*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 675
  • จำนวนผู้ชม : 2156115
  • จำนวนผู้โหวต : 793
  • ส่ง msg :
  • โหวต 793 คน
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 12734 , 11:00:34 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน chedtha , พันธุ์สังหยด และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

ลีโอ ตอลสตอย เป็นนักเขียนชาวรัสเซียที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดอีกคนหนึ่งในอีกหลายคน เขาได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุดในงานเขียนวรรณกรรมประเภทนวนิยาย 2 เรื่องที่เป็นอมตะและอลังการ คือเรื่อง War and Peace (สงครามและสันติภาพ) และ Anna Karenina (แอนนา คาเรนินา)  วรรณกรรมของตอลสตอยนอกจากจะได้สะท้อนให้เห็นสภาพสังคมรัสเซีย วิธีคิดของตอลสตอยแล้วยังได้ทำให้ผู้ที่ศึกษาผลงานของเขาได้ค้นพบความเป็นอัจฉริยภาพของตอลสตอยจากลักษณะการทำงานของเขาอีกด้วย ดังที่ปรากฏอยู่ในงานเขียนต่างๆ ของเขา

 

ประกอบกับตอลสตอยเป็นนักเขียนที่มักเขียนเรื่องราวขึ้นมาจาก “เค้าโครงเรื่องในชีวิตจริง” โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกิดขึ้นใกล้ๆ ตัวเป็นเสียส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น เรื่อง แอนนา คาเรนินา ก็เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจที่เขาพบเห็นชีวิตหญิงสาวคนหนึ่งที่กระโดดเข้าไปในรางรถไฟเพื่อฆ่าตัวตาย ส่วนเนื้อหาก็เกิดจากการผูกเรื่องจากประสบการณ์และแรงปรารถนาในชีวิตของตอลสตอยเสียเอง 

 

การศึกษานี้เพื่อค้นหากระบวนการคิด วิธีการทำงานผ่านงานเขียนต่างๆ ของลีโอ ตอลสตอย ซึ่งอาจจะเผยให้เห็นถึงเคล็ดลับของความสำเร็จในการเป็นนักเขียนนวนิยายที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล (Leo Tolstoy was one of the greatest novelists of all time)

 

ผู้เขียนได้เลือกเรื่องสั้น ชื่อ“ความทรงจำของคนบ้า” ของตอลสตอย เป็นเรื่องมีความโดดเด่นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเผยให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนของความคิดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ตลอสตอยได้เขียนนวนิยายเรื่องี่ยิ่งใหญ่และเป็นอมตะนั้นจบลงไปแล้ว

 

 

 

ความเป็นมาของเรื่องสั้น “ความทรงจำของคนบ้า” 

 

เรารู้จักลีโอ ตอลสตอยกันดีผ่านผลงานนวนิยายขนาดยาวเรื่อง “สงครามและสันติภาพ”(1863 – 1869) เขาเขียนเมื่ออายุประมาณ 35 ปี หลังการแต่งงาน 3 ปี เขากับโซเฟียได้ออกไปใช้ชีวิตที่คฤหาสน์ยาสนายาโปลียานา ซึ่งเป็นสถานที่ที่เงียบสงบเพราะห่างไกลจากผู้คน ทำให้ตอลสตอยมีสมาธิและพลังคิดอย่างล้นเหลือในการสร้างสรรค์ผลงานของเขา บทประพันธ์ที่หลังจากผ่านการขัดเกลามาแล้วหลายครั้ง โซเฟียจะเป็นผู้คัดลอกลายมือของเขาอีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ให้ความคิดเห็นติชมด้วย นวนิยายเรื่องนี้มีความยิ่งใหญ่ก้เพราะมีความยาวประมาณ 7 แสนคำ มีตัวละครมากถึง 539 ตัว  ผูกปมเรื่องจากคนใน 5 ตระกูลชนชั้นสูงของรัสเซีย แต่ทันทีที่การเขียนนวนิยายเรื่องยิ่งใหญ่เรื่องดังกล่าวนี้สิ่นสุดลงเขาก็เริ่มรู้สึกเคว้งคว้างขึ้นมาทันที

 

คืนหนึ่งในเดือนกันยายน 1869 ตอลสตอยเดินทางมาพักแรมที่เมืองอาร์มาซาส ในราวตี 2 ของคืนนั้น เขาประสบกับวิกฤติทางจิตใจครั้งใหญ่ เขารู้สึกหวาดหวั่นและสิ้นหวังอย่างที่สุด ราวกับว่าเขาได้เสียสติและเกิดอาการคลุ้มคลั่งโดยฉับพลัน

 

คำถามต่างๆ มากมายผุดขึ้นมา เขาเพียรถามตัวเองว่า เขามีชีวิตอยู่ทำไม ทำไมคนเราต้องตาย เขาจะมีความสุขอยู่ได้อย่างไรในเมื่อผู้อื่นยังมีความทุกข์อยู่รอบด้าน คำถามเหล่านี้ได้ประดังเข้ามาจู่โจมจนเขาไม่สามารถตั้งสติได้  เขาได้เขียนเล่าประสบการณ์นี้ไว้ในงานเขียนเรื่องสั้นที่ชื่อว่า "ความทรงจำของคนบ้า"

 

ตอลสตอยเป็นคนบ้าอย่างนั้นหรือ? เป็นคำถามที่น่าคิดหรือค้นหานัก (โดยเฉพาะตามแนวทางการวิจารณ์วรรณกรรมเชิงจิตวิเคราะห์ Psycho-Analytical Literary Criticism ซึ่งให้พิจารณาถึงแรงกดดันในตัวผู้ประพันธ์ด้วย)

 

ในเมื่อเขาเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง มีพละกำลังมาก เขาเล่นกีฬา ทั้งว่ายน้ำ ล่าสัตว์ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด รอบรู้ไปทุกด้าน เขาศึกษาผลงานของปรัชญาเมธีของ โชเปน ฮาวเออร์(ชาวเยอรมัน) สนใจบทละครของ เชคสเปียร์ โมลิแอร์  แต่ก็มีจิตใจที่สูงส่ง หานักเขียนคนใดที่มีความพร้อมในพลังทุกๆ ด้านดั่งเช่นตัวเขา

 

เมื่อใดที่เขาทุ่มเทพลังไปให้กับการเขียนหนังสือ สิ่งเหล่านั้นก็พรั่งพรูเหมือนมีทางออก แต่เมื่อก็ตามที่งานเขียนนั้นจบลง พลังภายในก็เกิดการอัดแน่นอีกครั้ง มันก็วิ่งเข้ามาปะทะและขัดแย้งกันเองในรอบใหม่

 

เขาได้บอกกับภรรยาต่อไปว่า หลังจากนี้จะเขียนนวนิยายชีวิตที่มีเค้าโครงเรื่องเกี่ยวกับสตรีในสังคมชั้นสูงซึ่งนอกใจสามี หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวลาถึง 3 ปีสำหรับการเตรียมข้อมูล แล้วเรื่อง “แอนนา คาเรนินา” ก็ถือกำเนิดขึ้น ในขณะเดียวกันที่ตอลสตอยก็ได้สอดแทรกทั้งเรื่องราวจากชีวิตจริงของหญิงสาวนางหนึ่ง แนวคิด และความคาดหวังของเขาต่อสังคมรัสเซียนั่นเอง

 

หากมองจากภายนอกของชีวิตตอลสตอย เช่น ชาติกำเนิด พื้นฐานครอบครัว การศึกษา ช่วงชีวิตของความเป็นหนุ่มนักแสวงหา ประสบการณ์ แนวคิด ปรัชญาชีวิต ดูเขาจะเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเองอยู่มาก ความขัดแย้งเหล่านี้กลับเป็นพลังอันมีค่ายิ่งต่อการสร้างสรรค์วรรณกรรมของตอลสตอยเสียเอง

 

 

ตอลสตอยสืบเชื้อสายจากชนชั้นสูงของรัสเซีย บิดาเป็นท่านเค้านต์ นิโคเล อิลยิค ตอลสตอย มารดาคือ เจ้าหญิงมาเรีย มิโคเลฟนา ตอลสตอยา ทั้งฝ่ายมารดาและบิดาต่างก็เป็นตระกูลที่ได้รับการยกย่องเคารพนับถือที่สุดของรัสเซียตระกูลหนึ่ง ชีวิตของเขาอุดมไปด้วยโภคทรัพย์และบริวาร ซึ่งมีทั้งที่เป็นทาสติดที่ดินและคนรับใช้ แต่แล้วตอลสตอยก็หมายมุ่งที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้แก่บริวารเหล่านั้นให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ด้วยการให้การศึกษาและปลดปล่อยจากการเป็นทาสทั้งหมด

 

ตอลสตอยเกิดในช่วงที่ราชวงศ์โรมานอฟกำลังปกครองรัสเซียแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คือในช่วงที่พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 - พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2, 3 และพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 หรือระหว่าง ค.ศ.1825-1910  สังคมรัสเซียในขณะนั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากระบอบการปกครองมากมายหลายด้านร่วมกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ปัญญาชนและชาวรัสเซียได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากทางยุโรปด้วยแรงขับเคลื่อนของพวกปัญญาชน ในขณะนั้นแม้จะได้มีการเลิกทาสโดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 แล้วก็ตาม หากแต่ประชาชนก็ยังต้องทำงานหนักในไร่นาของพวกขุนนาง เพราะทาสติดที่ดินนั้นทั้งยากจนและยังไร้การศึกษา ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของการปฏิรูปประเทศรัสเซียในขณะนั้นเพราะพวกขุนนางชนชั้นสูงกลัวว่าจะสูญเสียสิทธิประโยชน์ที่เคยได้ จึงไม่ยอมให้ความร่วมมือด้วย

 

จนมีผู้กล่าวว่า ในช่วงหนึ่งของรัสเซีย มีบุคคลเพียง 2 คนเท่านั้นที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อชีวิตของชาวรัสเซีย คือ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และ ลีโอ ตอลสตอย ทำไมจึงกล่าวกันเช่นนั้น..?

 

แนวคิดของเขาเป็นความหวังของชาวรัสเซีย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก เช่น มหาตมะ คานธี และ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ก็ยังรับเอาเอาแนวคิดการปลดปล่อยชาวรัสเซียไปใช้ รวมทั้งคานธียังเอารูปแบบการทำไร่ของตอลสตอยไปทดลองทำที่แอฟริกาด้วย

 

 

ตอลสตอยนับถือศาสนาคริสต์ นิกายออร์โธด็อกซ์อย่างเคร่งครัด พื้นฐานทางศาสนานี้ทำให้เขาเป็นคนที่มีอุปนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน คิดใคร่ครวญจากภายในจิตใจของตนเองเป็นสำคัญ ขณะที่เขาได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากป้าเพราะบิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ มีป้าเป็นผู้อบรมสั่งสอนอย่างเช้มงวด บทประพันธ์ของเขาจึงได้สอดแทรกคำสอนทางศาสนาปรัชาญาการดำเนินชีวิตไว้ค่อนช้างมากมายหลายแห่ง

 

การพยายามคลี่คลายความขัดแย้งที่กำลังปะทุเดือด ที่เกิดขึ้นภายในตัวเขาเอง กลายเป็นพลังหรือแรงบวกทางความคิดที่เขาปลดปล่อยมันเข้าไปในบทประพันธ์ เรื่องสั้น นวนิยายเรื่องต่างๆ ที่ทำให้เราอาจค้นหาได้จากพลังแฝงที่อยู่ในตัวของนักเขียนที่ชื่อ “ลีโอ ตอลสตอย” 

 

การศึกษาผ่านงานเขียนเรื่องสั้นที่ชื่อเรื่อง “ความทรงจำของคนบ้า” นี้ เป็นการศึกษาแบบภาพตัดขวาง (Cross Section Study)ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตของตอลสตอย    แม้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้างในเนื้อหาซึ่งเป็นบทประพันธ์ที่มีความยาวไม่มากนัก อาจไม่ได้สะท้อนความคิดของเขาได้ทั้งหมดก็ตาม แต่เรื่องดังกล่าวนี้ก็สามารถทำให้ผู้อ่านได้มองเห็นความแปลกแยกทางความคิดและพลังในการสร้างสรรค์งานเขียนอันยิ่งใหญ่ของเขา ดังที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้นนั้นแล้ว ที่สำคัญคือ ได้เห็นถึงจุดเปลี่ยนทางความคิดครั้งใหญ่ของชีวิตนักเขียนนามอุโฆษคนนี้

 

 

 

(Kazan University ในศตวรรษที่ 19)

 

 

เรื่องย่อของเรื่องสั้น“ความทรงจำของคนบ้า”

 

“ความทรงจำของคนบ้า” ใช้กลวิธีการนำเสนอ(Point of View)การเล่าเรื่องไปตามลำดับเหตุการณ์ก่อนและหลังของพัฒนาการทางจิตใจของตอลสตอย โดยมีการเล่าเรื่องย้อนหลังกลับไปสู่วัยเด็กเพียงตอนเดียว เนื้อหาทั้งหมดบรรยายถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงด้านความคิดที่ตอลสตอยเพียงคนเดียว ใช้กลวิธีการเล่าเรื่องด้วยวิธีผู้แต่งเป็นผู้เล่าเอง(Omniscient Point of View)โดยเขาได้สังเกตเห็นว่าตนเองเป็นบุคคลที่มีความคิดที่แปลกแยกในตัวเอง ช่างคิดช่างสงสัยมาตั้งแต่เด็กๆ และเมื่อยิ่งโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยิ่งรู้สึกตัวเองว่ามีความแปลกแยกและขัดแย้งในตัวเองมากขึ้น ทางหนึ่งนั้นคือ เขามีความคิดเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ปุถุชนทั่วไป เช่นว่า มีความต้องการที่จะสร้างความมั่งคั่ง ร่ำรวยให้แก่ครอบครัวด้วยการอาศัยความได้เปรียบเรื่องทุนทรัพย์ สติปัญญา เพื่อสร้างความมั่งคั่งจากการข่มเหง เอาเปรียบผู้เดือดร้อนยากจน เขาจึงได้ออกเดินทางด้วยรถม้ากับคนใช้เพื่อไปดูคฤหาสน์ที่มีผู้ประกาศขาย

 

แต่การเดินทางไปครั้งนี้เขากลับต้องเผชิญกับความคิดที่สับสนในตนเองครั้งสำคัญ จนทำให้เขาต้องเดินทางกลับมามือเปล่า จุดเปลี่ยนของเรื่องก็คือ ความคิดที่ขัดแย้งระหว่างการเดินทาง จนเขาไม่แน่ใจว่า นี่คือ “คนบ้า”..ใช่หรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เขายังสามารถเขียนนวนิยายได้อีกมากมายหลายเรื่อง และเรื่องที่เด่นที่สุดคือ แอนนา คาเรนินา ผู้อ่านวรรณกรรมของเขาสามารถตัดสินใจได้เองว่า เขามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ อย่างไร ผู้อ่านอาจตัดสินใจได้จากผลงานจากเรื่อง แอนนา คารเรนินา ซึ่งเป็นนวนิยายอมตะอีกเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากเรื่องสั้นเรื่องนี้



 

 

บทสรุปที่ได้จากเรื่องสั้น “ความทรงจำของคนบ้า”

 

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ตอลสตอยเป็นนักเขียนที่มักนำเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นใกล้ๆ ตัวมาเขียนเป็นเรื่องสั้น นวนิยาย เรื่องสั้นก็เช่นเดียวกันเป็นการเขียนเล่าถึงความรู้สึกผิดสังเกตเห็นความแปลกแยกในตัวเอง เขาได้เขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้น่าจะเป็นช่วงอายุประมาณ 41 - 44 ปี 

(ปี 1869 เขียนเรื่อง สงครามและสันติภาพแล้วเสร็จ และเริ่มต้นเขียน แอนนา คาเรนินา ในปี 1875 โดยมีเรื่องสั้นเรื่องนี้คั่นกลางระหว่างนั้น)

 

เรื่องสั้นนี้เล่าว่า เขาได้ไปตรวจร่างกายที่สถานีอนามัยของรัฐ มีแพทย์หลายคนลงความเห็นแตกต่างกันไป บ้างตั้งข้อสงสัยว่าเขายังปกติดีเช่นเดียวกับคนทั่วๆ ไปหรือไม่ ซึ่งเขาพยายามปฏิเสธอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นในตัวของเขานั้น เพื่อที่ว่าเขาจะได้ไม่ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลโรคจิต แพทย์บางคนก็ลงความเห็นว่า เขายังไม่มีอาการทางจิต เพียงแต่มีอาการตื่นเต้น* แพทย์รับรองว่าเขาจะหายเป็นปกติเพียงแต่ต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์  และเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธในวิธีการรักษานั้นแต่อย่างใด แต่เขาก็ยอมรับว่าเเขาป็น “บ้า”  จากคำกล่าวที่ว่า ทำไมผมจึงกลายเป็นบ้า ทำไมความบ้าของผมจึงถูกเปิดเผยสู่โลกภายนอก”

 

ตอลสตอยรู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนที่แปลกคนมาตั้งแต่เป็นเด็กอายุยังไม่ถึง 10 ขวบ เมื่อพี่เลี้ยงได้อุ้มเขาเข้านอน ทุกคนที่แวดล้อมตัวเขาล้วนมีแต่แสดงความรักต่อกัน ทุกคนในโลกที่แวดล้อมตัวเขาก็ล้วนมีแต่ความสุข ทว่า...ทันใดนั้นเขาต้องตกใจกับเสียงตวาดของแม่บ้าน เขาหวาดกลัวจนต้องหลบอยู่ใต้ผ้าห่ม  ทำให้เขาคิดคำนึงถึงภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกเฆี่ยนตีต่อหน้าต่อตาเขา พร้อมๆ กับเสียงกรีดร้องของเด็กชายคนนั้น

 

ความหวาดกลัวทำให้ตอลสตอยร้องไห้และความสิ้นหวังในวันนั้นเป็นเสมือนร่องรอยของความยุ่งเหยิงเสมือนลีกณะของคนบ้าที่เกิดขึ้นกับเขาในวันนี้

 

 

ความรู้สึกแปลกๆ ในศรัทธาต่อพระเยซูคริสต์ เขาเกิดความสงสัยใคร่อยากรู้เกี่ยวกับการทรมานพระเยซูบนไม้กางเขน เขาเกิดคำถามว่า ทำไมผู้คนพวกเหล่านั้นจึงได้จับพระเยซูไปทรมานด้วยการตรึงบนไม้กางเขน แต่ไฉนพระเยซูจึงยังมีเมตตาด้วยการสวดวิงวอนให้แก่คนพวกนั้น โดยไม่ถือโทษโกรธเคืองผู้คนเหล่านั้นเลย และผู้ใหญ่(อย่างป้าของตอลสตอย)ก็ให้คำตอบเรื่องนี้แก่เขาไม่ได้

 

ความขัดแย้งในความคิดระหว่างช่วงชีวิตที่เป็นชายหนุ่ม แม้ว่าเขาเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง สมยูรณ์พร้อมสรรพมีทุกสิ่งทุกอย่างแล้วก็ตาม แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นคนที่จิตใจอ่อนแอเหมือนกับเพศหญิง จนเขาต้อง“เสียคน”เพราะความไม่ประสีประสาในตอนวัยรุ่น เขาจึงถูกเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันชักชวนให้เขาได้เรียนรู้ความชั่วทุกอย่าง จนแม้ชีวิตที่ล่วงเลยผ่านไปร่วม 20 ปีก็ไม่ได้สร้างรอยจารึกเป็นความทรงจำที่ดีและพิเศษให้เขาแต่อย่างใด ยิ่งนานวันมากขึ้นๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่า มีความคิดที่ขัดแย้งในตัวเองเด่นชัดมากขึ้น

 

หลังชีวิตการแต่งงานผ่านไป 10 ปีแล้ว เขาก็รู้สึกว่าความบ้านั้นได้หวนกลับมาเล่นงานอีกครั้ง ตอลสตอยนำเอาเงินทองที่สะสมเอาไว้เอามารวมกันกับมรดกทางภรรยา โดยหวังว่าจะนำไปซื้อคฤหาสน์จาก “พวกคนที่ฉลาดน้อยกว่าเขา” ซึ่งจำใจขายมันในราคาที่ถูกๆ เขาจึงได้ออกเดินทางกับคนใช้ไปด้วยรถไฟและต่อด้วยรถม้าเพื่อไปดูคฤหาสน์หลังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อมันจริงๆ 

 

ระหว่างเดินทางในคืนหนึ่ง เขาต้องตกใจผวาตื่นขึ้นมา แล้วก็เกิดความคิดสับสนงุนงงกับเป้าหมายของชีวิตตนเอง ตอลสตอยตั้งคำถามกับตนเองว่า เขากำลังจะไปไหนกันแน่ ทำไมต้องมากับรถม้าคันนี้  เขาไม่ได้รู้สึกว่าตนเองกำลังเดินทางไปซื้อคฤหาสน์หลังนั้นแต่อย่างใด กลับรู้สึกว่า “กำลังเดินทางไปหาความตายยังที่นั่น”มากกว่า ในห้วงคำนึงนั้นทำให้เขาเกิดความรู้สึกตกใจกลัวอย่างสุดขีด

 

 

“ทำไมฉันจึงได้ท้อแท้อย่างนี้นะ ฉันกำลังกลัวอะไรอยู่นะ” แล้วหูของเขาก็แว่วได้ยินเสียงหนึ่งพูดกับตัวเองว่า

“แกกำลังกลัวเรา...เราอยู่ที่นี่” มันเป็นเสียงแห่งความตายนั่นเอง

 

ระหว่างการเดินทาง เมื่อมาถึงห้องพักของโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่ง เขาก็ยิ่งต้องตกใจอีกกับความรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง เขาคิดใคร่ครวญทบทวนกับสิ่งที่เขากำลังกระทำอยู่ เขากำลังสับสนอย่างหนักระหว่างความอยากได้ใคร่รวย ความมั่งคั่ง การอยู่เหนือกว่าคนอื่น(แบบชนชั้นสูงในสังคมรัสเซีย) แต่ใจหนึ่งเขาก็ตระหนักคิดว่า คฤหาสน์หลังไหนๆ ก็ไม่อาจให้ความสุขเพิ่มขึ้นแก่ตัวเขา 

 

จากจุดนี้เอง อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการพลิกกลับความคิดของตอลสตอยเพื่อแบ่งปันเงินทอง ความร่ำรวยไปสู่คนยากคนจน และคืนเสรีภาพจากการตกเป็นทาสที่ดิน  ก็เป็นได้...?

 

ตอลสตอยคิดคำนึงถึงการเอารัดเอาเปรียบคนที่ลำบากยากจน และการลงทุนเพื่อสร้างฐานะความมั่งคั่งของตนเอง  เขาตกใจกลัวกับภาพหลอนในจินตนาการของตอลสตอย และการคิดทบทวนอย่างถ่องแท้เช่นนั้น ได้ทำให้เขาไม่แน่ใจว่า ชีวิตเขาเองกำลังเผชิญกับอะไร หรือต้องกลัวอะไรกันแน่

 

ยิ่งเมื่อเขาได้ยินเสียงจาก“ความตาย”บอกแก่เขาว่า “เราอยู่ที่นี่” อาจทำให้เขาคิดได้ว่า คนเราย่อมหนีความตายไปไม่พ้น

เขารู้สึกสับสนและกำลังหลงทาง ไม่เฉพาะแต่เพียงการหลงทางในการแสวงหาเป้าหมายของชีวิต ความมั่งคั่งร่ำรวยก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องเอามายึดเป็นสาระอะไรแก่ชีวิตต่อไปอีกแล้ว คำสอนทางศาสนาก็ไม่อาจเป็นที่พึ่งแก่ตัวเขาได้เมื่อเขาเดินทางเข้าใกล้ความตายเข้าไปทุกๆ ที 

จนแม้ก็ไม่มีแม้ใครช่วยเขาได้ในเวลานี้ แม้แต่พระเจ้าก็ตาม....!

 

บทสรุปของความคิดที่สับสนทั้งหมดก็คือ ในระหว่างการเดินทางกลับสู่คฤหาสน์ที่เมืองยาสนายาโปลียานา   เขาได้พบกับหญิงแก่คนหนึ่งซึ่งเข้ามาถามทางแล้วเธอก็เล่าถึงความยากจนให้ตอลสตอยฟัง และเมื่อเขากลับถึงบ้าน เขาเตรียมจะเล่าเรื่องการซื้อคฤหาสน์หลังใหม่ให้ภรรยาฟัง แต่เขาก็รู้สึกละอายต่อบาป ขยะแขยงตัวเองขึ้นมาทันที เขานึกขึ้นมาได้ว่า แม้จะเขาได้กำไรจากการซื้อคฤหาสน์หลังนี้ แต่มันก็เป็นความสุขบนความทุกข์ยากของชาวนาที่ยากคนจน แล้วคนเหล่านี้พวกเขาก็ต้องการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย เท่าเทียม เป็นใหญ่เป็นโตเมีหน้านมีตาช่นเดียวกันกับเขา และ ก็เพราะว่า ทุกคนเกิดมาต่างก็ล้วนอยากเป็น “ลูกพระลูกเจ้า”เช่นเดียวกัน

 

 

 

เขารู้ว่า การกระทำเช่นนี้ย่อมไม่เป็นที่พอใจกับภรรยายิ่งนัก เธอคงรู้สึกรำคาญสามีและอาจมีปากเสียงกัน เพราะว่าโซเฟียก็เปรียบได้กับมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่ยังมีความทัเยอทะยาน อยากได้ในลาภยศ ทรัพย์สิน คำสรรเสริญ ซึ่งผิดกับตัวเขาที่กลับรู้สึกพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่

 

ตอลสตอยเชื่อว่า นั่นคือสัญญาณแรกแห่งความบ้ามาเยือนตัวเขาแล้ว และในอีก 1 เดือนต่อมา เขาก็คิดว่า ความบ้าคงได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแน่แล้ว เมื่อเขาไปโบสถ์ ฟังสวดมิซซาเสร็จแล้ว เขาก็เดินกลับบ้าน เขาได้เริ่มแจกจ่ายเงินของเขาทั้งหมดให้แก่ผู้คนที่ผ่านทาง แล้วก็เดินเท้ากลับบ้าน แทนที่จะนั่งรถม้ากลับบ้านเช่นเคยทำ เขาเดินคุยกับชาวนาตลอดทางเดินกลับบ้านนั้น

 

 

ประโยชน์ที่ได้รับ นอกจากความบันเทิงจากการอ่านแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่

 

1. ได้เห็นความแตกต่างระหว่างอัจฉริยภาพและความคิดที่ขัดแย้งในตัวผู้ประพันธ์

 

2. เห็นถึงความคิดที่ละเอียดอ่อน การเฝ้าสังเกตสิ่งที่มากระทบจิตใจของผู้ประพันธ์ การเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่จะเป็นความคิดเชิงระบบที่จะนำไปสร้างเป็นเรื่องราวในการเขียนเป็นนวนิยาย

 

3. การเขียนบันทึกต่างๆ รวมทั้งการสร้างสรรค์เป็นเรื่องราวต่างๆ เป็นเรื่องสั้น นวนิยายหรือบทความใดๆ ก็ตาม เป็นการปลดปล่อยความคิดหรือพลังที่อัดแน่นอยู่ในใจนั้นออกมา โดยไม่เก็บงำเอาไว้แต่เพียงลำพังนั้น จะไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพจิตแก่ตนเอง

 

4. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญญา เป็นความรู้เชิงพุทธิปัญญาที่ตอลสตอยได้นำมาจากชีวิตที่เขาประสบจากชีวิตในยุคสมัยนั้น เข้าใจได้ตามหลักพุทธศาสนาว่า “ตถตา”ทุกอย่างก็เป็นเช่นนั้นเอง แล้วชีวิตก็ควรคืนสู่สามัญด้วยการเจริญปัญญา พัฒนาขัดเกลาจิตใจตนเองและสร้างประโยชน์สุขที่แท้จริงให้แก่สังคม มากกว่าการตักตวงเอาผลประโยชน์ด้วยความเห็นแก่ตัวและอาศัยความได้เปรียบกว่าคนด้อยโอกาสในสังคมตักตวงเอาสิ่งเหล่านั้นมาครอบครอง สุดท้ายของเป้าหมายชีวิตของทุกคนล้วนคือการตาย ไม่มีใครสามารถเอาทรัพย์สินเงินทองที่สั่งสมนั้นไปได้แม้สักราย การเผชิญหน้ากับความรู้สึกเข้าถึงความตายได้ทำให้คนเห็นถึงสัจธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของพุทธศาสนา

 

5. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ได้แก่ ความประทับใจในการเล่าเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางความคิด การแสวงหาทางออก การถูกทดสอบสภาพจิตใจเพื่อแสวงทางเลือกที่เหมาะสมกับอุดมการณ์ ความคิด โดยเฉพาะชีวิตและงานของตอลสตอย หากผู้อ่านไม่ทราบพื้นหลังชีวิตและการทำงานของตอลสตอยมาก่อนแล้ว การอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้จะไม่เกิดอรรถรสแต่อย่างใด

 

 

 

 

กล่าวโดยสรุป หากมองภาพกว้างๆ สำหรับงานเขียนของตอลสตอยถือว่า เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เพราะวรรณกรรมไม่เพียงเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมเท่านั้น แต่ในสังคมที่ให้ความสำคัญของวรรณกรรม หรือการอ่าน วรรณกรรมจึงเป็นได้ทั้งกระจกสะท้อนส่องให้เห็นสภาพสังคมที่เป็นอยู่กันในขณะนั้นและวรรณกรรมยังเปรีบได้เป็น “แสงสว่าง” หรือความคาดหวังให้แก่สังคมได้เห็นถึงทางสว่างให้แก่สังคมที่มืดตัน ทำให้ประเทศรัสเซียในเวลาต่อๆ มายังได้มีนักเขียนหลายคนมารับช่วงต่อจากเขา เพื่อสานต่อจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมใหญ่

 

การเขียนเรื่องราวที่ใกล้เคียงกับความจริง เป็นขนบทางวรรณกรรมสำคัญอีกรูปแบบหนึ่ง งานเขียนของตอสตอยเป็นอีกจุดเริ่มต้นหนึ่งการชักนำเข้าสู่การเป็นวรรณกรรมแนวสัจจนิยม (Realistic Literary) ถึงแม้ชีวิตของตอสตอยได้ถือกำเนิดในสังคมชนชั้นสูง แต่เขาก็กล้าที่จะเขียนเรื่องราวชีวิตต่งๆ ที่เขาประสบพบเห็นออกมาตีแผ่ให้สังคมใหญ่ได้รับรู้ ทั้งฉาก ชีวิตของตัวละคร ในลักษณะสมจริง



ความเป็นอัจฉริยะกับความมัดแย้งหรือที่เรียกว่าอาการคล้าย"คนบ้า”นั้น เป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างชัดเจน แต่เพราะว่าตอลสตอยเป็นคนที่มีความคิดเป็นตัวของตัวเองและมั่นคงในจุดยืนของอุดมการณ์นั้น แต่แล้วอุดมการณ์ในใจตัวเขาเองกับโลกความเป็นจริง  ที่มีผู้กล่าวว่า“อัจฉริยะกับคำว่า“บ้า”บางทีมันก็อยู่ใกล้กันอย่างเฉียดฉิว” มันมีเส้นแบ่งอยู่อย่างบางเฉียบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่วิธีการของคนมอง ขึ้นอยู่กับว่าจะมองโดยอคติหรือฉันทาคติ ซึ่งเป็นมูลเหตุที่จะช่วยพิจารณาหรือตัดสินว่าคนๆ นั้นเป็น “คนอัจฉริยะ หรือคนบ้า”....?

 

 

แต่ทว่า...ตอลสตอยไม่ได้ถูกชาวโลกมองว่าเขาเป็นคนบ้า  เนื่องจากเขายังสามารถผลิตผลงานที่เป็นมรดกทางวรรณกรรมให้แก่ชาวโลกอย่างมากมายหลายเรื่อง

 

แต่ถ้าหากตอลสตอยเป็นคนที่ไร้ค่า ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไร เขาก็อาจถูกเพื่อนร่วมกันโลกตัดสินว่า เขาเป็น “คนบ้า”อย่างแน่นอน

 

ในโลกนี้ยังมีศิลปินอีกมากมายที่ทำงานด้วยการเปลี่ยนความขัดแย้งในตัวเองให้เป็นพลังขับ ในการสร้างผลงานนั้นออกมา

 

 

…………………………………………………………………

 

 

 

หมายเหตุ

* อาการ Anxiety ซึ่งเป็นอาการที่อยู่ในกลุ่มของโรคประสาท

 

เรื่องแนะนำให้อ่าน

 

เอนทรี่ลืมเขียนแห่งปี 2553..“ศตวรรษการจากไปของลีโอ ตอลสตอย” (Tolstoys Centennial Festival,1910-2010)   

ลีโอ ตอลสตอย (Leo Tolstoy) และวรรณกรรมอมตะของโลก แอนนา คาเรนิน่า” (Anna Karenina) 

แอนนา คาเรนิน่า(Anna Karenina) วรรณกรรมอมตะของโลก และของ ลีโอ ตอลสตอย (Leo Tolstoy)


 

อ้างอิง

  สุชาติ สวัสดิศรี(แปล), รวมเรื่องสั้นรัสเซียก่อนการปฏิวัติถึงรัฐสังคมนิยมล่มสลาย “ความรื่นรมย์ครั้งสุดท้าย”, สำนักพิมพ์สามัญชน, 2532

พัฒจิรา จันทร์ดำ, การอ่านและวิจารณ์เรื่องสั้น, สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊ค, 2547

 โคทม อารียา(บทนำ),แอนนา คาเรนินา, สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก, 2544 

ปรีชา ศรีวาลัย, ประวัติศาสตร์สากล, โอ เอส พริ้นติ้งเฮ้าส์, 2536

 

.........................................................

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
น้องไม่ต้่อง วันที่ : 05/11/2013 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/StoneMetalFire

เป็นบล็อกที่เยี่ยมมากครับ มาเจอช้าไปหน่อย ผมจะทยอยอ่านเรื่องอื่นๆให้หมดเลย

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ชบาตานี วันที่ : 10/02/2011 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เป็นเรื่องที่น่าอ่านเรื่องหนึ่งทีเดียว ที่สมควร(ต้อง)หามาอ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Cat@ วันที่ : 10/02/2011 เวลา : 05.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มารายงานตัว เป็นระยะ
ว่ายัง คง รักโอเค นะค่ะ

ตอน
วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554
บราวนีจำแลง กับพุดดิงSchokolade
http://www.oknation.net/blog/catadler/2011/02/10/entry-1
อาแฮ้มมีคนขอร้องให้ทิ้งลิงค์ให้ด้วย
ดังนั่น จึงจัดให้ตามคำขู่ เอ๊ย คำขอ
Posted by Cat@ ,

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
roselobster วันที่ : 06/02/2011 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

แวะมาทักทายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
driftworm วันที่ : 04/02/2011 เวลา : 23.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คุณพันธุ์ฯว่าอ่านผ่านๆไม่ได้
ผมคงละเลียดอ่านได้จนจบ
เพราะคงไม่ทันได้เขียน คห. เหน็ตจะหลุดก่อน
โมเด็มไม่ดี เสียแล้ว รอผู้ให้บริการมาเปลี่ยนให้
.

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
NN1234 วันที่ : 04/02/2011 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 24 พันธุ์สังหยด

ฉายา"ภูผาแห่งโลกวรรณกรรม" ..ผมก็เคยอ่านเจอนะครับ ..
แต่ผมไม่เข้าใจความหมายดีเท่าที่ควร เลยไม่หาญเขียนลง
เกรงจะอะิบายไม่ได้ความ....

การที่ว่าเป็นงานที่ทรงพลังนั้น .. ผมคิดว่า งานของเขามีมากมายหลายประเภท
มีทั้งที่แข็งและอ่อน เพราะท่านเขียนไว้หลายเรื่อง
ที่ผมเคยเขียนถึงก็คือ เขาจดบันทึกทุกอย่างและบังคับให้ภรรยาเป็นคนมีนิสัยจดบันทึกด้วยนี่แหละ....
ปัจจุบันนี้มีหลานของตอลสตอยเป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ตอลสตอย ที่เมืองเกิดของเขาอยู่ครับ.

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 04/02/2011 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

เป็นงานเขียนที่ทรงพลัง
ขนิดที่อ่านผ่าน ๆ ไม่ได้เลยละครับ ขอยืนยันอีกคน

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 04/02/2011 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

นี่แหละครับเจ้าของฉายาภูผาแห่งโลกวรรณกรรม
เฮมิ่งเวยืยังบอกเลยว่า ถ้าเจอตัวต้องรีบปล่อยหมัดฮุกอย่าให้ตั้งตัว อย่าให้เกินยก 2 ฮา
ไม่งั้นมีเฮ
กลับไปอ่านอันนาคาเรนินาช่วงสุดท้ายให้จบต่อดีกว่า อิอิ
โหวต

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
NN1234 วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 21 redribbons07

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม(อ่าน) แ้ม้จะเขียนอย่างเป็นทางการไปบ้างก็ตาม
.........................................................................................
ความคิดเห็นที่ 22 ผู้หญิงอิงฝัน

ขอบคุณเช่นกันครับ...

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ผู้หญิงอิงฝัน วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kronfan
หวานไหวในกวี อักษรศรีวจีส่ง ร่ายเรียงเพียงดำรง กลอนยืนยงคงกระพัน

โห... ขอบคุณทุกเนื้อหาค่ะ


ความคิดเห็นที่ 21 (0)
redribbons07 วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ลีโอ ตอลสตอล ไม่บ้าแน่นอนค่ะ


น่าจะเป็นอัจฉริยะ...

ดังที่บอกไว้ว่าความบ้าและอัจฉริยะมีเพียงเส้นบางเฉียบกั้นไว้ตรงกลางค่ะ



ความคิดเห็นที่ 20 (0)
NN1234 วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 18 จินตกาล

ซินเจี่ยยู่อี้ ซินนี้ฮวดไช้
.......................................................................
ความคิดเห็นที่ 19 4BANK


สวัสดีครับ...
.........................................................................

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
4BANK วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK


ความคิดเห็นที่ 18 (0)
จินตกาล วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN


ซินเจี่ยยู่อี้ ซินนี้ฮวดไช้ ร่ำรวยร่ำรวย

เอาเพลงมาฝากคร๊าบบ
http://www.youtube.com/watch?v=XFV9sChdsEc

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
NN1234 วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 16 tengpong

อดใจคอยพบกับซีรีส์(วิจารณ์วรรณกรรมของตอลสตอย)เรื่องใหญ่
คิดว่า..อีกไม่นานครับ.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
tengpong วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ในทีสุดก็ได้มาพบ ตอลสตอย แล้ว

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
NN1234 วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 07.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ข้อมูลเพิ่มเติมแด่ผู้อ่าน........

ตอลสตอยสละทุกสิ่งทุกอย่าง....
แม้กระทั่งลิขสิทธิ์ในผลงานเขียนทั้งหมดก่อนปี 1880 (ก่อนเขาตายถึง 30 ปี) มอบให้แก่ภรรยา(โซเฟีย)

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
NN1234 วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 06.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 9 สายลมที่ผ่านมา

สวัสดีปีใหม่ชาวจีน และ.... ซินเจียู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้
ขอบคุณมากครับ
..........................................................................................
ความคิดเห็นที่ 10 luerat

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและทักทายครับ
.......................................................................................
ความคิดเห็นที่ 11 เพลงกระบี่ฯ

ขอบคุณมากครับที่ใ้ห้กำลังใจ
...........................................................................................
ความคิดเห็นที่ 12 ปวิภา

คุณปวิภาชอบประโยชน์ในประโยคเดียวกันกับอาจารย์รวงข้าวฯ เลยนะครับ
ขอบคุณที่ชอบและโดนใจกันครับ
...........................................................................................
ความคิดเห็นที่ 13 จ่าจินต์

ซินเจียู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้
(เขาว่าให้ตอบประโยคนี้กลับไป....)

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 05.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ซินเจียู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ปวิภา วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 04.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ให้คุณค่า...

ส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญญา เป็นความรู้เชิงพุทธิปัญญาที่ตอลสตอยได้นำมาจากชีวิตที่เขาประสบจากชีวิตในยุคสมัยนั้น เข้าใจได้ตามหลักพุทธศาสนาว่า “ตถตา”ทุกอย่างก็เป็นเช่นนั้นเอง แล้วชีวิตก็ควรคืนสู่สามัญด้วยการเจริญปัญญา พัฒนาขัดเกลาจิตใจตนเองและสร้างประโยชน์สุขที่แท้จริงให้แก่สังคม มากกว่าการตักตวงเอาผลประโยชน์ด้วยความเห็นแก่ตัวและอาศัยความได้เปรียบกว่าคนด้อยโอกาสในสังคมตักตวงเอาสิ่งเหล่านั้นมาครอบครอง


ขอบพระคุณ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 03/02/2011 เวลา : 02.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

เยี่ยมยอดดังเคยคะ
เขียนถึงคนโปรดอีกรอบต้องเอาไปสองโหวต

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
luerat วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.

ชอบครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


บ่วง สือ หยู่ อี่ ทุกเรืองขอให้สมปรารถนา

ไปรับคำอวยพรปีใหม่กันหน่อยน๊อออ !!!!
http://www.oknation.net/blog/swongviggit/2011/02/02/entry-3

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
NN1234 วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ความคิดเห็นที่ 1 ลูกเสือหมายเลข9

ช่วงนี้ผมศึกษางานของตอลสตอยเป็นหลักครับ ก่อนที่จะหันไปอ่าน(และศึกษา)งานเขียนของคนอื่นๆ ต่อไป
...........................................................................................
ความคิดเห็นที่ 2 Ae^

ขอเรคคอมเมนท์ให้ครับ
.................................................................................................
ความคิดเห็นที่ 3 chompoopookha

คุณน้องแจงสรุปมาได้ถูกต้องแล้วครับ..
แต่ยังขาดอีกด้านหนึ่งน่ะครับ...ยังสรุปไม่ทั้งหมด
...................................................................................................
ความคิดเห็นที่ 4 BlueHill

ครับพี่ บก.ชาลี นั่นงจะเป็นส่วนหนึ่งนะครับ
ผมเขียนวิจารณ์งานนี้ แล้วมองไปถึงงานของแวนโก๊ะ....
..............................................................................................
ความคิดเห็นที่ 5 รวงข้าวล้อลม

ขอบคุณครับอาจารย์...
ว่างๆ จะไปเที่ยวและ กินอาหารทะเลที่สุราษฎร์ฯ (ปากคลอง)สักที ว่าจะสู้ซีฟู้ดของเมืองคอนได้มั้ย? ...
เสาร์-อาทิตย์นี้มีคิวไปพักผ่อนที่ชายหาดขนอมครับ..
...............................................................................................
ความคิดเห็นที่ 6 ChaiManU

สวัสดีครับ...ยังสบายดียิ่งกว่าเดิม ก็ดูที่ขนาดความยาว(ของเอนทรี่)สิ..
แสดงว่า ยังมีแรงเยอะดีอยู่ ....๕๕๕
.............................................................................................
ความคิดเห็นที่ 7 พฤจิกา

สวัสดีปีใหม่จีนครับ...
ไม่รู้เขาต้องทำกันอย่างไรนะ ไม่มีเชื้อสายทางนั้น ...
ส่วนจะมีเชื้อสายทางไหน(?)...เอนทรี่ต่อไปผมจะมาเฉลยครับ อ่าน ค้นคว้าและเตรียมเรื่องไว้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พฤจิกา วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

สวัสดีค่ะ
..
..
..


สุขสันต์ตรุษจีน มั่งมีศรีสุข Happy Chinese New Year 2011

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ChaiManU วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

สวัสดีครับพี่

ไม่ค่อยจะได้แวะมาทักทาย พี่สบายดีใช่มั๊ยครับ

เรื่องยาว(เหมือนเดิม)จัง ยังไม่ได้อ่านนะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญญา เป็นความรู้เชิงพุทธิปัญญาที่ตอลสตอยได้นำมาจากชีวิตที่เขาประสบจากชีวิตในยุคสมัยนั้น เข้าใจได้ตามหลักพุทธศาสนาว่า “ตถตา”ทุกอย่างก็เป็นเช่นนั้นเอง แล้วชีวิตก็ควรคืนสู่สามัญด้วยการเจริญปัญญา พัฒนาขัดเกลาจิตใจตนเองและสร้างประโยชน์สุขที่แท้จริงให้แก่สังคม มากกว่าการตักตวงเอาผลประโยชน์ด้วยความเห็นแก่ตัวและอาศัยความได้เปรียบกว่าคนด้อยโอกาสในสังคมตักตวงเอาสิ่งเหล่านั้นมาครอบครอง
...................................................................

ชอบประโยชน์ ในข้อนี้มากกกว่าข้ออื่นๆเลยนะคะ เยี่ยมจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

“ทำไมผมจึงกลายเป็นบ้า ทำไมความบ้าของผมจึงถูกเปิดเผยสู่โลกภายนอก”

สาเหตุที่นักเขียนคนนี้ มองว่าตนเองเป็นบ้า
เพราะมีมุมมองที่ต่างไปจากคนอื่นในยุคนั้น หรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chompoopookha วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

อัจฉริยะกับคนบ้า คล้ายกันอย่างนึงคือ มีความคิดที่ซับซ้อน ลึกซึ้ง ยิ่งถ้าเขาเข้าไปลึกมากเท่าใด และควบคุมสิ่งที่เขาสัมผัสไม่ได้ก็เข้าใกล้ความบ้าเข้าไปทุกที หาทางกลับออกมาไม่ถูก...ไม่รู้ว่าตรงไหนความจริง ตรงไหนความคิด ตรงไหนความฝัน...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Ae^ วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

ยังไม่เคยอ่านผลงานเขาเลยค่ะ น่าสนใจ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ต้องหางานของท่านมาอ่านแล้วล่ะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน