*/
  • ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 61
  • จำนวนผู้ชม : 30417
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
<< กรกฎาคม 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม 2562
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 264 , 17:23:06 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์มักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ยิ่งความเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบกับวิถีการดำเนินชีวิตที่คุ้นเคย นั่นยิ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยากแก่การยอมรับเสมอ ดังเช่นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังสร้างความปั่นป่วนให้ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของโครงการอีอีซี (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง)  

ซึ่งเสียงสะท้อนของชาวบ้านที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการพัฒนา และอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เฉพาะกลุ่มทุน โดยชาวบ้านไม่ได้รับประโยชน์ ทั้งยังต้องถูกขับไล่ออกจากที่ดินทำกิน

หากมองในแง่ของการพัฒนาแล้ว การที่ชุมชนมีความคิดเห็นขัดแย้งกันถือเป็นเรื่องปกติ หากมีฝ่ายที่ได้ประโยชน์ ก็ต้องมีฝ่ายเสียผลประโยชน์ แต่ความขัดแย้งนั้นจะไม่ลุกลามบานปลาย หากไม่มีมือที่สามเข้ามาปลุกปั่นให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง

อย่างกรณีพื้นที่เขตบางประกงนั้น หลายเหตุการณ์ที่ถูกคัดค้านจากกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ และมักจะจัดเสวนา ระดมมวลชน ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านการพัฒนาพื้นที่ภายใต้โครงการอีอีซีมาโดยตลอด ซึ่งดูจากกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว ก็เป็นคนหน้าเดิมๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะใช่ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตัวจริง หรือเป็นแค่หน้าม้าที่สมอ้างกันแน่

มาโป๊ะแตกก็ตรงที่ มีสื่อฉบับนึงลงพื้นที่สัมภาษณ์ชาวบ้านในพื้นที่ ทำให้พบความจริงอีกด้าน ว่า แท้ที่จริงแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้คัดค้านการพัฒนาไปเสียทั้งหมด สิ่งที่กลุ่มเอ็นจีโอ พยายามสร้างความเข้าใจกับสังคมว่า รัฐรังแกชาวบ้าน ถูกนายทุนยึดพื้นทีทำกิน รัฐปรับเปลี่ยนสีผังเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุน เป็นเพียงแค่การนำเสนอข้อมูลด้านเดียวเท่านั้น แต่ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งกลับเห็นด้วยกับการพัฒนา และดีใจที่ความเจริญเข้ามาในพื้นที่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น   เราลองมาฟังความคิดเห็นอีกด้านจากชาวบ้านตัวจริงในพื้นที่

 

 

ตัวอย่างชาวบ้านที่สนับสนุนโครงการอีอีซี และเป็นชาวบ้านที่อยู่อาศัยใน ต.เขาดิน อ.บางปะกง ชื่อ นางอำไพ พ่วงรักษา อายุ 65 ปี ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า

“ตนเองต้องการสนับสนุนให้มีโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้ลูกหลานได้มีงานทำอยู่ใกล้บ้าน เพราะเชื่อว่าก่อนที่ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมจะรับคนจากที่อื่นเข้าทำงาน ก็ต้องพิจารณารับคนที่อยู่ในพื้นที่ก่อน

เช่นเดียวกับ นางพินิจ แก้วพิทักษ์ อายุ 68 ปี ที่บอกว่า กลุ่มเคลื่อนไหวคัดค้านผังเมืองและการพัฒนาพื้นที่พิเศษส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยเช่าที่ดินซึ่งเตรียมที่จะพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม และบางส่วนที่เข้าร่วมเคลื่อนไหวเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน โดยเฉพาะแกนนำที่เข้ามาปลุกปั่นไม่ใช่คนในพื้นที่แน่นอน แต่คนเขาดินจริงๆ ต่างเห็นว่าการมีโครงการเข้ามาพัฒนาพื้นที่ให้เจริญจากเดิมซึ่งเป็นพื้นที่ปิดที่ขาดการพัฒนามายาวนาน น่าจะทำให้เกิดความเจริญได้มากกว่า

“การเกิดขึ้นของโครงการขนาดใหญ่จะทำให้พื้นที่เจริญขึ้น การสัญจรสะดวกขึ้น ประกอบกับที่ผ่านมา ผู้ประกอบการที่เข้ามาพัฒนาพื้นที่ได้มีการจัดสรรที่ดินให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฯ ได้สร้างที่อยู่อาศัย จึงทำให้พวกเรามีบ้านเรือนและที่ดินเป็นของตนเอง โดยที่ไม่ต้องเช่าเขาอยู่อีกต่อไป จึงต้องการที่จะสนับสนุนให้มีนิคมอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่ใกล้บ้าน” นางพินิจ กล่าว

แม้จะเป็นพียงตัวอย่างของเสียงสะท้อนเล็กๆจากชาวบ้านที่เห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ในโครงการอีอีซี แต่ก็เป็นอีกแง่มุมนึงให้ได้คิดว่า แท้จริงแล้วคนที่ออกมาเรียกร้องต่อต้านการพัฒนาตามสื่อ social ทุกวันนี้ อาจจะไม่ใช่ชาวบ้านตัวจริงที่ได้รับความเดือดร้อนก็ได้ แต่อาจเป็นเพียงแค่คนกลุ่มเดียว ที่ต้องการอาศัยความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้โดยใช้ชาวบ้านเป็นตัวประกัน เพื่อสร้างผลงาน อย่างที่เราเคยได้ยินกันมาเนิ่นนานแล้วว่า บรรดาเอ็นจีโอพวกนี้รับเงินต่างชาติมาเพื่อบ่อนทำลายประเทศไทย!!!

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน