*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2333527
  • จำนวนผู้โหวต : 801
  • ส่ง msg :
  • โหวต 801 คน
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม 2553
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 7441 , 11:34:36 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ni_gul , สยุมพร และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

วนิดา ละครโทรทัศน์ซึ่งออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 เพิ่งจะรูดม่านปิดฉากลงไปอย่างประทับใจ(สำหรับบางคน) ละครเรื่องนี้สร้างความโด่งดังเกรียวกราวเป็นอย่างมาก ทำเอาชาวบ้านชาวช่อง(ติด)ตามชมอย่างงอมแงม ทั้งในบทบาทการแสดงของคู่พระคู่นาง ที่มีทั้งความหล่อและความงาม สามารถตรึงคนดูให้อยู่หน้าจอแก้วได้อย่างมากมายและต่อเนื่องยาวนาน

 

กำไรตกอยู่ผู้จัดละครที่สามารถขายโฆษณาได้เพิ่มขึ้น..... แต่ ผู้ชมกลับถูกกำหนดให้ “หยุดอยู่กับที่”.......!

 

บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะมุ่งวิพากษ์วิจารณ์ละครโทรทัศน์เรื่อง “วนิดา”โดยตรงแต่อย่างใด แต่ขอยกเอาละครมาเป็นแต่เพียงหนึ่งกรณีตัวอย่างศึกษาในแง่บางมุมของบทบาทการละครต่อการรับใช้สังคม เช่นเดียวกับการวิพากษ์วิจารณ์ในบางแง่มุมของวรรณกรรม 

 

เพื่อว่า.... แท้จริงได้รับใช้สังคม หรือช่วยแก้ปัญหาสังคมด้วยหรือไม่

 

นอกจากที่เราจะได้ดูกันก็แต่เพียง เพื่อความบันเทิง ความสุขใจที่ได้พบเห็นพระเอกนางเอก ฉากที่มีความสวยงาม ...หรือ ความสุขใจที่ได้รับจากการดูชม

 

 

 

วนิดา เป็นบทประพันธ์ของ วรรณสิริ ดำเนินงานสร้างโดย บริษัท ละครไท จำกัด ไทยทีวีสีช่อง 3 ผลิตโดยบริษัท ละครไท จำกัด วนิดา” เป็นละครพีเรียด ที่เคยออกอากาศมาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้ก็เป็นการนำกลับมาสร้างใหม่

 

 

ละครพีเรียด(Period)หรือ ละครย้อนยุค เป็นละครที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้มีฉาก ภาพอาคารบ้านเรือน เสื้อผ้าหน้าผม ภาษาพูด อารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ที่ไม่ได้ร่วมสมัยกับปัจจุบัน หากแต่มีความแตกต่างไปจากปัจจุบันตามแต่ผู้สร้างละครจะเจตนาจินตนาการให้มันย้อนกลับไปไกลมากน้อยแค่ไหน
 ความหมายของละครย้อนยุคก็คือ การสะท้อนให้เห็นภาพของสังคมและความเป็นมาเป็นไปของมนุษย์ในอดีตนั่นเอง แต่อาจจะเป็นแบบเสมือนจริงหรือแนวสัจนิยม(Realism)ก็ได้ หรือเหนือจริง(Surrealism)ก็ได้ ซึ่งละครหลายๆ เรื่องที่ได้จำลองภาพขึ้นมาให้ผู้ชมได้เห็นภาพในอดีตกาล อย่างละครที่โด่งดังอีกเรื่องก็คือ “คู่กรรม” ที่มี “โกโบริ” กับ “อังศุมาลิน”เป็นคู่พระคู่นางต่างเชื้อชาติให้มาเจอกันในช่วงสงครามโลก ก็เป็นละครย้อนยุคแนวสัจนิยม(Realism)เช่นเดียวกัน

 

วรรณกรรมงานเขียนประเภทนวนิยาย เรื่องสั้น ก็มีการสร้างภาพจำลองเช่นเดียวกันกับละคร แต่ส่วนมากแล้วละครโทรทัศน์มักจะนำเอาเรื่องราวจากนวนิยาย หรือเรื่องสั้นไปดัดแปลงเป็นบทละคร หรือสร้างเป็นภาพยนตร์

 

เราจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมในเมื่อทั้งละครและวรรณกรรมที่เป็นการสะท้อนภาพของสังคม(โดยเฉพาะในแนวสัจนิยม) จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาสังคม หรือเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมได้

 

มีกรณีตัวอย่างของ ละครโทรทัศน์เรื่อง “ดาวพระศุกร์” ที่นำเสนอภาพของหญิงสาวคลอดบุตรจากการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมมาคลอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลและให้โรงพยาบาลรับภาระเลี้ยงดู ครั้งนั้นละครเรื่อง “ ดาวพระศุกร์” ได้เป็น “ตัวเอก” เรียกความสนใจจากสังคมได้เป็นอย่างมาก เพราะได้มีการก่อตั้ง “คลีนิกดาวพระศุกร์”ขึ้นมารองรับปัญหาการตั้งครรภ์โดยที่แม่ของเด็กยังไม่พร้อม

 

ละครโทรทัศน์เรื่อง “ดาวพระศุกร์” ถือเป็นความสำเร็จหนึ่งในบทบาทของละครโทรทัศน์ไทยที่เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยสะท้อนปัญหาสังคมและแก้ปัญหาสังคมได้ในระดับหนึ่ง ไม่เพียงแต่การถูกนำชื่อของตัวเอกของเรื่องไปตั้งเป็นชื่อคลีนิกของการรองรับปัญหาอันเกิดจากปัญหาเดียวกันกับละครเท่านั้น แต่ยังกระตุกอารมณ์ผู้คนให้หันมาใส่ใจปัญหานี้ด้วยเช่นกัน

 

หรือละครโทรทัศน์เรื่อง “น้ำเซาะทราย” ก็เป็นละครโทรทัศน์อีกเรื่องที่สะท้อนปัญหาความซับซ้อนของสังคมเช่นเดียวกัน ก็กระตุกเตือนอารมณ์ผู้ชมได้ไม่น้อยเช่นกัน

 

แต่สุดท้ายเราก็พบว่า ทุกอย่างก็เลือนหายไปกับปัญหาที่เชี่ยวกรากและหลากหลายของสังคมไทย

 

 

การสร้างละครโทรทัศน์หรือการเขียนงานวรรณกรรม   ผู้สร้างละครและผู้เขียนงานวรรณกรรมไม่ได้ต้องการเพียงให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมและผู้อ่านเท่านั้น แต่ก็ต่างหวังเหมือนๆ กันว่า ผลงานของตนจะสามารถเป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงสังคมได้แทบทั้งสิ้น หรืออย่างน้อยก็ช่วยแก้ไขปัญหาสังคมของยุคสมัยได้บ้าง

 

เช่นเดียวกับละครโทรทัศน์และงานเขียนวรรณกรรม “แนวเพื่อชีวิต” ที่มุ่งโจมตีหรือแก้ไขปัญหาของสังคมโดยตรง แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะแก้ปัญหาที่สะท้อนนั้นขึ้นมาได้

 

นี่เป็นโจทย์ที่เราต้องขบคิดกันในบทความนี้ว่า ทำไม?....ทั้งที่แท้จริงแล้ว แม้มันเป็นผลงานด้านศิลปะที่ถ่ายทอดออกมาจากจิตวิญญาณอันแท้จริงของมนุษย์แล้ว ใยจึงยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาสังคมได้อยู่อีก........?

 

นี่ยังไม่ต้องคิดว่า ความคิด อุดมการณ์ หรืออุดมคติของคนไทยนั้น “ตกหล่นสูญหายไปในระหว่างทาง”จึงยังห่างไกลจาก “ความเป็นจริง”หรือ “การยอมรับสภาพของตัวเอง”อยู่มาก เพราะหากนำประเด็นเหล่านี้มาขบคิดร่วมด้วย เราก็จะยิ่งเห็น “ช่องว่างอันกลวงโบ๋”ของสังคมไทยอยู่อีกมาก

 

ดังที่ผู้เขียนเคยเห็นผู้กำกับภาพยนตร์ท่านหนึ่งได้พยายามสื่อออกมาถึงแนวความคิดของตนเองที่ต้องการนำเสนอถึงปัญหาของสังคมที่แฝงอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ แต่สุดท้ายก็หนีไม่ออกจาก “ความอยู่รอดทางธุรกิจ”ที่เป็นเครื่องมือบังคับการทำงาน เหตุผลเป็นเช่นไรก็คงไม่ต้องเสียเวลาอรรถาธิบายให้มากไปกว่านี้

 

มันเป็นอุดมคติที่“ตกหล่นสูญหายไปในระหว่างทาง”ตั้งแต่ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนั้นไปแล้ว

 

 

รศ.นพพร ประชากุล อดีตอาจารย์แห่งภาควิชาภาษาฝรั่งเศส คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับวรรณกรรมเทศและไทย ได้เขียนบทวิจารณ์ตัดสินฟันธงลงไปพอเป็นแนวทางที่จะนำมาเรียบเรียงดัดแปลงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยและบทความนี้เอาไว้ดังนี้

 

วรรณกรรมสะท้อนสังคม(และในที่นี้หมายรวมถึงละครโทรทัศน์ด้วย) ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมได้หรือแก้ปัญหาใดๆ ได้ ก็เพราะมันเป็น “วรรณกรรม”(หรือ การละคร)

 

และขึ้นชื่อว่า วรรณกรรมแล้ว ธรรมชาติของมันย่อมประกอบสร้างขึ้นมาด้วย “สัญนิยม”(Convention) ต่างๆ นานาทั้งสิ้น 

 

“สัญนิยม”(Convention) เป็น “ข้อตกลงที่ผู้เขียนและผู้อ่าน(ผู้ชมละครโทรทัศน์)ยอมรับร่วมกันโดยนัยกันแล้วว่า มันจะสื่อและรับรู้ความหมายในงานวรรณกรรมเพื่อให้การ “สื่อสาร”ในงานศิลปะนี้เป็นไปตามแนวทางเดียวกันระหว่างผู้เขียนงานวรรณกรรมหรือผู้สร้างละคร กับ...ผู้อ่านหรือผู้ชมละคร

 

ดังเช่นที่เมื่อได้ชมละครโทรทัศน์เรื่อง“วนิดา”แล้ว ทุกคนย่อมรับรู้เบื้องต้นว่า เป็นเรื่องราวความขัดแย้งกันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้แล้วมีเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวเข้าเกี่ยวข้อง แล้วเรื่องราวก็ผูกปมเงื่อนเรื่อยๆ จนทำให้ความรักนั้นเจอปัญหาอุปสรรคต่างๆ และความสำเร็จ

 

“.....ธรรมชาติความเป็นวรรณกรรมนั้นเป็นอุปสรรคบั่นทอนการถ่ายสะท้อนความเป็นจริง และขัดขวางการเกิดจิตสำนึกทางสังคมที่จริงจังอย่างไร กล่าวคือในการเขียน/อ่านวรรณกรรมนั้น ผู้เขียน/ผู้อ่านมีกติกาข้อตกลงกันตั้งแต่ต้นแล้วว่า ข้อเขียนนั้นๆ มิได้แสดงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหรือมีอยู่จริงในโลก แต่เป็นเรื่องที่สมมุติขึ้นจากจินตนาการ ซึ่งทำให้วรรณกรรมไม่อาจหลีกพ้นไปจากฐานะ "เรื่องอ่านเล่น" ไปได้

 

ต่างไปจากข้อเขียนประเภทข่าวสาร สารคดี หรืองานวิชาการ ซึ่งมีกติกาข้อตกลงในการรับรู้เรื่องราวอีกแบบหนึ่ง

 

ผลสืบเนื่องต่อมาก็คือ ในเมื่อไม่มีข้อเท็จจริงจากภายนอกมากำหนดความเป็นไปได้ในตัวบทวรรณกรรม อิสระจึงตกแก่การใช้ภาษาอย่างเต็มที่ นักประพันธ์ส่วนใหญ่ทราบดีว่า อาศัยเงื่อนไขจากการปลอดข้อบังคับแห่งโลกของความเป็นจริงนี้เอง พวกเขาจึงสามารถเลือกใช้ถ้อยคำได้อย่างรุ่มรวยหลากหลายกว่าในข้อเขียนประเภทอื่น สามารถแสดงจริตทางภาษาออกมาได้อย่างเต็มที่ และระดมเอาคุณสมบัติข้องถ้อยคำมาใช้เพื่อส่อนัย สร้างรสชาติ ปลุกเร้า โน้มน้าวใจ ไปตามเงื่อนไขที่สร้างขึ้นในโลกสมมุติ ซึ่งเป็นคนละสิ่งกับตรรกะในโลกของความเป็นจริง”

 

 

นั่นก็หมายรวมถึงศิลปะของการสร้างภาพยนตร์และละครไทยที่เราท่านได้พบเห็นในปัจจุบันนี้ด้วย แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวในแนวสัจนิยม (realism)มากเพียงใด หรือใกล้เคียงความเป็นจริงของสังคมไทยมากเพียงใดก็ตาม หากแต่มันยังต้องตกอยู่ใน“สัญนิยม”(Convention) ที่เป็น “ข้อตกลงร่วมกันว่า นี่คือเรื่องสมมุติ”

 

นี่มิใยที่ต้องกล่าวถึงละครโทรทัศน์เรื่อง “วนิดา”ของทางช่อง 3 หรือละครอื่นใดของช่องอื่นๆ ที่เป็น ละครพีเรียด(Period Drama)ที่สร้างเรื่องราวย้อนยุค ซึ่งยิ่งทำให้เกิดความห่างไกลชีวิตความเป็นจริงในปัจจุบัน เป็นข้อจำกัดของการสร้างละครแนวพีเรียดอีกประการหนึ่ง

นี่มิใยที่ต้อง กล่าวถึงพล็อตเรื่อง (Plot) ที่ไม่สมเหตุสมผลนัก แต่ก็มีคนดูมากมายทั่วบ้านทั่วเมืองชื่นชมในเนื้อหาเช่นนั้น มีบางส่วนที่อ้างเอาว่าเพื่อ “ผ่อนคลายกับเรื่องราวที่ไร้สาระบ้าง” หรือเพื่อความบันเทิงกันเสียส่วนใหญ่

 

และหากนำเอาแนวทางที่ รศ.นพพร ประชากุล มาร่วมพิจารณาลงไปในรายละเอียดก็จะยังพบว่า  ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพิจารณาลงไปถึงการสื่อความหมายในภาพรายละเอียดต่างๆ ที่นำเสนอ เช่น ลักษณะทางกายภาพของตัวละคร วิธีคิด พฤติกรรม สภาพแวดล้อมทางวัตถุ ฯลฯ จะเห็นได้ว่าภาพลวงตาที่เกิดขึ้น” เป็นภาพลวงตาที่ยิ่งเกิดขึ้นมากไปอีก

 

ยังจะมีละครประเภทนี้ถูกนำเสนอออกมาอีกเรื่อยๆ โดยปราศจากการพลิกแพลงหารูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ ต่างจากในต่างประเทศที่ผู้จัดละครต่างก็อยากให้เห็นศิลปะของการแสดงมากขึ้น  แต่เมืองไทยอาจกล่าวได้ว่า ยังไม่ได้ก้าวออกไปจาก “ปลักน้ำเน่า”นั้นเลย

 

ด้วยแรงบีบจากองค์ประกอบและเงื่อนไขอันหลากหลายที่ไม่อาจโทษใครได้อย่างจำเพาะเจาะจง

 

ลองดูละครเรื่องต่อไปดูสิ..!!!!

 

.............................................................................................................

 

ข้อเสนอแนะ รศ.นพพร ประชากุล ได้เสนอทางออกเอาไว้ก่อนที่ท่านจะลาจากโลกนี้ไปว่า “การที่จะก้าวออกไปจากสภาวะหยุดนิ่ง เพื่อที่จะให้วรรณกรรมพอที่จะมีผลงานสรางสรรค์ต่อสังคมได้บ้าง จึงน่าจะเป็นการ "เล่น" กับสัญนิยมนั่นเอง อาจจะด้วยการกดดันบิดผันดัดแปลงสัญนิยมเก่าๆ มาจัดเงาให้วาววับ หรืออาจจะแหวกจุดอับออกไปด้วยการแสวงหาสัญนิยมใหม่ๆ มาทดลองใช้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเขย่าสั่นคลอนคติค่านิยมอันเป็นสิ่งค้ำจุนสัญนิยมต่าง ๆ ในวรรณกรรมอีกทีหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม ผู้เขียนและผู้อ่านต่างต้องรู้เท่าทันธรรมชาติของวรรณกรรม”

 

.............................................................................................................

 

ข้อมูลอ้างอิง

นพพร ประชากุล, ยอกอักษร ย้อนความคิด เล่ม 1 ว่าด้วยวรรณกรรม, สำนักพิมพ์อ่าน, 2552

ภาพจากอินเทอร์เน็ต



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 25/10/2010 เวลา : 06.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

เขียนเอาการเมืองวันนี้สอดแทรกลงไปบ้าง
เพราะจะเป็นประวัติศาสตร์ ช่วงนี้ ที่ลูกหลายวันข้างหน้าทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเหนียบๆแบบพี่เหน้บนั้นแหละ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เทียนส่องแสง วันที่ : 21/10/2010 เวลา : 01.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tiensongsang
ฉันไม่ใช่นักคิด ฉันเป็นแค่เพียง"นักรู้สึก"

ส่วนมากจะใช้เวลากับการทำงาน การเขียนบล็อค การถ่ายภาพ และสอนการบ้านลูก

ไม่ค่อยได้ดูละครเลยครับ

ชอบฟังข่าว และสาระด้านอื่น ๆมากกว่า เพราะว่าฟังไป โดยที่สายตาไม่ต้องจับจ้องมาก จะได้ทำงานอื่นได้ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 19/10/2010 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

แนวคิดดีจังค่ะ

ไม่ค่อยได้ดูทีวี สักเท่าไหร่
ไม่ติดละคร
เรื่องนี้ก็ไม่ได้ดูค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
สยุมพร วันที่ : 19/10/2010 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee

ไม่ติดละครทีวี หรือหนังซีรี่ย์ทุกชนิด
จะเลือกดูเท่าที่จำเป็น หรือชอบ
แต่อ่านบทความนี้ด้วยความสนใจ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ
โหวตให้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
NN1234 วันที่ : 19/10/2010 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

สวัสดีทุกๆ คอมเม้นท์

ผมไม่ได้ตอบเม้นท์ทุกๆ ท่าน(แบบเรียงตัว) บังเอิญว่าช่วงนี้ติดราชการกับการอยู่เวร
เอาไว้ว่างๆ จะแวะไปเยี่ยมบ้านท่าน เป็นการตอบแทนก็แล้วกัน..

และ...ขอบคุณในคำชม ตลอดจนข้อสังเกตต่างๆ

ส่วนคุณ driftworm (ความคิดเห็นที่ 12)...
จะเข้ามาตอบอีกครั้งเร็วๆนี้ครับ........

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
beckyblooms วันที่ : 18/10/2010 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/beckyblooms
"Everybody Lies, Everybody Dies"

โห..คนตรึมเยย..มีคนไปตามมา..บอกว่า เหมาะกับเค้ามาก เอ็นทรี่นี้..

ทำอย่างกะเรานามสกุลเปรมปรีดิ์อ่ะ..

แหะๆ..ขออ่านก่องนะคะ.. เคลียร์งานอีกแป๊บ เดี๋ยวมาใหม่..

ว่าแล้วก็..หยิบชะลอม สะบัดบ็อบ..เอ้ย! รวบผมเปีย เดินออกจากบ้านทรายทองโดยพลัน..

พจ.จะ.วีน (ใกล้เคียงชื่อจริง..จริงๆ)..ญาติพจมารค่ะ ฮี่ๆๆ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
หมูอวย วันที่ : 18/10/2010 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moo-uay
เป็นผู้ชายที่เรียบง่าย...ที่มีใจรักในศิลปะ

ผมคงจะเชยพิลึก เพราะไม่ได้ดูเลยสักตอนเดียว
ที่ทำงานน้องๆ เขาพูดกัน ผมใบ้กิน ฮ่า ฮ่า
ถึงจะไม่ได้ดู แต่ก็ขอมาอ่านบทวิเคราะห์วิจารณ์ด้วยความชื่นชมครับ
โหวตด้วย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
driftworm วันที่ : 18/10/2010 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ทีนี้ผมจะขัดคอตัวเอง แย้งความเห็นตัวเองนิดนึงนะ.....
แต่ว่างานอย่างเช่น โศลก, มหากาพย์, และงานที่เรียกได้ว่าเป็นกวีแต่โบราณมาไม่ได้มี
ส่วนสำคัญในการสร้างและหล่อหลอมสังคมหรอกหรือ คนอ่านในยุคนั้นได้ทำความตกลง
กับผู้รจนางานเหล่านั้นหรอกหรือว่านั้นคือเรื่องไม่จริง ท่านละเมอเพ้อพกเอาเอง, นั้นสิจริง
จริงอย่างที่เราเถียงไม่ได้ ....
และงานเหล่านั้นไม่ได้สั่นสะเทือนลงไปในมโนสำนึกของผู้คนหรอกหรือ
งานเหล่านั้นไม่ได้ก่อแรงบันดาลใจให้ผู้คนใฝ่กระทำในทางใดทางหนึ่งหรอกหรือ

ที่พูดมานี้ มองว่าผมมีท่าที มีบุคลิกแบบนิตยสาร “อ่าน” หรือไม่
.

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 18/10/2010 เวลา : 00.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

หรือว่าเพราะเหตุผลตามท้ายข้อสามของคห.ก่อนนั่นแหละ จึงมีผู้พยายามเสนอและผลักดัน
แนวคิดว่าวรรณกรรมต้องมีส่วนแก้ปัญหาสังคม ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ก็หวังเพียงแค่
ว่าบางที คนเขียนกับคนอ่านจะมาทำความตกลงกันใหม่ สร้างสัญนิยม (หรือข้อตกลงร่วม ตามคำของ อ.นพพร) ขึ้นมาใหม่
ถ้าคิดแบบนี้ ก็เลยคิดต่อว่า ในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนแดง และขบวนการเร้ดการ์ดจึง
มีนักเขียนงานวรรณกรรม บทละคร จำนวนมากต้องถูกทำร้ายทำลายไป “เพราะขัดขวางความ
เคลื่อนไหวสร้างข้อตกลงใหม่-สัญนิยมใหม่” (เขาใช้คำว่าเป็นปฏิปักษ์การปฏิวัติ)
.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
driftworm วันที่ : 18/10/2010 เวลา : 00.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

๑.
[.......แต่ก็ต่างหวังเหมือนๆ กันว่า ผลงานของตนจะสามารถเป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงสังคมได้แทบทั้งสิ้น
หรืออย่างน้อยก็ช่วยแก้ไขปัญหาสังคมของยุคสมัยได้บ้าง]

ผมไม่เชื่ออย่างนั้น สกุลงานเขียนที่เป็นมาก่อนหน้าขบวนการสังคมนิยมคงไม่มีจุดประสงค์เช่นนั้น
ความคิดที่ว่าวรรณกรรมอาจมีบทบาทเปลี่ยนแปลงสังคมได้ เกิดขึ้นเมื่อมีขบวนการสังคมนิยม

๒. คำอธิบายเรื่องสัญนิยม (convention) นั้นเป็นของ อ.นพพร หรือไม่ คือผมยังไม่เคยอ่านหนังสือของท่าน
ถ้าใช่ ผมจะบันทึกไว้ใช้ ตอนนี้อ่านแล้วงงๆอยู่ ต้องไปทำความเข้าใจอีกที

๓. ข้อความที่ยกมาปิดท้ายนั่นก็น่าสนใจ น่าคิด แต่ที่ผมว่าน่าสนใจและน่าคิดก็ยังไม่ใช่ว่าเห็นด้วยตามนั้น

ถ้าสัญนิยมมันหล่อหลอมสังคมให้เป็นแบบใดแบบหนึ่งอยู่ได้ มันก็น่าจะมีปัจจัยอย่างอื่นที่นอกเหนือไปจาก
"การที่คนเขียนกับคนอ่านตกลงร่วมกันว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องสมมุติ สิ่งนี้เป็นข้อเท็จจริง"

ผมว่าคนอ่านจำนวนมากรับเชื่อเรื่องราวจากนิยาย และถือเสมือนว่ารายละเอียด บทสนทนา เหตุผล ที่ละลาย
อยู่ในเนื้อหาของนิยายที่พวกเขาชื่นชอบนั้นคือ ความจริง ............... ทั้งที่ก็บอกตัวเองว่านั่นคือนิยาย
ขณะเดียวกันก็รับเชื่อว่าข้อเขียนอย่างสารคดี คือ ข้อเท็จจริง แต่ว่ามันเป็นความจริงของอีกโลกหนึ่ง โลกของ
นักวิชาการ โลกของคนที่ทำหน้าที่แก้ปัญหา โลกของคนที่ทำงานกินเงินเดือนบริหารสูงๆ ............. ทั้งๆที่เรา
พบได้บ่อยมากในปัจจุบันว่าสารคดี บทวิเคราะห์จำนวนมากล้วนเต็มไปด้วยสิ่งที่เสกสรรค์ปั้นแต่งขึ้น

เนี่ยแหละ ผมเลยรู้สึกแปลกๆกับตัวบทของ อ.นพพร ที่คุณยกมา


เฮ้อ ต้องเก็บตังค์กวาดซื้อหนังสือของสนพ.อ่าน มาให้หมดซักที
ที่เกี่ยวกับพวก โป๊สท์โมเดิ้ร์น โป๊สท์สตรั๊คเจอรั่ล เนี่ย มีไรมั่งละ
มิเชล ฟูโก้ต์ (นี่ธีรยุทธแปลหรือเขียนออกมาเล่มหนึ่ง)
โรล็องด์ บาร์ต ไม่รู้ใครเขียน อ.นพพร ละมั้ง จำไม่ได้
.

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ชายแม้น วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/changman

บางคนดูละครมากเกินไป จนไม่ใส่ใจสาระในนั้น สนแต่บันเทิง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak

ชอบครับ
โหวต

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เบดูอิน วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej

ละครก็ยังเป็นละครอยู่นะครับ คนดูก็ยังเป็นคนดู

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
khunrin วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunrin

ช่วยแล้วไงครับ คุณกรณ์ออกมาร่วมแสดงเองเลย หนังโฆษณาเรื่องหนี้นอกระบบของ ก.คลัง ผลพวงจากละครช่วยแก้ปัญหาการไม่ค่อยสนใจโฆษณาที่เป็นประโยชน์ในสังคมนี้

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

อ้าวอาจารย์
นพพร ประชากุลเสียชีวิตแล้วเหรอครับ ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย
ไม่ได้ติดตามข่าวเลย ผมนี่แย่ชะมัดเลย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ผมว่าเสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่พ่อ วนิดา กับแม่ของคุณประจักษ์แหละครับ เล่นได้โดนใจมาก ๆ โครงเรื่องเก่าที่ใช้ได้ดี
แถมบทแต่ละตัวนี่ โดนทั้งนั้น
ผมว่าได้ข้อคิดหลายเรื่องเหมือนกันนะคุณ
หรือคุณไม่คิดเหมือน
ผมนี่โตมากับละครทีวีเลยครับเพิ่งมาหยุดดูตอนเรียนมหาลัย ตอนนี้มีเน็ตได้โหลดแผ่นมาดูอีกแล้ว เลยติดไปเลย ฮา
ไม่มีทีวเพราะกลัวติดละครนั่นแหละครับมันเสียเวลา ดูแผ่นสะดวกดูตอนว่างได้) ผมถือคติว่า
ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว
ผมมิได้ดูสนุกอย่างเดียว
แต่ซึมซับเอาสิ่งที่อยู่ในครไว้ด้วย
เลยมองอะไรต่างจากนักวิจารณ์ไปซักหน่อย
แบบละครเคี้ยวง่ายย่อยง่าย น่าจะมีประโยชน์กว่า
ละครที่ยาก ๆ และน้ำเน่ากว่าเรื่องอื่นนะ
ผมว่าสังคมไทยขาดคนอย่างวนิดา แต่มีคนอย่างพิสมัยเพียบ ฮา
แถมผู้ชายเรานี่บางทีก็เซ่อซ่าแบบคุณประจักษ์ได้เหมือนกัน
เราจึงต้องระวัง ส่วนเรื่องที่ผมเห้นแล้วหนักใจที่สุดคือ แม่กับเมีย ถ้าไม่ถูกกันเป็นคุณจะเลือกมใครละเอ้อ
คนเรารักษาชื่อเสียงมากกว่าความสุขในครอบครัวกันจริง ๆ หรือมิใช่
คนเราวัดความเป็นผู้ดีกันที่ตรงไหน
ทำไมบางคนจึงถูกเรียกว่าไฮโซ
ในขณะที่บางคนเขาเรียกโลโซ
ผมว่าผมนี่จัดไฮโซนะครับ
ส่วนพวกคุณหญิงคุณนายนิสัยซกมกแบบพิสมัยหรือแม่ของคุณประจักษ์นี่ผมว่าโลโซชัด ๆ
ไม่มีเกียรติพอที่ผมจะไปคบด้วย ฮา โง่แล้วยังประกาศความโง่ของตัวเองให้คนทั่วไปรู้
กระเป๋าหลุยติ๊งต๊องใบละ 1 แสน ซื้อเข้าไปได้ไง
ไม่โง่ก็บ้าแล้ว
นั่นเหรอโฮโซ นั่นมันนังบ้า ฮา
มือถือเครื่องละหมื่นแปด
ซื้อมาประดับบารมีตนเองมิได้มีธุรกิจอะไรนั่นบ้าแล้ว
พอหายก็นั่งหน้าเศร้า รู้งี้ไม่ซื้อแต่แรก
อ้าวเพิ่งนึกได้เหรอ ฮา
ผมว่าผมไฮโซพอที่จะไม่คบพวกนักการเมืองขี้โกงครับ ไม่ต้องมายกมือไหม้ผมก็ได้ ผมมิใช่ญาติคุณ ไม่ต้องให้อะไรผมก็ได้ผมมีกินมีใช้พอแล้ว เพราะที่ผ่านมาคุณก็ไม่เคยให้อะไรผม คนเราพี่ว่ามั๊ย ถ้ามีศักดิ์ศรี มีความดีพอ ผมว่าคนนั้นแหละครับไฮโซของแท้ มิใช่สักว่าแค่มีเงิน
เอ้อเขียนซะเพลินนึกว่าบล้อกตัวเองอีกแล้ว ฮา โหวตให้ เพราะชอบวนิดา อิอิ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เช่นนั้นเอง วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kbd
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้, ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ่งนี้

ไม่ได้ดูทีวี มาเป็นปี เพราะมันไม่มีภาพ มีแต่เสียง ... เลยเปิดทีวีเพื่อฟังข่าว

ละคร "วนิดา" นอกจากไม่แก้ปัญหาสังคมแล้ว บางทีอาจสร้างปัญหาอีกด้วยค่ะ สังเกตจากเพื่อนร่วมงาน ทุกคนต่างพูดและเล่าเรื่อง "วนิดา" แปลกใจตรงที่ ก็ดูมาเหมือนกัน ยังจะเอามาเล่าอีกทำไม ทำให้คนที่ไม่ดู รู้สึกหนวกหูและรำคาญ นั่นข้อหนึ่ง

ข้อสอง... พอสิ้นเดือน ต่างไปแย่งกันซื้อชุด "วนิดา" ใส่มาทำงาน สำนักงานเลยดูพีเรียดๆ ยังไงชอบกล... และได้ข่าวว่า บางคนเงินหมดไปกับการซื้อชุด จนต้องไปหยิบยืมเงินคนอื่นๆ เพื่อให้มีเงินใช้ตลอดเดือน

นี่ยกมาเฉพาะหน่วยแคบๆ ในสำนักงานเล็กๆ แห่งหนึ่งใน กทม. อย่างนี้... เรียกว่าเป็นปัญหาสังคม หรือเปล่าคะ?

ไม่คิดคาดหวังให้ละครมาช่วยแก้ปัญหาสังคม ขอเพียงอย่าสร้างปัญหาให้กับสังคมก็พอแล้วค่ะ ... เพราะรู้สึกสงสารตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ไม่ค่อยดูระครเพราะไม่ชอบแนวกำกับการแสดงครับ เหมือนดูถูกคนดู

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

ไม่รู้ว่าจะคอมเม้นท์ว่าไงเนาะ ก็ที่พูดมาทั้งหมด ถูกต้องแล้วคร้าบบบบบ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ส่องแสง_ทะลุเมฆ วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pansang

น้ำท่วมรัฐบาลกำลังแก้ครับ - ฮา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ยายเช้า วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/titletete
หนังสือย่อโลกให้เล็กลง การอ่านขยายโลกให้ใหญ่ขึ้น 

เป็นงานเขียนที่ดี
อยากมี"ก้อนความคิด"การถ่ายทอดอย่างนี้บ้างจัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน