*/
  • ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 20287
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
วันเสาร์ ที่ 5 มกราคม 2562
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 356 , 20:51:18 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ปี 2562 เป็นปีที่ต้องจารึกการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในเมืองไทย กับอภิมหาโปรเจ็กต์ที่ต้องบอกว่า…มาแน่! ไม่ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกปีนี้จะเป็นอย่างไร แต่ถือเป็น ‘ปีทองการลงทุน’ ของเมืองไทย

 

 

ประกาศชื่อผู้ชนะ ลุยทันที ‘รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน’

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ‘ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา’ มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ภายใต้อายุสัมปทานนาน 50 ปี ของการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่โหมโรงกันมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 และคาดหมายจะสะเด็ดน้ำลงนามสัญญาฉลองเดือนแรกของปี 2562 นับเป็นการเปิดปฐมบทการลงทุนระดับอภิมหาโครงการในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC มีอานุภาพสูงยิ่งในการดึงดูดความสนใจของนักลงทุนทั่วทั้งโลก

แต่มีนักลงทุน 2 กลุ่มใหญ่ที่ชิงดำกัน คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร กับ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ผลปรากฏว่าการพิจารณาด้านการเงินของผู้ที่เสนอราคาทั้ง 2กลุ่ม ปรากฏว่ากิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด ได้ยื่นขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลน้อยที่สุด โดยเสนอขอรับเงินอุดหนุนเพียง1.17 แสนล้านบาท ต่ำกว่ากรอบวงเงินที่กำหนดไว้ 1.19 แสนล้านบาท ต่ำกว่ากิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ที่เสนอ 1.69 แสนล้านบาท สูงกว่ากรอบถึง 5 หมื่นล้าน โดยในวันที่3 มกราคม 2562 เวลา 9.00 น. คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะประชุมร่วมกันเพื่อสรุปกรอบการเจรจา จากนั้นจะเชิญกลุ่มซีพีมาเจรจาต่อรอง ใช้เวลาเจรจาราว 2 สัปดาห์ จึงเสนอเข้า ครม. และลงนามสัญญาภายในวันที่ 31 มกราคม 2562 นี้

 

ไทย–เทศพร้อมลุย ‘มหานครการบินภาคตะวันออก’

แม้การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาสู่มหานครการบินภาคตะวันออกจะเป็นอภิมหาโปรเจ็กต์ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 2.9 แสนล้านบาท แต่หาใช่อุปสรรคแห่งการสรรหานักลงทุน เพราะเมื่อกองทัพเรือเปิดขายซองทีโออาร์ ปรากฏว่ามีนักลงทุนมายื่นขอซื้อซองเอกสารชี้ชวนการลงทุนสูงถึง 42 บริษัท ประกอบด้วยบริษัทไทย 24 ราย บริษัทต่างชาติ 18 บริษัท โดยกำหนดให้พื้นที่ 6,500 ไร่ บริเวณสนามบินอู่ตะเภา จังหวัดระยอง เป็น ‘เขตส่งเสริม:เมืองการบินภาคตะวันออก’ (พื้นที่เขตส่งเสริมเมืองการบินฯ)

ในด้านรูปแบบการลงทุน เป็นการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ (Public Private Partnerships : PPP) รัฐลงทุน 32% อีก 68% เป็นการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งโครงการนี้ใช้เงินลงทุนรวม 290,000 ล้านบาท (ภาครัฐ 17,768 ล้านบาท ภาคเอกชน 272,232 ล้านบาท) ได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 189,999 ล้านบาท  ไม่นับรวมการจ้างงาน 15,640 ตำแหน่งต่อปี ผลตอบแทนโครงการ 193,612 ล้านบาท (ภาครัฐ 119,353 ล้านบาท ภาคเอกชน 74,259 ล้านบาท) โดยจะเปิดให้มีการรับซองข้อเสนอ ณ ห้องประชุมกองทัพเรือ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และคัดเลือกนักลงทุนเพื่อดำเนินการพัฒนาโครงการในช่วงเดือนเมษายน 2562

 

 

‘3 โครงการยักษ์’ จัดไปอีก 1.42 แสนล้าน

นอกเหนือจาก 2 โครงการดังกล่าวแล้ว ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยังมีอีก 3โครงการที่จะมีการลงทุนในเวลาไล่เลี่ยกัน รวมมูลค่ากว่า 1.42 แสนล้านบาท ได้แก่

  • โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3

  • โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3

  • โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา 

 

 

‘รถไฟฟ้า–ทางคู่’ มาพร้อมสรรพ

ในส่วนโครงการที่ได้รับอนุมัตินอกเหนือจากโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับพื้นที่ EEC ยังมีโครงการรถไฟทางคู่เฟสที่ 2 เส้นทางเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ซึ่งเป็นรถไฟทางคู่สายใหม่ที่คาดว่าจะก่อสร้างเป็นเส้นทางแรกจากทั้งหมด 9 เส้นทาง รวมถึง โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน–ราษฎร์บูรณะ) และ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม–บางขุนนนท์) ที่จะมีการประมูลภายในช่วงต้นปีและเชื่อว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 เช่นเดียวกัน และเมื่อรวม 3 โครงการ มีมูลค่ากว่า 2.71 แสนล้านบาท

 

 

เม็ดเงิน 9.5 แสนล้าน แรงหนุนเศรษฐกิจปีนี้

ด้าน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2562 ภายใต้เงื่อนไขของการเลือกตั้ง และการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ไม่กระทบต่อความคืบหน้าของการดำเนินโครงการต่างๆอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงขั้นตอนการหาผู้ชนะการประกวดราคาของโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้ว เป็นไปตามกำหนดที่วางไว้ และคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Projects) เป็นจำนวนมาก

ประเด็นที่น่าจับตาคือ โครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้วและคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2562 ที่มีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 9.55 แสนล้านบาท แสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมของการพัฒนารายพื้นที่ที่ภาครัฐเน้นเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคือ พื้นที่ EEC ที่มีโครงการรัฐคิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 6.84 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 72 ของมูลค่าโครงการที่อยู่ในแผนงานการก่อสร้างทั้งหมดของปี 2562ซึ่ง ณ ปัจจุบัน อยู่ระหว่างกระบวนการสรรหาผู้ชนะการประกวดราคา โดยการวางโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาในพื้นที่นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับผ่าน พ.ร.บ. อีอีซี

 

ปีทองการลงทุน

หากพิจารณาความเป็นไปได้ของเม็ดเงินเบิกจ่ายที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจากโครงการที่กำลังก่อสร้างและโครงการใหม่ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้าง โดยแบ่งการเบิกจ่ายเป็นเฟสย่อยๆ ตามความก้าวหน้าของแต่ละโครงการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในปี 2562 การเบิกจ่ายเงินของภาครัฐจาก Mega Projects สำคัญ มีความเป็นไปได้ที่จะสูงกว่าปี 2561 โดยการเร่งตัวของการเบิกจ่ายน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 หรือหลังผ่านการเลือกตั้งในช่วงครึ่งปีแรกแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก salika



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 05/01/2019 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

โครงการอภิมหาโปรเจ็ครอรัฐบาลข้างหน้าก่อเกิดและบริหารจัดการ
สำหรับเงินจำนวนมหาศาลแต่ละโครงการ เย้ายวนพวกจอมโกงให้เข้ามาตักตวง เราคนไทยต้องช่วยกันดูแลครับ โซเชี่ยลมีเดียก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งสำหรับดักจับการโกงได้อย่างดี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน