 6  ตุลาคม 2550

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
month วันที่ : 07/05/2009 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/small

แววะมาทักทายค่ะ
ขอบคุณที่เข้าไปทักทายกันจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เจ้านิ่ม วันที่ : 06/05/2009 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nim-eye-viwe

เขียนเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับเด็กๆในความทรงจำค่ะ

คิดถึงเอิร์ทและเต่านะ พี่คิดถึงเราสองคนจัง...

หวังว่าเราคงจะได้เจอกันบ้างนะ (ภาวนา)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/05/2009 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อนาคต เราสร้างเองได้...จากการทำปัจจุบัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงหา_สัตยนนท์ วันที่ : 06/05/2009 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinitsatayanon
จุ๊ๆ ข้าพเจ้ากำลังร่ายบทกวี

เจ้านิ่มที่รัก
พี่รู้สึกถึงความสามรถเฉพาะของเธอ
เธอเองอาจจะไม่รู้
ลีลาอารมณ์พริ้วพราย ง่ายงาม มีพลัง สมาธิถือว่าอยู่ในขั้นสวย
ระหว่างทางแยกมีความคิดแซกซอนในตรงนั้น ขอเธอจะมีพลังในการตัดสิ้นใจเพื่อเธอเพื่อใครและเพื่ออะไรในภายหน้า
เจ้านิ่มที่รัก ..
สบายดีนะ คิดถึง
โชคดี
ปล.พี่สิงหาเริ่มหลงรักเจ้านิ่มขึ้นมาตะหงิดๆ ฮาๆ (รักในร่องรอยระหว่าบรรทัดและหลังตัวอักษร

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน