*/
  • ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 39
  • จำนวนผู้ชม : 15096
  • จำนวนผู้โหวต : 0
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤศจิกายน 2561
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 163 , 15:25:36 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          แทบไม่มีองค์กรไหนเลยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ การไม่ได้ทำความเข้าใจ ปรับตัวให้ทัน จนถูก disrupt นับว่าเป็นฝันร้ายของบริษัทผู้สร้างนวัตกรรมทั้งสิ้น การที่บริษัทจะก้าวสู่อนาคตได้ ไม่ใช่เพราะมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด แต่เป็นเพราะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง คุณสมบัติที่ผู้นำนวัตกรรมต้องมีเพื่อนำคนในทีมให้ปรับตัวทันยุค Digital Transformation  และสามารถเดินไปในทิศทางเดียวกัน 

 หลายบริษัท หลายองค์กรธุรกิจต่างปรับตัว รับมือกับคลื่น Digital Disruption

กลุ่มธุรกิจในไทยที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนจากพายุ Digital Disruption มากที่สุดในขณะนี้ คือ ธุรกิจค้าปลีกที่ต้องต่อสู้กับกระแส e-Commerce และภาคธนาคารที่ต้องปรับตัวให้ทัน fintech ในด้านของธุรกิจค้าปลีก เราจึงได้เห็น 7-11 ผุดบริการใหม่ๆ ออกมาตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากมายในปีนี้ หรือแม้แต่ห้างเซนทรัลค้าปลีกยักษ์ ก็มีการปรับตัวสู้กับกระแส e-Commerce  ที่กำลังถาโถม โดยประกาศร่วมลงทุนกับ JD.com ยักษ์ใหญ่ e-Commerce ที่จะนำสินค้าคุณภาพจากจีนมาขายให้กับผู้บริโภคชาวไทย โดยหวังว่าจะขยายสัดส่วนยอดขายออนไลน์ของกลุ่มเซ็นทรัล

 

หรือภาคธนาคารก็เร่งเดินหน้าสู่ Digital Banking4 โดยการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือการพัฒนา Mobile Banking ให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และการทยอยปิดตัวของสาขาธนาคาร ทั้งนี้ ภาคธนาคารต้องเร่ง Digital Transformation เนื่องจากสถาบันการเงินที่มิใช่ธนาคาร (Non-bank) เช่น Alipay, WeChat Pay, TrueMoney สามารถใช้ประโยชน์จาก fintech เพื่อเข้ามาเป็นผู้ให้บริการทางการเงินแข่งกับธนาคารได้แล้ว หากภาคธนาคารไทยปรับตัวไม่ทัน ก็อาจต้องเสียความเป็นผู้นำตลาด อย่างที่ Alipay และ WeChat Pay สามารถเอาชนะภาคธนาคารของจีนได้สำเร็จมาแล้ว



นอกจากนี้ ธุรกิจรายใหญ่อื่นๆ ของไทยก็ได้วางแนวทางเพื่อปรับตัวรับ Disruptive Technology แล้วเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจน้ำมัน อย่าง กลุ่ม ปตท. ที่ได้ประกาศตั้งกองทุนมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อลงทุนใน start-ups กลุ่มพลังงาน ดิจิทัล และโรโบติก รวมถึงลงทุนในกองทุนด้านเทคโนโลยีพลังงาน ที่มุ่งเน้นลงทุนในนวัตกรรมพลังงานด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเปิดประตูสู่ธุรกิจแนวใหม่ เนื่องจากโลกกำลังหันหลังให้กับน้ำมัน และหันไปให้ความสนใจกับพลังงานที่ยั่งยืนกว่า เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่าง Honda Motors ที่ได้ประกาศวิสัยทัศน์ 2030 ด้วยการมุ่งสู่การเป็นผู้นำเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงเตรียมพัฒนารถยนต์ไร้คนขับที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคุมทุกอย่าง

 

ด้านเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมเกือบทุกวงการ และต้องแข่งกับผู้เล่นระดับโลก ก็มุ่งเน้น Digital Transformation เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในอนาคต โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือ ซี.พี ระบุว่าการปรับเปลี่ยนองค์กรเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การลงทุนฮาร์ดแวร์ แต่ต้องสร้างและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพราะธุรกิจในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เพราะมากกว่าเรื่อง 4.0 ก็คือ “คน” ดังนั้นต้องสร้างความสามารถใหม่ให้กับคนที่มีอยู่ พร้อมกับหาคนที่มีความสามารถและประสบการณ์เข้ามาช่วย และถ้าในประเทศไม่มี ก็ต้องดึงทาเลนต์ระดับโลก ระดับภูมิภาคเข้ามาช่วย องค์กรที่ปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงจะเป็น “ผู้นำ” แต่ถ้าจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน ต้องไม่ใช่แค่ตอบสนองและปรับตัวได้เท่านั้น แต่จะต้องเป็น “ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง” โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในการพัฒนา และยกระดับการผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์ก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพราะธุรกิจของ ซี.พี. ต้องแข่งกับผู้เล่นระดับโลก

 

แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีองค์กรอีกมากมายทั้งเล็กใหญ่ในประเทศไทยที่ยังปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บางองค์กรใหญ่ๆก็เคลื่อนตัวช้า กว่าจะทำให้พนักงานในองค์กรปรับตัวยอมรับนวัตกรรรมให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน โดยอาจมีอุปสรรคจากหลายสาเหตุ 

 

 

อย่างไรก็ตาม เราจะเห็นว่าการปรับตัวไปสู่การเป็นองค์กรยุค 4.0 ไม่เกี่ยวกับการใช้เงินหรือเทคโนโลยีเสมอไป ทุกข้อที่กล่าวมาเป็นเรื่องของการปรับแนวคิดและทัศนคติ ทัศคติที่ถูกต้องจะนำไปสู่การตัดสินใจที่เหมาะสมอเอง จะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่ก็ทำได้ทั้งนั้น ที่สำคัญคือ เรื่องแบบนี้ใครทำก่อนย่อมได้เปรียบ ใครทำช้าจะมาโอดครวญทีหลังว่าปรับตัวไม่ทันคงไม่มีใครได้ยิน เพราะคนอื่นเขาวิ่งไปข้างหน้ากันหมดแล้ว



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน