*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2356477
  • จำนวนผู้โหวต : 803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 803 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม 2553
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 5000 , 20:51:07 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

ยิ่งได้เห็นอิทธิพลเกษตรกรรมธรรมชาติแบบไทย หรือ “ไร่นาสวนผสม”ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พสกนิกรไทยน้อมนำไปปฏิบัติจนเกิดผลปรากฎชัดหลายต่อหลายแห่ง ก็ยิ่งทำให้เราได้ “คนเมือง”ต่างก็มุ่งหน้าออกแสวงหาโอกาสและความเป็นอยู่ไปใกลชิดกับธรรมชาติกันมากขึ้น

ชีวิตที่อยู่ในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ น่าจะเป็นเพียงแค่ชีวิตในช่วงของวัยแสวงหา หรือ ช่วงของการดิ้นรนขวนขวาย เท่านั้น และก็เพราะว่า จิตใจที่แท้จริงของคนไทย คือ การได้ดำเนินชีวิตอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติ นั่นเอง

ผู้เขียนได้นำเสนอถึง “หลักการของเกษตรกรรมธรรมชาติ” (Natural Farming)ของ “มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” ที่เขียนไว้ในหนังสือชื่อ “ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” มาแล้วว่า มีหลักการอยู่ 4 ประการ คือ  1) ไม่ไถพรวนดิน  2) ไม่ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์  3) ไม่กำจัดวัชพืช  4) ไม่ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงทุกชนิด นั้น  

น่าจะสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทยอยู่ไม่น้อย  เพราะได้เคยเห็นตัวอย่างเกษตรกรไทยหลายท่านที่นำเอาแนวทางนี้ไปประยุกต์ใช้ร่วมกันแล้วพบว่า ได้ผลอย่างมาก จากดินที่เสื่อโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์แห้งแล้ง สามารถกลายกลับคืนมาเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ได้ โดยไม่ต้องรอคอยระบบการชลประทาน หรือใช้การลงทุนมากมายอะไรมากไปกว่า “เกษตรกรรมธรรมชาติ” แบบของท่าน “มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ”

 

ฝรั่งที่ชื่อ Larry Korn ได้เคยไปเยี่ยมท่าน“มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ”  และเขียนถึงในสิ่งที่ได้พบเห็นความแปลกใหม่ใน เกษตรกรรมธรรมชาติ ซึ่งทำให้ฝรั่งต้องทึ่ง ในคำว่าที่ฝรั่งคิดคำขึ้นใหม่ว่า เป็น The "one mountain top, many paths" adage seems to apply here และฉงนในคำว่า “เกษตรกรรมยั่งยืน” ที่เห็นความแปลกใหม่ในสายตาของ(พวก)เขา นั่นคือ รูปแบบของการแบ่งส่วนของไร่นาของท่าน “มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ”  ออกเป็น 4 ส่วน

ส่วนที่ 1 เป็นส่วนที่ใกล้กับที่ตั้งครอบครัวของเขาในหมู่บ้าน ครอบครัวของ“มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” ได้ปลูกพืชผักพื้นบ้านไว้รับประทาน แปลงผักนั้นมีการยกร่องขึ้นเป็นแนว แล้วปลูกพืชหมุนเวียนไปตามฤดูกาล แถมยังปล่อยให้ไก่เป็นอิสระคุ้ยเขี่ยอยู่แปลงผักนี้ด้วย “สวนผักบางส่วนก็ขยายเข้าไปถึงส่วนที่เขาพักอาศัยด้วย”

ส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่สำหรับการปลูกข้าว โดยเฉพาะข้าวบาร์เลย์ โดยเศษฟางข้าวที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวจะถูกทิ้งไว้ให้ปกคลุมดินต่อไปเพื่อบำรุงดินให้ดีขึ้น ดินจึงอุดมสมบูรณ์ และได้สมดุลธรรมชาติ สังเกตได้จากแมลงที่มาอาศัยอยู่ในดินและโรคในดินน้อยมาก  

การเกษตรกรรมทุกอย่างมักเกี่ยวข้องกับการไถพรวนดิน แต่นั่นเป็นวิธีการที่ท่าน “มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” ไม่เห็นด้วย และปัจจุบันวิธีการไม่ไถพลิกพื้นดินเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของท่าน“มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ”ใช้สอนตลอดมา

ส่วนที่ 3 เป็นสวนผลไม้ ปลูกส้มแมนดารินเป็นพืชหลัก แต่ก็ปลูกไม้ผลหลากหลายชนิดไว้ด้วย เป็นไม้ผลพุ่มเตี้ยๆ รวมทั้งไม้ประดับเพื่อความสวยงาม  หากมองสูงในระดับยอดไม้ขึ้นไปจะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่  พืชเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในการตรึงไนโตรเจนให้แก่ดิน ในความสูงระดับกลางที่ลดต่ำลงมา จะเป็นพืชจำพวกไม้ผลให้รสเปรี้ยว  เช่น มะนาว และไม้ผลต่างๆ  ส่วนล่างสุด คือ พืชที่ปลูกไว้ปกคลุมดินมีความหลากหลายมากทั้ง ผัก สมุนไพรนานาชนิด ถั่วขาว และวัชพืช ขึ้นระเกะระกะ ทั้งยังเป็นที่ที่ไก่ก็สามารถคุ้ยเขี่ยหาอาหารของมันได้ด้วย

ตรงนี้เองที่ทำให้ฝรั่งทึ่ง กับการได้เห็นพืชที่ขึ้นไล่เรียงลำดับกันลงมาหลายระดับชั้น ทำให้พืชแต่ละชั้นมีการกรองแสงแดด แต่ก็ยังสามารถได้รับแสงแดดอย่างพอเพียง และเกิดความสมดุลตามธรรมชาติของต้นพืชด้วยกันเอง “มากกว่าการเพาะปลูกพืชแบบตั้งใจปลูก”

“มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” ได้พาเขาไปเยี่ยมในส่วนที่ 4 ของไร่ เป็นป่าที่ไม้ยืนต้นขนาดสูง ปะปนกับไม้พุ่ม ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีทั้งสัตว์ป่า นก แมลง และเห็ดนานาชนิด พืชสมุนไพร ผักต่างๆ

“มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” บอกว่า “เวลาที่ต้องการให้เกิดปัญญาในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ผมจะเข้ามาเดินในป่าแห่งนี้ เพราะที่นี่มีทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่มเตี้ย ทุกสิ่งทุกอย่างต่างอิงแอบอาศัยพึ่งพากันอย่างร่มรื่น เกื้อกูลกัน ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยปราศจากการแทรกแซงหรือการตักตวงผลประโยชน์จากมนุษย์ มีแต่ความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา”

.....................................................................

 

ต่อไปนี้คือคำยืนยันจากคำสัมภาษณ์ของท่าน “มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” ในคราวที่มาเยือนเมืองไทยเมื่อ 20 ปีมาแล้ว ชายชราร่างเล็กๆ ด้วยแววตามุ่งมั่น ท่านมองเห็นยอดหญ้าและใบไม้ของเมืองไทยว่ามีความแตกต่างจากบ้านเกิดของท่านอย่างเห็นได้ชัด

ในบางช่วงบางตอนท่านได้เน้นย้ำราวกับจะฝากบอกคนไทยว่า ..

“ในเมืองไทยมีทั้งธรรมชาติที่สมบูรณ์และคนไทยเป็นคนดี ทั้ง ๒ อย่าง ประกอบกัน ทั้งธรรมชาติและผู้คนที่ทำให้ “เกษตรกรรมธรรมชาติ”นั้นเป็นไปได้  จะทำให้ไม่ต้องมาเสียเวลานานมากมายเหมือนในญี่ปุ่น  ที่ไม่มีใครทำเพราะถูกเทคโนโลยีระดับสูงครอบงำและสภาพธรรมชาติก็หมดไปแล้ว”

“หรืออย่างคนญี่ปุ่น เมื่อจะอ่านหนังสือก็จะอ่านเฉพาะส่วนตัว ไม่ค่อยแนะนำให้คนอื่นอ่านตามด้วย เพราะฉะนั้นเวลาที่เขาเจอหนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติแล้วเขาอาจจะสนใจ แต่การที่จะไปบอกแนะนำให้คนอื่นอ่านนั้น เป็นไม่มี”

“การที่หนังสือเล่มนี้แพร่หลาย ก็เพราะเมืองไทยพร้อมอยู่แล้วที่จะทำเกษตรกรรมธรรมชาติ เมื่อทุกคนพร้อมและได้ยินเรื่องนี้ ก็เลยเกิดความสนใจ อยากจะลองทำดู เพราะเมืองไทยพร้อมทุกอย่าง คนไทยมีสัญาตญาณที่พร้อมอยู่ในตัว หมายความว่า มีความพร้อมอยู่ในใจที่จะทำ “เกษตรกรรมธรรมชาติ”ในหัวใจอยู่แล้ว และเพราะว่าคนไทยยังไม่ลืมความสดชื่นของป่า เคยมีการหาอยู่หากินอย่างสุขสบายในป่า สิ่งเหล่านี้ยังไม่ลืม ยังฝังอยู่ในใจ ถ้าคนไทยปล่อยปละละเลย อีกไม่นานป่าก็จะหายไป จิตใจคนไทยก็จะเสื่อมโทรมลง จนหาอะไรมาแทนไม่ได้”

“จนอาจจะเดินทางเดียวกับญี่ปุ่นเมื่อ 20 – 30 ปีก่อน คือ ทรัพยากรธรรมชาติของเราร่อยหรอ สิ่งแวดล้อมเลวลง และจิตใจเราก็ทรุดโทรมลง

ญี่ปุ่นก็ไล่ตามหลังสหรัฐอเมริกาอยู่เพียงนิดเดียว ไล่จนเกือบทันหรือว่าทันกันแล้ว ครั้นเมื่อไล่ทันกันแล้วกลับพบว่าสหรัฐอเมริกากำลังเลียนแบบ “ตะวันออก”อยู่ กลายเป็นว่าอเมริกาต้องมุ่งไปหาทาง “ตะวันออก”อีกทีหนึ่ง และญี่ปุ่นก็กำลังตามสหรัฐอเมริกาไปเช่นเดียวกัน

ด้านวัตถุ ทางตะวันตกสมบูรณ์ขึ้นจริง  แต่ทางด้านจิตใจกลับเสื่อมลง ในอเมริกานักศึกษาเริ่มหันมาสนใจวัฒนธรรมทางตะวันออก สนใจประเพณี ศีลธรรม หรือจิตใจของคนในตะวันออกมากขึ้น

“คนไทยมองว่า คนญี่ปุ่นร่ำรวย แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้คิดอย่างนั้น  คนญี่ปุ่นก็ยังยากแค้น ยากจน ยังอยู่ในความลำบาก 

มีเพียงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียวที่ดีขึ้นเรื่อยๆ  พวกที่ร่ำรวย คือ พวกที่ขายรถ ขายปุ๋ย ยาฆ่าแมลง รวยอยู่กลุ่มเดียว แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังยากจนอยู่เหมือนเดิม

“คนส่วนใหญ่คิดว่า พอคนเรามีเงินกันหมดทุกคนแล้ว จะมีสันติภาพ มีความสุข มีความสบาย แต่แล้วก็พบแต่ความเดือดร้อนวุ่นวาย”

 ในมลรัฐโอเรกอน หรือแคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา ความคิดของชาวนาที่นั่นได้เปลี่ยนแปลงไป คนที่มีเงิน 200 – 300 ล้านตอนนี้เขาขอเป็นคนที่มีเงินเพียง 1- 2 ล้านเท่านั้นเอง และพวกเขาก็พยายามทำการเกษตรขนาดเล็ก คือ ทำเพียงแค่พอมีพอกินเท่าที่ตัวเองทำได้ ดูว่าไม่มีกำไรมากมาย แต่ทำให้มีเวลาเป็นส่วนตัวมากขึ้น

อเมริกาเขาปีนถึงสุดยอดภูเขาแล้ว เขารู้ว่าไปสูงกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก็ต้องลดต่ำลงมา ...ส่วนเมืองไทยนั้นมีนักไต่เขาอยู่ทุกระดับ ที่ไปถึงสุดยอดก็ส่วนหนึ่ง  แต่ 80% ยังอยู่ที่ไหล่เขาเหมือนญี่ปุ่นในอดีต ต่างคนต่างแหงนมองไปแต่ข้างบน ไม่มองลงมาข้างล่าง อีก 5% ยังไม่ได้ปีนเขาเลย เพราะมัวแต่คิดลังเลว่าจะปีนหรือไม่ปีนดี

จะปีนเขาแข่งกับ “เกษตรวิทยาศาสตร์”ดีหรือว่าจะทำ“เกษตรกรรมธรรมชาติ”อย่างที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายเคยพาทำดี

มีอยู่พวกหนึ่ง อยู่สูงสุดแล้วก็เดินต่อไปไม่ได้ เพราะติดภูเขาอีกลูกหนึ่ง คนที่ขึ้นต่อไปไม่ได้ก็อยู่ในระดับเดียวกับคนที่ปีนสูงสุดแล้วกลับลงมาอีกฟากหนึ่ง  คือ เสียเวลาทำมาหากิน แสนจะเหน็ดเหนื่อย กำไรก็ไม่ได้ สู้มาอยู่ตีนเขาอย่างเก่าดีกว่า ไม่ต้องปีนเขาแล้ว

คือ เพิ่งมารู้ว่า การกินกาแฟตามโรงแรมหรูๆ แพงๆ นั้น สู้มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือริมน้ำไม่ได้

พวกที่อยู่ยอดเขา เขาทำอะไรกันบ้าง เขาก็มาตั้งแค้มป์ มาชมวิวทิวทัศน์เบื้องล่าง คนรวยที่ไปพักบังกาโลตามป่าเขา ก็ต้องการหาความสุขเหมือนชาวนาที่ยากจนที่อาศัยอยู่ในกระท่อมนั้นแหละ

สำหรับผม ดูทางวัตถุแล้ว ไทยเจริญช้ากว่าญี่ปุ่นก็จริง แต่ทางจิตใจนั้นล้ำหน้ากว่าญี่ปุ่นหลายชั้นนัก

...................................................................

เพียงเท่านี้จากข้อมูลหลายๆ ส่วน ที่ผู้เขียนได้นำมาเรียบเรียงให้ท่านได้อ่านก็คงพอจะมองออก ถึงการปฏิเสธ “แนวคิดหรือปรัชญาตะวันตก” และส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาตะวันออก เพราะท่าน“มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” ได้สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดของปรัชญาตะวันตกนั้นว่ามันมีโทษอย่างมหันต์ ส่งผลร้ายต่อสภาพกายและจิตใจของมนุษย์

แล้วไฉนพวกเราซึ่งมีอุปนิสัยใจคอเป็นชาวตะวันออกอยุ่แล้วจึงต้องเดินตามแนวคิดปรัชญาตะวันตกนั้นเล่า

เพราะในแนวคิดนั้นก็รังแต่จะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทยหมดสิ้นไปด้วย

“มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” ได้แสดงให้เห็นถึง “ฉันทาคติ”ที่มีต่อเมืองไทย และไม่อยากให้ก้าวเดินผิดพลาดเหมือนอย่างญี่ปุ่น บ้านเกิดของท่าน“มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ” 

............................................................................

ขอบคุณแหล่งข้อมูล จาก        http://www.permaculture.com/node/140 

และ “ปาจารยสาร” ฉบับ เมษายน-มิถุนายน 2533

 

ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสือ “ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” ของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ ฉบับเต็มมาอ่าน ฟรี ได้ที่ http://sarinee.powweb.com/wp-content/writings/onestraw.pdf

...................................................................................



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
เจ้าพระยา1 วันที่ : 25/08/2010 เวลา : 16.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada08
เจ้าพระยา ๑

หวัดดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมค่ะ

ทราบแล้วเปลี่ยน.....

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
khox วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

สำหรับผม ดูทางวัตถุแล้ว ไทยเจริญช้ากว่าญี่ปุ่นก็จริง แต่ทางจิตใจนั้นล้ำหน้ากว่าญี่ปุ่นหลายชั้นนัก

............................

อืมครับ เห็นด้วยครับ

ผมรู้จักกับคนญี่ปุ่นหลายคน จริงๆ ก็มากพอควร มีนิสัยวัดคนที่วัตถุจริงๆ

แต่เรื่องการจัดการให้ได้กำไรนี่ญี่ปุ่นถนัดนัก

เพื่อนผมอยู่ญี่ปุ่นบอกว่า รู้จักกับเจ้าของไร่ที่โอซาก้า เขาบอกว่าทำไร่ปลูกผักแค่ 5 ไร่ แต่มีผักและพืชส่งตลาดทุกวัน วันละ 10 ตัน เขาจะใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้ว และมักเดินทางมาเมืองไทย มาหยิบเอาภูมิปญญกาไทยที่เขาไม่มีไปใช้ที่นั่น

ส่วนท่านฟุกูโอกะ ต้องยอมรับว่า นี่คือสุดยอดเกษตรกรนักออกแบบและผู้เข้าใจระบบนิเวศน์วิทยาการเกษตรอย่างแท้จริงครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 

http://www.oknation.net/blog/pakapoo/2010/08/07/entry-2

อารมณ์นี้ปู่นึกสนุกขึ้นมา + หากท่านใดอยากร่วมสนุก
ให้ลองนึกดูว่าป้ายรถเมล์นี้อยู่ที่ไหนในกรุงเทพ
แล้วให้เจ้าตัวไปยืนเต๊ะท่า ถ่ายรูปตัวเองมาโพส ลงในช่องความคิดเห็นในกระทู้นี้
ปู่จะมีของสมนาคุณเป็นGift Voucher เพื่อใช้แลกชมภาพยนต์ในเครือ เมเจอร์/E-G-V ได้ทั่วประเทศ จำนวน2ที่นั่ง (Gift Voucherมีอายุถึง31ธ.ค.53) มีจำนวน1รางวัลเท่านั้น
หากยังไม่มีใครตอบถูก จะปิดรับคำทาย+ภาพถ่ายภายในเวลา20.30น. ของวันที่8ส.ค.53 เท่านั้น
แต่หากมีท่านใดตอบถูก+โพสภาพ ได้ก่อน จะใช้เวลา+วันที่เป็นการตัดสิน
(คำทายว่าเป็นสถานที่ใด+ภาพถ่ายจะต้องส่งพร้อมกันนะ)

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ศณีรา วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

คนไทยทุกคนน่าจะได้อ่านครับ+1

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

อ่านแล้วได้อะไร มากมายทีเดียวค่ะ ขอบคุณมากกกข้อมูลเพียบ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ปฐมนิเทศกระเพาะ วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunfah

ประเทศไทย ยังมีธรรมชาติ อยู่นะครับพี่ แต่เงินนี้ซิมันดันมีบทบาทจริงๆ แต่กับผมนะพอเพียง และเพียงพอครับพี่ อิอิ
.
ขอเป็นคนดีรับใช้ประเทศชาติครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เคยเดินตามนายฟูกูโอกะ ทำนาอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อนายฟูกูโอกะมาเมืองไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
หน่อผุด วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

เคยอ่าน "ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว" เมื่อสักเกือบยี่สิบปีที่แล้วล่ะมั้งคะ อ่านแล้วเกิดศรัทธาในตัวท่านฟูกูโอกะ
และไม่กี่ปีที่ผ่านมาอ่าน "เกษตรกรรมธรรมชาติ" ด้วย

ถ้าเกษตรกรไทยเชื่อในเกษตรกรรมธรรมชาติ รับรองว่าจะลดต้นทุนลงได้มากเลย
ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ดินก็ร่วนดีด้วย ส่วนสารป้องกันแมลงก็มีให้เลือกตั้งเยอะแยะ
ปลูกดอกดาวเรืองด้วย ใช้น้ำสะเดาพ่นด้วย ปลูกตะไคร้หอม ช่วยด้วย ลดการพึ่งพา ลดการนำเข้า
เพียงแต่ ตอนเริ่มเปลี่ยนมาทำเกษตรธรรมชาติ อาจต้องใช้เวลาหน่อย เพราะดินที่เคยเจอปู่ยเคมี เป็นดินด้อยคุณภาพ
ต้องค่อยฟื้นฟู โดยใช้อินทรีย์วัตถุนี่แหละช่วย จะเป็นการเกษตรที่ยั่งยืน เกษตรกรก็ไม่ต้องเสี่ยงกับพิษสารเคมีต่างๆอีกด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
เอกภักดิ์ วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Honest

ลอกมาทั้งหมด คงไม่ได้ เพราะภูมิศาสตร์เราต่างกัน
แต่ก็ถือว่านำมาเป็นแนวคิดได้ดีหลายเรื่องทีเดียว


สิ่งนึงที่ผู้เฒ่า ฟูกูโอกะ ไม่ได้พูดถึงนอกจาก คนไทยมีผืนดินที่ดี
และจิตใจดี นั่นก็คือ การมีผู้แทนที่ไม่ได้เรื่องนั่นแหละครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
NN1234 วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 23
plaing_piu

เห็นด้วยครับ...
สังคมเราป่วยนะครับ คนเราก็ป่วยเยอะ ทั้งป่วยทางกายและทางจิต
สำคัญคือ สังคมป่วยนี่ก็แย่มากๆ เพราะส่งผลให้คนในสังคมคิดอะไรไม่ออก
มี"กิเลส"มาเป็นม่านบังตา เห้นความร่ำรวยรออยู่ข้างหน้า
แต่แท้จริง มันคือ ภาพมายา .......
สี่ห้าปีตอนนั้น เราถุกใส่ความฝันว่าจะร่ำรวยกันใหญ่ ไม่มีความยากจน
คนจนจะถูกฆ่าตายไปหมดประเทศ ด้วยวิธีการบริหารงานสุดแสนจะพิศดารของนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง
เขาเสกสรรค์ปั้นแต่งให้พวก ลืม หลงตัวเอง เดินออกจากไร่นา
มาสู่ธนาคารเงินกู้ แหล่งทุน เพื่อเอาไปเติมเต็มในไร่นาของตน
แล้วมันก็เป้นอย่างที่เห็นๆ
"ทุนสามานย์" เป็นอันตรายมากสำหรับเษตรกรรมธรรมชาติ
มันเหมาะกับ"เมือง"ที่จะ generate รายได้กันมากๆ เงินต่อเงินออกไปเรื่อยๆ ๆ
แต่เกษตรกรไทย(ซึ่งมีมากที่สุด)"ต่อเงิน"ไม่เป็น.. มีแต่ทุนจม และก็จมลงๆๆ
ไม่มีใครโง่หรอกครับ.....เกษตรกรไทยไม่ได้โง่
แต่มันมี"คนที่ฉลาดกว่า"คอยเอารัดเอาเปรียบ ตั้งแต่ตัวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นายกฯ
มาถึงนายทุนพรรค นายเงิน นักการเมืองท้องถิ่น หัวคะแนน...
มันร่วมมือกันเป็นทอดๆ สายๆ ร่วมกันหลอกหลอนเกษตรกรไทย

วันนี้เกษตรกรไทยคงได้คำตอบไปบ้างแล้วล่ะ... ตั้งแต่วันพิพากษาตัดสินยึดทรัพย์ มาวันเผาบ้านเผาเมือง
แล้วมันยัง"บิดเบือน"ข้อมูลต่อไปอกแนะ
เมื่อไรเกษตรกรไทยจะฉลาดรู้เท่าทันพวกมันเสียที.......

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
NN1234 วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 20
นายสิบหมื่น

เล่มนั้นแหละที่ผมมีอยู่ในมือ
พ่อแม่ของผมก็ทำคล้ายๆ กัน แต่ท่านไม่เคยอ่านหรอกหนังสือพวกนี้....แปลก(แต่ทำได้)
.............................................................
ความคิดเห็นที่ 21
NumberFive

ชาวนาไทยเหมือนมีโชคที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง แต่ถุกบดบังด้วย
"เกษตรกรรมการพาณิชย์"-เอาการตลาดมานำ เพราะความสำคัญเรื่องปากท้อง
ขอให้โชคดีกับความคิดออกไปเป็นเกษตรกรนะครับ..
ข้าราชการ(อย่างผม)ขอเอาใจช่วย(เป้นพี่เลี้ยงให้)
............................................................
ความคิดเห็นที่ 22
OK NATION

เห็นด้วยเช่นกัน.......
คนญี่ปุ่นมีกิจกรรมอย่างหนึ่งคือ trakking (การปีนเขา)
ท่านจึงอุปมาเรื่องการปีนเขา ให้เราฟัง

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
plaing_piu วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaingpiu

...เมืองไทยพร้อมทุกอย่าง คนไทยมีสัญาตญาณที่พร้อมอยู่ในตัว หมายความว่า มีความพร้อมอยู่ในใจที่จะทำ “เกษตรกรรมธรรมชาติ”ในหัวใจอยู่แล้ว และเพราะว่าคนไทยยังไม่ลืมความสดชื่นของป่า เคยมีการหาอยู่หากินอย่างสุขสบายในป่า สิ่งเหล่านี้ยังไม่ลืม ยังฝังอยู่ในใจ ถ้าคนไทยปล่อยปละละเลย อีกไม่นานป่าก็จะหายไป จิตใจคนไทยก็จะเสื่อมโทรมลง จนหาอะไรมาแทนไม่ได้”

“จนอาจจะเดินทางเดียวกับญี่ปุ่นเมื่อ 20 – 30 ปีก่อน คือ ทรัพยากรธรรมชาติของเราร่อยหรอ สิ่งแวดล้อมเลวลง และจิตใจเราก็ทรุดโทรมลง

.........

ความนี้ น่าจะตอกย้ำให้พวกอยากสร้างเขื่อนโดยอ้างน้ำท่วมซ้ำซากอย่างพวกลุ่มน้ำยมได้คิดใหม่ คิดให้ดี ควรเรียนรู้เก็บรับบทเรียนความสำเร็จล้มเหลวของชาติพันธุ์ที่ผ่านร้อผ่านหนาวมาก่อนว่าเขาสาหัสสากรรจ์อย่างไร เมืองไทยก็มีบทเรียนดีๆเช่นยายไฮที่ต่อสู้โดเดี่ยวแต่ไม่เดียวดายจนวันนี้ พวกที่เคยคัดค้านต่อต้านเพราะหลงงามตามคำพวกบ้านเมืองได้รู้สึกถึงความหมายการต่อสู้เพื่อปกป้องมาตุภูมิเป็นอย่างไรกันไม่มากก็น้อย หากยังมีมโนธรรมสำนึกบ้างว่าได้ทำกรรมทำเวรกับแกและครอบครัวอย่างไร สังคมไทยยังด้อยการเรียนรู้ รับรู้มากมายเหลือเกิน ระบบการศึกษาวันนี้และที่ผ่านมา หมอประเวศเคยบอกมาหลายปีแล้ว หากไม่รีบแก้ไข คนไทยจะโง่ทั้งชาติ เราเห็นสิ่งผิดพลาดในทางการเมืองหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งชาวบ้านที่ถูกวางยาว่าโกงช่างหากพวกการเมือง(สามานยฺ)มันยังทำงานให้เรา สะท้อนบทบาทภารกิจของรัฐ การเมือง บุคลากรทางการศึกษาของรัฐว่าเป็นอย่างไร คุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรมและมโนธรรมสำนึกของสังคมหายไปไหนแล้ว เรื่องแบบนี้อย่าว่ากระทำเลยแม้แต่คิดยังผิดเสียแล้ว แต่ทำไมสังคมนี้บ้านเมืองนี้ยังกล้าเอ่ยเช่นนี้กันได้ สังคมไทยและคนไทยไม่น้อยป่วยมากและอาการหนักจริงๆแน่นอน ไม่แปลกอะไรที่จะเห็นพวกเขาสนใจตำแหน่ง การประเมินทำผลงาน การขอเงินตอบแทน ปัญหาส่วนตัวหนี้สิน ความประพฤติไม่เหมาะสมต่อวิชาชีพ มากกว่าสดับรับฟังและลงลึกถึงปัญหา..โง่ทั้งชาติ..กันอย่างจริงจังเสียที
ถึงอย่างไร ยังเชื่อมั่นว่าไม่ว่าที่ไหน คนดีของดีมีอยู่เสมอ ขอแต่ร่วมกันออกมาเคลื่อนไหว ปลูกสร้างบ้านแปลงเมืองนี้ให้สง่างามและวัฒนาถาวรจริงๆ อย่าปล่อยพวกการเมืองแกล้งไม่ประสีประสาล่อเอาเถิดกับประชาชนหลงทางไม่รู้จบและเป็นปัญหากันเองอย่างทุกวันนี้
อย่าให้กลวิธีวัสสการพราหมณ์ที่มุ่งสามัคคีเภทของพวกการเมืองเป็นผล การแบ่งแยกแล้วปกครองด้วยกลอุบายนี้ ประชาชนต้องเรียนรู้เท่าทันและต้องเป็นผู้ตื่นอยู่เสมอ ตื่นในธรรม ตื่นในการเมืองที่แท้จริงว่าใครส้ราง ใครทำลายแล้ว ย่อมนำพาบ้านเมืองและชีวิตผู้คนในสังคมไปได้ตลอดรอดฝั่งอ่างแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
OK NATION วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithOKNation

เรื่องปีนเขา ถ้ายอดมันสูงเกินเอื้อม ขออยู่ตีนเขาก็ไำด้ครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
NumberFive วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NumberFive
คนโคราชกันเอง กันเอง ไม่ต้องเกรงใจกันดอก

...บั้นปลายของชีวิต...เราจะเป็นเกษตรกร...
...ต่อให้รวยแค่ไหนชีวิตก็เบื่อหน่าย...
...สู้ไปเป็นชาวนาชาวไร่ไม่ได้หรอก...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา


ความหวังของผมครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
NN1234 วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 14
เจ้าพระยา1

ขอยบคุณครับ
ตั้งชื่อเหมือนนักวิทยุสมัครเล่นเลยนะครับ
........................................................
ความคิดเห็นที่ 15
theeratatt

วันนี้ไม่แสดงความเหรอครับ...
สงสัยจะมีชีวิตรีบเร่ง...555
......................................................
ความคิดเห็นที่ 16
redribbons07

คนเราต้องกลับไปสู่สามัญ ไม่ช้าก้เร็ว
เราจะเลือกไปช้า หรือไปเร็ว หรือ ฝึกไปก่อนไปจริง....?
...............................................................
ความคิดเห็นที่ 17
supersup

คุณธรรมกับธรรมชาติควรคู่กับอยุ่เสมอๆ
ว่างๆ แวะไปหาคุณธรรมจากธรรมชาติกันนะครับ.
.................................................................
ความคิดเห็นที่ 18
เขียดขาคำ

ขอบคุณเช่นกันครับ ที่บทความนี้เป็นเสมือน"เพลงปลุกใจ"ให้แก่คนรักธรรมชาติ
เห็นความมุ่งมั่นจากคำปวารณาของ"คุรเขียดขาคำ"แล้ว...
ผมเชื่อว่า อีกไม่นานชีวิตเราก็มีความสุขที่ได้อยุ่ใกล้ธรรมชาติ.....
....................................................................

บทความต่อไป...จะเป็นเรื่องราวของ นักเขียนจากดินแดนภารตะ(อินเดีย)
ที่ท่านอาจจะไม่รู้จักกันเท่าใดนัก แต่หากเอ่ยถึงคำๆ นั้นแล้ว.....
ทุกคนต้องร้อง...."อ๋อ".......
วันหยุดนี้....คอยติดตามครับ.

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เขียดขาคำ วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kiadkakam

อ่านแล้วรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาโขเลยครับ
ขอบคุณบทความดีๆที่หาได้ยากในยุคสมัย
Hi-speed ทุกอย่างมันดูเร่งรีบ ร้อนรน แก่งแย่ง
แข่งขัน เอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ตัว

ในขณะที่ผู้คนทั้งโลกกำลังไล่ตาม เทคโนโลยี
นวัตกรรมล้ำสมัย เร่งรีบ แก่งแย่งกัน หาเงินหาทอง

ทุกอย่างต้องซื้อหามาด้วยเงินด้วยทอง
ไม่น่าเชื่อว่า แม้แต่ยอดกระถิน ยอดชะอม ยังต้องซื้อ

มีผู้คนอีกไมถึงหยิบมือ
กำลังเดินตามปรัชญา เศรษฐกินพอเพียง
เกษตรผสมผสาน

...ผมจะเป็นหนึ่งในหยิบมือนั้น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
supersup วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 08.22 น.

จริยธรรมและคุณธรรม ไม่ได้หมดสิ้นไปจากเมืองไทย เพียงแต่ ไม่ค่อยมีใครกล้าใช้ แถมความมานะอดทน เราก็เีทียบคนญี่ปุ่นไม่ได้เลย จงนั่งดูเขาต่อไป

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
redribbons07 วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

อยู่กับธรรมชาติดีที่สุด

ไม่มีพิษมีภัยค่ะ


.

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
theeratatt วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 08.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เจ้าพระยา1 วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada08
เจ้าพระยา ๑

นี่แหละ...สัจจธรรม
สูงเพียงไหน...สุดท้ายคืนสู่สามัญ....

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
NN1234 วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 10
Ae^

คนที่ฉลาดต้องรู้จักเอาชนะใจตัวเองก่อน
แล้วก็มาปรับใจปรับตัวให้เข้าธรรมชาติ
จนสามารถค้นหา"วิถีชีวิตธรรมชาติ"ออกมาเป็นแบบแผน
แล้วถ่ายทอดให้กับชาวโลกครับ...
.............................................................
ความคิดเห็นที่ 13
ภาณุมาศ_ทักษณา

ขอบคุณคุณลุงภาณุมาศ มากครับ
ที่แวะมาให้กำลังใจลูกหลาน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 07.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

เข้ามาหาความรู้ครับ งวดนี้ไม่มีสีเขียวค่อยอ่านสะดวกหน่อย
ขอบคุณสำหรับเรื่องดี ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
NN1234 วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 07.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 6
ลูกสาวตาสูน

รู้ใดไหนจะเท่า รู้แล้วนำไปปฏิบัติ
ขนาดตัวหนังสือที่เล็ก ท่านผู้อ่านสามารถปรับได้ด้วยตนเองนะครับ
มือซ้ายกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้ มือขวาหมุนล้อเลื่อนที่เม้าท์ไปด้านหน้า
จะช่วยให้ท่านได้อ่านตัวหนังสือที่เหมาะสมกับสายตาท่านอย่างง่ายดาย
...............................................................................
ความคิดเห็นที่ 8
เหยียบดินมองฟ้า

คนไทยต้องรู้จักประยุกต์ใช้บ้างนะครับ
บางท่านบ่นว่า วัชพืช(เช่น หย้าคา)มีมากเกินไป เกินกว่าพืชที่ปลูก "จั๋งซีมันต้องถอน"
แต่แนวคิดของมาซาโนบุนั้น คือ "จั๋งซีไม่ต้องถอน"
ก็เลยขัดกับความรู้สึกของคนไทย
ผมเข้าใจว่า มาซาโนบุเอาชนะวัชพืชด้วยการหว่านเมล็ดพืชย้ำหรือซ้ำนานาชนิดลงไปจนกระทั่งวัชพืชก็ไม่มีที่ยืน
ประกอบกับเรายังใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์อยู๋ด้วย จึงเสียดายเพราปุ๋ยมีราคาแพง
จึงต้องช่วยกันถอน... ถอนไม่ได้ก็เลยจั๊งซีมันต้องโกน"
.......................................................................
ความคิดเห็นที่ 9
feng_shui

ขอบคุณพี่เฟิงฯ
เปลี่ยนรูปในโปรไฟล์ใหม่ ไฉไลมากขึ้นนะครับ
สุขภาพดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Ae^ วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 07.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

เป็นคนฉลาดและอดทนมากๆ เก่งจริงๆ สมควรเป็นตัวอย่าง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
feng_shui วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ธรรมชาติ ให้คุณเสมอ หากมนุษย์ไม่ทำร้ายธรรมชาติและรักษ์


.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 06/08/2010 เวลา : 00.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

ขอบคุณครับ อ่านทั้งสองเอนทรี่ต่อกันเลย
ต้องขอศึกษาให้ถึงแก่นก่อน ..ก็คือลองทำนั่นแหล่ะ
ได้ความว่าอย่างไร ถึงจะกล้ามาถกแถลงกับท่านๆ ผู้รู้

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกสาวตาสูน วันที่ : 05/08/2010 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saothaibaan
เดินทางบ่สุดเส้น อย่าถอยหลังให้เขาเหยียบ

เอ่อ...เกรงใจจัง หวังแวะมาโกยมาโกยแล้วก็จะไป
ก่อนไปขอท้วงอีกสักที ตัวหนังสือแก้แล้วเหรอคะ?
แต่ทำไมยังเห็นตัวเล็กๆอยู่เลย ยิ่งขีดเส้นใต้ยิ่งไปใหญ่
อ่านยากตรงหลายๆ บรรทัดขีดซ้อนน่ะค่ะ แฮ่ะๆ...
ลาแล้วค่ะ ค่อยๆ หมอบและคลานออกมาจากวงสนทนา
อย่างปลอดภัย โดนไม่โดนฆ้อนจากเจ้าของบ้าน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกสาวตาสูน วันที่ : 05/08/2010 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saothaibaan
เดินทางบ่สุดเส้น อย่าถอยหลังให้เขาเหยียบ

ขอนั่งฟังอย่างสำรวมนะคะ
เวลาผู้ใหญ่ไม้สูงเขาคุยกัน
โบราณเค้าถือค่ะ ยืนฟังก็ไม่ได้
เข้ามาเติมเต็มค่ะ เพราะมีพื้นที่ว่างมาก
จะบอกว่ากลวงก็ไม่เชิง...อิอิ ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
NN1234 วันที่ : 05/08/2010 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 3
คนช่างเล่า

พี่นุพูดสั้นจนผมเข้าใจเอาว่า "จริยธรรม คุณธรรม ได้หมดสิ้นไปจากเมืองไทยแล้ว"
ทำให้เกษตรกรรมธรรมชาติในเมืองไทยของท่านมาซาโนบุ ฟูกูโอกะนั้น พลอยหมดสิ้นไปด้วย
ฯลฯ......คิดไม่ออกว่าพี่นุคิดอะไรอยู่...?

...................................................................
ความคิดเห็นที่ 4
พันธุ์สังหยด

ท่านพูดถูกต้องแล้วครับ..
มีอีกหลายเล่มที่ท่านเขียนไว้ในบรรณาภิภพ
ผมไม่ได้นำมากล่าวถึง เพราะเ่ล่ม“ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว”นี้ ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการทำความเข้าใจ
ในหลักการพื้นฐานก่อนออกไปต่อยอดต่อไป...
ขอบคุณที่แนะนำให้ท่านผูู็อ้านทราบรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 05/08/2010 เวลา : 21.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เล่มนี้ ทำให้ได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ครับ เขียนได้น่าคิดดีมาก ผมอ่านมาหลายปีแล้ว อีกชุด น่าจะ วิถีสู่ธรรมชาติ (3 เล่มนะครับ)ถ้าจำไม่ผิด ชุดนั้นก็เขียนได้ดีมากครับ น่าให้คนไทยได้อ่านกันเยอะ ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 05/08/2010 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

จริยธรรม คุณธรรม หมดสิ้นแล้วเมืองไทย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
NN1234 วันที่ : 05/08/2010 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 1
nuphong26

พูดได้ถูกใจผมมาก.....เอารางวัลไป"หนึ่งอีแป๊ะ".....
เล่นเอาผมขำแทบตกเก้าอี้เลยครับ...
.......................................................

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nuphong26 วันที่ : 05/08/2010 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nuphong26

ถ้าท่านฟูกูโอกะมาเห็นเมืองไทยเดี๋ยวนี้ อาจจะนึกไม่ออกว่า "“ในเมืองไทยมีทั้งธรรมชาติที่สมบูรณ์และคนไทยเป็นคนดี " หายไปไหนหมด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน