*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2318203
  • จำนวนผู้โหวต : 800
  • ส่ง msg :
  • โหวต 800 คน
<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 18 มีนาคม 2554
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 3481 , 00:31:58 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน orn , คนชั้นล่าง และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้


ปัญหาวิกฤติระเบิดที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกุชิมะ ไดอิชิ ที่ญี่ปุ่น เป็นเรื่องที่ยืนยันอย่างหนึ่งว่า ประเทศเหล่านั้น(และโลก)ได้ก้าวเข้าสู่ “ยุคนิวเคลียร์”(Nuclear Age)มาแล้ว มนุษย์เราได้นำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้เป็นแหล่งพลังงานเป็นระยะเวลานานร่วมร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยเฉพาะประเทศที่เจริญแล้วต่างก็ได้กระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จ่ายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมและบ้านเรือนประชาชน

ส่วนที่วิตกกันกับปัญหาอุบัติเหตุจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นถือว่ามีเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับอุบัติเหตุจากด้านอื่นๆ เช่น สถิติคนตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ของประเทศไทยเราสูญเสียประชากรไปประมาณ 1,500 คนต่อปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ฯลฯ ซึ่งมีคนตายเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งสูญเสียชีวิตผู้คนมากกว่าแต่เราก็ไม่เคยขลาดกลัวทั้งๆ ที่มีอัตราความเสี่ยงสูงมากกว่าอุบัติเหตุใดๆ ในบรรดาอุบัติเหตุทั้งหมด

ในขณะเดียวกันที่อุบัติเหตุจากเครื่องบินตกก็มีเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารกับจำนวนครั้งของอุบัติเหตุทางเครื่องบินในแต่ละปี แต่เมื่อเกิดเหตุคราวใดผู้คนกับขยาดกลัวจนไม่กล้าโดยสารเครื่องบินไปช่วงเวลาหนึ่ง

สำหรับอุบัติเหตุจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นแล้ว ได้มีผู้คำนวณเอาไว้ว่า โดยเฉลี่ยแล้วเป็นสาเหตุให้คนตายไม่เกิน 0.1 คนต่อปี แต่เราก็ขลาดกลัวกันมากจนถึงขั้นตื่นตระหนกและไม่ยอมเอามันมาตั้งไว้ที่หน้าบ้านของตนเอง

เป็นใครก็ไม่ยอมเอาภยันตรายมาตั้งไว้หน้าบ้านอย่างแน่นอน ยกเว้นบ้านเมืองที่เขามีความจำเป็นและเข้าใจถึงโทษและประโยชน์ของมัน


ชาวญี่ปุ่นมีความคุ้นเคยกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาช้านาน ถึงปัจจุบันญี่ปุ่นมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใช้เป็นเครื่องกำเนิดพลังงาน(เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์)มากถึง 55 เครื่องเข้าไปแล้ว เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรแร่ธาตุหรือต้นกำเนิดพลังงานจากธรรมชาติ เช่น พลังงานน้ำจากเขื่อน ส่วนพลังงานอื่นๆ เช่น ถ่านหินก็ต้อซื้อหามาด้วยราคาเงินทองและยิ่งหากต้องพิจารณาถึงความมั่นคงของประเทศด้วยแล้ว การที่จะหวังพึ่งพาพลังงานถ่านหินจากประเทศจีนก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาไตร่ตรองกันอย่างรอบคอบมากขึ้น ด้วยเหตุนี้คนญี่ปุ่นจึงมีความใกล้ชิดกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากกว่าโรงงานไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน แม้ว่าชาวญี่ปุ่นจะเคยได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวงจากการทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2  มาก่อนแล้วก็ตาม

ความใกล้ชิดกับสิ่งที่อาจเป็นอันตรายเช่นนี้ไม่มีอะไรดีเท่ากับการให้ความรู้อย่างถูกต้องและเพียงพอแก่ประชาชนของเขา ในกรณีของอุบัติเหตุจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นชาวญี่ปุ่นดูเหมือนจะคุ้นเคยและเตรียมการรับมือมาก่อนหน้านี้แล้ว ข้อมูลที่เราได้จากข่าวสารต่ออาการตื่นตระหนกกับปัญหาวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะจึงไม่เห็นมีอาการตื่นตระหนก หรือต่อต้านกับนโยบายพลังงานของชาติและแผนการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ นั่นแสดงว่าคนญี่ปุ่นมีความใกล้ชิดกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาช้านานแล้ว

อย่างนี้หรือเปล่าที่พวกเราจึงได้ให้นิยามแก่ชาวญี่ปุ่นว่า พวกเขาเป็นชนชาติที่มีระเบียบวินัยสูงมาก แต่ขณะเดียวกันที่วินัยของชาวญี่ปุ่นก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ความเข้าใจต่อเรื่องรอบตัวอย่างแท้จริง ไม่แพ้ความความรู้ความเข้าใจเรื่องการรับมือกับคลื่นยักษ์สึนามิ


ข้อจำกัดของประเทศที่มีสภาพเป็นเกาะอย่างประเทศญี่ปุ่น และการมีทรัพยากรอันน้อยนิด โดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติที่จะนำมาแปรรูปเป็นพลังงานนั้นมีความสำคัญยิ่ง และเทียบได้กับเส้นเลือดใหญ่ที่ไปหล่อเลี้ยงทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน เพราะหากขาดแคลนพลังงานเมื่อใดชีวิตชาวญี่ปุ่นก็จำเป็นต้องหยุดชะงักลงทันที ญี่ปุ่นจึงต้องแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

ประเทศญี่ปุ่นมีสภาพเป็นเกาะที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเล และเป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำทะเลนั้นมีแร่ธาตุนานาชนิดปะปนอยู่มากมาย รวมทั้งธาตุยูเรเนียม ซึ่งเป็นธาตุต้นกำเนิดของการนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ แต่ปริมาณธาตุยูเรเนียมในน้ำทะเลนั้นมีอยู่เพียงน้อยนิดมากเมื่อเทียบกับจำนวนน้ำทะเลที่กว้างใหญ่มหาศาล เพราะต้องคิดว่าจะใช้น้ำทะเลเป็นจำนวนมากเท่าใดจึงจะได้ธาตุยูเรเนียมอย่างเพียงพอต่อการนำมาใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

วิธีการค่อนข้างซ้อนและใช้เทคโนโลยีที่สูง หลักๆ คือ ใช้การดูดซับยูเรเนียมด้วยสารดูดซับจากน้ำทะเล โดยเมื่อน้ำทะเลผ่านการสูบเข้าเครื่องดูดซับยูเรเนียมซึ่งมีขนาดความยาว 90 เซนติเมตรเป็นเวลาต่อเนื่อง 30 วัน ผลปรากฏว่าเครื่องสามารถดูดซับยูเรเนียมได้ 0.1 เปอร์เซ็นต์(หรือได้ยูเรเนียมหนัก 0.3 กรัม/ตัวดูดซับ 1 กิโลกรัม)


Mr. Nobukawa ได้แนะนำอีกวิธีหนึ่งว่า แทนที่จะใช้เครื่องดูดน้ำทะเลเข้าเครื่องดูดซับก็ใช้วิธีเอาแท่งดูดซับไปจุ่มน้ำทะเลก็จะได้ธาตุยูเรเนียมเช่นเดียวกัน

ยูเรเนียมที่ได้จากการสกัดจากน้ำทะเลนั้นจะทำให้ยูเรเนียมทีได้นั้นมีมูลค่าสูงเป็น 5 เท่าของยูเรเนียมที่ได้จากเหมืองแร่ (ปัจจุบันราคาของยูเรเนียมที่มีการซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 1,750 บาทต่อกิโลกรัม)เท่ากับประมาณ 8,750 บาท แม้จะไม่แพงนักเมื่อเทียบกับมูลค่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ญี่ปุ่นก็ยังต้องแสวงหาเทคโนโลยีในการสกัดแร่ยูเรเนียมจากน้ำทะเลต่อไป

หากทั้ง 2 วิธีนั้นญี่ปุ่นสามารถพัฒนาจนผลิตได้เป็นสำเร็จจำนวนมากก็จะเกิดความคุ้มค่าต่อการลงทุน ก็จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของญี่ปุ่นต่อไป

ผิดกับประเทศอินเดียที่มีความโชคดีมหาศาล ที่เมือง Kerala ตั้งอยู่ด้านชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย นอกจากจะมีชายหาดที่สวยงามแล้ว พื้นทรายที่ชายหาดแห่งนั้นกลับมีพลังงานรังสีปลดปล่อยออกมาถึง 300 ไมโครเรินท์เกน/ชั่วโมง ซึ่งมากพอที่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้ จากการตรวจสอบพบว่า ทรายที่ชายหาดนั้นมีนั้นมีองค์ประกอบเป็นแร่โมนาไซต์ ซึ่งมีธาตุทอเรียมเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย


(ภาพ;ชายหาดเมือง kerala ประเทศอินเดีย)

ธาตุทอเรียมนั้นเป็นธาตุ(สาร)กัมมันตรังสีเช่นเดียวกับยูเรเนียม นักวิทยาศาสตร์อินเดียเชื่อว่า ทอเรียมสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ได้ด้วยเช่นกัน จึงใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อพัฒนาวิจัยทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ต้นแบบจากธาตุทอเรียมจนได้เป็นยูเรเนียม-233 เป็นผลสำเร็จ ตั้งชื่อเครื่องปฏิกรณ์ว่า Kamini มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดต่ำเพียง 30 กิโลวัตต์ ( http://en.wikipedia.org/wiki/KAMINI ) ตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัยอินทิรา คานธี เมืองคัลปากคัม รัฐทมิลนาดู แต่กระบวนการดังกล่าวยังไม่เป็นผลสำเร็จแบบครบวงจร

ตัวอย่างของทั้ง 2 ประเทศนั้นแสดงให้เห็นว่า ประเทศที่จะเจริญและก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในเรื่องพลังงานนั้นก็ต้องเลือกใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยด้วยการค่อยๆ วิจัยพัฒนาโครงการและฝึกคนในประเทศของตัวเองให้มีความทักษะ มีความรู้ความเข้าใจ และมีวินัยต่อระบบความปลอดภัยอย่างเป็นเลิศ จึงจะรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนั้นได้อย่างไม่สะทกสะท้าน เพราะอุบัติเหตุจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั่นมีน้อยที่สุดก็จริงแต่ก็ต้องน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หรือไม่ให้เกิดเลย


(ภาพสัญญลักษณ์สากลหมายถึงพื้นที่ที่มีการแพร่กระจายของรังสี-Radiation area)

กรณีของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะนั้นเป็นเรื่องที่สุดวิสัย และจะเป็นตัวอย่างให้แก่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งอื่นและที่กำลังคิดจะสร้างต้องเตรียมการหาทางปรับปรุงเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดกว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้

ไม่มีใครอยากให้เกิดวิกฤติการณ์เช่นดังกล่าว แต่เมื่อเกิดแล้วก็ต้องใช้ความผิดพลาดนั้นเป็นบทเรียนที่สำคัญ

..........................................................................

ข้อมูลอ้างอิง

เอกสาร “สนุกกับอะตอม” สำนักงานพลังปรมาณูเพื่อสันติ

ภาพจาก www.guardian.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ดีเจกหนุ่มก๊อต วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/djgod

มนุษย์เป็นทั้งผู้สร้าง และผู้ทำลาย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไม่มีอะไรที่มีแต่"คุณ"
แม้กระทั่งอาหารก็ยังมีโทษ

เอาใจช่วยญี่ปุ่นพ้นภัยโดยเร็ว !!!

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
BlueHill วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
ตอนนี้ ขอให้ญี่ปุ่นผ่านวิกฤติการณ์ตรงนี้ไปให้เร็วที่สุด
เห็นชาวต่างประเทศอพยพออกจากญี่ปุ่น ก็ให้เป็นห่วงสถานการณ์มากขึ้นครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

อันที่จริงพลังงานที่ได้จาก Nuclear power เป็นพลังงานที่สะอาดที่สุด และสร้างมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมน้อยกว่าพลังที่ได้จาก oil & coal ที่ร่อยหรอลงเรื่อยๆ

ทางเลือกอื่นที่พยายามนำมาใช้กันแถวนี้คือ Windfarm และการวางท่อใต้ทะเลเหมือนหนอน (จำชื่อไมได้) รอคลื่นใต้ทะเลพัดให้แกว่งแล้วแปลงเป็นพลังงาน แต่ก็นั่นแหละ สร้างยังไงถ้าคนยังใช้ไม่บันยะบันยังก็ไม่มีวันพอ

ประเด็นของญี่ปุ่นที่มีการวิเคราะห์และพูดถึงกันมากกว่าคือ การสร้าง nuclear power plant ในประเทศที่มี earthquake-prone มากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง จะทำอย่างไรจึงเหมาะสมที่สุด ญี่ปุ่นผ่าน earthquake ใหญ่ที่สุดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 17 January 1995 (Kobe earthquake) สิ่งที่พัฒนาไปคือเรื่องการสร้างอาคารให้ทนทานต้านแรงสั่นสะเทือนได้มากที่สุด แต่คงไม่สามารถย้อนเวลาไปปรับ Fukushima Dai-ichi ที่เริ่มใช้มาแล้วตั้งแต่ปี 1971

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ehealth วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ehealth

ถ้าคิดถึงความผิดพลาดด้านตัวบุคคล ท่าทีที่มักได้ยินก็คือ หาแพะ ลงโทษแพะ แต่ละคนเลยพยายามปกปิดความจริง เพราะเกรงตกเป็นแพะ

ผมได้ยินมาว่า อุตสาหกรรมการบิน เป็นตัวอย่างของการพัฒนาระบบความปลอดภัยที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ทำให้อุตสาหกรรมการบินเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ปลอดภัยที่สุด

อย่างไรก็ตาม การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมไม่น่าจะหมายถึง การคิดสุดโต่งจนไม่มองว่าจะพัฒนาคนที่ทำงานในระบบหนึ่งๆ มิฉะนั้นคงไม่มีโรงเรียนสอนนักบิน

เมื่อวานซืน ผมได้มีโอกาสไปเดินดูบอร์ดนิทรรศการงาน พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ครั้งที่ 12 ของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(สรพ)
จึงได้เห็นตัวอย่างมากมายเกี่ยวกับความพยายามพัฒนาระบบงานรักษาพยาบาลเพื่อให้คนไข้ปลอดภัย คนทำงานปลอดภัย ความพยายามเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบงาน เช่น ระบบสารสนเทศ ระบบสื่อสารระหว่างคนทำงาน ระบบลดขั้นตอนการเข้าถึงบริการฉุกเฉิน ฯลฯ ซึ่งเห็นชัดว่า ทำให้บริการคนไข้ปลอดภัยขึ้นจริง

คนไทยไม่ได้เกิดมาพร้อมพันธุกรรมสะเพร่า มักง่ายหรอกครับ จุดอ่อนสำคัญประการหนึ่งของเราคือ ไม่ถนัดการคิดเชิงระบบ ซึ่งเป็นนามธรรมและซับซ้อน วัฒนธรรมเจ้าขุนมูลนายก็น่าจะเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งทำให้ ผู้นำองค์กรต่างๆ ดูเบาความสามารถคิดค้นพัฒนางานของคนทำงาน ชอบการสั่งการมากกว่าการร่วมคิดร่วมทำ และเปิดใจกว้าง ชอบมองต่างมุม

ยังไม่สายเกินไปที่ทุกคนจะเริ่มต้น ...ที่ตัวเรานั่นเอง




ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chompoopookha วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

หลายที่ๆดูเหมือนอันตราย จะมีระบบการป้องกันสูงสุด จึงมักได้ยินคำพูดที่ว่า ที่ๆ อันตรายที่สุดคือที่ๆ ปลอดภัยที่สุด... ยกเว้น ในประเทศไทยค่ะ ที่ๆ อันตรายที่สุด ก็ยังเป็นที่ๆ อันตรายที่สุดเสมอ...และไม่ว่าเราจะมีเทคโนโลยีที่ดีเลิศขนาดไหน ก็ไม่ได้สร้างความมั่นใจได้ เพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักมาจาก Human error ไม่ใช่ System error ...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกนี้ มีทั้งแง่ดีและไม่ดีเสมอครับ ความจริงผมเห็นด้วยกับการที่ญี่ปุ่นต้องมีโรงงานไฟฟ้านิวเครียร์ เพราะความจำกัดทางทรัพยากร

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
จินตกาล วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN

ได้ความรู้มากเลยครับ ต้องกลับไปอ่านอีกสองเอนทรี่ก่อนหน้าซะแล้ว ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

มาอ่านให้ประเทืองปัญญา อิ อิ
เข้าใจลึกซึ้ง ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NumberFive วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NumberFive
คนโคราชกันเอง กันเอง ไม่ต้องเกรงใจกันดอก

...มาอ่านจ่ะ...
...ว่าจะขอบทความที่รวบรวมด้วยหล่ะ...งิงิงิงิิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
musachiza วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 02.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

มาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เอกสิทธ์ วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 01.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

เรียบเรียงได้สุดยอดครับ อ่านเข้าใจง่ายดี

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 18/03/2011 เวลา : 01.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

คนไทยรู้จักความกลัว จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
มากกว่าความจริง วิธีได้มาของพลังงาน
และประโยชน์จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

รวมทั้งผมด้วยครับ

สวัสดียามดึกครับท่าน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน