*/
  • ยี่สิบแปดกันยา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sanddy55@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-01-03
  • จำนวนเรื่อง : 110
  • จำนวนผู้ชม : 57491
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
<< ธันวาคม 2020 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม 2563
Posted by ยี่สิบแปดกันยา , ผู้อ่าน : 781 , 14:28:55 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในช่วงที่ผ่านมาจากประเด็นดรามาในโซเชียลมีเดีย เมื่อมีการสัมภาษณ์ “เจ๊ติ๋ม” เจ้าของร้านโชวห่วย ที่ออกมาจุดประเด็นว่าแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อไม่ได้ ทำให้ถูกผลักดันไปทำผิดกฎหมายเพื่อความอยู่รอด ทำให้ต้องเป็นห่วงกระบวนการคิดของสังคมซึ่งอาจไม่ใช่ทางออกเดียว และที่สำคัญมีร้านโชวห่วยจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จ และยังคงเป็นร้านประจำชุมชน เพราะสัดส่วนจำนวนร้านเซเว่นในประเทศไทยเทียบร้านโชวห่วย คือ 1 ร้านเซเว่น ต่อ 50 ร้านโชวห่วย ดังนั้น โอกาสของร้านโชห่วยยังมีอีกมากมายและเป็นคนละตลาดกับคนที่มาซื้อความสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ มีร้านโชวห่วยจำนวนมากที่ปรับตัวสู่ค้าปลีกสมัยใหม่ และตอบโจทย์ชุมชน และการตั้งคำถามที่ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องสำคัญ


ดังนั้น วันนี้โชวห่วยต้องเลิกคิดว่าตัวเองแข่งกับร้านสะดวกซื้อ แต่ต้องคิดว่าเรากำลังแข่งกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค หากวันนี้เจ๊ติ๋มมีแก้ว 3 ประการ บันดาลให้ไม่มีร้านสะดวกซื้อในโลก แน่นอนว่าโชวห่วยจะยังเป็นทางเลือกของลูกค้าหรือไม่ ลูกค้าก็จะยังคงหาวิธีที่จะได้ของที่ดีที่สุดอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของออนไลน์ การไปซื้อของในห้างฯ ในซูเปอร์มาร์เกต ซึ่ง แจ็ก หม่า จากอาลีบาบา ก็บอกชัดเจนว่าลูกค้ายุคนี้พร้อมจะสั่งของออนไลน์ ลูกค้าพร้อมจะเปรียบเทียบราคา และลูกค้าจะมีทางเลือกมาขึ้นจากผู้เล่นระดับโลกที่ไม่มีกำแพงในการกีดกันการแข่งขันอีกต่อไป ดังนั้น การที่เจ๊ติ๋มมองมิติแบบตลาดปิดว่าการแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กนั้น เจ๊ติ๋มต้องเข้าใจว่าในโลกของการแข่งขันทางธุรกิจ รายใหญ่หรือเล็ก ใครไม่ปรับตัวล้วนไปไม่รอด ไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายกลาง หรือว่ารายใหญ่ วันนี้ลูกค้าต้องการของที่ไม่หมดอายุ ต้องการของที่ไม่มีฝุ่นเกาะ มีการจัดโปรโมชัน ลูกค้าต้องการสะสมแต้ม ลูกค้าเปรียบเทียบราคาได้ในอินเทอร์เน็ต ลูกค้ารู้ว่าของแบบไหนเหมาะกับตนเอง เฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของลูกค้าไม่ใช่ความผิดของร้านสะดวกซื้อ แต่ยุคนี้ลูกค้ามีทางเลือก และคนที่พร้อมสนับสนุนโชวห่วยก็มีทางเลือกในการเข้าไปซื้อของในร้านโชวห่วย

แต่คำถามที่สำคัญกว่า คือ โชวห่วยยุค 4.0 จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างไร หรือต้องปรับปรุงร้าน หารูปแบบร้านที่สามารถแข่งขันได้ในอนาคต?

เจ๊ติ๋มเคยเห็นบริษัท โนเกีย ออกมาทำคลิปบอกว่าทำไมแอปเปิลต้องออกไอโฟนหรือไม่ เจ๊ติ๋มเคยเห็นโกดัก ออกมาโวยบริษัทที่ทำกล้องดิจิทัลหรือไม่ เจ๊ติ๋มเคยเห็นโรงงานเย็บผ้าที่ต้องปิดตัวเพราะสู้ราคาในตลาดโลกไม่ได้หรือไม่ ออกมาโวยไนกี้หรือไม่ การที่ทุกคนต้องปรับตัวนั้นเป็นเพราะเราหยุดการหมุนของโลกไม่ได้ แม้กระทั่งคนในองค์กรใหญ่ๆ ยังต้องให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหาร นั่นก็เป็นเพราะการหยุดนิ่ง และการขอให้ทุกคนหยุดพัฒนาเพราะคุณแข่งขันไม่ได้ ไม่ใช่ทางออก แต่หากเป็นการพัฒนาตัวเองตลอดเวลาต่างหากที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้ หากเจ๊ติ๋มดูจำนวนผู้ประกอบการร้านโชวห่วยในประเทศไทย มีกว่า 600,000 ร้านค้า เราต้องมองว่า ทำไมเขาเหล่านั้นยังคงหาช่องว่างทางการตลาด ทำไมเขาเหล่านั้นทำโปรโมชันการขาย ทำไมเขาจัดทำรายการของหมดอายุ และที่สำคัญทำไมเขาถึงรู้จักลูกค้าของเขาทุกคน ดังนั้น ร้านโชวห่วยไม่จำเป็นต้องขายของเหมือนเดิม ร้านโชวห่วยสามารถปรับตัวเป็นอะไรก็ได้ที่ชุมชนต้องการโดยไม่ต้องทำผิดกฎหมายอย่างที่เจ๊ติ๋มกล่าวอ้าง เพราะมีผู้ที่เคยทำโชวห่วยมากมายที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ และตัวเลขร้านโชวห่วยก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เฮียมิ้ง” หรือ คุณบุญมี บุญยิ่งสนิท เป็นผู้ร่วมธุรกิจของ 7-Eleven รายแรกของไทย เรียกว่าเป็นบุคคลในตำนานเลยทีเดียว เรามาฟังเรื่องราวของการเริ่มต้นทำงานกับเซเว่นฯ การตัดสินใจเปิดสาขาอื่นๆ (จนปัจจุบันเปิดในละแวกเดียวกัน 5 สาขาแล้ว) พร้อมข้อคิดที่น่าสนใจ

สำหรับเรื่องราวของ “เฮียมิ้ง” เราขอแนะนำให้ลองดูคลิปที่เล่าเรื่องราวตลอด 26 ปีของการทำร้าน 7-Eleven ที่ส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นและทำให้ครอบครัวได้อยู่ใกล้ชิดกัน ในบทความนี้จะพาทุกท่านมานั่งคุยกับเฮียมิ้งเพิ่มเติมจากประเด็นในคลิปนี้ และคำถามที่หลายคนอยากทราบแบบสบายๆ กันครับ

สรุปข้อมูลที่น่าสนใจ

เฮียมิ้งเปิดร้านโชวห่วยมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ อยู่ที่เพชรบุรีซอย 5 เมื่อกระแส Convenience Store เริ่มมา เฮียจึงสนใจที่จะปรับปรุงร้านให้เป็นระบบและทันสมัยมากขึ้น เมื่อเปิด 7-Eleven หน้าที่ที่เคยทำเปลี่ยนไป ทำงานเป็นระบบ มีพนักงานต้องดูแล ตอนแรกเหนื่อยเพราะต้องปรับตัว แต่ไม่นานก็ลงตัวขึ้นมาก

เมื่อมีลูกค้าหนาแน่นขึ้น ทาง 7-Eleven แนะเฮียให้เปิดสาขาที่ 2 ในซอยเดียวกัน เฮียลังเลแต่ก็เปิด จากนั้นสาขาที่ 2 ช่วยแบ่งลูกค้าทำให้งานสบายขึ้น และหลังจากนั้นไม่นานชุมชนหนาแน่นขึ้น และรายได้ดีขึ้น

ปัจจุบันมี 7-Eleven ที่เป็นของเฮียในย่านนั้นทั้งหมด 5 สาขา สำหรับเพชรบุรี 5 ที่เคยลังเลว่าจะเปิดสาขาที่ 2 ใกล้กัน ตอนนี้ในซอยนั้นมีสาขาที่ 3 แล้ว ทุกอย่างลงตัว เฮียให้ลูกชายมาบริหารเต็มตัว

 

ที่มา : mgronline


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nongkoy วันที่ : 08/01/2021 เวลา : 20.40 น.
https://www.oxygen2.me
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

ในซอยนั้นมีแต่ 7-Eleven

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน