*/
  • Nity
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonyatikan59@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 3220
  • จำนวนผู้ชม : 4549687
  • จำนวนผู้โหวต : 1948
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1948 คน
คอนเสิร์ต คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 6

คมชัดลึก อวอร์ด ประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง และเพลงไทยสากล ที่เซ็นทรัล เวิร์ล

View All
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


อยากให้บล็อกเกอร์ Nity เขียนเรื่องใดในบล็อกมากที่สุด
การเมือง
202 คน
เศรษฐกิจ
12 คน
สังคม
16 คน
บันเทิง
36 คน
วรรณกรรม
9 คน
อาชญากรรม
8 คน
ภาคประชาชน
10 คน
การศึกษา
21 คน
กีฬา
8 คน
อื่นๆ
16 คน

  โหวต 338 คน
วันอังคาร ที่ 28 สิงหาคม 2550
Posted by Nity , ผู้อ่าน : 4779 , 16:22:56 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อ่านบทความของ ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ อุปนายกสมาคมชาวอีสาน ใน ประชาไท ที่ว่าด้วย มายาคติหลังประชามติ: คนเหนือใจง่าย คนใต้ใจดำ คนอีสานโง่ คนกรุงเห็นแก่ตัว คนไทยขี้เกียจ!?

น่าสนใจครับ

ไม่ว่า ผลประชามติจะสะท้อนอะไรออกมา.. แต่ในเชิงมายาคติขอคนในประเทศนี้ เป็นไปในแนวทางนี้หรือเปล่า?

คนเหนือใจง่าย
คนใต้ใจดำ
คนอีสานโง่
คนกรุงเห็นแก่ตัว

และคนไทยขี้เกียจ

ถ้าเป็นไปในแนวทางนี้ ก็ถือว่าเรา "ดูถูก" หรือ "ดูผิด" ในความเห็นที่แตกต่าง,ความเชื่อที่มุ่งมั่นในการไปกากบาท รับ ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ...

ทั้งๆ ที่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ชวนวิเคราะห์สังเคราะห์ด้วยว่า บ้านเมืองเรามีหลักคิดที่เป็น "สิ่งที่ถูกต้อง" จริงๆ หรือเปล่า

หรือเราใช้วิจารณญาณของถูกผูกติดค่านิยมแบบ "ผิดๆ" หรือ "ถูกๆ" มาโดยตลอด!

อะไรที่จะเป็น "หลัก" สำคัญในการที่จะควรคิดคำนึงเวลาตัดสินใจเรื่องใดหรือหนึ่งได้ดีที่สุด

..ถามผู้แสวงหาทั้งหลายย...!!

1.มายาคติเรื่อง “คนเหนือใจง่าย คนใต้ใจดำ คนอีสานโง่ คนไทยขี้เกียจ*      

น่าประหลาดใจที่ว่า ภายหลังการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมทื่ผ่านมานั้น เหตุและผลของมันได้กลายเป็นรอยร้าวลึกๆ ในหมู่ประชาชนคนไทย ดังที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

            เสียงวิจารณ์หนักหนาสาหัสนั้นเริ่มจากมายาคติเดิมๆ ที่ครอบงำสังคมมาด้วยวลีหยาบๆ ว่า “คนเหนือใจง่าย คนใต้ใจดำ คนอีสานโง่ คนกรุงเห็นแก่ตัว และคนไทยขี้เกียจ”

            ดูเหมือนว่าเสียงสะท้อนของการวิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้เราหลุดพ้นจากหล่มปลักแห่งมายาคตินี้เลย อาทิ

            -คนเหนือทำไมใจง่ายนัก แม้จะลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญทั้งภาค แต่คะแนนรับร่างก็เกือบสูสีกัน ลืมคุณงามความดีของอดีตนายกฯทักษิณได้ง่ายดายอะไรขนาดนี้

            -คนอีสานก็โง่อย่างนี้แหละ เห็นแก่เงินไม่กี่บาทแล้วก็ลงมติไม่รับร่างฯ กันทั้งภาค แบบนี้ก็ถือว่าเป็นภาคที่ด้อยพัฒนา อย่างนี้ก็ไม่มีวันเจริญเสียที ถือเป็นอุปสรรคการพัฒนาประเทศชาติ

            -คนใต้ทำไมใจจืดใจดำกับคุณทักษิณนัก ทั้งที่คุณทักษิณเคยช่วยให้ราคายางดีขึ้นขนาดนั้น แล้วเป็นไงตอนนี้ลองกองก็ราคาตก มังคุดเอย เงาะเอยแย่ไปหมด แล้วยังไปรับร่างของพวกเผด็จการอีก ไม่ได้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยเลย

            -คนกรุงเทพฯก็งี้แหละเห็นแก่ตัว ที่ไปรับร่างรัฐธรรมนูญซะเยอะก็เพราะไม่อยากให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการทำมาหากิน ช่างเห็นแก่ได้เฉพาะหน้าจริงๆ

            -คนไทยนี่ขี้เกียจชะมัด แทนที่จะอ่านหนังสือร่างรัฐธรรมนูญให้เข้าใจซะหน่อย เขาอุตส่าห์ส่งไปให้ถึงบ้านก็ไม่ยอมอ่าน ไปบ้าเห่อรับ-ไม่รับตามกระแส แล้วบ้านเมืองมันจะพัฒนาไปได้ไง

2.ความแตกต่างในเชิงสร้างสรรค์:ลึกๆ แล้วทำไมคนอีสานไม่รับร่างฯ 

แต่หากทะลุด่านม่านมายาคติไปแล้ว เราอาจพบเหตุผลที่แท้จริงของการรับร่างหรือไม่รับร่างตามเนื้อผ้าดังนี้ครับ

            *คนเหนือนั้นก็ไม่ได้ใจง่าย ผลรวมที่คนภาคเหนือลงประชามติไม่รับร่างชนะฝ่ายรับร่างไปเล็กน้อยทั้งภูมิภาคนั้นก็สะท้อนอยู่แล้วว่า คนเหนือมีเหตุมีผลตามสมควรแก่กรณี ผลถึงออกมาก้ำกึ่งอย่างนั้น

            *คนใต้ก็ไม่ได้ใจดำ-อาจมีเหตุผลลึกๆ เช่นคนใต้มีอุดมการณ์ไม่ให้เงินทองอามิสสินจ้างมีผลต่อการลงประชามติของตน หรือคนใต้นั้นนิยมชมชอบพรรคประชาธิปัตย์เป็นส่วนมาก เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีธงชัดเจนว่าจะรับร่าง คนใต้ก็ย่อมรับร่างตามไปด้วย ไม่ได้เกี่ยวว่าคนใต้รับร่างเพราะนิยมชมชอบการทำรัฐประหาร หรือไม่เกี่ยวกับว่าไปใจจืดใจดำกับคุณทักษิณแต่ประการใด

            *คนกรุงก็ไม่ได้เห็นแก่ตัว คนกรุงอาจเห็นแก่ประเทศชาติส่วนรวม ไม่อยากให้บ้านเมืองต้องเผชิญหน้ากัน และนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายไม่จบหากผลออกมาว่าไม่รับร่าง จะได้เลือกตั้งไวๆ กระทั่งอยากให้ คมช.ออกไปให้พ้นไวๆ เมื่อเลือกตั้งได้ไวๆ ไม่เกี่ยวกับว่าคนกรุงเห็นแก่ตัวเห็นแก่ปากท้องซะหน่อย

            *คนไทยก็ย่อมไม่ขี้เกียจเช่นกัน เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเทคนิคเอามากๆ ภาษาต่างๆ ก็เป็นเรื่องกฎบัตรกฎหมาย ประชาชนชาวบ้านก็ย่อมต้องเปิดกว้างรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญ แล้วตัดสินใจ ไม่ใช่ว่าขี้เกียจอ่าน ทั้งที่เขาส่งหนังสือร่างฯ เล่มสีเหลืองมาให้อ่านแล้ว

            *คนอีสานก็ไม่ได้โง่หรือรับเงินแล้วไม่รับร่าง ซึ่งในฐานะอุปนายกสมาคมชาวอีสาน (สมาคมนี้ก่อตั้งโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกสมาคมคนแรก,นายกสมาคมคนปัจจุบันคือพลเอกพินิจ โจมพรม มีพลเอกรณชัย ศรีสุวรนันท์ เป็นประธานที่ปรึกษาสมาคมชุดปัจจุบัน) ผมคงจะอธิบายได้ดังนี้

            1.การประกาศตัวของชาวอีสานว่าพวกเราคือคน และไม่ใช่พลเมืองชั้นสองของประเทศนี้-โดยมายาคติที่สร้างกันมานั้น คนอีสานคือคนเชื้อชาติลาว เป็นบักเสี่ยว (เราไม่ปฏิเสธฐานะทางประวัติศาสตร์ของเรา เราภาคภูมิใจเสมอในสิ่งที่บรรพบุรุษสานสร้างและสืบสาน) แต่ในเมื่อคนอีสานได้ละทิ้งการต่อต้านอำนาจรัฐจากส่วนกลางมานานพอสมควร (ดังกรณีกบฎผู้มีบุญนับ 18 ครั้งตลอดประวัติศาสตร์ปลายกรุงศรีอยุธยามาจนถึงปีพ.ศ.2502) เป็นที่มาของสำนวน “ลืมชาติ” ก็เพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งอันเดียวอย่างกลมเกลียวกับประชาชาติไทยทั้งมวล ในบัตรประชาชนทุกคนนั้นต่างมีทั้งสัญชาติและ “เชื้อชาติ” ไทย ดังนั้นเราก็สมควรได้รับการพิจารณาฐานะเป็นไทยอย่างภาคภูมิด้วย

            ทว่าพี่น้องร่วมชาติของเราจำนวนไม่น้อยก็ยังเห็นคนอีสานเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศนี้ สิ่งที่คนอีสานคิด ทำ ตัดสินใจหากไม่น่าขบขันชวนตลก ก็ดูโง่ ไร้คุณภาพไปเสียทั้งนั้น

            เมื่อคนภูมิภาคนี้เลือกพรรคการเมืองหนึ่งเข้าไปบริหารประเทศ พี่น้องร่วมชาติร่วมแผ่นดินของเราส่วนหนึ่งก็ตราหน้าว่ามาจากคนอีสานเลือก เลยไม่มีคุณภาพมาจากการซื้อเสียง และเมื่อจัดการเลือกตั้งอีกครั้งในวันที่ 2 เมษายน 2549 คนอีสานเลือกพรรคนั้นเข้าไปอีกครั้งก็ถูกตราหน้าเช่นเดิม และไม่เคารพต่อการตัดสินใจของคนอีสาน ตัดสินให้การเลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะ และซ้ำร้ายทำการรัฐประหาร 19 กันยาฯ ดังว่าเสียงของคนภูมิภาคนี้ไร้ความหมายใดๆ และจะทำอะไรก็ได้

            ปรากฎการณ์ทำนองนี้คนอีสานเขาเรียกว่า “ตีนช้างเหยียบปากนก” และเมื่อช้างง้างตีนขึ้นไป เปิดโอกาสให้นกได้ส่งเสียงซะบ้างในการลงประชามติ 19 สิงหาฯ มติอันท่วมท้นของคนอีสานด้วยการ “ไม่รับ”นั่นก็เป็นช่องทางเดียวที่นกจะร้องออกมาได้

            เหตุใดเมื่อนกร้องออกมาด้วยเสียงอันแหบพร่าทว่าทรงพลัง ช้างจะหวนมาเหยียบปากนกอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?

            2.ความสืบเนื่องอันมาแต่เศรษฐกิจและวิถีชีวิตของพลเมืองอีสาน-อีสานปรับตัวครั้งใหญ่หลังแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ เมื่อปีพ.ศ.2504 คนอีสานจากเดิมผลิตแบบยังชีพพออยู่พอกินพอเพียง มาเป็นการผลิตพืชผลการเกษตรเชิงเดี่ยวเพื่อส่งขายโรงมันฯ โรงปอ โรงอ้อยแล้วส่งออกไปยังสหภาพยุโรป แต่โครงสร้างพื้นฐานนั้นกลับไม่เอื้อ ต้องขนข้าว ขนปอใส่เกวียนมาขายในเมือง

            ดังนั้นเมื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แห่งพรรคกิจสังคม มีนโยบาย “เงินผัน ประกันราคาพืชผล”สร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนนคึกฤทธิ์ บ่อน้ำคึกฤทธิ์ อะไรๆ ก็คึกฤทธิ์ ก็เป็นธรรมดาว่าต้องเป็นพรรคขวัญใจคนอีสานในพ.ศ.นั้น เพราะทำให้เรามีถนนหนทางขนพืชผลการเกษตรออกไปขายสะดวก อ้อยจะได้ไม่แห้งกรอบจนน้ำหนักฮวบฮาบขายไม่ได้ราคา ปอจะได้ไม่แห้งจนน้ำหนักหายไปครึ่งต่อครึ่งเมื่อถึงโรงงานรับซื้อพืชผล ฯลฯ

            ก็ดังนั้นเมื่อพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ จัดตั้งพรรคความหวังใหม่บอกว่าจะทำให้อีสานเขียว นายประจวบ ไชยสาส์น บอกว่าจะผันน้ำโขงมาลงโขง-ชี-มูล พวกเราจึงเทเสียงให้ เพราะน้ำใช้ในการเกษตรของเราจำเป็นต่อพืชผลการเกษตรที่ต้องส่งไปขาย (ขายเพื่อมีเงินมากินมาใช้ มาส่งลูกไปเรียนหนังสือในเมือง จะได้ไม่โง่ ไม่จน ไม่เจ็บ ไม่ถูกดูหมิ่นถิ่นแคลน) คนอีสานก็ต้องเลือกพรรคการเมืองเหล่านี้

            คนอีสานเป็นภูมิภาคที่ยากจน (พรรคไทยรักไทยของอดีตนายกฯ ทักษิณก็บอกว่าถ้าเช่นนั้นจะตั้งกองทุนให้หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท), เจ็บ (พรรคไทยรักไทยออกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค),โง่ (พรรคไทยรักไทยมีนโยบาย 1 โรงเรียน 1 อำเภอ และให้ทุนหวยใต้ดินไปเรียนเมืองนอก) สิ่งเหล่านี้ไม่เฉพาะพรรคไทยรักไทย หรือทักษิณ ขอให้เป็นพรรคไหนก็ได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังได้ หรือพรรครักชาติก็ไม่ว่า หากตอบสนองความต้องการที่แท้จริง คนอีสานก็พร้อมเทคะแนนเสียงให้

            มันไม่ใช่เรื่องเงิน 50 บาท 200 บาทฟาดหัวกัน แล้วคนอีสานที่ “โง่-จน-เจ็บ”ก็ไปเลือก หย่อนบัตรไป 4 วินาทีไว้เจอกันใหม่อีก 4 ปีข้างหน้า

            ก็ดังนั้นเองคือการตัดสินใจเลือกของคนอีสานล้วนผูกพันกับวิถีการผลิต วิถิเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตภายใต้ระบบเศรษฐกิจการตลาดสมัยใหม่

            ทำไมพี่น้องร่วมชาติของเราจึงละเลยผ่านข้ามความจริงข้อใหญ่เช่นนี้ และดูหมิ่นถิ่นแคลนว่าคนอีสานเป็นทาสน้ำเงินไม่กี่บาท...น่าอนาถใจแท้ๆ

            3.ผู้แทนคนจน ผู้แทนในอุดมคติของชนชาวอีสานหน้าตาเป็นเช่นใด
            ด้วยมายาคติที่ดูหมิ่นถิ่นแคลนทำให้จินตนาการนั้นผิดพลาดบกพร่องมองเห็นแต่ “โรคร้อยเอ็ด”ภาพของคนอีสานพากันขายเสียง 200 ซื้อเหล้าขาวได้ไม่กี่ขวด ซื้อยาทัมใจไม่กี่ซอง...
            คนอีสานนั้นเลือกผู้แทนของเราแบบที่เป็นขวัญใจของเราในฐานะผู้แทนในอุดมคตินั้นมากต่อมาก 
            -สมัยเมื่อแรกประชาธิปไตยไม่นาน คนอย่างนายเตียง ศิริขันธ์ ผู้ได้ชื่อเป็นขุนพลภูพานในการสร้างขบวนการเสรีไทยสายอีสานต่อต้านญี่ปุ่นผู้รุกราน, นายจำลอง ดาวเรือง , นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ,นายถวิล อุดล หรือนายครอง จันดาวงศ์ คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้รักชาติรักประชาชน และถูกสังหารโหดในยุคมืดเผด็จการครองเมือง
            -คนที่เป็นนักอุดมคติอย่างนายแคล้ว นรปติ นายทองปักษ์ เพียงเกษ นายทองใบ ทองเปาว์ พันเอกสมคิด ศรีสังคม เหล่านี้ย่อมไม่ใช่นักอุดมคติที่รักชาติรักประชาธิปไตย ผ่านคุกตะรางเผด็จการมาดอกหรือ คนอีสานเลือกบางท่านตั้งแต่หนุ่มยันชรา บางท่านทำหน้าที่ถึงวันสุดท้ายของชีวิต คนเหล่านี้เคยซื้อเสียงดอกหรือ แค่คนอีสานรู้ว่าลงเลือกตั้ง นอกจากจะเทเสียงให้ท่วมท้นแล้วยังช่วยเป็นหัวคะแนนอาสาสมัครให้อีกด้วย ก็ย่อมไม่ต่างจากคนใต้ชื่นชมในอุดมการณ์ของชวน หลีกภัยแม้แต่กระผีก....เงิน100-200 เท่านั้นเองหรือที่เป็นเหตุผลให้คนอีสานโหวตเลือกใคร??!
            -แม้กระทั่งปัจจุบัน คนที่ไม่ได้มีเงินมีทองอะไรเลยก็เป็นผู้แทนของคนอีสานตั้งมากตั้งมาย และผู้แทนหมาหลงแบบสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ หรือพงส์ สารสินก็เคยไปแพ้ยับเยินในสนามเลือกตั้งอีสานมาแล้ว
            4.คนอีสานในฐานะส่วนหนึ่งของประชาชาติไทย และในฐานะพลเมืองที่มีศักดิ์ศรี-ผมไม่ได้คิดไปอย่างอื่นกว่านี้เลย ก็ในเมื่อคนอีสานทั้งภูมิภาค ไม่มีใครแล้วที่คิดว่าตนเป็นเชื้อชาติอื่น หรือไม่เคยทวงถามด้วยซ้ำไปว่าจากกรุงสุโขทัย สู่อยุธยา มารัตนโกสินทร์นั้น ประวัติศาสตร์ของพวกเรา “หายไปไหน ทำไมจู่ๆ มาโผล่ขึ้นแบบลอยๆ ราวกับว่าบ้านเชียงอันยืนยาวราว 5,000 ปีนั้น ไร้พัฒนาการที่สืบเนื่อง...
            ชาวอีสานประกาศตนอย่างเต็มภาคภูมิว่าเราคือไทย และสามัคคีกลมเกลียวอย่างเหนียวแน่นกับความเป็นไทย ไม่คิดจะแยกชาติแยกแผ่นดิน แต่พี่น้องร่วมชาติที่รักพร้อมจะยอมรับหรือยังในสิ่งที่เราเป็นอยู่ เป็นมา และอยากจะเป็น และเคารพต่อการตัดสินใจของพวกเราว่าล้วนมีบริบทความเป็นมาอันสมเหตุสมผลทุกประการ และสิ่งที่คนอีสานได้ตัดสินใจลงประชามติไปนั้นเป็นความภาคภูมิใจที่คนอีสานได้ตัดสินใจลงไปเช่นนั้น
            ในเมื่อ “ตีนช้างเหยียบปากนก”เราก็จะไม่ร้อง แต่หากตีนช้างง้างขึ้น เราก็จะร่ำร้อง แม้เสียงนั้นจะแหบพร่า และนำพาซึ่งการเย้ยหยัน
            อีสานก็ยังพร้อมที่จะสงบเสงี่ยมในฐานะพลเมืองของประเทศนี้ แต่เป็นความสงบเสงี่ยมที่มีศักดิ์ศรีเกียรติยศ และพร้อมจะเดินหน้าไปสู่การพัฒนาประเทศร่วมกับประชาชาติไทยทุกภาคส่วน ด้วยการเคารพต่อการตัดสินใจของคนไทยทุกๆ คน ทุกภูมิภาคว่าล้วนมีเหตุมีผลมีความเป็นมา โดยเราจะไม่มองหรือตัดสินด้วยอคติอันฉาบฉวย
           แต่หากผู้ทรงอำนาจ และประชาชาติไทยไม่ต้องการเช่นนั้น เราก็พร้อมจะให้ท่านเป็นช้างเหยียบปากนกต่อไป โดยไร้การทัดทาน ไร้การต่อต้าน ไร้การทวงถามความเป็นธรรมใดๆ เพราะตลอดประวัติศาสตร์ของเรานั้น คนอีสานเป็นนกที่ถูกช้างสารเหยียบปากมาอย่างยาวนานและชินชาเสียแล้ว





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ดร.ส้ม วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 09.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sudtida

เป็นความจริง...อย่าพยายาม ปฏิเสธเลย ว่า ประเทศไทย ประกอบด้วย กลุ่มคน หลายชาติพันธุ์ กลุ่มเล็กกลุ่มน้อย...เรารวมกันแต่อาณาเขต...แต่ในเรื่องความคิด...นั้นไม่ได้รวมกัน... มีแต่ การขอร้องจาก ผู้ใช้อำนาจรัฐ ในการบอกให้ยอมรับ ให้อยู่ร่วมกัน ... แม้บ่อยครั้ง จะ ไม่ได้ได้รับความเป็นธะรม จากการใช้อำนาจรัฐ ก็ตาม...

ผลประชามติที่ผ่านมา น่าจะช่วยทำให้...ผู้ใช้อำนาจรัฐ ได้หันมาวิเคราะห์ ให้จริงจังลึกซึ้ง และ ร่วมกันหาทางออก จริงจัง ...เสียที เพราะจากนี้ไป...การเมืองในวันนี้และวันพรุ่งนี้ การแสดงออก จากกลุ่มคนเหล่านี้ ต่อ ความไม่เป็นธรรม ดังกล่าว จะเริ่มมีมากขึ้นในรูปแบบต่างๆ...เรื่องสำคัญ ที่ต้องระวัง คือ อย่าปล่อยให้คนเข้ามาหาประโยชน์และใช้ประโยชน์ (มารจำแลง) จากความคิดนี้...หาประโยชน์ให้ตัวเอง เข้าสู่แกนอำนาจ โดยละเลย การพยายาม สมานความคิด และลดช่องความไม่เป็นธรรม นั้น

สมานฉันท์ ที่แท้...คงไม่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ แค่คำพูดและการรณรงค์ฉาบฉวย เหมือนอย่างในอดีต...เพราะวันนี้ เขาไม่เชื่อ และลุกขึ้นมาเลือก วิธีการในการต่อสู้ เพื่อสะท้อนความคิด ของเขาจริงๆ... สมานฉันท์ ที่แท้ จะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อ...สมานความคิด ตกผลึกร่วมกัน หาทางออกร่วมกัน และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำถาม ที่พวกเขา คาใจ ได้รับ การตอบ ทั้งคำพูดและการกระทำ ต่างหาก

ขอเชิญ ท่านที่สนใจ อ่านต่อ เรื่อง "ประชามติ...ในฝัน" ที่นี่ค่ะ

http://www.oknation.net/blog/sudtida/2007/08/16/entry-1

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
lalil วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 21.02 น.
http://www.isaanimports.com

อ่านหัวข้อฟังดูบ้านๆ
แต่เนื้อหาการเมืองจ๋าจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ATTS37 วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/worawut

ก็ว่ากันไป ยังขาดนะ ภาคตะวันออก ตะวันตก กลาง ด้วย
ตามสบายเลยครับ อยากทำอะไรก็ทำ...แต่อย่าลืมนะครับต้องอ้าง 3 ประดังนี้ด้วย
- ประชาชน
- ประชาธิปไตย์
- ประเทศชาติ
ไม่งั้นไม่สมบูรณ์แบบครับ....เชิญเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คนอ่าน..งง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
แม่น้องฯ วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

ไม่อยากให้เอาเรื่องแบ่งภาค เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ข้อด้อยต่างๆมาเป็นประเด็นเลย เพราะแค่สามจังหวัดภาคใต้ก็ยุ่งจะตายกันหมดอยู่แล้ว

ของอย่างนี้มันเป็นเรื่องธรรมดา ประชาชนพื้นที่ไหนเขาได้ประโยชน์จากนักการเมืองพรรคใด คนใด เขาก็ย่อมรักย่อมเทคะแนนให้พรรคนั้นเป็นธรรมดา

แต่อย่ารักจนลืมคิดไปว่า
มีนักการเมืองคนไหนต้องการควักกระเป๋าจ่ายเงิน แจกของ ให้ประชาชนฟรีๆ โดยไม่คิดเอาทุน เอากำไรคืนบ้างไหม และไอ้ที่ว่าได้ถนนหนทาง หรืออะไรทั้งหลายจากนักการเมืองนั้น ได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยของงบฯหรือไม่ หรือว่าได้แค่เศษๆ มาก็ดีใจแล้ว

ต่อไปนี้ใครได้ตั้งรัฐบาลต้องกล้าๆลงทุน รวมทั้งกล้าสร้างภาพด้วย แล้วประชาชนจะรัก ส่วนอนาคตบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ช่างมัน เพราะพรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ล้านเล็กๆ วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lan-car-fair

...นั่งนิ่งๆ

กระดิกเท้า...

...เชียร์บอล

คุยกับทนาย...ดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tanatach วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ดีนะ..ที่ยกมาทุกภาคส่วน
ถ้ามีมาทีละภาค.....ฮึมม...เกิดจราจลแน่เชียว
ใครเขาว่า...คนโง่ยิ่งขยัน...เขาจะยิ่งจนลง.....ไม่จริงนะ...
แต่น่าคิด
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Watchpuppy วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watchpuppy

หันซ้ายหันขวา... ทำไมเจอแต่คนนิสัยเดียวกับเราหมดเลย...?

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Hudjung วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 16.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hudjung

สวัสดีค่ะ น่าคิด ส่วนที่ไม่ออกมาลงประชามติก็น่าสนใจในการเลือกตั้งที่จะมีถึง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

นั่นสิ นะคะ
งง กับคนไทยเหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
noopuk วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konmanruk
นับหนึ่งถึงร้อย++++++เพื่อรอคอยคนๆหนึ่งให้กลับมา++++++

ไม่รู้เหมือนนะ...........คนไทยรักสบายมากกว่า
ไม่มีใครใจร้ายใจดำหรอก เปลี่ยนเป็นคนไทยใจ1 เดียวกันนะ
สวัสดีค่ะ....สวัสดีตอนบ่ายๆๆแวะมาทักทายตอนกลับบ้าน ทำงานเหนื่อยไหมค่ะ ฝากบล๊อท ด้วยนะค่ะ http://www.oknation.net/blog/konmanruk/2007/08/28/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน