*/
  • Nity
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonyatikan59@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 3220
  • จำนวนผู้ชม : 4542044
  • จำนวนผู้โหวต : 1948
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1948 คน
คอนเสิร์ต คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 6

คมชัดลึก อวอร์ด ประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง และเพลงไทยสากล ที่เซ็นทรัล เวิร์ล

View All
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


อยากให้บล็อกเกอร์ Nity เขียนเรื่องใดในบล็อกมากที่สุด
การเมือง
202 คน
เศรษฐกิจ
12 คน
สังคม
16 คน
บันเทิง
36 คน
วรรณกรรม
9 คน
อาชญากรรม
8 คน
ภาคประชาชน
10 คน
การศึกษา
21 คน
กีฬา
8 คน
อื่นๆ
16 คน

  โหวต 338 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 4 กันยายน 2551
Posted by Nity , ผู้อ่าน : 815 , 13:23:21 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องสั้น  :  ผูกขาดรสนิยม

ร้านเหล้าแห่งนั้น เป็นเหมือนเวทีโต้วาทีของผมและเพื่อนเสมอมา รอบบริเวนร้านเหล้าเหงาคน ไม่ค่อยมีใครเข้าไปแวะเวียนใช้บริการมากนัก ซึ่งก็เป็นธรรมดายุคข้าวยากมากแพงอย่างนี้ แถมตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินเสียอีก ร้านเหล้าจึงเหงาตาเลยทีเดียว

"ค... มานานยังว่ะ"

เพื่อนผมทักทายตามประสาภาษาแถวบ้านมันใช้

"สัด... แดกเหล้ารอเป็นแก้วแล้ว"

ผมทักทายตาประสาภาษาแถวบ้านมันใช้ อย่างว่าเข้าเมืองตาหลิวต้องหลิวตาตาม ผมไม่ใช่ขี้เหล้า แต่ก็มีความเป็นคอเหล้าที่ถึงไหนถึงกันไม่น้อย

"ไงว่ะ.. หัวฟ้ามึง เล่นกันทั้งเครือเลยนะ"

เพื่อนผมนั่งลง พร้อมเปิดฉากสนทนาทันที คงไม่พ้นเรื่องการเมือง เถียงกันกี่รอบก็ไม่รู้จบ เถียงกันตั้งแต่เสียงเบาๆ จนถึงขึ้นเสียงดังทั่วบริเวณ เสี่ยงโดนกระทืบมาหลายครั้งแล้ว แต่ด้วยความพอประมาณ รู้จักลดราวาศอก ผมและเพื่อนจึงรอดจาก "ทีน" มาโดยตลอด

"กูชัดเจน.. หัวเขียวมึง จะทำเป็นอีแอบ รอเชียร์ฝ่ายได้เปรียบเสมอ ทำไมไม่เคลียร์ว่ะ"

เพื่อนผมนิ่ง ยกแก้วเหล้าหวานบาดคอ พลันสวนกลับทันควัน

"เวน.. เขาไม่นิยมส่งเสริมความรุนแรง ไม่เหมือนเมิง"

เพื่อนผมเคยบริภาษท่าทีผมหลายครั้งว่า อย่าไปชัดเจนใน "ท่าที" ขนาดนั้น เรื่องการเมือง ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มันเหมือนละคร เมื่อถึงตอนใกล้จบ มันอาจหักมุม คู่กรณีหันไปจูบปากกันแล้วจบแบบแฮบปี้แอนด์ดิ้งก็ได้ เวลานั่นแหละ คนที่เคยเออออหอหมกตาม จะกลายเป็นพวกอารมณ์ค้าง ผิดหวังกับอุดมการณ์ที่ได้สู้มา

ผมก็คิดเช่นนั้น ทำใจล่วงหน้ามาว่า การเมืองก็เป็นเรื่องพรรด์อย่างนี้ วัฏจักรวงจรอุบาทว์ ไม่เคยหายไปจากการเมืองสังคม แม้เคยแอบหวังว่า เมื่อเราจัดเจน ตั้งใจ คงพลิกล้างความระยำตำห่าของวงจรผู้แทนฯหลอกแดกประชาชนไปได้

จังหวะห้วงคิดนั้น ผมสวนเหมือนคืนว่า

"อย่าเอาอาณาจักรความกลัว มาเป็นกำแพงกันความรับรู้ถูกผิด และแสดงออกด้วยการนิ่งเฉย"

ผมคิดว่า ผมเหมือนโดน "จัดตั้ง" จากปัญญาชนฝ่ายซ้ายที่หันมามีหัวคิดแบบขวา ด้วยความสมยอมเพราะศึกษาระบบทุนในจีนแล้ว ความเสมอภาพ ภราดรภาพ ไม่มีจริง เพราะเมื่ออ้าแขนรับทุน ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจนเริ่มห่างออกไปทุกที ซึ่งเห็นได้ชัดว่า "ระบอบการเมือง" ไม่ได้จัดระบบทุน บริโภคนิยม อันเป็นเครื่องมือสำคัญทุนสามานย์ คืออาวุธทำลายสังคมให้แย่งชิงกันเกินพอดี

"ยิ่งเห็นเมิง เขียนในบล็อก กูว่าสุดโต่งไปกับแก๊งค์ออฟไฟท์มากไปหรือเปล่า"

ผมยิ้ม พร้อมยกหมดแก้ว เพื่อนซัดผมต่อ

"กูว่า เมิงเขียนกวี เรื่องสั้น หรือว่า วรรณกรรมดีกว่า กูกลัวแนวร่วมเมิง เสพงานเมิง จนไม่ยั้งคิด ออกไปสู้กันบนถนนราชดำเนินอีก"

ผมถือแก้วเหล้าค้างไว้ พร้อมส่ายหัว ไม่ยอมรับ

"เหี้..ย กูพูดจริงๆ เมิงนั่งเรียบเรียงความคิดดีๆ กูว่าจะได้หนังสือสักเล่ม ดีกว่าจะมาปลุกเร้าทางความคิดอย่างนี้"

เพื่อนผมออกลายสั่งสอน ผมวางแก้วนั่งเสียงกระแทกดัง และพูดว่า

"แม่ง กูไม่สารพัดสัดสักแต่ว่าทำ แท้งค์เมิงที่แนะนำ แต่กูก็ไม่เห็นเมิงทำ"

"กูไม่มีลีลาเขียนเท่าเมิง" มันแย้ง

ไม่ได้เท้าความว่า ในสมัยเรียนทำหนังสือพิมพ์ปฎิบัติในมหาลัยด้วยกัน ไอ้หมอนี้เป็นนักพูดถนัดวิจารณ์มากกว่าเขียน วิจารณ์การเขียนข่าวเพื่อนจนเละไม่มีชิ้นดี และอาจารย์ก็เชื่อน้ำคำเสียด้วย แม้ว่างานเขียนข่าวตัวเองจะไม่ดีเด่นเกินใครก็ตาม

"ชีวิตกู ชีวิตคนเรา มันจะตายสักกี่ครั้ง จะตายตอนแก่ หรือจะตายเดี๋ยวนี้ หรือไม่ และมันก็ไม่ได้อยู่ที่ว่า จะคุ้มค่ากับสาเหตุการตายหรือเปล่า และไม่ต้องการให้ยกย่องว่ามีคุณงามความดีอะไรหรอก กูว่าตายไปคงไม่ได้รับรู้ใครพูดอะไร แค่ไม่ฆ่าตัวตายก็พอแล้ว.. นั่นหมายความว่าชีวิตหนึ่ง เราได้ทำอะไรสักอย่าง มุ่งสู้สุดพลัง จะตายห่า ตายโหง ก็สุดแท้แต่ ทำไปเถอะ โดยมีความตั้งใจทำในความถูกต้องพอสมควร เท่านั้น ก็เสมือนเรามีเป้าหมายชีวิต ที่นอกเหนือจากหาคู่สืบพันธ์แล้วดูหน่อเนื้อสายเลือดแค่นั้น"

ผมตอบแบบยี่ยวนกวนบาทา
"ช่างแม่ง"

เพื่อนใบ้แดก นิ่งแล้วซดเหล้าใบหน้าเยือกเย็น

ผมรุกต่อ
"ที่กูเขียนบล็อก ก็เหมือนที่กูเคยบอกว่า เป็นการรับใช้ความคิดส่วนตัวที่ดิบในกระมลสันดาน ใครอ่านก็ดี ใครด่าก็ดี ใครไม่ชอบก็ดี เหมือนเข้าส้วมถ่ายความอัดอั้นตันใจ ปล่อยออกไปแล้ว สามารถนอนหลับกินอิ่มได้ ก็โอเค แต่ถามว่า มันดิบไปหรือเปล่า กูบอกหลายครั้งแล้ว ถ้าอยากอ่านทัศนะแบบสำเร็จรูป มีกระบวนการผลิต ดูแลตรวจสอบครบถ้วน ทั้งแง่คิด และประเด็นการจัดวาง ให้ไปอ่านในสื่อที่กูทำงาน ส่วนในนี้ นี่แหละ ตัวกูล่ะ"

เพื่อนผมสวนทันควัน
"เมิงผูกขาดรสนิยมความรุนแรง"

ผมสวน
"เมิงผูกขาดรสนิยมความกลัว"

เพื่อนผมยิ้ม ผมยักคิ้วส่ง ยกแก้วชน หมดยกโต้คารม

"เมิงจำได้ไหม คำขวัญตัวหนังสือใหญ่ที่ติดบนอาคารเรียน สมัยเด็กๆ วัยประถม ไม่รู้ว่าที่โรงเรียนเมิงมีหรือเปล่า ที่เขาบอกไว้ว่า "ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน" ดังนั้น คนทำข่าว ทำสื่อ ควรเป็นแบบอย่างให้คนทั่วไป" เพื่อนผมเปิดประเด็นต่อ

ผมอธิบาย "กูไม่คิดเป็นตัวอย่างให้ใคร และไม่ได้เป็นศาสดา หรือทำตัวเป็นผู้พิพากษาที่จะสั่ง และสอนใครเอาเยี่ยงอย่าง คิดแบบสุกเอาเผากิน"

"แม่งรสนิยมเมิงนิ เหลือเกิน" เพื่อนโต้คำเดิม

"อย่าผูกขาดรสนิยม" ผมตอกกลับ

ดูขวดเหล้า.. ได้เดินทางมาถึงครึ่งกลมแล้ว พวกเราซัดกันสรวลเซ ในเรื่องราวไร้สาระถ่ายเทแลกเปลี่ยน ผมและเพื่อนมิใช่คอเหล้าที่ดีกรีต่างกันนัก คือแดกเหล้าในปริมาณเท่ากัน ไม่มีใครเหล้าน้อยเมามากเกินกัน

ลมโชยมาเยือนค่ำคืนในเวลาลวงในไปล่วงวิถีของพวกเราสองที่ดูเหมือนจะขัดคอ พูดคุยไม่ออกรสเฮฮา แต่ในความขรึมเครียดเหล่านั้น มันไม่ได้ทำให้เราผิดบาดหมางใจกันจนไม่คุยกัน แต่มันเป็นเรื่องที่น่าสนคุย ถกเถียงประเด็นเล็กๆน้อยๆ อันเสียดแทงใจดำตำบอน



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อยากเชื่อเธอสักครั้งหนึ่ง วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 22.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/madamemook
อ่ะจริงดิ

"อย่าเอาอาณาจักรความกลัว มาเป็นกำแพงกันความรับรู้ถูกผิด และแสดงออกด้วยการนิ่งเฉย"
--------
เห็นด้วยค่ะทักษิณทำให้คนรู้สึกว่าอยู่ในอาณาจักรแห่งความหวาดกลัว
เมื่อในสังคมมีผู้กล้า ท้าทายความกลัว อย่างที่เรียกว่า กลัวจนกล้านั่นแหละ

เราคิดเห็นช่นไร ก็เขียนอย่างนั้น ใครจะว่าไรก็ช่าง การสื่อสารของแต่คนก็มีรูปแบบและวิธีการในการรับใช้ทางจิตวิญญาณของแต่ละคน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน