• nitimada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-05-26
  • จำนวนเรื่อง : 2449
  • จำนวนผู้ชม : 466994
  • ส่ง msg :
  • โหวต 539 คน
มีข่าวสารให้ท่านเสพ
ข่าวดัง ข่าวเด่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada3
วันจันทร์ ที่ 3 ตุลาคม 2559
Posted by nitimada , ผู้อ่าน : 855 , 12:10:11 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน แม่หมี , นพพลroadside และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

ผู้ป่วย “เบาหวาน-ความดัน” ไม่กินยากลัวไตวาย-ตับพัง ชี้ไม่กินยายิ่ง “ไตวาย-โรคหัวใจ” ไวขึ้น 

 

        สบส. เผย ผู้ป่วย “เบาหวาน - ความดัน” ไม่กินยาตามแพทย์สั่ง เหตุเชื่อกินทุกวันทำไตวายเร็ว ตับแข็ง ยันไม่กินต่อเนื่องยิ่งเกิดโรคไตและหัวใจเร็วขึ้น

ย้ำ ต้องกินต่อเนื่อง ห่วงคนใช้แรงงานหนัก เชื่อว่า ได้ออกกำลังกาย ชี้ ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเครียด แนะออกกำลังกายเพิ่มหลังเลิกงาน
       
       นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจเยี่ยมการดำเนินงานดูแลสุขภาพ 5 กลุ่มวัยในตำบลจัดการสุขภาพของ

อสม. ในพื้นที่ 4 ภาค ได้รับรายงานจาก อสม. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชน 2 เรื่องสำคัญ ที่ต้องเร่งสร้างความเข้าใจประชาชน คือ 1. พฤติกรรมการกินยาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง

ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่พบมากที่สุดทั้งในเขตเมือง และชนบท โดยผู้ป่วยบางคนไม่กล้ากินยารักษาตามที่แพทย์สั่ง เพราะยามีหลายเม็ดต้องกินทุกวัน กลัวว่า กินไปนาน ๆ จะเป็นโรคไตวายเร็ว กลัวตับแข็ง

เช่น บางพื้นที่ใน จ.นราธิวาส มีผู้ป่วยไม่ยอมกินยาต่อเนื่องในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 70 บางคนหยุดยาเอง เพราะเห็นว่าอาการปกติดี จะกินเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น รู้สึกมึนศีรษะ เป็นต้น

พบมากในกลุ่มอายุ 40 - 60 ปี โดยมีเพียงร้อยละ 30 เท่านั้นที่กินยาตามการรักษาของแพทย์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป 
       
       “ขอย้ำเตือนและสร้างความเข้าใจว่า ทั้ง 2 โรคนี้ เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ โดยผู้ป่วยต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 3 เรื่องหลัก

ได้แก่ กินยาต่อเนื่องตามการรักษาของแพทย์ ออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร ผลของการกินยาต่อเนื่องจะป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน ที่สำคัญ คือ โรคไตวาย โรคหัวใจ ได้ และในทางตรงกันข้าม

หากไม่กินยา ผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมอาการได้ และจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่กล่าวมาได้เร็วขึ้น ส่งผลให้การดูแลยุ่งยากขึ้น” นพ.ประภาส กล่าว
       
       นพ.ประภาส กล่าวว่า 2. การออกกำลังกาย ยังมีประชาชนทั้งที่ป่วยและไม่ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานประเภทต้องใช้แรงงานหนัก ทำงานในสวนไร่นา เช่น เกษตรกร เข้าใจผิดว่าการทำงานหนัก

เป็นการออกกำลังกายเพียงพอแล้ว ไม่ต้องหาเวลาออกเพิ่มเติมอีก ซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการนั้น ขอเรียนว่า การทำงานหนักไม่จัดว่าเป็นการออกกำลังกาย

เนื่องจากในขณะที่ทำงาน เป็นช่วงที่สมองทำงานหนักมีความเครียดไปด้วย มีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมา เรียกว่า คอร์ติซอล (Cortisol) ไม่ส่งผลดีต่อร่างกาย ร่างกายมีความเหนื่อยล้าแทน 

สำหรับการออกกำลังกายนั้น เป็นการทำกิจกรรมหลังจากเลิกทำงาน เลิกเรียน สมองจะอยู่ในช่วงพักผ่อน การออกกำลังกาย จะกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่มีชื่อว่าเอ็นโดรฟิน (Endorphine)

ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข ส่งผลดีทำให้รู้สึกสดชื่น มีอารมณ์ดี และนอนหลับสนิท ดังนั้น จึงพบว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้มีอารมณ์ดี ลดความเครียดได้

จึงได้ให้ อสม. ทั่วประเทศเร่งให้ความรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั้ง 2 เรื่องที่กล่าวมาโดยเร็ว และกระตุ้นให้ประชาชนตั้งแต่อายุ 7 ขวบขึ้นไป ออกกำลังกายต่อเนื่อง

อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที เพื่อทำให้สุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคไม่ป่วยง่าย
 

ขอบคุณ MGR Online

สิริสวัสดิ์จันทรวารค่ะ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่หมี วันที่ : 05/10/2016 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ผู้ป่วยเบาหวานความดันมารายงานตัวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นพพลroadside วันที่ : 04/10/2016 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roadsidstory
Riding my life

การทำงานหนักไม่ใช่การออกกำลังกาย- อันนี้ต้องจำไว้เป็นความรู้เลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อึ่งปากขวด วันที่ : 03/10/2016 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ongtong

ขอแชร์นะคะ เป็นผู้ป่วยเบาหวานความดันค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2016 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]