*/
  • ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 111
  • จำนวนผู้ชม : 57968
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
<< ตุลาคม 2020 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2563
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 248 , 15:27:25 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อเร็วๆนี้ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ ออกมาเตือนว่า ในปี 2563 อาจเป็นปีที่ทำสถิติร้อนที่สุดของโลก หลังจากที่อุณหภูมิเดือนก.ย.ในปีนี้ พุ่งสูงเกินกว่าระดับสูงสุดก่อนหน้าซึ่งเป็นปีที่ร้อนที่สุดที่มีการจดบันทึกไว้

ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบเข้ามาใกล้ตัวเราเร็วกว่าที่คิด อย่างในปี 2562  บางพื้นที่ในประเทศไทยเจอทั้งปัญหาภัยแล้งรุนแรงและน้ำท่วมฉับพลันในเวลาใกล้กัน เรื่องเหล่านี้เป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อธุรกิจและกระทบกับคนทั้งโลก การดำเนินธุรกิจโดยอาศัยหลักการความยั่งยืน จึงดูเหมือนเป็นทางออกของการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน

ในประเทศไทย มีการเสวนาในเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเรื่องการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนอยู่บ่อยครั้ง โดยล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ ทางเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย Thailand Responsible Business Network (TRBN) มีการจัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ Circular Economy in Action : Game Changer เพื่อรับฟังมุมมองแนวคิดกลยุทธ์การดำเนินงานจากภาคธุรกิจที่เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

โดยมีตัวแทนจากภาคเอกชนชั้นนำของประเทศไทยเข้าร่วมเสวนา อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์,ไทยเบฟเวอเรจ,พีทีที โกลบอล เคมิคอล มาร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง หลายท่านที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงธุรกิจด้านความยั่งยืน อาจยังไม่เคยได้ยินคำว่า Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน


จึงอยากขอปูพื้นความรู้สักนิด Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน ก็คือการนำทรัพยากรกลับมาใช้ ให้เป็นวัสดุใหม่ซึ่งทรัพยากรก็นำมาจากตัวสินค้าที่ใช้แล้วนั่นเอง ดังนั้นเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงตั้งอยู่บนหลักการ 2 ข้อ คือการรักษาและเพิ่มการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด หากยังนึกภาพไม่ออก จะขอยกตัวอย่างแบรนด์ดังจากต่างประเทศ เช่น ไนกี้ (Nike) ที่นำเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้กับขั้นตอนการผลิตโดยกำหนดให้ 71% ของเสื้อผ้าและรองเท้าต้องทำมาจากวัสดุรีไซเคิล และเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงจากเศษวัสดุเหลือใช้ในโรงงาน  หรือ อาดิดาส (Adidas) ที่ได้ผลิตรองเท้ารุ่นพิเศษ ทำจากขยะและตาข่ายจับปลาในสมุทร หรือแบรนด์เสื้อผ้าอย่าง เอช แอนด์ เอ็ม (H&M) ที่ได้ตั้งเป้าหมายให้ธุรกิจเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน 100% โดยนำเสื้อผ้าใช้แล้วกลับมาผลิตใหม่

สำหรับประเทศไทยบ้านเราลองมาฟัง Circular Economy ในมุมมองของภาคเอกชนไทยว่ามีแนวคิดต่อเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

เครือเจริญโภคภัณฑ์

โดย นายนพปฎล เดชอุดม ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

“สถานการณ์ของ Circular Economy หรือการสร้างให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย จะทำให้สำเร็จได้ต้องมี Push and Pool คือ ผู้ผลิตสินค้าและบริการมีการตระหนักรู้แล้ว แต่ส่วนของผู้บริโภคต้องเห็นถึงความแตกต่างและเข้าใจถึงประโยชน์ของเศรษฐกิจหมุนเวียนไปด้วยกัน จึงจะทำให้เกิดความยั่งยืนขึ้นได้

ซึ่งขณะนี้ปัญหาสภาพแวดล้อมอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง และสหประชาชาติรายงานว่าปีนี้เป็นปีแรกที่การบริโภคของมนุษย์มากเกินกว่าที่ธรรมชาติจะสร้างกลับมาได้ทัน หากไม่รีบแก้ไขและร่วมมือกัน มนุษย์เราจะเหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นบนโลกที่ถ้าไม่ปรับตัวก็อาจสูญพันธุ์ได้ ดังน้ันการขับเคลื่อนสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนจึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ โดยการนำ Circular Economy มาใช้ในโมเดลทางธุรกิจขององค์กร ด้วยการใช้นวัตกรรมตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงมือผู้บริโภค และวนกลับมาสู่วัตถุดิบอีกครั้ง โดยทั้งหมดจะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) และสามารถวัดค่าปริมาณต่างๆในกระบวนการผลิตทั้งหมด ตลอดจนใช้นวัตกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนในการผลิตหรือให้บริการนั้นๆ ได้ด้วย

กรณีศึกษาตัวอย่างของเครือซีพีที่ทำสำเร็จในเรื่อง Circular Economy คือ โครงการไก่ไข่ครบวงจร 3 ล้านตัวผิงกู่-เครือซีพี ที่ประเทศจีน เป็นต้นแบบความร่วมมือแบบสามประสาน คือ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ซึ่งเครือฯดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของรัฐบาลจีนในแง่รายได้ที่เพิ่มขึ้นของเกษตรกร อาหารปลอดภัย และรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนในประเทศจีน โดยโครงการผิงกู่ได้วางแผนตั้งแต่แรกให้มีรูปแบบธุรกิจ Circular Economy มีการนำของเสียจากโรงเลี้ยงไก่ไข่ไปใช้ต่ออย่างคุ้มค่า ไม่ให้เกิดการเสียเปล่า เช่น มูลไก่นำไปสร้างพลังงานชีวภาพมาหมุนเวียนภายในโรงงาน ซากไก่นำไปเลี้ยงอาหารจระเข้ที่ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ รวมทั้งชุมชนได้เรียนรู้การบริหารจัดการโรงงานด้วยเอไอ มีระบบตรวจสอบย้อนกลับไข่ไก่ทุกกล่อง ซึ่งเมื่อครบ 15 ปี โรงงานจะเป็นของชุมชน และเครือซีพีทำหน้าที่เป็นผู้รับซื้อ

สิ่งสำคัญที่จะทำให้ Circular Economy ขับเคลื่อนได้จะต้องเริ่มที่ตัวเราทุกคน จากนั้นในระดับองค์กรเอกชนผู้นำจะต้องเป็นแบบอย่าง (Tone at the top) นำพาองค์กรปรับตัวด้วยการคิดถึงส่วนรวม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่นที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือซีพีได้ประกาศว่าทุกกลุ่มธุรกิจในเครือทั้ง 22 ประเทศทั่วโลก จะเป็นองค์กร Zero Carbon แม้จะเป็นเรื่องที่ยากและท้าทาย แต่เป็นความพยายามปรับเปลี่ยนองค์กร (Transform)โดยใช้นวัตกรรมมาขับเคลื่อนเรื่อง Circular Economy ตลอดจนผู้นำที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ทัศนคติของทุกคนในองค์กร สร้างความร่วมมือ และมีตัวชี้วัดระดับโลก 

"ถ้าเราจะสร้างโลกใบนี้ให้เป็นของคนรุ่นใหม่จริง องค์กร บริษัทเอกชน ผู้ผลิตต้องเป็นผู้ลงมือให้เห็นเป็นรูปธรรม เริ่มที่ตัวเอง ทุกอย่างที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และขยายไปสู่องค์กรให้เกิดการตระหนักรู้ และทำให้เขารู้สึกว่าพวกเขามีผลต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ เพราะสุดท้ายเราอยู่ในโลกใบเดียวกันทั้งหมด การเป็น Game Changer แต่ละคน จึงต้องตระหนักว่าเรามีหน้าที่ต้องมาดูแลอนาคตร่วมกัน แม้แต่ผู้บริโภคที่อ่อนไหวต่อเรื่องราคาสินค้าบริการ ก็ต้องตระหนักว่าต้นทุนจากการทำลายธรรมชาตินั้นสูงกว่าต้นทุนจากราคาสินค้า เพราะทุกวันนี้ที่เราจ่ายอยู่แล้วเป็นต้นทุนทางสังคมที่มีผลต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและส่งผลต่อสุขภาพและชีวิต"

 

บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ

นายโฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง

“พยายามสร้างการตระหนักรู้ในเรื่อง Circular Economy ร่วมกับองค์กรธุรกิจอื่นๆในประเทศไทยที่เข้ามาร่วมมือกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยกลุ่มไทยเบฟให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก เริ่มตั้งแต่การจัดซื้อ ผลิต กระจายสินค้า การตลาด การขาย การเก็บกัก เพราะเชื่อว่าเป็นหนึ่งในการช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่น เช่น โครงการสมุยโมเดลที่เก็บกักบรรจุภัณฑ์ที่ส่งไปสมุยและสามารถเก็บกลับคืนมาได้ทั้งหมด โดยวัดผลกลับมาได้ชัดเจน โครงการนี้ยังส่งเสริมให้ท้องถิ่นทำงานร่วมกับผู้ประกอบการรายย่อยตลอดจนบริษัทใหญ่และร่วมมือไปยังคู่ค้ารายอื่นด้วย

 

บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล

ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารความยั่งยืน และภาพลักษณ์องค์กร

“แนวทาง Circular Economy ในประเทศไทยมีความเข้าใจมากขึ้น และนำไปปรับใช้ในทุกภาคส่วนของประเทศ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนเป็นจุดๆยังไม่ได้มองการเชื่อมโยงเป็นองค์รวม ซึ่งการส่งเสริมให้เกิดแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กรจะต้องสร้างวัฒนธรรมและความร่วมมือให้เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ตลอดจนใช้นวัตกรรมมาปรับปรุงการผลิตเพื่อลดการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ นำวัสดุทางการเกษตรมาเปลี่ยนเป็นไบโอพลาสติก การสร้างระบบรีไซเคิล อัพไซเคิลครบวงจร เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้ทรัพยากรน้อยลง

 

 เรียบเรียงจากงานเสวนา Circular Economy in Action : Game Changer 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน