*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2341618
  • จำนวนผู้โหวต : 802
  • ส่ง msg :
  • โหวต 802 คน
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 31 มกราคม 2554
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 1403 , 11:16:53 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน เตาะแตะ , khox และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

สิ่งที่เรายอมรับกันดี แต่ไม่ค่อยได้ปฏิบัติกันอย่างเป็นกิจลักษณะ ก็คือ ประเทศเจริญได้ก็ด้วยมีคนอ่านหนังสือจำนวนมากเป็นปกตินิสัย อีกส่วนหนึ่งก็มาจากการมีนักเขียนและงานเขียนดีๆ ประชาชนในประเทศนั้นก็ได้เรียนรู้ความคิดของนักเขียนคุณภาพผ่านการอ่าน และยิ่งมีการตีพิมพ์หนังสือ(ที่ดีๆ)ออกเผยแพร่มากมายเท่าใด ก็เสมือนว่าประเทศมีลายแทงของความเจริญให้แก่คนรุ่นต่อๆ มาได้ไขกุญแจเปิดประตูไปสู่ความวัฒนาถาวร ตัวอย่างนี้เราเห็นไม่ไกลเกินเลยไปจากประเทศญี่ปุ่น และก็มีประเทศเพื่อนบ้านของเราบางประเทศที่เป็นเช่นนั้นอยู่

 

 

เอนทรี่นี้ขอสื่อสารไปยังเพื่อนบล็อกเกอร์ที่แวะเวียนเข้ามาสนทนาด้วย โดยเฉพาะในหัวข้อการสนทนาเกี่ยวกับการเขียนและการพัฒนาทักษะการเขียน จึงขอยกตัวอย่างนักเขียนจากประเทศเพื่อนบ้านเอามาเสนอถึงความสำเร็จและความล้มเหลวของการเป็นนักเขียน

 

Prof. Dr. Lim Swee Tin เป็นนักเขียนระดับภูมิภาคของมาเลเซีย(รัฐกลันตัน) กว่า 40 ปีที่เขาคร่ำหวออยู่กับงานเขียนบทกวีนิพนธ์ที่มีสารัตถะ(theme)อันหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่เป็นงานที่มีความใกล้ชิดกับชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเขา ร่วมกับภูมิหลัง ประสบการณ์และความรู้อันเป็นข้อจำกัดของเขา แล้วยังสามารถเข้าถึงผู้อ่านได้ง่ายกว่า

 

 

Prof. Dr. Lim Swee Tin ได้กล่าวว่า นักเขียนบางคนประสบความสำเร็จ แต่เขาไม่สามารถก้าวถึงความสำเร็จในระดับชาติได้ แล้วก็ร้างรามือไปตามกาลเวลา ส่วนนักเขียนที่ยังคงเขียนและผลิตงานอย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในการพิชิตชัยในรางวัลต่างๆ

 

เขาวิเคราะห์สถานการณ์ของนักเขียนในมาเลเซียแล้วพบว่า มีเหตุผลบางประการที่ทำให้คนเขียนหนังสือเหล่านั้นต้องเลิกรา และล้มเหลวที่จะก้าวต่อไปสู่ระดับสูงสุด คือ

 

1 มีข้อจำกัดเรื่องความคิดหรืองานเขียนมีมุมมองที่แคบเกินเกินไป (Limited ideas or too personal)

 

2 หนทางในการเผยแพร่ผลงานมีเพียงน้อยนิด (Lack of exposures)

 

3 ขาดความรู้เรื่องเกี่ยวกับวรรณกรรมในระดับชาติและระดับนานาชาติ (Lack of literary knowledge of national and international level)

 

4 ไม่มีมโนทัศน์เกี่ยวกับการเขียนงานเฉพาะแบบ (no specific literary concepts)

 

5 ขาดความพยายามในการแสวงหาความรู้ (lack of knowledge inquiry effort) 

 

6 ไม่จริงจังในสาขาที่ตนเองสนใจ (not serious in the field they involved in)

 

Prof. Dr. Lim Swee Tin เล่าว่ามีนักเขียนชาวมาเลเซียที่อยากจะประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมากจำต้องอพยพไปยังเมืองหลวง(กรุงกัวลาลัมเปอร์) เพราะกิจกรรมการเขียน การผยแพร่ การประกวดทั้งหมดกองกันอยู่ที่นั่น....!!

 

 

เขาได้ตั้งข้อสังเกตจากประสบการณ์ออกมาเป็นข้อแนะนำถึงนักเขียนที่ต้องการประสบความสำเร็จในระดับชาติว่า

 

1  พยายามอ่านหนังสือให้มากขึ้น (extend their reading effort)

 

2  เพิ่มทักษะทางภาษา (increase their language skill)

 

3  เพิ่มความรู้ทางด้านวรรณกรรม (increase their literary knowledge)

 

4  ใช้สื่อสมัยใหม่ให้เอื้อประโยชน์ต่อการอ่านเขียน (use the ICT media)

 

5 ทดลองทักษะในการเขียนที่หลากหลายรูปแบบ (experiment with their writing skills)

 

6 สร้างแรงปรารถนาให้สูงขึ้น (strengthen their personal will)

 

7 ปรับปรุงทักษะการเขียน (improve their writing skill)

 

8  แล้วก็จง....เค้นความคิดเหล่านั้นออกมา (exploit their ideas)

 

ปัจจุบันนี้ ผู้เขียนเห็นว่า มีหลายเหตุผลที่สนับสนุนให้นัก(อยาก)เขียนก้าวเข้าสู่สนามได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน คอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ต และพื้นที่สาธารณะ เช่น เว็บบล็อก เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ เป็นต้น พื้นที่กระดาษเสมือนจริงเหล่านี้ได้สร้างงานเขียนและได้ถ่ายทอดและรองรับอารมณ์นัก(อยาก)เขียนไปสู่ผู้อ่านมากมาย

 และคนสมัยนี้ได้ใช้เว็บบล็อกบนโลกอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่งานของตนเองและยกระดับงานเขียนของตนเอง

 

ในยุคโลกาภิวัฒน์ได้รัดตรึงชีวิตคนเราให้อยู่กับโลกไอทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การคิด อ่าน เขียนทำให้เราสะดวกขึ้นมากก็จริง แต่ดูเหมือนสนามประลองการคิด อ่าน เขียนในระดับชาติจะไม่ได้พัฒนาตามไปเท่าใดนัก แต่การอ่าน ทำความเข้าใจงานเขียนใดๆ ในสมัยนี้เป็นการทำความเข้าใจในกระบวนการของความสัมพันธ์ระหว่างการแสดงออกทางศิลปะและคุณค่าทางสุนทรียะผ่านรูปแบบการนำเสนอที่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

โดยที่ผู้อ่านก็สามารถเลือกที่จะเสพตามใจตัวเองมากขึ้นๆ จนตีบแคบที่จะยอมรับงานเขียนที่มีคุณค่าทางศิลปะอย่างแท้จริง

 

งานเขียนไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้น นวนิยาย โคลงกลอนกาพย์ บทกวีนิพนธ์ทุกประเภททุกชิ้นงาน ไม่ว่าจะยาวหรือสั้น จะเขียนยากหรือง่าย บนจอคอมพิวเตอร์(paperless)หรือเป็นกระดาษ(paper) จะฉาบฉวยหรือประณีตเพียงใดก็ตาม งานเขียนเหล่านี้จะเป็นการสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดลง

 

คนรุ่นใหม่มาทดแทนคนรุ่นเก่า แต่ที่หดและจางหายไป คือ คุณภาพของงานเขียน

 

.........................................................................

 

ข้อมูล  เอกสารการสัมนาสานสัมพันธ์นักเขียนไทย-มาเลเซีย  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นครศรีธรรมราช

 

..................................................

 

หมายเหตุ เอนทรี่นี้ออกเผยแพร่ระหว่างเอนทรี่เรื่อง”อ่าน..ความคิด ชีวิต งานของ “ลีโอ ตอลสตอย” ผ่านเรื่องสั้น"ความทรงจำคนบ้า"” กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจทานครั้งสุดท้าย  โปรดติดตามเร็วๆ นี้



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

ตกลงเมืองไทย เสรีภาพดี แล้วนะครับ
.
.
.

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ITPro วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/itpro


ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่ดีและมีประโยชน์ครับ....

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
หมี่เป็ดสิวะ! วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meepedsiva

ดร.ลิม มีแม่เป็นคนไทย จึงสามารถพูดภาษาไทยได้บ้างครับ

นักเขียนมาเลย์ส่วนใหญ่ได้รับการดูแลจากรัฐ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการพิมพ์จำหน่าย แต่ปัญหาก็คือเขาไม่สามารถเขียนอะไรออกมาที่ขัดแย้งรัฐได้เลย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
driftworm วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อุยยย เขียนเสร็จล้วเพิ่งไปอ่าน คห.๗

.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
driftworm วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ก้าวเข้ามาโดยพลัน ลากเก้าอี้มานั่งชันหลัง
แล้วงุบหัวหลับโดยพลันเช่นกัลลลลล

เห็นไอ้ข้อๆของฝากนักอยากเขียนแล้ว
ชวนนึกถึง "ถนนนักเขียน" ของเออร์สะกิ้น คอลด์เวล


งื้บบ เดี๋ยวตื่นแล้วอ่านต่อคับ
.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SW19 วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เหมือนเรามี telepathy กันจัง

กำลังนั่งสงสัยเกี่ยวกับงานประพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านไทยเรา เพราะเวลาที่ท่องร้านหนังสือ เห็นผลงานของเพื่อนบ้านแถวนี้เกลื่อน หาได้ง่าย มีผู้หยิบมาแนะนำอยู่เสมอ ที่สำคัญขายได้ เกิดการผ่องถ่ายข้อมูลระหว่างต่างวัฒนธรรม ความคิด กรอบของสังคมและการเมือง ที่ถึงแม้จะดูเป็นประเทศใกล้กันในยุโรปก็ยังมีความรู้มาแบ่งปันกันได้ (เสน่ห์ยุโรปที่รวมกันเป็นหนึ่งทวีปแต่ทุกคนมีความต่างกันหมด)

ชอบการกระตุ้นให้คนอ่านของคุณ

บางทีปัญหาความแตกต่างทางความคิดของสังคมไทยที่เกิดขึ้น อาจจะมีส่วนมาจากการไม่ยอมอ่าน ไม่ยอมรับรู้ของคนบางกลุ่ม หากละพยศ 'อ่าน' และ 'ศึกษา' บ้าง โลกทรรศน์คงเปิดกว้างได้มากขึ้น



'..................คนรุ่นใหม่มาทดแทนคนรุ่นเก่า แต่ที่หดและจางหายไป คือ คุณภาพของงานเขียน.............'



ตรงนี้ซิน่ากลัว 'คุณภาพ' ที่หายไป มีอะไรบ้างไม่แน่ใจ

แต่ในฐานะของคนไกลการสื่อสารในภาษาไทย เวลาไปเมืองไทยสังเกตได้ว่า การใช้ภาษาของคนในชาติดูแปลกไปอย่างไรไม่ทราบ ถ้าเป็นเพราะวิวัฒนาการของภาษาที่ผันแปรไปตามสมัยก็รับได้ แต่บางทีเหมือนเป็นความไม่ใส่ใจที่จะใช้ให้ถูกต้องมากกว่า ได้ยินคนพูด 'เกลียด' เป็น 'เกียด' หรือ 'โกรธ' เป็น 'โกด' ก็ยังไม่ตกใจเท่าเห็นคนเขียน 'ครับ' เป็น 'คับ'


เสียความสวยงามของภาษาไทย....

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
khox วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

ยิ่งอ่าน ยิ่งคิด ยิ่งเขียน ยิ่งแลกเปลี่ยน ยิ่งเก่ง ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
NN1234 วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 1 ลูกเสือหมายเลข9

ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศที่มีงานวรรณคดี(เก่าๆ โบราณ)เจริญรุ่งเรืองมากอีกประเทศหนึ่ง
จะเป็นรองก็แค่อินเดีย จีน เท่านั้น....
พี่ลูกเสือฯ เลือกประเทศอ่านไม่ผิดหรอกครับ ..
ผมยังย่ำเท้า(กับที่) ก้าวขาไม่ออกจากรัสเซียเลยครับ
.....................................................................................
ความคิดเห็นที่ 2 ซำมะแจะ

ถูกต้องแล้วครับ..
นี่คือ"เป้าหมาย"ของเอนทรี่นี้ เมื่อเข้าใจก็ถือว่า"บรรลุ"แล้วครับ
............................................................................................
ความคิดเห็นที่ 3 รวงข้าวล้อลม

อ่านใจผมออกเลยนะครับนั่น...
......................................................................................
ความคิดเห็นที่ 4 จ่าจินต์

อยากหาอะไรมาครอบครองเหรอครับ? อิอิ
ขอบคุณครับ
ผมมีหนังสือของจ่าฯ ครบทุกเล่มนะครับ..เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก...อิอิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 12.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

โหวต..อยากหามาครอบครอง..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

พยายามอ่านหนังสือให้มากขึ้น (extend their reading effort)


2 เพิ่มทักษะทางภาษา (increase their language skill)


3 เพิ่มความรู้ทางด้านวรรณกรรม (increase their literary knowledge)


4 ใช้สื่อสมัยใหม่ให้เอื้อประโยชน์ต่อการอ่านเขียน (use the ICT media)


5 ทดลองทักษะในการเขียนที่หลากหลายรูปแบบ (experiment with their writing skills)


6 สร้างแรงปรารถนาให้สูงขึ้น (strengthen their personal will)


7 ปรับปรุงทักษะการเขียน (improve their writing skill)


8 แล้วก็จง....เค้นความคิดเหล่านั้นออกมา (
....................................................................


น่าจะนำมาประยุกต์ใช้ในการเขียนบลอกได้มากทีเดียวนะคะ ขอบคุณมากกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

สะบายดีค่ะ

อ่านเอ็นทรี่นี้แล้วรู้สึกสบายใจจังค่ะ
ทำให้ได้เห็นข้อบกพร่องของตัวเอง

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 31/01/2011 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าอ่านนะครับ
ไม่คุ้นกับวรรณกรรมประเทศเพื่อนบ้านเลย ...
เรามัวแต่อ่านงานของนักเขียนอเมริกัน ยุโรป ไม่ก๊ญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน