• nitimada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-05-16
  • จำนวนเรื่อง : 396
  • จำนวนผู้ชม : 241803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 398 คน
หนังสือมีค่าที่เลือกสรรมาอ่าน
เสนอชื่อหนังสือที่น่าอ่าน ประวัติศาสตร์ งานศิลปะและรหัสนัย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada2
วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม 2559
Posted by nitimada , ผู้อ่าน : 2331 , 22:56:20 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน february26 , rattiya โหวตเรื่องนี้

 

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
ความเชื่อเรื่องพญานาคในศาสนาพุทธที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน (สถานที่ในภาพ คือวัดร่องเสือเต้น จ.เชียงราย)

       

ละครเรื่อง“นาคี”ที่กำลังออนแอร์โด่งดังอยู่ในขณะนี้ นอกจากเรื่องของบทภาพยนตร์ ฉากประกอบละคร ดารา นักแสดง คู่พระ คู่นาง และเพลงประกอบละครแล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่คนพูดถึงกันไม่น้อยก็คือเรื่องของ “พญานาค” ที่มีการแตกหน่อต่อยอดประเด็นออกไปอีกมากมาย
       
       สำหรับบ้านเรามีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเรื่องเล่า ตำนาน ความเชื่อ รวมไปถึงจินตนาการเกี่ยวกับพญานาค อยู่พอสมควร

โดยเฉพาะในภาคอีสาน เนื่องจากวิถีวัฒนธรรมของชาวอีสานนั้นมีความเชื่อ ประเพณี ที่เกี่ยวกับพญานาคอยู่ไม่น้อย

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
ละครนาคีที่กำลังออกอากาศและได้รับความนิยมอย่างสูง

       

และนี่ก็คือสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับพญานาคในภาคอีสาน ที่มีตำนานความเชื่อและเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่น่าเที่ยวและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
       
       ป่าคำชะโนด อุดรธานี
       
       เมืองคำชะโนด หรือ ป่าคำชะโนด ที่ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองพญานาค” หรือ “วังนาคินทร์” ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่าอันลือลั่นเกี่ยวกับพญานาคว่า
       
       ...ในอดีตโบราณกาลย้อนไปในยุคที่แม่น้ำโขงยังไม่ถือกำเนิดเกิดขึ้น สมัยนั้นมีเหล่าพญานาคอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีผู้นำชื่อว่า “สุทโธนาค” ส่วนอีกกลุ่มมีผู้น้ำชื่อ “สุวรรณนาค”
       
       พญานาคทั้ง 2 กลุ่ม อาศัยอยู่ในอาณาจักรแห่งหนึ่งร่วมกันอย่างสงบสุขมาช้านาน โดยต่างฝ่ายต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน หากฝ่ายใดออกไปหาอาหารอีกฝ่ายจะต้องอยู่เฝ้าอาณาจักร และอาหารที่หามาได้จะต้องแบ่งครึ่งกันกิน
       
       ต่อมามีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อฝ่ายสุทโธนาคและบริวารออกหาอาหารได้ช้างมา 1 ตัว และจัดแจงแบ่งครึ่งให้อีกฝ่ายตามปกติ

ครั้งต่อมาฝ่ายสุวรรณนาคออกหาอาหารแล้วได้เม่นมา 1 ตัว และก็ได้แบ่งครึ่งเม่นนั้นให้อีกฝ่ายเป็นปกติเช่นกัน

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
ความเชื่อเรื่องพญานาคในศาสนสถาน (สถานที่ในภาพ ปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ 1 ใน ฉากสำคัญของละครเรื่องนาคี)

       

แต่เมื่อสุทโธนาคเห็นเม่นครึ่งหนึ่งก็เกิดฉงนใจขึ้นว่า ช้างซึ่งขนเล็กๆสั้นๆตนกลับแบ่งให้อีกฝ่ายตั้งเยอะ แต่เม่นซึ่งขนใหญ่กว่าก็แปลว่าเม่นต้องตัวใหญ่กว่าช้างแน่ๆ

ทำไมสุวรรณนาคจึงแบ่งมาให้ฝ่ายตนเพียงนิดเดียว ทำให้สุทโธนาคเกิดโมโห แม้สุวรรณนาคจะพยายามอธิบายเท่าไรสุทโธนาคก็ไม่ยอมฟัง มุทะลุดุดันจะหาเรื่องให้ได้
       
       ในที่สุดพญานาคทั้ง 2 กลุ่มก็ทะเลาะกันถึงขั้นรบราฆ่าฟันกันนานถึง 7 ปี ผลพวงจากการสู้รบ ทำให้แผ่นดินสะเทือน เหล่าเทวดาฟ้าดินทั้งหลายอยู่ไม่เป็นสุข

ความรู้ไปถึงพระอินทร์ จึงได้เรียกพญานาคทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจาสงบศึกโดยให้แต่ละฝ่ายแข่งกันสร้างแม่น้ำ หากฝ่ายใดสร้างไปออกทะเลก่อนเป็นฝ่ายชนะ และจะให้รางวัลเป็นปลาบึกไปประจำที่แม่น้ำแห่งนั้น
       
       ด้วยความที่สุทโธนาคเป็นพญานาคที่มีนิสัยอารมณ์ร้อน มุทะลุ ขณะที่สร้างแม่น้ำหากมีอุปสรรคเช่นภูเขากั้นขวางทาง ก็จะระเบิดภูเขาหรือไม่ก็สร้างลดเลี้ยวไปโดยไม่พยายามที่จะแก้ปัญหา

จึงได้แม่น้ำที่มีโขดหิน เกาะแก่งมากมายระเกะระกะ และมีเส้นทางที่ลดเลี้ยวเคียวคดโค้งไปโค้งมามากที่สุด ต่อมาจึงได้ชื่อว่า “แม่น้ำโขง”
       
       ส่วนฝ่ายสุวรรณนาคเป็นพญานาคที่มีนิสัยสุภาพสุขุมใจเย็น จึงค่อยๆสร้างไปเรื่อยๆคิดไปเรื่อย ทำให้แม่น้ำที่สร้างเป็นเส้นตรง แต่ก็ต้องใช้เวลาในการสร้างนานมากจนกลายเป็นที่มาของชื่อ “แม่น้ำน่าน”

ซึ่งผลก็คือฝ่ายสุทโธนาคเป็นผู้ชนะ และได้ปลาบึกจากพระอินทร์เป็นรางวัลตามสัญญา จึงได้ถือว่าแม่น้ำนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
ป่าคำชะโนด (ภาพ ททท.)

       

ต่อมาเนื่องจากพญานาคเป็นสัตว์เมืองบาดาล ไม่สามารถอยู่บนโลกมนุษย์ได้นาน สุทโธนาคจึงได้ขอให้พระอินทร์กำหนดสถานที่อยู่ให้ชัดเจนและมีทางขึ้นลงระหว่างเมืองบาดาลกับเมืองมนุษย์ 

ซึ่งพระอินทร์ก็ได้กำหนดจุดที่เป็นประตูเชื่อมต่อไว้ 3 แห่งด้วยกันคือที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว 2 แห่ง และแห่งที่ 3 ให้เป็นที่พำนักของสุทโธนาคคือที่ “คำชะโนด” อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ในปัจจุบัน

ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนาม“ป่าคำชะโนด” หรือ “เมืองคำชะโนด”...
       
       ป่าคำชะโนด หรือ วังนาคินทร์ ปัจจุบันมีลักษณะเป็นเกาะ บริเวณรอบๆเกาะคำชะโนดเป็นทุ่งนาโล่งกว้าง โดยมีเฉพาะที่บนเกาะคำชะโนดเท่านั้นที่มีลักษณะเป็นป่าดิบประมาณ 20 กว่าไร่

บนนี้มีไม้หลักคือ“ไม้ชะโนด” ที่เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นลูกผสมระหว่างต้นตาล ต้นมะพร้าว และต้นหมาก ดูสูงชะรูด

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
สะพานพญานาคนำไปสู่ป่าคำชะโนด

       

บนเกาะคำชะโนดมีทางเดินพญานาคนำทางมาถึงยังเมืองคำชะโนด หรือวังนาคินทร์ หรือ “วัดสิริสุทโธ” ซึ่งทางด้านซ้ายมือจะมีศาลาที่ประดิษฐานของเจ้าพ่อปู่ศรีสุทโธ หรือสุทโธนาค และเจ้าย่าปทุมมา

ส่วนทางด้านขวามือหากเดินตามทางเดินไปเรื่อยๆจะเจอกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในตำนานก็คือทางขึ้นลงระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ของเหล่าพญานาคที่พระอินทร์ทรงประทานให้

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
บ่อพญานาคที่สร้างเชื่อมต่อกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

       

สำหรับเหตุที่เชื่อว่าบ่อน้ำแห่งนี้เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากน้ำในบ่อน้ำแห่งนี้ก็ไม่เคยลดแห้งลง จะรักษาระดับอยู่เท่าเดิมตลอดทั้งปี และเคยมีคนเอาไม้ไผ่ 2 ลำมาต่อกันแล้วหยั่งลงไปวัดความลึกของน้ำแต่หยั่งไม่ถึง
       
       และเชื่อกันว่าน้ำในบ่อนี้จะไปทะลุที่ “แก่งอาฮง” แห่ง จ.บึงกาฬ ในปัจจุบัน
       
       แก่งอาฮง บึงกาฬ

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
แก่งอาฮง จ.บึงกาฬ

       

แก่งอาฮง อ.เมือง จ.บึงกาฬ เป็นจุดที่มีความเชื่อว่าเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองคำชะโนด จ.อุดรธานี ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น
       
       แก่งอาฮง ได้ชื่อว่าเป็น“สะดือแม่น้ำโขง” มีความเชื่อว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุด เคยวัดความลึกในหน้าแล้งได้ถึง 99 วา โดยกระแสน้ำบริเวณนี้จะไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลาก และมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่
       
       นอกจากนี้ชาวบ้านยังเชื่อว่าบริเวณแก่งอาฮงนั้นเป็นถ้ำของพญานาค ซึ่งมีปากถ้ำอยู่ที่ฝั่งลาว ปัจจุบันถ้ำดังกล่าวมีการสร้างเจดีย์ครอบไว้เพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกเข้าไปภายในถ้ำอีกด้วย

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
วัดอาฮงศิลาวาส

       

ขณะที่บริเวณแก่งอาฮงทางฝั่งไทยนั้นเป็นที่ตั้งของ “วัดอาฮงศิลาวาส” หรือ “วัดอาฮง”ที่ตั้งอยู่ที่บ้านอาฮง ต.ไคศี
       
       วัดอาฮง เป็นวัดริมแม่น้ำโขงที่มีทิวทัศน์อันสวยงาม ตั้งอยู่ติดกับแก่งอาฮง ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นสะดือแม่น้ำโขงที่ถือเป็นส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง อีกทั้งยังเชื่อกันว่ามีเส้นทางของพญานาคหรือรูพญานาคอยู่บริเวณนี้
       
       วัดอาฮง เป็นหนึ่งในจุดชมบั้งไฟพญานาคของจังหวัดบึงกาฬ ภายในวัดโดดเด่นไปด้วยการก่อสร้างวัดสอดรับไปกับสภาพพื้นที่ที่มีก้อนหินขนาดยักษ์อยู่เป็นจำนวนมาก

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
พระพุทธคุวานันท์ศาสดา วัดอาฮง

       

สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลำดับสุดท้ายที่วัดแห่งนี้ก็คือ “พระพุทธคุวานันท์ศาสดา” พระพุทธรูปที่งดงามลักษณะเดียวกันกับพระพุทธชินราช ซึ่งเชื่อกันว่าใครที่มาสักการบูชาจะประสบความสำเร็จด้านโชคลาภ และเมตตามหานิยม
       
       นอกจากพระพุทธคุวานันท์ฯแล้ว บริเวณภายในผนังโบสถ์ด้านหลังองค์พระยังมี พระพุทธรูปทองคำศักดิ์สิทธิ์องค์เล็กประดิษฐานอยู่อีก 2 องค์ ซ้าย-ขวา ส่วนภายในบริเวณวัดก็มีรูปปั้นของเทพธิดาสะดือแม่น้ำโขง ซึ่งชาวบ้านนิยมมาบนบานศาลกล่าว เพราะเชื่อว่าจะให้โชคดีด้านความรักและโชคลาภ
       
       เกล็ดพญานาค หนองคาย

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
หาดทราย เกล็ดพญานาค

       

จากบึงกาฬ เลาะริมฝั่งโขงมายัง อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งดินแดนที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับพญานาคที่น่าสนใจไม่น้อย
       
       เริ่มจาก “เกล็ดพญานาคริมโขง” ที่เป็นหาดทรายริมน้ำโขงแห่งบ้านปากโสม อ.สังคม ยามเมื่อน้ำลดในหน้าแล้งจะมองเห็นสันทรายที่ปรากฏมีลักษณะเป็นริ้วรอยคล้ายเกล็ดพญานาคอย่างชัดเจน จึงถูกเรียกขานให้เป็น “เกล็ดพญานาคริมโขง
       
       สำหรับจุดชมเกล็ดพญานาคริมฝั่งโขงที่สวยงามและเด่นชัดนั้นอยู่ที่ “วัดผาตากเสื้อ” ที่ตั้งอยู่บนขุนเขาในเขต ต.ผาตั้ง อ.สังคม

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
วัดผาตากเสื้อ

       

วัดผาตากเสื้อ เป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน เมื่อมองลงไปนอกจากจะมีมุมที่มองเห็นเกล็ดพญานาคแล้ว ยังมองเห็นวิวแม่น้ำโขงที่วาดยาวโค้งเป็นคุ้งน้ำ กลางแม่น้ำมีเกาะขนาดใหญ่

ทำให้แม่น้ำโขงช่วงนี้มีลักษณะคล้ายแยกเป็นรูป Y ที่มองเห็นประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างชัดเจน
       
       ปัจจุบันทางวัดผาตากเสื้อได้สร้างความฮือฮาด้วยการสร้างจุดชมวิวเป็น“สกายวอล์ก” พื้นกระจกใส ที่ถือเป็นสกายวอล์กแห่งแรกในประเทศไทย ก่อนที่อีกหลายๆแห่งจะมีแนวคิดในการสร้างสกายวอล์กพื้นกระจกใสตามกันขึ้นมา

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
สกายวอล์กพื้นกระจกใส วัดผาตากเสื้อ

       

นอกจากไฮไลท์จุดชมวิวแล้ว วัดผาตากเสื้อยังมีโบสถ์ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีทางเดินบันไดนาคอันสวยงาม และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดให้สักการบูชา
       
       เรียกได้ว่ามาวัดนี้วัดเดียว ได้ชมทั้งธรรมชาติ แถมได้ไหว้พระ อิ่มบุญกันถ้วนหน้า
       
       ถ้ำดินเพียง หนองคาย

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
ทางเดินในถ้ำดินเพียง

       

ยังอยู่กันใน อ.สังคม จ.หนองคาย กับอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับพญานาค นั่นก็คือ “ถ้ำดินเพียง” ที่มีความเชื่อของคนในพื้นที่ว่าเป็น “ถ้ำพญานาค” เนื่องจากเป็นถ้ำที่ภายในถ้ำเป็นช่องทางเล็กๆซอกซอนมากมาย ดูคล้ายเส้นทางเลื้อยของพญานาคหรืองูใหญ่
       
       ถ้ำดินเพียง ตั้งอยู่ที่ “วัดถ้ำดินเพียง” หรือ “วัดถ้ำศรีมงคล” บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม เหตุที่ถ้ำนี้มีชื่อว่าถ้ำดินเพียง ก็เพราะเป็นถ้ำใต้ดิน ปากทางเข้าอยู่เสมอดินในระดับปกติ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า“ถ้ำดินเพียง”
       
       ส่วนเหตุที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า”ถ้ำพญานาค”นั้น มีตำนานเรื่องเล่าขานว่า ภายในถ้ำเป็นประตูมิติเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และเมืองบาดาล เป็นเส้นทางที่พญานาคใช้เดินทางกลับสู่ใต้บาดาล และยังเป็นเส้นทางที่พระธุดงด์ทรงศีลแก่กล้าจากลาวใช้ข้ามฝั่งลอดใต้แม่น้ำโขงเข้ามายังเมืองไทย
       
       นอกจากนี้ถ้ำดินเพียงยังเป็นทางเข้า-ออกของธิดาพญานาค ซึ่งมาหลงรักเจ้าชายของเมืองนี้บนโลกมนุษย์ แต่ครั้นพอถึงวันออกพรรษา ธิดาพญานาคต้องกลับสู่เมืองบาดาลเพื่อไปเล่นน้ำกับพญานาคด้วยกัน จนสุดท้ายเจ้าชายตามมาพบ รู้ว่าคนรักของตนเป็นพญานาคจึงขอตัดขาดจากกันที่ถ้ำแห่งนี้

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
ศาลพ่อปู่อินทร์นาคราช - แม่ย่าเกตุนาคราช

       

ด้วยความเชื่อว่าเป็นถ้ำพญานาค จึงมีการสร้าง“ศาลพ่อปู่อินทร์นาคราช - แม่ย่าเกตุนาคราช” ไว้ที่บริเวณปากทางเข้าถ้ำให้สักการบูชา
       
       ขณะที่ภายในถ้ำดินเพียงนั้น จากปากทางเข้าถ้ำจะเป็นช่องเล็กๆ ที่ต้องก้มลอดตัวเข้าไป เมื่อเข้าไปด้านในบางช่วงจะเป็นน้ำสลับพื้นดิน ในช่วงแรกจะผ่านจุดที่ต้องใช้ความพยายามสักหน่อย เนื่องจากทางเข้าเป็นทางที่แคบและเล็ก แต่ละคนก็ต่างทำตัวให้เล็กที่สุดเพื่อที่จะผ่านเข้าไปด้านในได้

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
ภายในถ้ำดินเพียงบางช่วงต้องมุด หมอบ คลาน กันอย่างตื่นเต้น

       

เมื่อเข้ามาถึงด้านในจะมีลักษณะเป็นโพรง ซอก ซอย เป็นพันๆ ช่อง ที่เกิดจากน้ำกัดเซาะเป็นเวลานาน ซึ่งในการเดินภายในถ้ำจำเป็นต้องมีคนนำทางและต้องเดินตามไฟที่เปิดไว้ เพราะด้านในจะเป็นโพรงที่ทะลุถึงกันหมด

หากเดินเองโดยไม่มีคนนำทางอาจหลงเข้าไปได้ หลังจากเดินก้มๆ เงยๆ อยู่ไม่นาน คนนำทางก็ชี้ให้เราดูยังห้องต่างๆ ภายในถ้ำ ทั้งห้องโถง ห้องหีบศพปู่อินทร์นาคราช ช้างสามเศียร บัลลังก์พญานาค ธิดาพญานาค 3 องค์ ฯลฯ เป็นต้น
       
       อย่างไรก็ตามหากมองถึงการเกิดถ้ำดินเพียงตามปรากฏการณ์ธรรมชาติ นี่เป็นลักษณะของถ้ำที่เกิดจากแม่น้ำโขงกัดเซาะใต้ดิน จนเกิดเป็นรูโพรงซอกซอน และมีน้ำท่วมขังเตี้ยๆบางจุด อันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของถ้ำดินเพียงแห่งนี้
       
       บั้งไฟพญานาค หนองคาย-บึงกาฬ

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
แม่น้ำโขง หนึ่งในสายน้ำที่มีความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคอันลือลั่น(สถานที่ในภาพ วิวแม่น้ำโขงเมื่อมองจากจุดชมวิววัดผาตากเสื้อ)

       

ยังอยู่กันที่ จ.หนองคาย-บึงกาฬ กับปรากฏการณ์“บั้งไฟพญานาค”อันลือลั่น
       
       บั้งไฟพญานาค มีลักษณะเป็นลูกสีแดงอมชมพู พวยพุ่งขึ้นจากใต้ลำน้ำโขง ในบริเวณริมฝั่งโขง จ.หนองคาย-บึงกาฬ และเมืองเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยทุกๆปีจะเกิดขึ้นในทุกคืนวันออกพรรษา(15 ค่ำเดือน 11)
       
       บั้งไฟพญานาค เป็นปรากฏการณ์ปริศนาที่มีความเชื่อแตกออกเป็น 3 สาย บ้างก็ว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ บ้างว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ขณะที่คนอีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากการกระทำของพญานาค อันเป็นที่มาของคำเรียกขานว่า “บั้งไฟพญานาค”

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
ความเชื่อเรื่องพญานาคในพระพุทธศาสนาที่ปรากฏอยู่ตามวัดวาอารามต่างๆทั่วเมืองไทย(สถานที่ในภาพ วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน)

       

สำหรับเรื่องเล่าขานตำนานเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาคที่เชื่อว่าเกิดจากการกระทำของพญานาคมีดังนี้
       
       ...ในอดีตกาลเชื่อว่าใต้ลำน้ำโขงช่วงเขต จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ และเมืองเวียงจันทน์ในประเทศลาวนั้น เป็นเมืองที่สร้างและปกครองเมืองโดยพญานาค
       
       โดยที่เขต อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จุดที่พบบั้งไฟมากที่สุดเป็นทางออกสู่เมืองมนุษย์ของพญานาค ส่วนที่แก่งอาฮง อ.เมือง จ.บึงกาฬ นั้นถือว่า เป็นเมืองหลวงของพญานาค

เนื่องจากว่าจุดนั้นเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” หรือส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง ซึ่งชาวประมงเคยใช้เชือกผูกก้อนหินหย่อนลงไปในหน้าแล้งแล้ววัดดูปรากฏว่ามีความลึก 99 วา ของผู้ใหญ่

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
แก่งอาฮง 1 ใน จุดที่มีบั้งไฟพญานาคให้ชม

       

ทั้งนี้เรื่องของพญานาคและเมืองบาดาลก็ได้ไปสอดรับกับเรื่องของพญานาคในทางพุทธศาสนา ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า เดิมทีพญานาคที่อาศัยอยู่ในเมืองบาดาลนั้นมีนิสัยดุร้าย

แต่พอพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ก็เกิดความเลื่อมใสในพุทธศาสนา เลิกนิสัยดุร้าย และคิดจะหันมาออกบวช แต่ก็ติดที่เป็นสัตว์ไม่สามารถบวชได้ เนื่องจากเป็นสัตว์ พญานาคจึงปวารณาตนเป็นพุทธมามะกะ
       
       เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนครบ 1 พรรษา ( 3 เดือน) และเสด็จกลับโลกมนุษย์ในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 11 ด้วยบันไดแก้ว บันไดเงินและบันไดทอง ที่เหล่าเทวดาทำถวาย

ส่วนมนุษย์โลกก็จะทำบุญตักบาตร นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบไหว้บูชา ความนี้เมื่อรู้ถึงพญานาคที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้จัดทำ “บั้งไฟพญานาค” และจุดเฉลิมฉลองเช่นกัน จนกลายเป็นประเพณีมาจนทุกวันนี้....

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค(ภาพจากแฟ้มภาพ)

       

สำหรับจุดชมบั้งไฟพญานาค จ.หนองคายและบึงกาฬ นั้นก็มีหลากหลายจุดด้วยกัน โดยที่เด่นๆนั้นก็มี
       
       จ.หนองคาย ที่ อ.โพนพิสัย - ในเขตเทศบาล ต.จุมพล หน้าวัดไทย วัดจุมพล วัดจอมนาง หนองสรวง เวินพระสุก ท่าทรายรวมโชค ต.กุดบง บ้านหนองกุ้ง, อ.รัตนวาปี - บริเวณปากห้วยเป บ้านน้ำเป วัดเปงจานเหนือ บ้านหนองแก้ว,

อ.ศรีเชียงใหม่ - บริเวณวัดหินหมากเป้ง, อ.สังคม - บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.สังคม บริเวณอ่างปลาบึก บ้านผาตั้ง รวมไปถึงอำเภอเมือง ก็สามารถพบบั้งไฟพญานาคได้เช่นกัน
       
       ด้านในจังหวัดบึงกาฬ จุดชมบั้งไฟพญานาคที่เด่นก็มีที่ อ.เมือง บริเวณแก่งอาฮง วัดอาฮง ต.หอคำ ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อกันว่าเป็นเมืองหลวงของเมืองบาดาล เพราะเป็นสะดือแม่น้ำโขงที่มีความลึกมาก ขณะที่ใน อ.ปากคาด ก็สามารถชมได้เช่นกัน

เกาะกระแสละครดัง“นาคี”...กับที่เที่ยวเกี่ยวกับ“พญานาค”
แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเฝ้ารอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคกันเป็นจำนวนมาก

        นอกจากใน 2 จังหวัดหนองคาย บึงกาฬแล้ว ในรอบหลายปีที่ผ่านมาในคืนวันออกพรรษาได้มีรายงานบั้งไฟพญานาคขึ้นอยู่บ่อยครั้งในลำน้ำโขง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี บริเวณบ้านท่าล้ง และบ้านตามุย นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่ต้องการชมบั้งไฟพญานาค
       
       และนี่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับพญานาค ซึ่งเรื่องราวของพญานาคนั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล(ย้ำว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล)
       
       ขณะที่เรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับพญานาคบางแห่ง เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นและมีลักษณะเฉพาะตัวอันโดดเด่น

จึงมีคนจินตนาการนำไปผูกโยงเข้ากับความเชื่อในเรื่องของพญานาค ที่มีอยู่คู่กับความเชื่อของคนไทย(ส่วนหนึ่ง)มาช้านาน
       
       โดยหนึ่งในนั้นก็คือละครเรื่อง“นาคี” ที่กำลังออกอากาศเป็นที่โด่งดังฮอตฮิตอยู่ในขณะนี้นั่นเอง

 

ขอบคุณ MGR Online

สิริสวัสดิ์วุธวารค่ะ




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< ตุลาคม 2016 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]