• ดำตานี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-11
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 141455
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
Crazy Man
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วอนาคตก็จะดีไปเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nisu
วันอาทิตย์ ที่ 14 กันยายน 2551
Posted by ดำตานี , ผู้อ่าน : 406 , 14:13:03 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การเมืองใหม่
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เสนอหลักการแห่งการเมืองใหม่ไว้ว่า จะต้องป้องกันมิให้คนชั่วเข้าไปมีอำนาจทางการเมือง ต้องส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจทางการเมือง และต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองให้มากที่สุด นอกจากนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังได้กำหนดที่มาของผู้ที่จะทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ เป็นตุ๊กตาไว้ในอัตราส่วน 30/70
ตัวเลข 30/70 นี้เอง เป็นตัวเลขปริศนาที่จะแสวงหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันว่า จะทำอย่างไร จะเลือกตั้งหรือจะแต่งตั้ง ใครเป็นผู้เลือกตั้ง ใครเป็นผู้แต่งตั้ง ใครจะเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งและใครจะเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้ง กระบวนการดังกล่าวจะสอดคล้องกับหลัการที่ว่า ป้องกันคนชั่วไม่ให้มีอำนาจ ส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจและประชาชนได้มีส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน
หลักการที่ว่า ป้องกันคนชั่วมิให้เข้ามามีอำนาจทางการเมือง เป็นเรื่องที่ท่านผู้รู้ได้พยายามกระทำกันมาอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของคณะกรรมการเลือกตั้งที่ควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริตยุติธรรมเพื่อป้องกันคนชั่วมิให้เข้ามาได้ กลั่นกรองคนที่ตั้งใจทำดีให้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง
หากคณะกรรมการเลือกตั้งไม่สามารถจะยับยั้งนักการเมืองชั่วที่ทำชั่วมาตลอดชีวิตจนไม่มีใครจะยับยั้งในขั้นเลือกตั้งได้ ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะขจัดนักการเมืองชั่วที่เข้ามาแล้วผ่านกระบวนการศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองและศาลรัฐธรรมนูญให้ออกไปจากวงจรการเมืองอย่างสุดความสามารถ
หากประเมินผลขององค์กรที่ทำหน้าที่ขจัดนักการเมืองชั่วให้ออกไปจากวงการเมืองที่มีอยู่ในขณะนี้ ฟันธงลงไปได้เลยว่า ได้ผลน้อยที่สุดเพราะนักการเมืองชั่วไร้จิตสำนึกสาธารณะยังนั่งหน้าสลอนในสภาเป็นเสียงข้างมากพร้อมที่จะแสวงหาตำแหน่งหน้าที่และผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและแก่พวกพ้อง โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของประชาชนแต่อย่างใด
การที่ส.ส.พรรคพลังประชาชนและส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมีมติร่วมกันเสนอให้นายสมัครเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว เป็นตัวอย่างที่ชี้ชัดว่า นักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งแล้วไม่สนใจฟังเสียงประชาชนนอกสภาเลย ทุกคนอ้างว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้มอบอำนาจอธิปไตยให้พวกตนมาแล้ว ประชาชนส่วนน้อย ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับกิจการทางการเมืองของพวกตน ขณะนี้ประเทศไทยจึงอยู่ในฐานะที่กำลังล่มจมด้วยการถล่มของนักการเมืองชั่วที่เข้ามามีอำนาจนี่เอง
ส่วนข้อที่ว่า เปิดโอกาสให้นักการเมืองดีเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ยังไม่เห็นว่ามีกระบวนการใดที่จะเปิดโอกาสให้คนดี มีความสามารถ มีความกล้าหาญ ซื่อสัตย์สุจริตเข้ามาบริหารบ้านเมืองได้ เพราะกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมามีแต่การใช้เงินเป็นปัจจัยชี้ขาด การเมืองไทยทุกระดับจึงอยู่ในเมือของนักธุรกิจการเมืองมากกว่าประชาชนในอาชีพอื่นๆ
แม้นักการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งจะชื่อว่า เป็นผู้แทนราษฎร แต่ในทางปฏิบัติหรือความจริงแล้ว ผู้แทนราษฎรเหล่านั้น เป็นตัวแทนของราษฎรเพียงพิธีกรรมตามกฎหมายเท่านั้น มิได้เป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ในจังหวัดนั้นๆอย่างแท้จริงเลย ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดสุพรรณบุรี ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวนา ชาวสวน เลี้ยงสัตว์ จะมีนักธุรกิจในสัดส่วนที่น้อยมาก แต่เวลาเลือกตั้ง นายบรรหาร ศิลปอาชา นางสาวกาญจนา ศิลปอาชา นายสราวุธ ศิลปอาชา ซึ่งเป็นนักธุรกิจ มีบ้านหลังใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯได้รับเลือกเป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ ซึ่งทำนา ทำสวน ทำไร่และเลี้ยงสัตว์
อีกตัวอย่างหนึ่ง เช่นจังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนส่วนใหญ่ทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ คล้ายๆกับประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี แต่พอเลือกตั้งครั้งใด นายชัย ชิดชอบ นายเนวิน ชิดชอบ และนางกรุณา ชิดชอบ ซึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ของจังหวัดมาเป็นตัวแทนของชาวไร่ชาวนา ซึ่งผิดฝาผิดตัวอย่างยิ่ง ไม่มีชาวนาหรือชาวสวนเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรได้เลยแม้แต่คนเดียว
หรือหากมองลงไปทางภาคใต้จังหวัดตรังหรือจังหวัดกระบี่ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำสวนยางพารา สวนปาล์ม และสวนผลไม้หลายๆชนิด แต่พอเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกครั้ง นายชวน หลีกภัย อาชีพทนายความ เป็นตัวแทนของประชาชนจังหวัดตรัง นายพิเชษฐ์ พันธุ์พิชาติกุล อาชีพทนายความและนักธุรกิจพันล้านเป็นตัวแทนของชาวกระบี่ทั้งหมด ซึ่งไม่ได้เป็นทนายความและไม่ได้เป็นนักธุรกิจ
กระบวนการเลือกตั้งที่เคยเป็นมาและกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่สามารถจะหาตัวแทนของปวงชนที่แท้จริงได้ ผู้แทนราษฎรตัวปลอมเหล่านี้จึงสะท้อนปัญหาประเทศได้ตามกรอบความคิดจากสาขาอาชีพของตน เช่นนักธุรกิจจะมองปัญหาธุรกิจเป็นหลัก นักกฎหมายจะมองเรื่องราวต่างๆเป็นเรื่องกฎหมายทั้งหมด แต่ไม่เคยนำเอาปัญหา ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ อันเป็นอาชีพส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยปัญหาต่างๆรุมเร้าตั้งแต่เกิดจนตาย มาพิจารณาหาทางแก้ไขกันอย่างจริงจังเลย
พูดง่ายๆว่า คนจนไม่เคยมีสิทธิ์สะท้อนปัญหาของพวกเขาผ่านผู้แทนของพวกเขาไปยังรัฐบาลโดยตรงได้เลย คนที่พวกเขาเลือกไปแล้ว ก็รวมตัวกันจัดสรรค์ตำแหน่งหน้าที่และผลประโยชน์มหาศาลภายในกลุ่มพรรคพวกเพื่อนพ้องพี่น้องบริวารของพวกเขาเอง โดยมิได้แบ่งสรรค์ปันสั่นผลประโยชน์มหาศาลเหล่านั้นแก่เจ้าของอธิปไตยเลย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากเรื่องนี้ก็คือ ผู้ที่ถือหุ้นปตทและได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากปตทปีละเป็นหมื่นๆล้าน ล้วนเป็นพรรคพวก พี่น้อง เพื่อนพ้อง ของนักการเมือง จำนวนหยิบมือเดียว ที่ร่ำรวยอยู่แล้ว และร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไป ทั้งนั้น
แต่คนส่วนใหญ่ในประเทศ ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆจากการใช้อำนาจของนักการเมืองเลย นักการเมืองทั้งหลายไม่เคยคิดนโยบายแบ่งหุ้นปตทหรือการบินไทยให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเลย ประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้งจึงเป็นผู้ร่วมพิธีกรรมส่งนักการเมืองเข้าไปแสวงหาอำนาจและความร่ำรวยเท่านั้น
นักการเมืองส่วนใหญ่ที่ใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชนในวันนี้ยังมองปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ประชาชนกำลังเผชิญร่วมกันขณะนี้ว่า เป็นเพียงปัญหาของชนกลุ่มน้อย ที่ไม่พอใจนักการเมืองเป็นการส่วนตัว ไม่ต้องให้ความสนใจ ข้อเรียกร้องใดๆของพวกเขา ปล่อยให้พวกเขาเรียกร้องไป เบื่อเมื่อไรก็หยุดไปเอง แต่นักการเมืองทุกคนสนใจตำแหน่งทางการเมืองที่ตนจะพึงได้และโครงการยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะออกมา เพราะโครงการยักษ์ใหญ่เหล่านี้ต้องใช้เงินมาก พวกพ้องของนักการเมืองเหล่านี้เตรียมเข้ามารับงานจากนักการเมืองเหล่านี้ ที่คอยจัดสรรค์ผลประโยชน์ให้อย่างใจจดใจจ่อแล้วนำรายได้ไปแบ่งกันชนิดที่ไม่มีองค์กรไหนจะชี้ความผิดนักการเมืองฉ้อฉลเหล่านี้ได้
สาเหตุของปัญหาทางการเมืองที่แท้จริงคือ 1. สภาผู้แทนราษฎรมีแต่ตัวแทนราษฎรจอมปลอม 2. ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีส่วนร่วมน้อยมาก
จึงมีความจำเป็นจะต้องคิดการเมืองใหม่ที่พยายามให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้มีส่วนร่วมและพยายามให้มีตัวแทนสาขาอาชีพที่มาจากการเลือกสรรค์ของกลุ่มอาชีพแต่ละอาชีพโดยตรง จึงขอร่วมเสนอสูตร 30/70 ดังต่อไปนี้
1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 500 คนถ้วน
2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัวแทนจังหวัดมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งจังหวัดๆละ 2 คนเท่าๆกันรวมเป็น 152 คน
3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสาขาอาชีพ ที่ประชาชนในแต่ละสาขาอาชีพเลือกมาโดยตรงจำนวน 348 คน
4. ยกเลิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและสัดส่วนออกไปทั้งหมด เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มนี้เป็นที่มาของนักธุรกิจนายทุนที่มาลงทุนทางการเมืองโดยตรง มิได้ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง ดูเหมือนว่าส.ส.เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ตำแหน่งเพราะจ่ายเงินให้พรรคมากกว่าที่ประชาชนจะเลือกโดยตรง
5. การเลือกตัวแทนของจังหวัดจะต้องทำสองรอบ คือรอบแรกให้ประชาชนแต่ละอำเภอเลือกตัวแทนเข้าไปสมัครผู้แทนในระดับจังหวัดด้วยคะแนนอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนในแต่ละอำเภอ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รู้จักประชาชนอย่างทั่วถึงและลดการซื้อเสียงได้เพราะหากใครจะซื้อเสียงต้องซื้อเสียงจากคนทั้งจังหวัดถึงสองครั้งสองคราเป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับนักซื้อเสียงไม่น้อย
6. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระดับจังหวัดผู้รับเลือกต้องได้คะแนน 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธ์เลือกตั้ง หากจังหวัดใดผู้ที่ได้รับเลือกตั้งมีคะแนนไม่ถึง 70เปอร์เซ็นต์ต้องเลือกตั้งจนกระทั่งได้คะแนน 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นการซักฟอกจนได้คนที่ประชาชนพอใจที่สุด จะได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนปวงชนที่แท้จริง
7. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากสาขาอาชีพ ต้องพยายามออกแบบการเลือกตั้งให้สาขาอาชีพต่างๆได้มีส่วนร่วมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ วิธีการหนึ่งที่ทำได้ง่ายคือ การจดทะเบียนจัดตั้งสมาคม หรือสภาของแต่ละสาขาอาชีพขึ้นมา เช่น สภาทนายความ สมาคมแพทย์ สมาคมแพทย์แผนโบราณ สมาคมครู สหภาพแรงงาน สมาคมชาวสวน สมาคมชาวนา สมาคมนักศึกษา สมาคมผู้ค้าปลีก สมาคมหาบแร่แผงลอย หอการค้า สมาคมชาวไร่ สมาชิกที่ลงทะเบียนไว้ในสมาคมนั้นจะเลือกผู้ที่เสนอตัวสมัครเข้ามา
8. จำนวนส.ส.ของแต่ละอาชีพแบ่งตามสัดส่วนจำนวนประชากรของแต่ละสาขาอาชีพ โดยคิดจำนวนผู้แทนราษฎรจำนวน 348 คนเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วเฉลี่ยไปตามจำนวนประชากร โดยพยายามกระจายให้กว้างขวางที่สุด
9. คุณสมบัติสำคัญของผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละสาขาอาชีพต้องประกอบอาชีพนั้นๆจริงๆ เช่น ทนายความก็ต้องประกอบอาชีพอยู่จริงๆ ชาวสวนก็ต้องทำสวนจริงๆ ชาวนาต้องทำนาจริงๆต้องตรวจสอบคุณสมบัติทั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ลงคะแนนให้ถูกต้อง
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดจากการเลือกตั้งแบบนี้คือ
1. ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีส่วนร่วมในการเลือกฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารอย่างแท้จริง
2. ได้ตัวแทนปวงชนอย่างกว้างขวางครอบคลุมสาขาอาชีพกว่าที่เคยเป็นมา
3. ลดการผูกขาดทางการเมืองที่จำกัดกรอบอยู่เพียงกลุ่มนักธุรกิจการเมืองกลุ่มเล็กๆลงได้
4. ลดการซื้อเสียงลงได้มาก คนเก่งคนดีที่มีทรัพย์น้อยก็จะกล้าเข้ามาสู่เส้นทางการเมือง
5. เป็นการประกาศให้โลกทราบว่า ประเทศไทยมีการปกครองในระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะมีการเลือกตั้งและประชาชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนแห่งการสรรหานักการเมืองเข้าสู่อำนาจทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร
การเมืองใหม่ที่มีหัวใจอยู่ที่การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวางในทุกขั้นตอน จะเป็นประชาธิปไตยที่ปลอดภัย เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง เมื่อประชาชนตระหนักในศักดิ์ศรีของตนและประจักษ์แก่ใจว่า ระบบประชาธิปไตยแก้ปัญหาชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมได้ เป็นแหล่งกำเนิดของ อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยารักษโรค การศึกษา ความสะดวกสบายในชีวิตตามสมควรแก่อัตภาพ ประชาชนก็จะพากันรักษาประชาธิปไตย โดยมิต้องมีใครมาเรียกร้องเชิญชวนอีกต่อไป
ขอเชิญช่วยกันออกแบบการเมืองใหม่ภายใต้หลักการที่ว่า ป้องกันคนชั่วไม่ให้มีอำนาจ ส่งเสริมคนดีให้บริหารบ้านเมือง และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมกันอย่างกว้างขวางเถิด
คนไทยในอเมริกา




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ดำตานี วันที่ : 14/09/2008 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nisu

ผมก็ว่าน่าจะต้องกำหนดอายุด้วยไม่เกิน 70 กำลังดี และอีกอย่างอยากให้ อยู่ได้ไม่เกิน 3 สมัยเพราะว่าพวกนี้ชอบเบ่งพออยู่นานๆได้เป็นใหญ่

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ไทยแท้ วันที่ : 14/09/2008 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scblock

ด้วยความเคารพ ก่อนคิดรายละเอียดเรื่องนี้ ต้องจัดการเรื่งรัฐบาลเฉพาะการให้ได้ก่อนเพราะดูเหมือนว่าขณะนี้นายใหญ่ ณ กรุงลอนดอน ยังพยายามเดินหน้าจัดสรรแบ่งปันเก้าอี้กันอยู่เลย แบบยังไงก็จะขอยื้อต่ออีกระยะ จนกว่าจะแน่ใจว่าเอาไม่อยู่นั่นแหละถึงจะยอมยุบสภา และถ้ายุบสภาไปเฉยๆก็ปล่าประโยชน์เพราะต้องเลือกตั้งกันใหม่ในกรอบกติกาเดิม

ภารกิจเร่งด่วนตอนนี้ น่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจขึ้นมาก่อน พร้อมกับตั้งสภาฏิรูปการเมืองใหม่ มาทำหน้าที่ศึกษารูปแบบของการเมืองใหม่แล้วร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกรอบ ให้เสร็จภายในกรอบระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี แล้วก็ยุบสภาปัจจุบัน เพื่อเข้าสู่ระบบการเมืองใหม่ หากไม่สามารถกำหนดกรอบที่ว่านี้ได้ ชาติหน้าตอนบ่ายๆก็ไม่มีทางได้เห็นการเมืองใหม่ที่อยากเห็นหรอกครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
DJ วันที่ : 14/09/2008 เวลา : 14.46 น.

เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ

ถ้านำแนวคิดจากหลายแห่ง หลายสาขา หลายระดับชั้นในเมืองจนถึงระดับรากแก้ว นำมาหาข้อสรุปของการเมืองใหม่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 14/09/2008 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

เป็นบทความที่น่าสนใจ สมควรที่จะมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางกันในหมู่คนที่รักประชาธิปไตยนะครับ

กระพ้มเห็นด้วยกับข้อเสนอให้เลือก ส.ส.มาจังหวัดละ 2

รวมเป็น 152 คน และเลือกจากสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่เป็น

นายกสมาคม ประธานมูลนิธิ ตัวแทนกลุ่ม ฯลฯ อีก 348

คนครับ สำหรับวิธีการในขั้นต้นเอาตามนั้นไปก่อน จะกว่า

จะได้ข้อยุติจากการถกแถลงในที่นี้

ในขณะเดียวกัน กระพ้มอยากให้มีข้อจำกัดในเรื่องอายุ

ส.ส.ทั้งสองประเภทด้วยนะครับ ประเภท แก่เพราะกินข้าว

เฒ่าเพราะอยู่นาน หรือพวกยิ่งแก่ยิ่งดื้อไม่ควรให้โอกาส

อาจจะกำหนดไว้ไม่เกิน 65 หรือ 70 ปี อะไรประมาณนั้น

ส่วนความรู้จะจำกัดหรือไม่ขอเปิดเป็นประเด็นไว้ครับ ว่า

ใครจะมีความเห็นอย่างไร กระพ้มก็มีความเห็นเพียงนี้

แหละครับท่านประธานฯ (ท่านประธานฯในที่นี้ น่าจะเป็น

ใครคนหนึ่งใน กอง บก. oknation ทำหน้าที่นะครับ จะได้

รวบรวมความเห็นไปเผยแพร่ในสื่ออื่น ๆ น่ะ)

คอมเมนต์ถูกปิด
เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก

แผนการตลาดธุรกิจเครื่อข่าย

บรรยายการตลาด

View All
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]