• nitimada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-05-26
  • จำนวนเรื่อง : 2449
  • จำนวนผู้ชม : 478877
  • ส่ง msg :
  • โหวต 539 คน
มีข่าวสารให้ท่านเสพ
ข่าวดัง ข่าวเด่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada3
วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม 2559
Posted by nitimada , ผู้อ่าน : 407 , 18:48:14 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

พระราชประสงค์ของพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น

ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์
       Tokyo University of Foreign Studies
 

        
         ในโลกนี้ประเทศที่มีสถาบันพระเจ้าแผ่นดิน มีน้อยกว่าเมื่อร้อยปีที่แล้ว และในจำนวนที่ว่าน้อยนั้น หากจะว่ากันตามรูปศัพท์และไม่เจาะจงเรื่องความหมายเชิงลึก
 
ย่อมกล่าวได้ว่า ประเทศที่มีสถาบันจักรพรรดิในปัจจุบัน คือ ญี่ปุ่น เท่านั้น ซึ่งญี่ปุ่นใช้คำว่า “เท็นโน” (天皇;Tennō) แปลว่า “ผู้เป็นใหญ่แห่งสวรรค์” ภาษาอังกฤษใช้คำว่า emperor (http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews.aspx?NewsID=9580000139347)
 
พงศาวดาร “นิฮงโชะกิ” กับ “โคะจิก” บันทึกว่าจักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่นคือ พระจักรพรรดิจิมมุ (神武天皇; Jinmu Tennō) โดยสืบเชื้อสายมาจากเทพ

แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนของพระจักรพรรดิองค์นี้ได้ไปจนถึงจักรพรรดิองค์ที่ 9 และเริ่มยืนยันได้คือองค์ที่ 10 ซึ่งก็คือพระจักรพรรดิซุจิง (崇神天皇; Sujin Tennō)
 
โดยสันนิษฐานว่าครองราชย์ตั้งแต่คริสต์ศตรรษที่ 3 ถึงต้นศตวรรษที่ 4 และสืบสายต่อ ๆ มาจนถึงรุ่นที่ 125 ในขณะนี้

 
พระราชประสงค์ของพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
พระจักรพรรดิจิมมุ
 
       
คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ภาคภูมิใจในสถาบันนี้ (แม้จะมีบางส่วนที่ไม่ยินดียินร้ายอยู่บ้างก็ตาม โดยเฉพาะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) ซึ่งเป็นสถาบันจักรพรรดิที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
 
ดังนั้น หากเกิดความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้น ทั้งคนญี่ปุ่นและคนทั่วโลกจึงจับตามอง และแน่นอนว่า สิ่งที่โลกกำลังสนใจอยู่ในขณะนี้คือ “ข่าวลือ” เรื่องการสละราชบัลลังก์ของพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้มีพระชนมายุ 82 พรรษาแล้ว
       
       ในช่วงเดือนสองเดือนมานี้ มีข่าวลือออกมาว่าสมเด็จพระจักรพรรดิจะทรงสละราชสมบัติ ในเบื้องต้นนั้นสำนักพระราชวังออกมาปฏิเสธข่าว แต่คนวงในก็ยังลือกันต่อไปว่า “ข่าวนั้นมีมูล”
 
จนกระทั่งเกิดการตอกย้ำชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อมีรายงานข่าวอย่างเป็นทางการอีกว่า พระจักรพรรดิจะมีพระราชกระแสกับประชาชนว่าด้วย “ความรู้สึก” ของพระองค์ (ภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า お気持ち[O-kimochi])
 
ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ เวลา 15.00 น. ตามเวลาในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการบันทึกเทปไว้ก่อน ประชาชนและสำนักข่าวทุกแห่งต่างใจจดใจจ่อรอฟัง
       
       และแล้วเมื่อเวลานั้นมาถึง วิดีทัศน์ก็ได้รับการนำออกเผยแพร่ พระองค์ตรัสประโยคแรกว่า “ผ่านเจ็ดสิบปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญมาแล้ว และอีก 2 ปีก็จะเข้าสู่ปีเฮเซที่ 30 [พ.ศ. 2561]”
       
       ต่อจากนั้นก็ตรัสถึงความรู้สึกส่วนพระองค์ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับพระพลานามัยและความเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์เป็นปีที่ 28 (เฮเซ 28 หรือปี 2559) ว่า
 
“ข้าพเจ้าเองก็มีอายุเกิน 80 ปีแล้ว และรู้สึกได้ว่ามีข้อจำกัด [เกี่ยวกับตัวข้าพเจ้าเอง] ในหลากหลายด้าน เช่น ด้านสุขภาพ
 
และในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ก็ได้พิจารณามองย้อนกลับไปสู่ย่างก้าวของตนเอง ในฐานะจักรพรรดิ พร้อมกับมองไปข้างหน้าถึงการก้าวเดินต่อไปและการทำงาน”
       
       ต่อจากช่วงนี้ พระองค์ตรัสอย่างเป็นรูปธรรมถึงการผ่าตัด 2 ครั้งของพระองค์ และช่วงเวลาในระยะหลัง ๆ ขณะที่ทรงชราภาพขึ้นมากแล้ว พระราชสถานะในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น
 
พระราชกรณียกิจ การร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพสกนิกรในยามต่าง ๆ ตลอดจนความรู้สึกส่วนพระองค์ และท้ายสุดตรัสว่า  “เราหวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเข้าใจจากพสกนิกร” 
       
     ข้อความผ่านวิดีทัศน์นี้ยาว 10 นาที 58 วินาที อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำใดที่ระบุตรง ๆ ว่า ข้าพเจ้าจะสละราชบัลลังก์ ผู้ฟังคงต้องตีความเอง ซึ่งผมตีความว่า
 
1) ขอให้ประชาชนเข้าใจว่า พระองค์มิได้ทรงละเลยพระราชภารกิจ แต่ด้วยวัยและพระพลานามัย การทรงงานเช่นเดิมนั้นอาจทำได้ยาก
 
หากต่อแต่นี้ไปพระองค์ไม่สามารถดำเนินพระราชกรณียกิจเช่นเดิมได้อีก ขอให้ประชาชนเข้าใจจุดนั้น
 
2) ประโยคแรกของพระองค์ที่บ่งเป็นนัยว่า “อีก 2 ปี”... นั้น อาจสื่อนัยว่าพระองค์จะทรงอยู่ ณ จุดนี้อีก 2 ปี แล้วจากนั้นก็...จุด...จุด...จุด และ
 
3) ในฐานะพระจักรพรรดิ [ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง] พระองค์มิอาจตรัสอะไรได้ แต่ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป [เช่น วัย]
 
ขอให้ประชาชน [รัฐสภา?] ร่วมกันคิดว่าจะเดินหน้ากันต่อไปอย่างไร [โดยเฉพาะในเรื่องการสืบราชสมบัติ ซึ่งมีความคลุมเครืออยู่หลายจุด - โฆษิต]
       
        เมื่อได้ฟังเช่นนี้ ประชาชนญี่ปุ่นคงเริ่มตระหนักมากขึ้นแล้วว่าความเปลี่ยนแปลงกำลังจะมาถึง พระจักรพรรดิเองก็ทรงตระหนักดีว่าการประกาศสิ่งใดอย่างปัจจุบันทันด่วนนั้นย่อมไม่ดี
 
ในครั้งนี้จึงเป็นการประกาศ “ความรู้สึก” ส่วนพระองค์ที่สื่อนัย (แค่นัย) สำคัญต่อการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมใจให้ช็อกน้อยลงสำหรับประชาชน
       
       ทั้งนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านที่เกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่าถึงแม้สถาบันจักรพรรดิถูกเปลี่ยนสถานะไปอย่างมากหลังจากญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2
 
แต่ในแง่ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อเมริกาซึ่งเป็นผู้นำการพิชิตญี่ปุ่นในสมัยนั้นตระหนักว่าไม่ควรล้มสถาบันนี้ลง
 
ว่า สถานะเดิมตามขนบญี่ปุ่นที่ถือว่าจักรพรรดิเป็นเทพเจ้าก็เปลี่ยนมาเป็นคนธรรมดา ที่เดินดิน มีความรู้สึก มีเกิดแก่เจ็บตาย และใกล้ชิดประชาชนมากขึ้นในฐานะ “มนุษย์”

 
พระราชประสงค์ของพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
 
       
ปัจจุบันมีคนญี่ปุ่นบางส่วนไม่ค่อยแยแสการมีอยู่ของสถาบันนี้ แต่ในภาพรวมแล้ว สถาบันก็เป็นหน้าเป็นตาของญี่ปุ่นเชิงการทูต เป็นแหล่งรวบรวมและสืบทอดวัฒนธรรม ศิลปะการแสดง ดนตรี และความเป็นญี่ปุ่นที่สั่งสมมาเป็นพันปี
 
เมื่อมองในจุดนี้ ย่อมกล่าวได้ว่าการตัดสินใจของอเมริกาในการคงไว้ซึ่งสถาบันนี้ถูกต้อง และพระจักรพรรดิญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังคงครองใจประชาชน
 
ในฐานะ “มิ่งขวัญ” ประจำใจ ไม่ใช่ในฐานะ “หัวหน้า” เหมือนช่วงก่อนสงคราม
       
        สถานะ “มิ่งขวัญ” นี้สื่อนัยว่าเป็นการชนะใจผู้คนด้วยการใช้ “พระคุณ” มากกว่า “พระเดช” พระจักรพรรดิจึงอยู่ในสภาพ “อุทิศ” พระองค์กว่ามากที่จะทรงอยู่เฉย ๆ นั่งสนุกลุกสบาย
 
ถ้าว่ากันด้วยราชาศัพท์คือจะต้องดำเนิน “พระราชกรณียกิจ” แต่ในภาษาบ้าน ๆ คือ พระองค์ต้องทำงาน และการทำงานนี้ไม่มีเกษียณ! จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่า
 
เมื่อ “มนุษย์” คนหนึ่งต้องทำงานตลอดเวลา ครั้นสูงวัยขึ้น พละกำลังถดถอย ก็ชอบด้วยเหตุผลที่จะได้พักผ่อนมากขึ้น
       
        สำหรับพระราชประวัติโดยสังเขปของ “คินโจเท็นโน” (今上天皇; kinjō tennō)หรือ “พระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน” (ญี่ปุ่นมีขนบการไม่เอ่ยพระนามของพระจักรพรรดิเมื่อกล่าวถึงพระองค์) มีดังนี้คือ
 
พระองค์มีพระนามว่า “อะกิฮิโตะ” เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ 2476 (ค.ศ. 1933) ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิรุ่นที่ 125 แห่งญี่ปุ่น (จำนวนพระองค์มีไม่ถึง 125 พระองค์
 
เพราะบางพระองค์ถือว่าเป็นการครองราชย์สองรุ่น) เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2532 (ค.ศ. 1989) ซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุ 55 พรรษา และทรงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมีนวิทยา (ศาสตร์ที่เกี่ยวกับปลา)
       
        หากว่ากันด้วยการทรงงานของสมเด็จพระจักรพรรดิ การรายงานข่าวของสื่อโทรทัศน์และวิทยุญี่ปุ่นไม่มีข่าวพระราชสำนักเป็นประจำดังเช่นของไทย เมื่อภาพเกี่ยวกับพระจักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์มีไม่ถี่นัก
 
บางครั้งประชาชนก็สงสัยว่าทรงงานอะไรกันบ้างหรือ? หนักขนาดนั้นเชียวหรือ? ซึ่งในความเป็นจริง แม้บางเรื่องไม่เป็นข่าว แต่ด้วยรายงานของสำนักพระราชวัง ก็จะเห็นว่าสมเด็จพระจักรพรรดิทรงมีพระราชภารกิจมากมาย
       
        ตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น พระจักรพรรดิคือสัญลักษณ์ของประเทศ คำว่า “สัญลักษณ์” นี้คลุมเครือ ระบุให้ชัดเจนลงไป ก็คือ พระองค์ต้องทรงงานในฐานะตัวแทนประเทศทั้งภายในและภายนอกประเทศ
 
หลักการว่าด้วยพระราชกรณียกิจมีระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นว่า พระจักรพรรดิจะทรงดำเนินพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรและเพื่อภารกิจของประเทศผ่านทางพระราชดำริและพระบรมราชโองการ
 
เมื่อนำมาตีความอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ก็มีลักษณะคล้าย ๆ กับกรณีของไทย เช่น ลงพระปรมาภิไธยในเอกสาร (เช่น กฎหมาย) ที่คณะรัฐมนตรีส่งมาซึ่งมีปีละอย่างน้อยประมาณ 1,000 รายการ
 
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี รับการถวายสารตราตั้งเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศซึ่งมีค่อนข้างถี่ มีพระบรมราชโองการเปิดประชุมรัฐสภา หรือพระราชกรณียกิจเชิงสังคมที่ต้องทรงไปเป็นประธานในงานต่าง ๆ อีกมากมาย
       
        พระราชภารกิจเหล่านี้ แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับตารางเวลาส่วนพระองค์ด้วย แต่ส่วนหลัก ๆ ขึ้นอยู่กับ “ผู้อำนวยการสร้าง” และ “ผู้จัดการส่วนตัว” ซึ่งก็คือรัฐสภาของญี่ปุ่นกับสำนักพระราชวัง
 
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา หน้าที่และความเคลื่อนไหว ตลอดจนรายได้ของพระจักรพรรดิ จะมีผู้วางแผนให้ ซึ่งก็คือรัฐสภาญี่ปุ่นหรืออาจเปรียบได้กับผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์
 
เมื่อกำหนดแล้วก็จะส่งต่อไปที่สำนักพระราชวัง ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการอย่างใกล้ชิด ด้วยภารกิจมากมาย พระองค์จึงทรงมีวันหยุดน้อยกว่าคนทั่วไปเสียอีก ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ทรงมีวันหยุดประมาณ 80 วันต่อปี (สำนักพระราชวัง)
 
หรือถ้าเจาะจงปี เช่น ปี 2015 ทรงมีวันหยุดเพียง 77 วัน ขณะที่คนทำงานทั่ว ๆ ไปที่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ (คิดแบบไม่นับวันหยุดนักขัตฤกษ์) ก็ได้หยุดถึง 100 วันเศษแล้ว

        สำหรับตัวอย่างเรื่องการ “ถูก” วางแผนให้ ซึ่งเป็นประเด็นค่อนข้างอ่อนไหว คือ รายรับของพระจักรพรรดิและราชสำนัก ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชทรัพย์ตลอดจนการบริหารธุรกิจทั้งหลายที่จะก่อให้เกิดรายได้นั้น
 
ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตร การลงทุน ล้วนดำเนินการโดยพระองค์หรือหน่วยงานของพระองค์เองโดยตรง แต่หลังสงคราม สิ่งเหล่านี้อยู่ภายใต้การกำหนดรัฐสภา และมีบทบัญญัติชัดเจนอยู่ในรัฐธรรมนูญมาตราที่ 88 ด้วย
 
กล่าวคือ “...ค่าใช้จ่ายสำหรับราชสำนักนั้น จะต้องมีการอภิปรายและกำหนดงบประมาณตามบัญชีโดยรัฐสภา”
       
       เมื่อพิจารณาอย่างเป็นรูปธรรม งบประมาณสำหรับงานที่เกี่ยวกับราชสำนักแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่ใช้กับสำนักพระราชวัง และส่วนที่ใช้กับราชสำนักโดยตรง
 
ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์ ตัวอย่างรายละเอียดงบประมาณประจำปี 2559 (ตั้งแต่เดือนเมษายน 2559-มีนาคม 2560) มีดังนี้
       
       1) สำนักพระราชวัง : 10,939,790,000 เยน
       2) ราชสำนัก แบ่งเป็น 3 หมวดคือ
       2.1) ค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์ของพระจักรพรรดิ (内廷費;naitei-hi) เช่น กิจวัตรประจำวันของพระองค์ 324,000,000 เยน
       2.2) ค่าใช้จ่ายเพื่อภารกิจสาธารณะหรืองานราชการ (宮廷費; kyūtei-hi) เช่น การต้อนรับพระราชอาคันตุกะ การเสด็จฯ เยือนต่างประเทศ 5,545,580,000 เยน
       2.3) ค่าใช้จ่ายสำหรับเชื้อพระวงศ์ (皇族費; kōzoku-hi) ซึ่งได้แก่ ค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์ของสมาชิกอื่นๆ นอกเหนือจากพระจักรพรรดิ 229,970,000 เยน
       
       ถ้าจะแปลงเป็นเงินบาทขณะนี้ ลองเอา 3 หารดูก็จะทราบ โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่กล้าระบุว่าน้อยหรือมาก แต่มีข้อคิดอยู่ว่า ทั้งหมดนี้มาจากภาษีของประชาชน
 
และเมื่อคำนวณออกมาแล้ว จะพบว่าประชาชน 1 คนมีส่วนในการจ่ายงบประมาณนี้ราว 200 - 300 เยนต่อปี
       
       การเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินย่อมอยู่ในที่สูง แต่ขณะเดียวกัน ก็อาจไม่ได้มีอิสรภาพเต็มที่ ยิ่งในกรณีของพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นหลังสงครามด้วยแล้ว พระองค์ย่อมทรงตระหนักดีว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป
 
ไม่สามารถใช้พระราชวินิจฉัยได้อย่างอิสระดังเช่นในยุคก่อนสงคราม อำนาจการตัดสินใจใด ๆ นั้นย่อมขึ้นอยู่กับประชาชน (หรืออันที่จริงคือรัฐสภา) แม้แต่เรื่องกินเรื่องอยู่
 
ฉะนั้น เมื่อถึงวัยนี้ สมเด็จพระองค์จึงทรงบอกให้ประชาชนมองย้อนดูและเข้าใจสิ่งที่ พระองค์ทรงปรารถนาจริง ๆ
       
       ดังนั้น แม้ประชาชนจะตกใจเมื่อมีขาวลือเรื่องการสละราชสมบัติ โดยเฉพาะนี่จะเป็น “เซเซ็นไทอิ” (生前退位;Seizen-taii) หรือ “การสละราชสมบัติขณะที่ยังมีพระชนมาชีพอยู่”
 
ซึ่งนาน ๆ ทีจะมีสักครั้ง แต่ พระราชประสงค์ของพระองค์ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนญี่ปุ่นน้อมรับด้วยความเข้าใจ และเวลานั้นจะมาถึงอย่างเป็นทางการเมื่อไร คงจะได้ทราบกันในเร็ววัน
       
 
ขอบคุณ MGR Online
ดร.โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์
 
สวัสดิ์สิริชีววารค่ะ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]