*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2254400
  • จำนวนผู้โหวต : 798
  • ส่ง msg :
  • โหวต 798 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 สิงหาคม 2553
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 90420 , 14:48:45 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ni_gul , NN1234 โหวตเรื่องนี้

แม่จูบน้ำพุเป็นครั้งสุดท้าย น้ำตาของเราไหลปนกัน เมื่อแม่บอกน้ำพุว่า หลับให้สบายนะลูก จากนั้นแม่ก็มีชีวิตอยู่ไปวันๆ เหมือนถูกไขลาน จากวันนั้นจนกระทั่งวันนี้แม่เพิ่งได้รู้จักความทุกข์นั้นใหญ่หลวงหนักหนาเพียงไร

 

“...นี่เป็นความผิดของแม่คนเดียว ไม่ใช่ของใครเลย และบัดนี้แม่ก็รับกรรมอันนั้นแล้ว หลับให้สบายเถอะนะน้ำพุ ระหว่างเราแม่ลูกไม่ต้องพูดกันถึงชาตินี้ หรือชาติหน้าหรอก น้ำพุอยู่ในหัวใจของแม่ตลอดเวลาอยู่แล้ว
... แม่   ๓๑ พ.ค. ๑๗”

 

เป็นความรู้สึกที่สัมผัสได้ว่า “แม่”นั้นเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัสเพียงใดในหัวอกของผู้เป็นแม่ คือ ภาพที่คุณสุวรรณี สุคนธา ขณะตระกองกอดร่างอันไร้วิญญาณของ “น้ำพุ”แนบอกเธอเป็นครั้งสุดท้าย

“น้ำพุ” เป็นบุตรชายคนเดียวของคุณสุวรรณี สุคนธา เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2499 และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2517

..............................................................................................

“พระจันทร์สีน้ำเงิน” นวนิยายความผูกพันธ์ของแม่ลูกและชีวิตของครอบครัว “นันทขว้าง หรือ สุคนธา” หรือที่กลายมาเป็นภาพยนตร์ในชื่อเรื่องว่า เรื่องของน้ำพุ อันโด่งดังนั้น คุณสุวรรณี สุคนธา เขียนงานวรรณกรรมชิ้นนี้โดยได้ดัดแปลงจากหนังสือที่พิมพ์แจกในงานศพของ “น้ำพุ” บุตรชายสุดที่รักของเธอเพียงคนเดียวเอง ด้วยการนำเอาจดหมายทั้ง ๑๐ ฉบับของ “น้ำพุ” ที่เขียนมาถึง “แม่”ในช่วงระหว่างที่เขาไปรับการถอนพิษยาที่ สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก จ.สระบุรี

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย ยุทธนา มุกดาสนิท ออกฉายราวๆ กลางปี ๒๕๒๗  อำพล ลำพูน รับบทเป็น “น้ำพุ” ภัทราวดี มีชูธน รับบทเป็น สุวรรณี สุคนธา  มี “แก้ว” เพื่อนหญิงวัยน่ารักของน้ำพุ รับบทโดย วรรษมน วัฒโรดม

คงไม่ต้องกล่าวให้เยิ่นเย้อไปกว่านี้ว่า เมื่อเป็นภาพยนตร์แล้วจะได้รับความนิยมมากมายเพียงใด ในเมื่อทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศต่างแน่นขนัดไปด้วยผู้ชมที่ต่างก็อยากเข้าไปชมภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากชีวิตจริงๆ ของครอบครัวๆ หนึ่งที่เอาชีวิตของคนทั้งครอบครัวมาเป็นตัวอย่างและถ่ายทอดออกมาเป็นวรรณกรรมและภาพยนตร์ได้อย่างซาบซึ้งอารมณ์จนเป็นที่กล่าวขานกันมากที่สุดแห่งยุค

เป็นความประทับใจที่ไม่รู้เลือน...

เช่นเดียวกันความสำเร็จของด้านนักแสดงที่ “โนเนม”อย่าง อำพล ลำพูน ก็แจ้งเกิด ณ เวทีการแสดงแห่งนี้ ส่งผลให้เขาได้รับรางวัลตุ๊กตาทองรางวัลตุ๊กตาทอง สาขาดารานำชายยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยื่ยม และรางวัลดารานำชายดีเด่น จากงานเทศกาลภาพยนตร์แห่งเอเซียและแปซิฟิก ครั้งที่ 29

..........................................................................................

ภัทราวดี มีชูธน ผู้ที่รับบท สุวรรณี ในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร a day ว่า

 

“....สุวรรณีมิใช่ผู้หญิงของยุคสมัยเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ยุคสมัยนั้นถือว่า การหย่าร้างกับชายผู้เป็นสามี ถือเป็น ความผิดบาปของฝ่ายหญิง และจะยิ่งเป็นที่โจษขานกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง หากสาวใหญ่ลูกติดอย่างสุวรรณี คิดจะมองหาชายคนใหม่สักคนสำหรับการเป็นที่พักพิงของชีวิต”

ในชีวิตจริงทั้งสุวรรณี และภัทราวดี ต่างก็เป็นเพื่อนกัน สรวลเสเฮฮาร่วมกันอยู่เสมอๆ จึงมิใช่เพียงแต่ความเข้าใจในบทภาพยนตร์ที่เธอรับบทมาสวมเท่านั้น

อันนี้หรือเปล่าที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ผันแปรของครอบครัวนี้ ทั้งวรรณกรรมและภาพยนตร์ต่างตั้งคำถามทิ้งไว้ให้คิด ทั้งยังมีอีกหลายประเด็นที่ฉุดให้ความคิดของผู้อ่านหรือผู้ชมเลยเตลิดไปถึงเรื่องที่เป็นปัญหาสังคมที่ยากจะแก้ไขให้หมดไปได้ ในยุคนั้น นั่นคือ ปัญหายาเสพติด

หรือ เพราะการขาดอบรมเลี้ยงดูบุตรธิดาที่ดีพอ ก็อาจเป็นปัจจัยที่มีส่วนสำคัญยิ่งที่อาจทำให้ครอบครัวนี้พบกับภาวะวิกฤติ ที่ใครก็ไม่ต้องการประสบ..........?

หรือ อาชีพการงานของผู้เป็นแม่ ก็อาจมีส่วน.....?

หรือ ชีวิตวัยรุ่นท่ามกลางกระแสสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในสมัยนั้น ก็อาจมีส่วน.....?

คุณสุวรรณี สุคนธาได้บันทึกชีวิตของลูกไว้ตอนหนึ่งว่า..

“ชื่อ “น้ำพุ” นั้นเป็นชื่อที่เรียกกันเล่น ๆ ในครอบครัว และเลยเรียกติดปากมาจนกระทั่งน้ำพุโตเป็นหนุ่ม น้ำพุเรียนจบชันมัธยมที่โรงเรียนศรีวิกรม์ และจากนั้นได้ไปเรียนที่เชียงใหม่ปีหนึ่ง ที่ไปเรียนก็เพราะน้ำพุตามใจแม่ เมื่อเห็นว่าควรจะเรียนดีกว่า น้ำพุก็ไปตามคำแม่ เมื่อไปเรียนจึงรู้ว่าน้ำพุไม่ได้ชอบวิชาที่เรียนเลย ชอบแต่ศิลปะมากกว่า จึงได้ขอแม่มาเรียนศิลปะ ก่อนการเปิดเรียนในปีนั้นน้ำพุได้บวชเณรอยู่เดือนหนึ่ง เมื่อเปิดภาคเรียนแล้ว จึงสึกออกมาเรียนต่อ ระหว่างนั้นน้ำพุอยู่ในความอุปการะของป้า

ระหว่างปีสุดท้ายของการเรียน น้ำพุเริ่มคบเพื่อนหน้าตาแปลก ๆ และพาเข้ามาในบ้านให้แม่เดือดร้อนอยู่เสมอ เช่น ริอ่านทำความรู้จักกับเหล้าแห้ง กัญชาและยาเสพย์ติดชนิดต่าง ๆจากนั้นน้ำพุก็เปลี่ยนใช้ยาที่แรงขึ้น ๆ จนกระทั่งเฮโรอีน เมื่อมาสารภาพว่าติดแล้วนั้น น้ำพุกำลังจะเตรียมตัวไปอดที่ถ้ำกระบอก มาขอเงินแม่สามร้อยบาท ครั้งแรกตั้งใจจะไปโดยไม่บอก แต่หาเงินเท่าไหรก็ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมาสารภาพ ระหว่างนั้นตัวข้าพเจ้าเองก็ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด จึงไม่อาจะไปดูแลน้ำพุที่ถ้ำกระบอกได้ เมื่อกลับมาถึงน้ำพุสดใสขึ้นมาก ทำให้ครอบครัวมีความหวังว่าน้ำพุคงจะดีขึ้น

มีคนถามข้าพเจ้าเสมอ หลังจากที่น้ำพุได้สิ้นชีวิตแล้วว่า "เลี้ยงลูกยังไง ถึงได้ปล่อยให้ลูกติดเฮโรอีน" ทำให้ต้องนิ่งและไม่อาจจะหาคำตอบได้ แต่ถ้าจะให้ตอบจริง ๆ แล้ว ก็จะต้องโทษตัวเองว่า "เลี้ยงลูกไม่เป็น" และถ้าจะถามว่าเหตุไรที่ลูกชายสิ้นชีวิตไปเพราะยาเสพย์ติด จึงเอาเรื่องมาเปิดเผยเพราะไม่ใช่เรื่องที่ดี น่าจะปิดเป็นความลับมากกว่า คำตอบตรงบรรทัดนี้มีอยู่ว่า เพราะไม่อยากให้ลูกคนอื่น ๆ ต้องเสียชีวิตไปเพราะยาเสพย์ติดอีก”

และในตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า...

“ถ้าเรื่องของน้ำพุ จะเป็นประโยชน์ต่อลูกของใครอื่นได้ ข้าพเจ้าก็จะยินดีอย่างยิ่ง และจะไม่ขออะไรอื่น นอกจากผลกุศลที่ได้เกิดจากสิ่งที่ทำไปแล้วนี้ ขอให้น้ำพุจงมีความสุขในโลกใหม่ หรือที่ใดก็ตามที่น้ำพุไปอยู่.....

เมื่อน้ำพุได้กลับมาจากถ้ำกระบอกแล้วก็ตั้งใจเรียนดีขึ้น หลังจากที่ได้เสียเวลาไปสองปี ปีแรกที่เชียงใหม่ และปีที่สองไม่ได้สอบที่โรงเรียนช่างศิลป์ เพราะต้องเข้าโรงพยาบาลถึงเดือนครึ่ง เนื่องด้วยโรคไวรัสลงตับ เวลาเรียนไม่มีพอสอบ

วันสุดท้ายที่ได้พบกับลูกนั้นเป็นคืนวันที่ 27 พฤษภาคม 2517 ตอนเย็นลูกไปหาที่โรงพิมพ์ พาสาวน้อยหน้าตาจุ๋มจิ๋มไปด้วยและบอกว่าขอเงินไปเอากางเกงนักเรียน ได้หยิบเงินให้ไปและสั่งอย่ากลับค่ำนัก น้ำพุรับคำเป็นอันดี เมื่อไปถึงบ้านนั้นประมาณสามทุ่ม น้ำพุมาเปิดประตูรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ใครจะรู้ว่านั่นเป็นการเปิดประตูครั้งสุดท้ายของลูก จากนั้นน้ำพุก็เอารูปมาอวด

 

คนใช้ไปปลุกข้าพเจ้า ในตอนเช้ามืดให้เข้าไปดู "น้ำพุ" ขณะนั้นน้ำพุนอนเหยียดยาวอยู่หน้าเตียง แผ่นเสียงยังหมุนและไฟยังเปิด น้ำพุสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว ถอดเสื้อ...เหมือนหัวใจจะขาดตามลูกไปด้วย ได้อุ้มลูกขึ้นรถ ให้พี่สาวน้ำพุขับไปโรงพยาบาล หมอสันนิษฐานว่าน้ำพุหัวใจวาย แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าน้ำพุจากไปเพราะยาเสพย์ติด น้ำพุอาจจะหวนกลับไปใช้ยา ซี่งไม่มีใครรู้ว่าเป็นยาชนิดใด และยานั้นคงจะรุนแรงจนสามารถทำให้หัวใจน้ำพุหยุดเฉียบพลันไม่มีใครช่วยได้”

...............................................................................................

ที่จริงไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งนั้นที่แม่ไม่ค่อยขัดใจน้ำพุ ราวกับจะรู้ว่าน้ำพุมีเวลาอยู่กับแม่น้อยนิดเดียว เพียง ๑๘ ปีกับ ๒ เดือน ๑๕ วัน 

 

เป็นข้อความใน คำนำของหนังสือที่พิมพ์แจกในงานศพของ “น้ำพุ”ที่ “แม่”ที่เขียนถึง”ลูก”

 

ในเรื่อง “พระจันทร์สีน้ำเงิน”ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องความผูกพันธ์ระหว่างแม่กับลูกแทบทั้งสิ้น แม้จะมีเรื่องความรักความใคร่ของแม่กับแฟนใหม่มาปะปนบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก เมื่อต้องอยู่เลี้ยงลูก ๔ คนที่กำลังโตและเรียนหนังสือแต่เพียงลำพัง

“แม่”ได้แต่งเรื่องของ “น้ำพุ” ใน “พระจันทร์สีน้ำเงิน”โดยสมมุติชื่อให้ว่าชื่อ “รอม”

“เป็นความผิดของแม่เอง แม่เคยว่าอย่างนั้น จะโทษอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น อย่างความจน ความต้องการเงิน ก็ไม่สามารถเอามาอ้างได้ว่าที่ต้องเขียนวิธีนี้เพราะไม่มีเงิน เรื่องจริงแล้วมันต้องยอมอดเพื่อจะทำงานให้ได้ดีที่สุด”

“รอม”เห็นแม่นั่งเขียนหนังสืออยู่ข้างๆ มุ้งในตอนกลางคืนแทบทุกคืน.....

“แม่จะเป็นนักเขียนคนแรกที่เขียนหนังสือโดยไม่มีโต๊ะ”

หรือบทที่แม่เขียนถึงลูก........

“เราออกจากบ้านเช้ากว่าทุกวัน เพราะเป็นวันที่รอมจะต้องขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนเอง บางหนรอมก้อยากเป็นอิสระ แต่บางครั้งก็เบื่อและนึกอยากให้แม่ขับรถไปส่งถึงประตูโรงเรียน หรือจะขับเข้าไปข้างในเลยก็ยิ่งดี เพื่อนๆ จะได้รู้กันว่า รอมไม่ใช่คนยากจน รถก็มี อีกทั้งมีแม่ที่รักและเอาใจใส่รอม ถึงจะห่างพ่อก็ตาม”

แม้ทุกอย่างที่ลูกต้องการให้มีเหมือนเพื่อน แม่ก็สรรหามาให้ เพื่อไม่ให้ลูกน้อยหน้าไปกว่าคนอื่นๆ ในภาพยนตร์ “เรื่องของน้ำพุ” ถ้าหากยังจำกันได้ดี คุณภัทราวดี ชวนลูกๆ หัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อเห็นข้าวของที่เธอสรรหามาไว้ในบ้านด้วยความสามารถของเธอว่า

อะไรๆ ก็ผ่อน ผ่อนไอ้โน้น ผ่อนไอ้นี่....ชีวิตเงินผ่อน แล้วลูกทุกคนก็วาดฝันให้แม่ฟังทีละคน แล้วแม่ก็เข้าครัวไปทำกับข้าวให้ลูกๆ ทาน

 

แต่น้ำพุก็เริ่มดูดบุหรี่แล้ว ณ แต่บัดนี้..........!

ในสมัยนั้น น้ำพุหรือวงศ์เมือง นันทขว้าง เด็กหนุ่มผู้แสนจะอ่อนไหว และ “แม่”ผู้กล้าแกร่ง ยากจะทานทนความเชี่ยวกรากของกระแสสังคมในสมัยนั้นได้ ซึ่งแตกต่างจากสมัยนี้เป็นอย่างมาก ที่เราสามารถพบเห็นชีวิตแบบเดียวกันกับ “น้ำพุ”ได้มากมาย

 

แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้เรียนรู้อะไรจาก “เรื่องของน้ำพุ”นั้นเลย

.............................................................................................

เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ เวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ได้มีคนร้ายขับรถ บี.เอ็ม.ดับบลิว. นำศพ "สุวรรณี สุคนธา" ไปทิ้งที่บริเวณพงหญ้าหลังสวนสยาม ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตบางกะปิ สภาพศพถูกมีดแทงตามร่างกาย ๘ แผล ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมนายคชินทร์ สมบูรณ์ และนายไพฑูรย์ สว่างไพร สองนักเรียนโรงเรียนช่างกลแห่งหนึ่ง เป็นคนร้ายที่พยายามแย่งชิงรถยนต์เพื่อนำไปหาซื้อยาเสพติด ขณะที่สุวรรณีไปจ่ายตลาด แต่เมื่อขัดขืน เธอจึงถูกทำร้ายจนเสียชีวิตหนังสือพิมพ์ทุกฉบับต่างก็พาดหัวข่าวในรุ่งขึ้น

ด้านครอบครัว สุวรรณี สุคนธา สมรสกับ ทวี นันทขว้าง มีบุตรสี่ ๔ คน ต่อมาหย่าขาดจากสามีแล้วมาร่วมชีวิตกับนายศิริสวัสดิ์ พันธุมสุต สุวรรณี สุคนธ์เที่ยง เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๗ สิริรวมอายุได้ ๕๒ ปี 

เป็นความสูญเสียครั้งที่ ๒ ในความรู้สึกอย่างน่าเศร้าใจของผู้ชมที่เฝ้ามองชีวิตคนในครอบครัวนี้...

ขอยกย่อง “ความเป็นแม่” ของ สุวรรณี สุคนธา และความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว ซึ่งยังมีชีวิตกันอยู่ ไว้ ณ ที่นี่  ที่ได้สร้างเรื่องราวของตนเองไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจแก่เพื่อนไทยด้วยกัน

ดังที่เราได้อ่าน ได้เห็นในงานวรรณกรรมและภาพยนตร์หรือในละครก็ตาม
.............................................................................................

อ้างอิง ภาพจากอินเทอร์เน็ต และ ถนนหนังสือ กรกฎา ๒๕๒๗

แนะนำ ชมภาพยนตร์ “น้ำพุ” เริ่มตอนแรก ที่ http://www.youtube.com/watch?v=8FHqoZ2H9VY



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 44 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
jjh วันที่ : 25/08/2010 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaijjh
tuktuk  ..บ้าเท่าที่จำเป็น..

สุวรรณี สุคนธา เป็นนักเขียนในดวงใจ น้ำพุ ป็นหนังสือที่อ่านตั้งแต่ยังเด็ก ไม่เข้าใจ แต่ก้อกลับไปอ่านไหม่ ภายหลัง ถึงรู้ว่าความเหงาของเด็กบ้านแตกนั้น มันสาหัสจนถึงตายได้
สว่น พระจันทร์สีน้ำเงิน ...คงจะร้องไห้ได้อีก ทุกครั้งที่อ่าน
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 43 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เจ้าพระยา1 วันที่ : 25/08/2010 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada08
เจ้าพระยา ๑

เคยอ่านเป็นหนังสือนอกเวลา (เรียน) ตอนเรียนมัธยมค่ะ
สอนใจได้ดี....

ความคิดเห็นที่ 42 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
luerat วันที่ : 20/08/2010 เวลา : 07.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.

เป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่งของสุวรรณี สุคนธา ผมชอบครับ

ความคิดเห็นที่ 41 ni_gul , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
คุณนายหวี วันที่ : 19/08/2010 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hello


แม่จูบน้ำพุเป็นครั้งสุดท้าย..

ก็เหมือนคุณนายจูบลูกเป็นครั้งสุดท้าย..

ขอบคุณกำลังใจที่มอบให้ ตอนนี้จิตใจสงบขึ้นเยอะแล้วค่ะ เวลากำลังเยียวยาคุณนายอยู่..

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 40 ni_gul , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 16/08/2010 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

อ่านหนังสือนอกเวลาหลายรอบ

ดูหนังก็หลายรอบ...เ็ป็นเรื่องที่สอนใจมาก ๆ

อยากให้เอามาทำใหม่เหมือนกันค่ะ

รู้สึกทึ่งคุณสุวรรณ สุคนธา ที่เขาตีแผ่เรื่องของเขาออกมา...เป็นแบบอย่างที่ดีมาก ๆ ของนักเขียนค่ะ

อีกเรื่องของเขาที่ชอบ คือ ความรักครั้งสุดท้าย ทำเป็นหนังก็เป็นหนังที่สวยดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

เรื่องนี้เศร้า.........

ความคิดเห็นที่ 38 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คห.๓๕
[ผมจะรออ่านงานอะไรของพี่หนอนที่ว่านั่น
เหมือนที่เรากำลังรองานดีๆ ตกมาสู่กระเพาะและลำไส้ของนักอ่านที่กระหายหิว]

ลงแล้วครับ เมื่อตะกี้
http://www.oknation.net/blog/secondaryreader/2010/08/15/entry-1
เอาเรื่ิองที่อ่านมา มาแสดงความเห็นเชยๆที่ไม่ได้เป็นข้อสรุปแน่นอนอะไรนัก
การสนทนาพาทีก็คงเป็นประมาณนั้น แต่มักมีคนคาดหวังว่าสิ่งที่ออกจากปากเรา
ต้องเป็นทฤษฎีที่เห็นจริงแล้ว หรือข้อเท็จจริงเท่านั้น

ขอพื้นที่ให้ผมกลิ้ง กะล่อนมั่งได้มั้ย
อะคึ่ อะคึ่

ความคิดเห็นที่ 37 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
MT-PONG วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา


ขอบคุณมากนะคะเรื่องราวดีๆ

มีความสุขมากๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 36 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ
ที่นำมาเล่าสู่กันฟังเสมอมา

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
NN1234 วันที่ : 15/08/2010 เวลา : 08.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เมื่อคืน...น่าเป็นเวลาเดียวกับที่ท่านหนอนเข้ามาเม้นท์ ...
ผมพยายาม"ขู่ตาเปิด"เขียนบางสิ่งบางอย่าง....
"เล็งเหลี่ยมลูกสนุ๊ก"อยู่สองวัน หลังจากเรื่อง"สุวรรณีฯ"โพสต์ลงไปแล้ว
เด็กๆ ถาม "วันนี้ไม่เขียนเรื่องอะไรเหรอ?"
ผมตอบ "ยังไม่มีแรงบันดาลใจมากพอ...อย่ามาคาดหวังอะไรกับอารมณ์แบบศิลปิน ...."
เด็กๆ ตัวน้อยนั้นคงจะยังไม่เข้าใจว่า "แรงที่มาทำให้งานสำเร็จนั้นคืออะไร"

บางทีผมก็โหดร้ายกับตัวเองนะ คนรอบข้างอาจจะสัมผัสได้
ก็เพราะ"แรงบันดาลใจ"นี่กระมัง....
คนอื่นๆ อาจมองว่าผมเอาจริงเอาจัง เครียดเกินไปหรือเปล่า...
ผมเคยตอบว่า "ไม่...นี่คือมาตรฐานงานของผม"(เช่นเดียวกับที่ผมก็พยายามบอกในใจว่า ..นั่นคือมาตรฐานงานของคุณ"กลับไปยังคู่สนทนา)
ผมโชคดีที่แวดล้อมไปด้วยคนที่เอาจริงเอาจังกับชีวิตหลายๆ คน เลยได้เรียนรู้ว่าพวกเขาทำงานอย่างเอาบ้าเอาหลังอย่างไร
ถ้าผมจะเอาจริงเอาจังกับงานที่ผมทำแล้วมีความสุข...แล้วล่ะก็
ผมขอทีได้ใหม.....?
..............................................................................
ผมจะรออ่านงานอะไรของพี่หนอนที่ว่านั่น
เหมือนที่เรากำลังรองานดีๆ ตกมาสู่กระเพาะและลำไส้ของนักอ่านที่กระหายหิว
...............................................................................

ความคิดเห็นที่ 34 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 14/08/2010 เวลา : 23.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

.
.
เฟ้ซบุ๊ค แปลดุ่ยๆประสาผมว่า สมุดเปลี่ยนหน้า

มนุษย์ร้อยหน้ากาก ไงละ



กำลังเขียนอะไรนิดหน่อยจะลงบล๊อก "นักอ่านมือสอง"
แต่คงไม่ใช้วิธีแบบป๋าเฮ็มมิ่งเวย์ หรือเอ็นเอ็น๑๒๓๔
เขียนเที่ยวเดียว + พิมพ์ลงค็อมพ์ + หารูป + จัดหน้าลงบล๊อก ก็ตาปลิ้นแล้ว


ความคิดเห็นที่ 33 (0)
NN1234 วันที่ : 14/08/2010 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

"ถ้าจะมีข้อสังเกตว่า อยากให้พิจารณาเนื้อหากันอย่างวิพากษ์ก่อนกาคะแนนจะได้ไหม และ..
และถ้าถามว่าจะหว่างการกาคะแนนแบบเอาพวกพ้องกับกาคะแนนโดยพินิจพิเคราะห์เนื้อหา - จะเอาอย่างไหน"

ขอบคุณที่คิดและพูดออกมาได้ตรงใจ
ราวกับดึงลิ้นไก่ผมออกมาผึ่งแดด(ทีเดียว)

เพิ่งจะรู้ว่า สมัยนี้เขาอ่านหนังสือหรือเรียนรู้กันด้วยคะแนนเสียง"หวีต"
ต่างจาก"เสียงกรีด(ร้อง)"ในอดีตมากมาย......
ต้อง"หวีตผ่านโหวต"...ไม่วั้นโกรธกัน(แบบไม่เห็นหน้า)
แล้วจะเรียก"เฟชบุ๊ค"ว่ายังไงดี?
เจอหน้า แต่ไม่ได้ใจ หรือ เจอใจแต่ได้หน้าปลอมๆ...?

ถ้าอ่านความคิดอย่างนี้...อีกสิบปีก็ไม่ต้องอ่านอะไรกันแล้ว....
น่ากลัว..จะไม่เหลืออะไรให้อ่าน

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
driftworm วันที่ : 14/08/2010 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แต่คะแนนที่เทให้บล๊อกต่างๆในการประกวดนี้ ผมว่ามันเห็นน้ำใจ(ที่ฝรั่งเรียกสปิหริต)นะ
ผมเห็นในเฟ้ซบุ๊ค ยัยตั้ม แกว่างเป็นนั่งกดหวอตให้บล๊อกโอเคฯทุกที
ถ้าจะมีข้อสังเกตว่า อยากให้พิจารณาเนื้อหากันอย่างวิพากษ์ก่อนกาคะแนนจะได้ไหม และ..
และถ้าถามว่าจะหว่างการกาคะแนนแบบเอาพวกพ้องกับกาคะแนนโดยพินิจพิเคราะห์เนื้อหา - จะเอาอย่างไหน
ผมว่า ไม่ต้องตั้งคำถามอย่างนั้น ไม่ต้องตั้งข้อสังเกตอย่างนั้น
มันเป็น "รส" ของกิจกรรม ไม่ต้องเอาแม่นยำเป๊ะๆ
สำคัญอยู่ตรงทีมันทำให้สมาชิกได้มานั่งดูนั่งอ่าน
ถึงไม่อ่าน อย่างน้อยมันก็มีการทบทวนในใจนิดหนึ่งถึงคนที่ตัวเองกาคะแนนให้
ถือเป็นการ "อ่าน" อย่างหนึ่ง

เดี๋ยวลองอีก โล้จิ้นแล้วถ้าไม่หน้าโล่งขาว ก็กระหน่ำเลย อิอิ


ความคิดเห็นที่ 31 (0)
NN1234 วันที่ : 14/08/2010 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 30
driftworm

ผมต้องขอบคุณผ่านคุณหนอนฯ ตรงนี้ด้วยว่า....
Thailand blogger award นั้น ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เทให้
จนทำให้บล็อกของผมติด ๑ ใน ๑๐ สาขา citizen reporter ไปกับเขาด้วย
ไม่เคยคิดว่า..........เขาจะลงทุนกดคะแนนกันแรงขนาดนี้
หมายถึง เอาจริงเอาจังกับการกดคะแนนโหวต
ลำดับที่ ๑ สาขาที่ผมเข้าิวินด้วยซัดปหกพันกว่าคะแนน...เขาไม่ทำเป็น"อาชีพ"แล้วเขาจะทำเพื่ออะรกันนี่?
ดูอย่างไปรษณียบัตรชิงโชคบอลโลกนั่นซิ.......
เขียนส่งกันเป็นคนละร้อยใบพันใบ....อย่างไม่เสียดายตังค์....
แทนที่จะเป็นการส่งเพื่อความสนุกสนาน พอเป็นกษัย...ให้มีอะไรลุ้นๆ กับเขาบ้าง
เดี๋ยวนี้"ค่านิยม"การเสี่ยงโชคของคนไทยก็ดูจะเปลี่ยนไปมาก
สงสัยเป็นเพราะ ชีวิต(คนไทย)นี้ไม่มีความหวังอะไรจากการทำงานของรัฐบาล
ต้องเสี่ยงโ๙คเอาตามที่ต่างๆ เช่น จอมปลวก ขอนไม้ ต้นกล้วย ศาเจ้า ฯลฯ

ปุ่มล๊ิอกจิ้นมันก็เล่นงานผมเช่นเดียวกัน....
ไม่เห็นมันให้ผมทำได้สามแต้มสักที...ไปเปิดที่อีเมล์ก็แล้ว..""หน้าขาวๆ หลอกกันทุกที"
พอๆ กับการสั่งซื้อหนังสือผ่านเน็ตนั่นแหละ...
แต่ผมรู้แล้วล่ะ.. จะทำอย่างไรกับมันดี...

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
driftworm วันที่ : 14/08/2010 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เพิ่งเห็นว่าตัวเองเข้าประกวดบล๊อกบล๊อก
เห็นชื่อน่ะ อย่างอื่นอ่านไม่ออก
ยิ่งมีคำว่า nominee เยอะๆ ทำให้ผมสับสนมาก (แบบคุณหมักเป็นนอมีนี่ให้คุณทักรึเปล่า
แบบกุหลาบแก้วเป็นนอมีนี่ให้แอ็มเปิ้ลริช รึเปล่า
เดี๋ยว ปปช. สอบเอานะ

ผมเข้าไป โล้จิ้น เอ่อ ล็อกอิน มั่งแล้วสองสามหน
แต่โล้จิ้นแล้ว กลายเป็นหน้าขาวโล่งทุกครั้ง เลยหมดอารมณ์
คงไม่ใช่ที่ที่ผมจะโคจรไปหรอก พวกเวทีประกวดอะไรเนี่ย
............................
หนังสือหอมโลกวรรณศิลป์ ผมหาเจอในอินเตอร์เหน็ตแล้ว เล่มละ ๒๓๕ ลด ๒๐ บาท เหลือ ๒๑๕
แต่ผมคลิก "ตะกร้าเข็น" แล้ว เขาให้สมัครสมาชิก ก็สมัคร แล้วกลับมาใหม่
ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น คลิกตะกร้าใหม่อีกที เขาบอกคุณมีรายการแล้ว ๑ เล่ม
แล้วก็ไม่บอกให้ผมทำอะไร หาปุ่มอะไรๆๆไม่เจอ
ผมว่าจะใช้วิธีทุยๆแล้วละ โทรบอกเพื่อน..เอ็งช่วยซื้อส่งมาให้ข้าถี่...

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
NN1234 วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 27
ไม้ม๊อบ

ดีจังเลย อย่าลืมให้ลูกๆ หลานๆ ได้อ่านกันบ้างนะครับ
ผมเพิ่งบังคับให้เด็กๆ อ่านกวีนิพนธ์ของท่านอังคาร กัลยาณพงศ์จบไปเมื่อสักครู่นี่เองครับ.
ถึงเป็นเด็ก รร.วิทย์ต้องรู้จักงานศิลป์

..........................................................................................
ความคิดเห็นที่ 28
ศณีรา

สรุปว่าทุกคนชอบหมดเลย
ทั้งมีประโยชน์ที่สะท้อนปัญหาสังคมได้หลายแง่มุม
ตามที่ผมนำเสนอ...เพื่อให้ผู้อ่านร่วมกันพิจารณา นำไปเป็นอุทาหรณ์
ผมไม่ได้ปิดประตูให้แก่ปัญหาใด ปัญหาหนึ่ง.....

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ผมเคยดูหนังเรื่องนี้ สะท้อนสังคมไทยได้ดีเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ไม้ม๊อบ วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 19.55 น.

ในช่วงเรียนครูให้อ่านหนังสือนอกเวลา "เรื่องของน้ำพุ" ชอบมาก รู้สึกประทับใจในความรักของแม่ ของพี่น้องในครอบครัวนี้ พอมาเป็นภาพยนต์ครูก็ให้นักเรียนไปดู ชอบคุณอำพลตั้งแต่บัดนั้นมา เดี๋ยวนี้หนังสือเรื่องของน้ำพุ ยังมีเก็บไว้ที่บ้าน และห้องสมุดโรงเรียนด้วย

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
NN1234 วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 22
driftworm

ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เข้ามาทักทาย
แหม...ไม่ทักทายกันเลยก็ดูจะใจจืดใจดำไปนิดหนึ่ง เน๊อะ.....

ช่วงหนึ่งของโลกวรรณกรรมที่ถูกสังคมส่วนใหญ่มองว่า
งานเขียนนวนิยายเป็นโลกแห่งน้ำเน่า.... ก็ทำเอาผมเลิกอ่านไปพักหนึ่ง
บังเอิญว่าช่วงนั้น โทรทัศน์ยังไม่มีอิทธิพลมากพอที่จะเป็นพลังเปลี่ยนแปลงสังคมไทยได้มากนัก
เหยื่อของสังคมที่ตกต่ำลงในยุคนั้น...แน่นอนว่าต้องเป็น"นวนิยาย"อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากจะเอ่ยถึงชื่อนักเขียนประเภทนี้ในช่วงนั้นก็ดูจะไม่เป็นธรรมแก่ท่าน
ผมเชื่อว่าหลายคนเบือนหน้าหนี..ด้วยเหตุนี้

มีผู้สูงวัยท่านหนึ่งกล่าวกับผมตอนที่ยังเป็นเด็กเล็กอยู่มาก
ตำหนิ(ผม)พวกที่ชอบจับหนังสือขึ้นมาอ่านว่า........
.....มักจะเลือกอ่านเอาแต่ส่วนที่ตัวเองชอบ เปิดแต่หน้าที่สร้างอารมณ์สนองตอบตัวเอง......
จนมาถึงวันหนึ่งผมก็ตระหนักได้ว่า นักวิชาการเองก็หันหน้าหาแต่ข้อมูลที่ตนสนใจและตอบสนองความต้องการของตนเอง
คนเรามักเลือกเอาแต่สิ่งที่ตนรักและถนัด มันจึงจะไปได้สวย...(จริงมั้ย?)

เข้ากรุงเทพฯ เมื่อใดผมจะไปหาดมกลิ่น "หอมโลกวรรณศิลป์"นั้นมาสักดอก
ให้คลายความคิดถึง

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
NN1234 วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 20
NumberFive

ถ้าตอนนั้น...เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา ตอน ม. 2 ของ Five
ยังงั้น...ของผมก็ต้องเยาว์วัยกว่านั้นมากโขอยู่.....

.........................................................................
ความคิดเห็นที่ 21
ลูกเสือหมายเลข9

พี่เสือฯ เศร้ากับเรื่องของน้ำพุ หรือว่า คุณสุวรรณีถูกมาตรกรรม
หรือว่าทั้งสอง.....?

ลองเห็นใจครอบครัวนี้ก็ไปอุดหนุนซื้อสินค้าร้านลูกคุณสุวรรณีก็ได้นะครับ
ร้าน soda สยามสแควร์ นั้นแหละ...เห็นว่า

.................................................................................
ความคิดเห็นที่ 23
เตาะแตะ

เป็นหนึ่งในเจตนาของการเขียนบทความ(เอนทรี่)นี้ขึ้นมาครับ

...............................................................................
ความคิดเห็นที่ 24
ปฐมนิเทศกระเพาะ

สงสารครอบครัวของเขาเช่นกันครับ
ไม่มีใครอยากเสียคนดีๆ ไปหรอกครับ แม้แต่คนที่เคยทำผิดแล้วกลับใจได้
สังคมเราก็ให้อภัยได้

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ปฐมนิเทศกระเพาะ วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunfah

เคยดูหนังเรื่องน้ำพุ ตอนเด็กครับมันช่วยผมได้ ถึงวันี้ บุหรี่ ยาเสพติดไม่เคย แตะต้อง
แต่ก็ สงสารครอบครัวของผู้เขียนจริงๆ ครับ กรรมครับ กรรม

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

อ่านแล้ว ประทับใจ
.
คำว่าแม่ในยุคสมัย
.

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
driftworm วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

กระทู้นี้ ผมใบ้กินไปเลย
ช่วงวัยรุ่น ผมต่อต้านนิยายปกแข็งในตลาด
ไม่ใช่เพราะถือคติตามฝ่ายซ้ายตอนนั้นที่วิพากษ์ว่าเป็นสกุลน้ำเน่า (soap)
แต่เพราะแม่ผมบอกว่ามีแต่นิยายเพลินจิตต์ คือสมัยแม่ผมยังสาว ก่อน ๒๕๐๐
แกเป็นครูอยู่พักหนึ่ง มันมีนิตยสารลงนิยายล้วนๆชื่อนิตยสารเพลินจิตต์ อยู่
ผมยังทันเห็นเป็นเล่มจริงๆที่แม่เก็บไว้ แต่ตัวแม่เองเลิกอ่านมัน
แกบอกว่ามีแต่ทำให้ความคิดเพริด ฟุ้งไปและไม่เป็นจริง ไม่มีคติอะไรให้เอามาใช้

ผมไม่ได้อ่านเรื่องนี้ แต่อ่านบทวิจารณ์ที่โน่นที่นี่ รวมทั้งโลกหนังสือที่คุณยกมา
หลายข้อเขียนวิจารณ์จะเล่าเรื่องย่อ ยกบางท่อนมาอ้างอิง ผมเลยต่อได้เป็นเรื่อง
และได้ดูฉบับละครทางเทวีที่สินจัยเล่นเป็นคุณแม่เมื่อปีสองสามปีนี้เองมั้ง

ก็รู้สึกว่าขาดอรรถรส - รสของอรรถ - รสของอักษรหนังสือเรียงร้อยเป็นมาลัย ไปนะ

(นอกเรื่อง)เมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนอ่านบางบทของหนังสือ หอมโลกวรรณศิลป ให้ฟังทางโทรศัพท์
ถือเป็นอีกเล่มที่ให้แนวทางการเสพย์งานวรรณกรรม กวี
รวมถึงใช้ชี้วัดคุณภาพของงานต่างๆด้วย
ผมต้องตามหามาไว้อ่านเองแล้ว เพราะเท่าที่ฟังเพื่อนอ่าน
ก็พอจะสะกิดใจว่าทำไมบางปี งานรางวัลซีไร้ท์กวีเรามันถึง - เฮ้อออออ

ไปละ กลับไปใบ้ต่อดีกว่า จะไม่มาทักเลยก็ แหม... เนอะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เรื่องเศร้าครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
NumberFive วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 12.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NumberFive
คนโคราชกันเอง กันเอง ไม่ต้องเกรงใจกันดอก

...เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา ตอน ม. 2 ของ Five เลย...
...เรื่องนี้สอนให้ Five หัดเขียน หัดวิจารณ์และหัดคิดเยอะมาก...
...ชอบอ่านมากกว่า...ไม่สามารถดูหนังได้...ไม่ใช่อะไร...กระชากอารมณ์เกิน...
...นักเขียนคนนี้งานคุณภาพ...และตัวละครสัมผัสได้จริง...ที่สำคัญ...สะท้อนสังคมออกมาแต่ละสมัยของตัวละครได้ดีมาก...

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
NN1234 วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234


ความคิดเห็นที่ 14
ธนูกฤติ

ตอนที่คุณสุวรรณีเสียชีวิต ผมยังอยู่ในวัยรุ่น ขณะนั้นเริ่มอ่านงานเขียนหลายเรื่อง
เพราะคุณครู(วิชา)บังคับ ประกอบกับเราก็ชอบอ่านอยู่แล้ว
พอฟังข่าว(วิทยุ)ว่า มีมาตรกรรมนักเขียนคนดัง ด้วยเหตุผลพื้นๆ
เหมือนความไร้เหตุผลของความเป็นไป.......
เหมือนเวลาที่เราได้ยินข่าวการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า
หรือ อุบัติเหตุรถยนต์ ของ เจมส์ ดีน....
บางทีคนที่เราชอบๆ แล้วมาเสียชีวิตด้วยเหตุผลพื้นๆ มันก็ดูขัดแย้งกัน
แต่...มันก็เป็นไปได้มิใช่หรือ? ที่คนดังๆ (ที่เราชอบ)จะมีสิทธิ์โดนเช่นนั้นเหมือนคนทั่วๆ ไป)

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
NN1234 วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 17
จินตกาล

ผมตอบในความคิดเห็นที่ 2
พัฒนากรคนสวย
ผมก็รู้สึกกลัวเช่นเดียวกันคุณพัฒนากรคนสวย....(?)
ยุคนั้น(เห็นว่า)ปัญหายาเสพติดที่รุนแรงและติดได้ง่ายคือ เฮโรอีน
สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกก็มีชื่อเสียงจากการถอนพิษยาฯ
แค่เห็นการถอนพิษยาในภาพยนตร์เรื่อง ผมก็กลัวแล้ว.

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
จินตกาล วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN

ชอบหนังน้ำพุมาก ดูแล้วสงสารคนที่ติดยาเวลาจะเลิกมันสุดแสนทรมาน

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
NN1234 วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 12
ปองเพียงหทัย

จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม "เรื่องน้ำพุ"เกิดขึ้นจริง บุคคลที่เกี่ยวข้องยังมีชีวิตอยู่จริง.......
คงไม่อาจตัดสินได้ว่า เกิดขึ้นจากสาเหตุใดเพียงลำพัง
แต่ก็เพียงพอแล้วที่คุณสวรรณีได้กล่าวประโยคนั้นเอาไว้
(ที่ผมได้นำมาลงไว้)


................................................................................
ความคิดเห็นที่ 13
ชบาตานี

ขาสั้น-คอซอง......?

..........................................................................

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
NN1234 วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 8
ปวิภา

เรื่องเกี่ยวกับ"แม่" ตระหนักน้อยกว่านี้ได้อย่างไร...?

ให้ลูกเขียนวรรณกรรมมากสักร้อยล้านพันล้าน...ก็ไม่อาจเทียมคุณของแม่...ครับ

.........................................................................
ความคิดเห็นที่ 9
BlueHill

บางทีเราไม่เคยรู้ว่า แม่รักลูกเท่าใด?
แต่จากงานเขียนของ สุวรรณี สุคนธา เราจึงได้รู้ว่า "เปี่ยมปานใด"
สุวรรณี เสียลูกไปทั้งคน ลูกที่เสียก็อยู่ที่ระหว่างตนเองเป็นกวี...
ผมเชื่อว่า... แม่มีอะไรมากกว่ากวีนิพนธ์์ ๒ เรื่องนี้อย่างแน่นอน
ถ้าหากท่านไม่เสียชีวิตลงก่อน....
เช่นเดียวกันเรื่อง "วันวาร"ที่้เป็นภาคต่อของเรื่องน้ำพุนั่นเอง..

..............................................................................
ความคิดเห็นที่ 10
roselobster

(ว่าด้วยความรักของ..แม่ จะหาความรักใด ๆ มาเท่าเทียมได้ค่ะ )

แม่.....แม้จะอยู่"ไกลแสนกล" แต่ความรักที่ลูกแสดงออกไว้ก็เหมือนไม่เสื่อมมนต์ของแม่
แม่....เป็นมากกว่าความรักที่มีกันอยู่เพียงแค่คนสองคน
แม่....เป็นมากกว่าความรักที่เด็กตัวน้อยๆ มีต่อผู้ใหญ่
แม่....เป็นมากกว่าการแสดงออกใดๆ ...ที่มนุษย์ตัวน้อยๆ คนหนึ่งพึงจะแสดงออกตอบแทนท่านได้


(คนไทยรักแม่มากกว่าชาติใดๆ ในโลกนี้ เพราะเรามีวิถีชีวิตและการเลี้ยงดูที่ยาวนานกว่าชนชาติใด
ขณะเดียวกันเราก็มีคำบรรยายมากกว่าชนชาติใดๆ เช่นเดียวกัน)

....................................................................
ความคิดเห็นที่ 11
SNOW_Noi

ผมนั่งดูเรื่องของน้ำพุ เวอร์ชั่นเก่า(ที่ทำลิงค์ว้ให้)ด้วยความซาบซึ้ง
และไร่เรียงถึงความรู้สึกเก่าๆ ในอดีต ที่ก่อนจะมาเป็นตัวเราในวันนี้
"ได้อะไรมาจากหนัง....ก็มีส่วน"
(เหมือนที่บางคนเข้ามาคอมเม้นท์นั่นไง)

....................................................................................

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ธนูกฤติ วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Dhanukrit

"เรื่องของน้ำพุ" สามารถเรียกน้ำตาได้จากผู้อ่าน(จากหนังสือ)และผู้ชม(จากภาพยนต์) ชีวิตของสุวรรณีทำให้คิดถึงความรักของแม่ แม้ในความรู้สึกของสุวรรณีอาจให้ความรักแก่ลูกที่ไม่ถูกต้องไม่เพียงพอก็ตาม

และความตายของสุวรรณีก็ทำให้นึกถึงนักเขียนโนเบลชื่อก้องโลกคนหนึ่งคืออัลแบร์ กามูส์ ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ความตายของนักเขียนทั้งสองมีลักษณะของ absurd (บางคนแปลว่าไร้สาระ ไร้เหตุผล ไร้ตรรกะ ซึ่งคิดว่าตรงกับความหมายของกามูส์เพียงบางส่วน) จอห์น เลนนอนก็ตายในลักษณะแบบนี้ (พอล แมคคาร์ทนี่ เพื่อนร่วมวงเดอะบีทเทิ้ลเคยพูดถึงคำนี้เมื่อได้รับข่าวการตายของจอห์น)

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ชบาตานี วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เป็นบทประพันธ์ที่อยู่ในดวงใจ ครั้งสมัยใส่คอซอง....และประทับใจไม่มีวันลืม

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ปองเพียงหทัย วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 01.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetrypong

น้ำพุเป็นอุทาหรณ์เรื่องหนึ่ง เด็กผู้ชายที่เกิดมาท่ามกลางพี่น้องหญิงล้วน
ความอ่อนไหวที่เกิดขึ้น ถ้าได้รับความใส่ใจสักนิด คงไม่มีช่องว่างระหว่างเพศและวัย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว แต่คงไม่ใช่ทุกครอบครัวที่ต้องพบกับความสูญเสียเช่นครอบครัวของน้ำพุ อย่างไรก็ดี ความยิ่งใหญ่ในความรักของแม่ จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SNOW_Noi วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 01.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snownoi
เรารักในหลวง 

ขอบคุณที่ทำให้ย้อนนึกถึงอดีตหนังสือ/ ภาพยนต์เรื่องนี้ ซึ่งยังมีคุณค่าและมีประโยชน์กับสังคมมากมาย เป็นไปได้ว่าจะถูกนำกลับมาสร้างอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
roselobster วันที่ : 13/08/2010 เวลา : 00.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

ว่าด้วยความรักของ..แม่
จะหาความรักใด ๆ มาเท่าเทียมได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ความรักของแม่ที่มีต่อน้ำพุ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงตัวลูกได้
น่าเสียใจที่แม่รักน้ำพุขนาดนั้น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปวิภา วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ขอบคุณ...คุณค่า...ดีดี...ที่เน้นให้เห็นและตระหนัก

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
NN1234 วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 5
ไออุ่นพฤษภา

ใช่จริงๆ ด้วย...ภาษาในวรรณกรรมของคุณสุวรรณีดูง่าย
ใ้ช้ภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน
(ผมหมายถึงว่า มีการใช้ภาษาพูดแทรกเข้ามาในการสนทนามากกว่านักเขียนคนอื่นๆ)
การนำเสนอเรื่องราวก็เป็นไปตามลำดับเวลา หรือขั้นตอน
ไม่ค่อยสลับซับซ้อน เข้าใจเนื้อหาได้ง่าย....
เป็นนักเขียนที่ไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารนะ..(ทั้งหมดนี้เท่าที่เคยอ่านในสมัยเด็กๆ...)
งานของเธอ...ไม่มีเรื่อง"นำ้เน่า"ในความคิดเห็นของผม
หรือว่า ผมอาจจะมี"ฉันทาคติ"มากเกินไปก็เป็นได้
(อย่าได้เชื่อผมทั้งหมด)...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

น่าจะจำเวลาผิด น่าจะราวๆ 4 โมงมากกว่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

มาอีกรอบค่ะ
เที่ยงที่ผ่านมาเม้นท์ไม่ขึ้นแน่ๆเลย

เรื่องของสุวรรณี ชอบค่ะ
น่าอ่านทุกเรื่อง ภาษาง่ายๆ ได้ข้อคิดในการดำเนินชีวิตมากมาย
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NN1234 วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 1
แม่สีไฟ

เรื่อง "พระจันทร์สีน้ำเงิน" เมื่อเป็นภาพยนตร์คือ"เรื่องของน้ำพุ" (ดังนั้นจึงเป็นเรื่องเดียวกัน)
ส่วนเรื่อง "วันวาร" เป็นตอนต่อจากเรื่องแรก
สุวรรณี เขียนค้างไว้ เพราะเธอเสียชีวิตลงก่อน
แล้วกฤษณา อโศกสิน เพื่อนสนิทจึงมาเขียนต่อจนจบ

เลยไม่แน่ใจที่ว่าเรื่องที่ ๒ นั้นคือเรื่องอะไรกันแน่

..................................................................................
ความคิดเห็นที่ 2
พัฒนากรคนสวย

ผมก็รู้สึกกลัวเช่นเดียวกันคุณพัฒนากรคนสวย....(?)
ยุคนั้น(เห็นว่า)ปัญหายาเสพติดที่รุนแรงและติดได้ง่ายคือ เฮโรอีน
สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกก็มีชื่อเสียงจากการถอนพิษยาฯ
แค่เห็นการถอนพิษยาในภาพยนตร์เรื่อง ผมก็กลัวแล้ว...

........................................................................................
ความคิดเห็นที่ 3
ภาษาหลากสี

เอาไว้ว่างๆ ผมค่อยเขียนถึงผลงานด้านวรรณกรรมของเธออีกที
เพราะเที่ยวนี้ เป็นเรื่องความรักและความซาบซึ้งของแม่กับลูก.....และ
สัญชาตญาณของความเป็นแม่

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

จำได้ว่า สุวรรณี สุคนธา เขียนเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่น และ ยาเสพติดไว้หลายเรื่อง นำมาทำเป็นหนังและ ละคร นับครั้งไม่ถ้วน เนื่องจากเธอสูญเสียน้ำพุ ไป เพราะยาเสพติดนี้เอง
เรื่องราวของครอบครัวเธอ เป็นอุทธาหรณ์ที่ดี ให้สังคม ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พัฒนากรคนสวย วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sunshineday15

ขอโทษค่ะ พิมพ์ตกหล่นไป

เรื่องน้ำพุได้ดูสมัยเรียนหนังสือ เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้เรากลัว ที่จะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และกล้าปฏิเสธที่จะลองมัน น่าจะเอามาฉายอีกนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 12/08/2010 เวลา : 15.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

งานเขียนที่สะท้อนสังคมได้ดี

แต่เรื่องที่สองนี่จำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน