*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2480521
  • จำนวนผู้โหวต : 808
  • ส่ง msg :
  • โหวต 808 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 20 มกราคม 2554
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 2957 , 01:03:09 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน พันธุ์สังหยด , มะอึก และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้


 

 ปี 2553 ที่เพิ่งจะผ่านไป หากผู้เขียนจะลืมอะไรไป 1 อย่างหรือ 1 เรื่องก็คือ ... ลืมเขียนเอนทรี่ถึงเรื่องนี้.. “ศตวรรษการจากไปของลีโอ ตอลสตอย” หรือ Tolstoy's Centennial Festival,1910-2010

โลกในปี 2553 ผ่านเลยไปอย่างไม่ค่อยจะแยแสกับการครบรอบ 100 ปีต่อการจากไปของลีโอ ตอลสตอย (Count Leo Nikolayevich Tolstoy) “นักเขียนนวนิยายที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล” (Leo Tolstoy was one of the greatest novelists of all time) เท่าใดนัก

แทบจะไม่มีแม้แต่การยกย่องนักเขียนที่คนเกือบทั้งโลกเรียกเขาว่า ลีโอ ตอลสตอย... ยิ่งในประเทศที่ยากจนหรือกำลังพัฒนาทั้งหลาย ไม่มีเลยแม้ประเทศเดียวที่เห็นความสำคัญของเขา ...???!!! * แต่...ประเทศใหญ่ๆ กลับสนใจเรื่องราวของเขาเป็นยิ่งนัก …!!!

ที่ สหรัฐอเมริกามีการจัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่เพื่อรำลึกถึงและเป็นเกียติในการครบรอบ 1 ศตวรรษของการสูญเสีย ลีโอ ตอลสตอย ในงาน Tolstoy's Centennial Festival, 1910-2010 เมื่อวันที่ 22 24 กันยายน ที่ City of Long Beach, California โดยกิจกรรมนั้นมีทั้งการแสดงปาฐกถา การเสวนา งานเลี้ยงและการจัดฉายภาพยนตร์

โดย Theme ของการจัดงานคือ Tolstoy in Films: How Hollywood Taught America about Tolstoy. มีการนำเอาภาพยนตร์ 4 เรื่องไปฉายและวิพากษ์วิจารณ์กันให้คนอเมริกันเห็นถึงแก่นแท้ความคิดของ ลีโอ ตอลสตอย กันเลย เรียกว่า  เอาแนวคิดจากรัสเซียไปเป็นกลอุบายนำความคิดของอเมริกันชนได้อย่างแนบเนียนทีเดียว...!!!

ภาพยนตร์ 4 เรื่องนั้น ได้แก่


Anna Karenina (1921, 1935, 1967, 1972)

Leo Tolstoy: Living Genious (2010)

War  and  Peace (1956, 1965)

The Last Station (2009)


นอกจากนี้ ปีที่แล้วยังมีการจัดกิจกรรมร่วมแสดงความอาลัยต่อการสูญเสียมหากวีเอกของโลก เช่นในประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา เยอรมัน เกาหลีใต้ รวมทั้งที่กรุงมอสโคว และเมือง Tula  รัสเซีย (บ้านเกิดของตอลสตอยเองก็ด้วย)

ลีโอ ตอลสตอย เป็นผู้มีคุณูปการมากมายต่อชาวโลกอย่างนั้นหรือ ที่ปีที่แล้วทั้งปี พวกเขาจึงได้มีการจัดกิจกรรมยกย่องเกียรติคุณกันอย่างกว้างขวางเช่นนั้น...?

หากกล่าวไปแล้วตอลสตอยก็ไม่ต่างจากผู้มีผลงานและแนวคิดที่เป็นคุณประโยชน์ต่อชาวโลกนั่นเอง แนวคิดที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นที่น่าศรัทธายกย่องเหมือนอย่าง ท่านพุทธทาส หรือ มหาตมะ คานธี และ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง บุคคลเหล่านี้ไม่ถูกมองว่าเป็นบุคคลของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็น “บุคคลของโลก”  โดยเฉพาะ 2 ท่านหลังนี้คือ หน่อเนื้อเชื้อไขที่รับเอามรดกทางความคิดมาจาก ลีโอ ตอลสตอย …!!

และยิ่งหากพิจารณาถึงผลงานด้านวรรณกรรมด้วยแล้ว ผลงานของเขาอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก ไม่ว่าจะเป็น ฟิออโดร์ ดอสโตเยฟสกี้ แม็กซิม กอร์กี้(รัสเซีย) เออร์เนส เฮมมิ่งเวย์(สหรัฐอเมริกา) ลูซิ่น(จีน)


ผลงานเขียนของลีโอ ตอลสตอย โดยเฉพาะ ๒ เรื่องที่โลกให้การยอมรับอย่างเกรียวกราว คือ สงครามและสันติภาพ (War & Peace) และ แอนนา คาเรนินา (Anna Karenina) แม้ว่าผลงานวรรณกรรมของเขาจะยิ่งใหญ่เทียบในระดับโลกได้แล้วก็ตาม ก็ไม่อาจทำให้เขาประสงค์จะได้ก้าวขึ้นไปน้อมคอก้มรับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม…!!

สงครามและสันติภาพ (War & Peace) ตอลสตอยเขียนไว้เมื่อเขามีอายุเพียง 35 ปี เป็นผลงานนวนิยายขนาดยาว จำนวน 7 แสนคำ เป็นนวนิยายที่อัครฐานสูงส่งและสร้างชื่อเสียงให้แก่ ตอลสตอยเขียนขึ้นในปี 1865 – 1869 เป็นเรื่องที่ย้อนหลังในสงครามออสเตอร์ลอตซ์ ในปี 1805 และรวมเหตุการณ์ที่นโปเลียนโจมตีรัสเซีย มีชัยชนะในปี 1812 เขาสร้างตัวละครจากเรื่องจริงบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ เช่น นโปเลียน นายพลคูตูซอฟ พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 ตัวละครที่เขาสร้างขึ้นมาในเรื่องนี้มีผู้นับได้มากถึง 539 ตัวละคร อยู่ใน 5 ตระกูลชนชั้นสูงของรัสเซีย เป็นเรื่องราวที่รวบรวมเอาพฤติกรรมและประสบการณ์ทุกประเภทของมนุษย์ทุกชนชั้นที่เกี่ยวข้องทั้งในสภาวะที่บ้านเมืองมีสันติภาพและสงคราม


แอนนา คาเรนินา (Anna Karenina) เป็นนวนิยายยิ่งใหญ่ในการวิจารณ์สังคมรัสเซียในช่วงศตวรรษที่ 19 ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1870 - 1875 ทั่วโลกได้จัดงานเขียนชิ้นนี้เป็นวรรณกรรมคลาสสิกชั้นครู ได้รับความนิยมเพราะมีการแปลเป็นภาษาต่างทั่วโลกกว่า 30 ภาษาแล้ว ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง ทั้งในรัสเซียเองและฮอลลีวู้ด สหรัฐอเมริกา นวนิยายเรื่องนี้ได้สะท้อนภาพความเป็นจริง(แนวสัจจนิยม)ของสังคมรัสเซียผ่านชีวิตสังคมชั้นสูง เป็นเรื่องราวของหญิงสมัยใหม่(ในยุคนั้น)ที่มีความรักอิสระ ชีวิตเธออุดมด้วยความรักและความใคร่สูงมากคนหนึ่ง แต่ชีวิตก็ถูกตีกรอบเอาไว้ภายใต้สังคมชั้นสูงของรัสเซีย จึงทำให้ชีวิตรักเธอยุ่งเหยิง เรื่องราวจบลงด้วยโศกนาฏกรรมของตัวละครเอก(แอนนา คารเรนนินา)ที่ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ เธอได้รับแรงกดดันและความล้มเหลวต่อความรักทั้งมวลที่เธอแสวงหา ในตอนท้ายของเรื่องราวเธอได้ออกเดินทางไปหาซึ่งความรัก ชั่วขณะใจแวบหนึ่งเธอก็กระโจนเข้าไปในรางรถไฟ ร่างของเธอซึ่งเคยสง่างามแบบสาวสังคมชั้นสูง เคยเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั้งหลายก็ถูกบดขยี้แหลกเหลวลง ณ ที่ตรงนั้น….!!!


ที่ชาวโลกสรรเสริญมุมมองของตอลสตอยก็คือ เขาสามารถแสดงให้เห็นถึงปรัชญาชีวิตของตัวละครแต่ละคนที่ต่างก็ต้องเอาตัวรอดในการแก้ไขปัญหาส่วนตัวและสังคมอันซับซ้อน

การฆ่าตัวตายของแอนนา คาเรนนินาเป็นการสะท้อนถึงแนวคิดการปฏิเสธต่อสังคมชั้นสูงของตอลสตอยเสียเอง ในขณะเดียวกันก็มีการวิพากษ์กันว่าความสำเร็จในชีวิตสมรสของคอนสแตนติน เลวิน นั้นคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองด้วย ซึ่งต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสันโดษและเป็นเกษตรกรในชนบท

ที่น่าฉุกใจคิด ก็คือ ทำไมชีวิตของตอลสตอย เขาจึงต้องเลือกมาจบชีวิตลงที่ สถานีรถไฟเช่นเดียวกันกับแอนนา คารเรนนินา หากแต่เป็นที่สถานีรถไฟ Astapovo ซึ่งหลังจากที่เขาเขาตัดสินใจละทิ้งบ้าน ครอบครัวและมรดกต่างๆ ไว้เบื้องหลัง สละทิ้งทรัพย์สินทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อใช้ชีวิตอย่างสันโดษในบั้นปลายชีวิต เพื่อออกไปเป็นนักพรตจาริกแสวงบุญไปอย่างไร้จุดหมาย แต่ระหว่างการเดินทางแสวงจุดหมายของชีวิต เขาก็เกิดป่วยหลังจากขึ้นรถไฟออกจากบ้านไปได้ไม่นาน จนต้องแวะพักรักษาตัวที่โรงแรมเล็กๆ ในเมืองนั้น ซึ่งก็ได้กลายเป็นสถานีสุดท้ายของชีวิตลีโอ ตอลสตอย ในที่สุด ในปี  1910 ลีโอ ตอลสตอยเสียชีวิตขณะอายุ 82 ปี ด้วยโรคปอดอักเสบ 

คำตอบในเรื่องนี้อาจหาได้ในภาพยนตร์เรื่อง The Last Station (2009) (เป็นลิงค์ข้อมูลภาพยนตร์ใน Wikipedia) The Last Station (เป็นลิงค์ตัวอย่างภาพยนตร์ ) ซึ่งมีข้อความระบุว่า A historical drama that illustrates Russian author Leo Tolstoy's struggle to balance fame and wealth with his commitment to a life devoid of material things.


อัจฉริยภาพของตอลสตอยนั้นอยู่ที่ความสามารถในการจินตนาการถึงสิ่งที่ขัดแย้งกันในมุมมองต่างๆ ของตัว(ละคร)มนุษย์ทุกๆ คน ความเฉลียวฉลาดของเขาคือ การที่เขาอยู่ในสังคมที่อุดมด้วยโภคทรัพย์ เกิดในชนชั้นขุนนางมาแต่กำเนิด แต่ด้วยการค้นพบความหมายในศาสนา จึงทำให้เขามองเห็นถึงความขัดแย้งกับสภาพสังคมและชีวิตจริงของมนุษย์ 

ความสงบเยือกเย็นของตลอสตอยได้ส่งผ่านไปยังตัวละคร “เลวิน”ในเรื่อง แอนน คารเรนนิน่าหลายท่วงที จุดวิกฤตของชีวิตของเขาคือ การบอกเลิกงานที่ยิ่งใหญ่ แล้วออกไปใช้ชีวิตทำไร่ไถนาแบบอย่างชาวนา แม้ตัวเขาจะยังเป็นเจ้าของที่ดินก็ตาม เพราะความต้องการช่วยเหลือชาวชนบทในเรื่องการศึกษา ไม่ต้องการให้พวกเขาด้อยโอกาสในสังคมอันเหลวแหลก(แบบแอนนาฯ) ความหรูหราฟุ่มเฟือยของราชสำนักและข้าราชสำนักในรั้วในวัง ดังนั้น การสร้างโอกาสทางการศึกษาเท่านั้นที่จะช่วยเหลือยกระดับพวกเขาได้  

ในตอนช่วงหลังของชีวิตงานศิลปะ ตอลสตอยไม่ยอมร้างมือจากการเขียน เขาเขียนเรื่องราวให้เข้าใจง่ายและชัดเจนมากขึ้น ทำให้งานของเขาถูกขนานนามว่า เป็นงาน resurrection” ซึ่งต่างจากงานในช่วงแรกของเขาที่มุ่งให้จิตวิญญาณสำหรับคนรุ่นใหม่


ชีวประวัติของ ลีโอ ตอลสตอย เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 1828 สืบเชื้อสายจากขุนนางเก่าในสกุล ยัสนายา โปลยานา (Yasnaya Polyana)จังหวัดตูลา(Tula) ประเทศรัสเซีย เขากำพร้าตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ต้องอาศัยอยู่กับป้า ได้รับการศึกษาเบื้องต้นและวิชาภาษาฝรั่งเศสจากครูที่ป้าจ้างมาสอนที่บ้าน จนกระทั่งเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยคาซาน (University of Kazan) ในวิชาภาษาตะวันออกและกฎหมาย

             ปี 1847 ลาออกจากการเรียนมาเสียกลางคัน เที่ยวสำมะเลเทเมาอยู่ระยะหนึ่งจึงสมัครเข้าเป็นทหารตามแบบพี่ชายเขาไป ในแคว้นคอเคซัสสังกัดกองทหารปืนใหญ่  เป็นทหารชั้นผู้น้อยร่วมรบในสงครามไครเมีย ในปี 1852 เขียนเรื่องสั้นเรื่องแรก วัยดรุณ(Childhood) ปี 1854 เรื่องสั้นชุด เซวัสโตโปล (Sevastopol Sketehes) ได้รับการยอมรับในแวดวงวรรณกรรม ลาออกจากกองทัพรัสเซียในปี 1856 จากนั้นจึงใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในแวดวงวรรณกรรมที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แล้วเดินทางไปแสวงหาความหมายในชีวิตโดยเฉพาะทางยุโรปอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะกลับมาตั้งรกรากที่บ้านเกิด พร้อมกับการสร้างโรงเรียนสำหรับลูกหลานของชาวนาและปลดปล่อยทาสที่ดินของเขาสู่อิสรภาพ

               ปี 1862 แต่งงานกับนางสาวโซฟี เบรส (Sophia Andreyevna Bers)ช่วงแรกของชีวิตสมรสเป็นไปอย่างราบรื่น มีความผาสุกตามอุดมคติที่ตั้งไว้ เวลาส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการดูแลกิจการในที่ดินและการทำงานร่วมกับชาวนา มีบุตรธิดา 13 คน ระหว่างนี้ตอลสตอยเขียนนวนิยายเรื่อง สงครามและสันติภาพ (War & Peace) ก่อนการปฏิวัติครั้งยิ่งใหญ่ของรัสเซีย แล้วตามด้วย เรื่องแอนนา คาเรนินา (Anna Karenina)



             งานประพันธ์ของตอลสตอย เป็นต้นว่า ชุมนุมนิทานจากเซวัสโตโปล (1855) นวนิยายเรื่อง นายทหารคอสแซคส์(1863) ทั้งสองเรื่องนี้มีผู้กล่าวว่า ได้ทำให้คนอ่านเห็นถึงความเฉียบแหลมอัจฉริยะของตอลสตอย นอกจากเรื่อง “สงครามและสันติภาพ” และ “แอนนา คาเรนนิน่า”ซึ่งเป็นเรื่องสุดยอดอมตะนวนิยาย ที่สร้างชื่อเสียงให้ตอลสตอยโด่งดังในฐานะนักเขียนนวนิยายที่ยิ่งยงชั่วกาลนาน

ในปลายทศวรรษที่ 70 เขาขมักเขม้นกับการค้นคว้าด้านความคิด จิตวิญญาณ ง่วนอยู่ปัญหาทางศาสนาและศีลธรรมส่วนตัวเขาเองก็ยิ่งประพฤติตนเป็นคนสันโดษ ความมั่งมีในทรัพย์ศฤงคารทั้งหมดนอกจากได้นำไปอุปถัมภ์แจกจ่ายแก่ผู้ยากจนและคนไร้การศึกษาแล้ว ตัวเขาเองก็ยอมลำบาก ถือหลักบำเพ็ญทุกขกิริยา สมถะและบริโภคน้อย

ปี 1870 ตอลสตอยเขียนเรื่อง คำสารภาพ (A Confession) เป็นหนังสือแนวอัตชีวประวัตที่ชี้ให้เห็นแนวคิดของเส้นแบ่งระหว่างชีวิตกับชีวิตทางวรรณกรรม ช่วงนี้เขากลายเป็นนักเหตุผลนิยมและปฏิบัติศีลธรรมอย่างเข้มงวด มีหนังสือความเรียงว่าด้วยเรื่องศาสนาและศีลธรรม(Religion and Morality, 1893) และ กฎแห่งความรักและกฎแห่งความรุนแรง (Law of Love and Law of Violence, 1908) หลังปี 1880 เป็นต้นมางานเขียนของตอลสตอยได้แสดงถึงทฤษฎีแนวคิดการปฏิเสธคริสตจักรและรัฐบาล การปฏิเสธในวัตถุและรูปกาย ประณามการสั่งสมทรัพย์สินส่วนตัวและลัทธิการใช้ความรุนแรง ทำให้คำสอนของเขามีผู้คนศรัทธานับถือทั้งในและต่างประเทศ(รวมทั้งมหาตมะ คานธี และมาร์ติน ลูเธอร์ คิง) มีผู้คนเข้ามาศึกษาแนวคิดของเขามากมายที่เมืองยัสนายาโปลยานา แต่ทางรัฐก็ไม่ชอบใจนักทำให้เขามีปฏิปักษ์มากมายเช่นเดียวกัน เพื่อทำลายแนวคิดการปฏิวัติสังคมแบบของตอลสตอย เช่นเดียวกับศาสนจักรที่ได้ลงมติขับเขาออกจากศาสนาในปี 1901 เขาจึงต้องค่อยๆ เงียบเสียงลง


งานเขียนในช่วงหลังๆ ก่อนการเสียชีวิตเป็นงานเขียนนวนิยายขนาดสั้น มีงานเขียนชิ้นเยี่ยม เช่นเรื่อง “ความตายของอีวาน อีลิช” (The Death of Ivan Iilch,1886) และเรื่อง “ฮัจยี มูรัด” (Hajji Murud) 

สุชาติ สวัสดิ์ศรีได้เขียนถึงชีวประวัติของตอลสตอยตอนหนึ่งว่า

“ช่วงปีท้ายๆของชีวิต ตอลสตอยเริ่มมีความเห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐและศาสนจักร คือ เครื่องจักรกลที่รวมเอาความเลวร้ายและความฉ้อฉลมาไว้ด้วยกัน  งานเขียนของเขาบางชิ้นเริ่มถูกเจ้าหน้าที่มองในแง่ที่ว่า “ต้องเซ็นเซอร์” แต่เขาก็ไม่เคยถูกจับ เนื่องจากความมีชื่อเสียงโด่งดังของเขาทำให้ไม่มีใครกล้าแตะต้องนั่นเอง

ก่อนเกิดเหตุการณ์นองเลือดอันเนื่องมาจากการลุกฮือในปี ค.ศ.1905 เขาเคยขอร้องให้พระเจ้าซาร์เร่งปฏิรูปที่ดิน และหาทางล้มเลิกระบอบการปกครองแบบอัตตาธิปไตย ตอลสตอยได้ชี้ให้เห็นถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของชาวนาและประชาชนทั่วไป เขาเริ่มมีทัศนะว่า “วิถีชีวิตแบบชาวนา” คือ หนทางอันเรียบง่าย น่าศรัทธา เชื่อถือและงดงาม

เมื่อทัศนะดังกล่าวขัดแย้งกับภรรยาและญาติในครอบครัวบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับการยกที่ดินให้ชาวนา อีกทั้งความในใจลึกๆ ที่คิดว่าภรรยาไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ตอลสตอยจึงตัดช่องน้อยแต่พอตัว หนีออกจากบ้านไปในคืนที่หิมะกำลังตกหนัก....”

ตอลสตอยได้เดินทางออกจากบ้าน มีผู้พบเห็นว่าเขากำลังนอนรอความตายอยู่ที่บริเวณสถานีรถไฟที่ตำบลแอสตาโปโว(Astapovo) เมืองรียาซาน ด้วยโรคปอดบวม ในวันที่ 20 พศจิกายน 1910 ในตอนที่เขามีอายุ 82 ปี


ลีโอ ตอลสตอย ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเขียนนวนิยายที่ยิ่งใหญ่ของโลก(considered one of the world's greatest writers) แล้วยังได้รับการยอมรับว่าเป็นนักคิด นักปราชญ์ นักปฏิรูปสังคม  

เขาเป็นนักเขียนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเพชรน้ำเอกแห่งวรรณกรรมโลก มีผลงานอันเป็นอมตะ คือ สงครามและสันติภาพ (War & Peace) และ  แอนนา คาเรนินา (Anna Karenina) เรื่องหลังนี้ได้รับการขนานนามว่า Anna Karenina : One of The Greatest Love Stories in World Literature 

 งานเขียนของตอลสตอยที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย และคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เช่น “ความตายของอีวาน อิลิช” “เพลงสังหาร” “คนกับนาย” “ศิลปะคืออะไร” แปลโดย สิทธิชัย แสงกระจ่าง

“คำสารภาพ” แปลโดย สมบูรณ์ ศุภศิลป์ “มายาชีวิต” แปลโดย คำแก้ว อัคนี   “แอนนา คาเรนนินา” แปลโดย สดใส


สำหรับเมืองไทยแล้ว ผลงานของลีโอ ตอลสตอย คือ นักเขียนรัสเซียคนแรกที่มีผลงานปรากฎในประวัติการแปลวรรณกรรมของไทยในระยะบุกเบิกและถูกนำเสนอสู่สาธารณชนก่อนนักเขียนรัสเซียคนอื่นใด  โดยเรื่อง“สงครามและสันติภาพ” แปลเป็นภาษาไทยโดย พลตรีหลวงยอดอาวุธ(ฟ้อน ฤทธาคนี) เมื่อพ.ศ.2473 เป็นการเริ่มต้นงานวรรณกรรมอย่างมีคุณภาพต่อสายตาคนไทย

ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้คาดหวังว่า เมืองไทยจะต้องมีกิจกรรมรำลึกถึง ลีโอ ตอลสตอย .. หากเพียงแค่มีคนคิดคำนึงถึงแบบอย่างของการเขียนงานนวนิยายที่ดีๆ มีการกล่าวขวัญถึงอยู่เนืองๆ งานคุณภาพอยู่เรื่อยๆ ฯลฯ 

แวดวงวรรณกรรมไทยก็คงจะเงียบเหงาจนเกินไปนัก และประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นแก่งานวรรณกรรมไทยอีกด้วย

.............................................................................

หมายเหตุ

* (แต่ก็ยังดีที่ปีที่แล้วบ้านเรายังมี “การแสดงดนตรี”(?)เพื่อให้เกียรติแก่ จิตร ภูมิศักดิ์” นักเขียน ปัญญาชนและเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของไทย ซึ่งมีการจัดคอนเสิร์ต 80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ "ดั่งเทียนผู้ถ่องแท้แก่คน" เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2553)

 

 อ้างอิง

       สุชาติ สวัสดิศรี(แปล), รวมเรื่องสั้นรัสเซียก่อนการปฏิวัติถึงรัฐสังคมนิยมล่มสลาย “ความรื่นรมย์ครั้งสุดท้าย”, พิมพ์ครั้งที่ 3 ,สำนักพิมพ์สามัญชน, 2532

       ลีโอ ตอลสตอย (เขียน) รติกร กีรติ (แปล) “เซวัสโตโปล และเรื่องสั้นอื่นๆ”, บริษัท โอเอ็นจี การพิมพ์, 2543

 ลีโอ ตอลสตอย (เขียน) ช่อเชอรี่ (แปล) “นิยายอมตะจาก ตอลสตอย”, สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2515

      เถกิง เถกิงพันธุ์อมร, “นวนิยายและเรื่องสั้น : การศึกษาเชิงวิเคราะห์และวิจารณ์”, สถาบันราชภัฏสงขลา, 2541

 

ข้อมูลเพิมเติม  

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงาน Tolstoy's Centennial Festival,1910-2010 http://tolstoycentennial.com/index.html 

Legacy of Lev N. Tolstoy to the World  https://docs.google.com/View?docid=d986hkj_189dk48nccr

About Leo Tolstoy   http://tolstoy.classicauthors.net/

อ่านชีวประวัติของลีโอ ตอลสตอย และเรื่องย่อ แอนนา คาเรนินา ได้ที่ลิงค์นี้  ลีโอ ตอลสตอย (Leo Tolstoy) และวรรณกรรมอมตะของโลก แอนนา คาเรนิน่า” (Anna Karenina) 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
redribbons07 วันที่ : 28/01/2011 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ความงดงามของวรรณกรรม คงอยู่เป็นนิรันดิ์ค่ะ




ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ITPro วันที่ : 26/01/2011 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/itpro


สวัสดีตอนสายครับ..

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Cat@ วันที่ : 26/01/2011 เวลา : 03.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

คนดี คนเก่ง เมือจากไป นาน แสนนาน
โลก ยังจารึก ถึง

นานๆ จะแวะมาที
ขอ เรียนเชิญนะค่ะ
เรืองใหม่กับ สนทนา ท้ายครัว
พร้อมกับความคิดถึง
วันอังคาร ที่ 25 มกราคม 2554
ต้มโคลงปลาสวาย เจอ น้ำแดงบลูบอย ประชันชีสสด
by Cat@ ,
หมวด : ไดอารี่

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ว๊าว ข้อมูลทางวรรณกรรมแน่นจริง ๆ ผมนับถือคุณหมดใจเลย ให้ตาย อิอิ

โหวต

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
มะอึก วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 19.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมเคยอ่านสงครามและสันติภาพ
เมื่อปี 16

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 08.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

ผมเคยไปนั่งเรียนวิชาวรรณกรรมเบื้องต้นของรัสเซีย
เรียนรู้ประวัติและผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงของรัสเซีย
ทำให้รู้ว่า ลีโอ เป็นประดุจเทพเจ้างานเขียนของประเทศนี้

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เป็นนักเขียนที่ผมชอบครับ
แต่เคยอ่านแค่"สงครามและสันติภาพ" ..สาวน"อันนาฯ" ..อยากอ่านแต่ก็ยังไม่ได้อ่าน

ปล.อยากดูหนังทั้ง 2 เรื่องที่ว่า
ภาพสวยและคลาสสิคมาก "ผู้หญิง"ทั้ง 2 เรื่องสวยมากครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
hayyana วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

วรรณกรรมรัสเซียเกิดช้าแต่โตเร็วกว่าเขาครับ
จริงๆที่ออกแนวต่อต้านนี่มีมาตั้งแต่พุชกิ้นแล้ว พุชกิ้นก็ไม่โดนจับเพราะความดังคล้ายๆกัน
Tolstoy นี่เล่มใหญ่ๆทั้งนั้นครับ ผมเองก็ยังอ่านไม่จบ
บางทีต้องระวังว่าใครแปล เพราะตะวันตกกับจีนแปลจะชอบลำเอียงเอาความคิด
ตัวเองไปใส่
ช่วงนี้เลยหนีไปอ่านเรื่องสั้นๆของเชค๊อฟ กับ white night ของ Dostoevsky ก่อน
ผมว่าสไตล์การเขียนของ Tolstoy มักจะมองในออกนอก ขณะที่เชค๊อฟเป็นข้างนอกมองข้างใน
หมายเหตุ.. ที่ Tolstoy ไม่ได้โนเบลทั้งๆที่ความยิ่งใหญ่เป็นที่ประจักษ์
ผมว่าเพราะการเมือง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
NN1234 วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 5 simonsays

ขอบคุณที่ให้ความสนใจครับ...
ยินดีครับเรื่องที่ขอนั้น
..........................................................................
ความคิดเห็นที่ 6 chompoopookha

มีสาระทุกเล่มครับ..ที่อ่านแล้วลองเขียนแบบนี้ดูบ้างสิ
รับรองว่า............แค่รู้สึกว่ามีความสุขในการเขียนก็ถือว่า คุณเป็นนัก(อยาก)เขียนแล้วล่ะ..
..............................................................................

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
NN1234 วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 16.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 7 vagabond

[พี่น้องคารามาซอฟ เป็นผลงานของนักเขียนรัสเซียผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งครับ คือดอสโตเยฟกี้]

ขอบคุณที่ทักท้วงมา...ถูกต้องแล้วครับ...เมื่อคืนดึกมากไปหน่อย
แก้ไขให้ครับ....

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
vagabond วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 15.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vagabond

พี่น้องคารามาซอฟ เป็นผลงานของนักเขียนรัสเซียผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งครับ คือดอสโตเยฟกี้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
chompoopookha วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

ยังไม่เคยอ่านซักเล่มเลยค่ะ อ่านแต่แฮร์รี่ลอร์ดออฟเดอะริง และก็การ์ตูนประมาณนั้น ถ้าแปลก็ เอ่อ อกาธา คริสตี้ อิอิอิ...อะไรที่เป็นสาระ ทำไม๊ ทำไมไม่เคยผ่านตาเลยเนอะ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
simonsays วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/simonsays

เนื้อหาแน่นมากครับ น่าสนใจทีเดียว เดี๋ยวกลับมาอ่านละเอียดๆอีกรอบนะครับ

ปล.เอาไปใช้อ้างอิงต่อได้มั้ยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NN1234 วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 07.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 3 เพลงกระบี่ฯ

แอนนาฯ เล่มใหม่ยังหาซื้อได้ในราคาที่ขายเพียงครึ่่ง...
(ติดต่อหลังไมค์ครับ)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 03.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

ร่วมรำลึกถึงนักเขียนในดวงใจคะ
แม้จะเคยอ่านหนังสือของท่านแค่สามเล่มก็ตาม
อยากอ่านเรื่องแอนนา แต่ยังหาอ่านไม่ได้เลยคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 02.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

หมายเหตุ – สิงห์สนามหลวงพยายามผลักดันข้อเสนอเรื่องการให้ความสำคัญต่อนักคิด
นักเขียนของไทยอย่างเป็นรูปธรรม เช่นการจัดทำดวงตราไปรษณียากรเป็นที่ระลึกวาระ
ต่างๆของวงการขีดเขียนและนักประพันธ์ ผลักดันอยู่นานครัน ก็ได้ชุดที่ระลึกของนัก
ประพันธ์เชื้อสายชั้นสูง กับกุหลาบสายประดิษฐ์ออกมาจิ๊ดนึง

แต่เทียบกับอีกเหตุการณ์หนึ่ง ปีนี้ กำลังจะมีดวงตราไปรษณียากรที่ระลึกวาระ ๑๐๐ ปี
ตึกยาวของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ถ.ตรีเพชร ย่านพาหุรัด ออกมาแล้ว
กิจการไปรษณีย์แปรรูปเป็นวิสาหกิจเอกชน มีกรอบคิดที่เป็นธุรกิจมากขึ้นก็จริง แต่
กรอบคิดแบบอนุรักษ์นิยมน่าจะยังมีเป็นหลักในบุคลากรข้างบนๆขององค์กร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
driftworm วันที่ : 20/01/2011 เวลา : 02.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ความเงียบนิ่งต่อวาระร้อยปีมรณกาลของเลียฟ ต็อลสะต็อย คงจะมาจากสภาพแวด
ล้อมโดยรวมของสังคมตอนนี้ กล่าวคือ
- สภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน นับแต่ประเทศต้นทางทุนนิยมของโลกอย่าง
อเมริกาและยุโรปประสบปัญหาทางเศรษฐกิจที่มีสาเหตุจากภาวะเสื่อมแฝงของตัว
ระบอบทุนนิยมเอง (สรรพสิ่งมีสองด้าน มีความตายแฝงทุกก้าวย่างของชีวิตที่ดำเนิน
ไปอยู่ทุกวินาที) เมื่อลูกโป่งแตก มันมีผลกระทบไปทั่วทั้งโลก
- ความขัดแย้งทางการเมืองภายในของไทยเอง ผู้คนยิ่งรู้สึกถึงความไม่มั่นคง ความ
ไม่แน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นมากยิ่งขึ้น
- สภาพแวดล้อมทางการอ่านของไทยเองไม่กระเตื้อง รัฐและนายทุนยังงกกำไรจาก
วัตถุดิบการพิมพ์ในรูปกำไรและ (กำแพง)ภาษี
รัฐเองที่เต็มไปด้วยนักการเมืองพันธุ์ปลิ้นปล้อนและยอมตัวให้นายทุน ยิ่งไม่มีวันที่จะ
จริงใจ จริงจังต่อการปฏิรูปการศึกษา การส่งเสริมการอ่านให้มีราคาที่สามารถเข้าถึงได้
ง่าย ตลอดเวลา และอย่างต่อเนื่องชั่วชีวิต
ตรงข้าม กลับเปิดทางให้นายทุนธุรกิจบันเทิงสมคบกับทุนบันเทิงต่างชาติทำการมอม
เมาทั้งเยาวชนและไม่เยาวชนให้งมงายอยู่กับกิจกรรมบันเทิงไม่เสริมปัญญา ฉาบฉวย
ชั่วคราว(ไม่ยั่งยืน แปลว่าทำให้มีรอบของการขายและทำกำไรได้มากรอบ)
- ลีโอ ต็อลสะต็อย เป็นต้นแรงบันดาลใจของนักคิด นักเขียน ปัญญาชน นักเคลื่อนไหว
ทางการเมืองและสังคม นักปฏิวัติ ตั้งแต่รุ่นก่อน ๒๕๐๐ มาจนปัจจุบัน รัฐและทางการ
คงต้องยั้งใจพอควรที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมและย้ำความจำในเรื่องนี้
- หรือไม่ก็ นปช.คนเสื้อแดงได้ “ก้าวข้าม” ลีโอ ต็อลสะต็อย ไปแล้ว หุหุหุ
- สุดท้าย แวดวงงานเขียนของไทยมีความกำมะลออยู่มากกว่าตัวจริง หมายความว่า
ยังเป็นลักษณะการทำนาบนหลังนักเขียน เรียกร้องแต่ผลงานตามกระแส เมินเฉยต่อ
การสนับสนุนให้มีความเบ่งบาน งอกงาม แตกขยาย ของพรรณที่เรียกว่า งานเขียน


หมายเหตุ - ............

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน