*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2324211
  • จำนวนผู้โหวต : 800
  • ส่ง msg :
  • โหวต 800 คน
<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 เมษายน 2554
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 3085 , 11:02:11 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน นายยั้งคิด , พันธุ์สังหยด และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้


จ.นครศรีธรรมราช มีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชุ่มฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู” เป็นจ้อความที่บ่งบอกให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ความเจริญทางวัฒนธรรมที่มีมาก่อนเอาไว้อย่างครบถ้วนและชัดเจน   

โดยเฉพาะเรื่อง “ดิน น้ำ ลม ฟ้า” นั้น ล้วนอุดมสมบูรณ์ หากแต่เราไม่ค่อยจะได้เห็นหรือมีการกล่าวถึงเรื่องราวการอนุรักษ์ฟื้นฟูอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง เห็นมีแต่การปล่อยปละละเลย จนเกิดความสูญเสีย และถ้าหากว่ายังเพิกเฉยก็อาจจะประสบภัยพิบัติหนักยิ่งกว่าเดิมอีก

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดจากฝนตกติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2554 เป็นเวลาประมาณ 10 วันเต็มๆ ได้ทำให้เกิดน้ำท่วม ดินภูเขาถล่มทลาย รวมๆ แล้ว จำนวน 7 จังหวัด มีพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติหนักๆ คือ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปลายเดือนมีนาคมต่อไปถึงต้นเดือนเมษายนของปีนี้เป็นเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศโลกที่เกินสุดจะคาดการณ์ได้  นักอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า “เอ็กซตรีม อีเว้นท์”  เหตุการณ์ผิดปกตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนักและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ได้เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ได้เป็นแค่เพียงภูมิภาคคาบสมุทรอินโดจีนเท่านั้น “เอ็กซตรีม อีเว้นท์” ครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่“เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่ควรเกิด”นั่นเอง

พูดกันเป็นภาษาชาวบ้านน่าจะหมายถึง เหตุการณ์ที่เกินจะสุดสรรบรรยาย และก็..เกินคำบรรยายจริงๆ เมื่อได้ไปเห็นภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงหน้า (หรือจะดูจากคลิปวิดีโอที่แนบมานี้ก็ได้)


(ภาพ ทางหลวงนครศรีฯ-ปากพนัง หลังจากต้นน้ำ กลางน้ำ น้ำท่วมคลี่คลายแต่ที่นี่ยังอ่วม     อรทัย)


ทุกเสียงจากฝ่ายวิชาการกล่าวว่า มันเกิดจาก“ภาวะลานีญา”  โดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นทุกๆ 2 - 3 ปีต่อครั้ง ในรอบการเกิดครั้งหนึ่งๆ กินระยะเวลา 9 – 12 เดือนและอาจเป็นอยู่ได้นานถึง 2 ปี  ภาวะลานีญาในรอบนี้ได้ทำให้เกิดความผิดปกติของอุณหภูมิทั่วทั้งภูมิภาคที่คนไทยเพิ่งได้สัมผัสอย่างประหลาดใจไปเมื่อไม่นานมานี้เอง เช่น ได้เกิดความกดอากาศสูงจากจีนกำลังแรงเข้ามาทางภาคตะวันออกลงมาทางใต้ เมื่อปะทะกับกับคลื่นลมจากมหาสมุทรอินเดียจึงทำให้เกิดฝนตกหนักในกรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ตราด หลังจากนั้นอุณหภูมิก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็วเหลือเพียง 10 - 20 องศาเซลเซียส  เป็น “เอ็กซตรีม อีเว้นท์”  ในกลางเดือนมีนาคม เดือน 4 ต่อยาวไปถึงเดือน 5 หน้าแล้ง...!!!

               ขณะเดียวกันที่ทางภาคใต้ได้เกิดมีพายุดีเปรสชั่นนอกฤดูกาลเข้ามาสมทบ 1 ลูก ทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 1 เมษายน ทำให้ในระยะเวลาเพียง 10 วัน วัดปริมาณน้ำฝนที่สถานีอุตุนิยมวิทยา จ.นครศรีธรรมราช ได้ 1,350 มม.   จ.สุราษฎร์ธานี วัดได้ 1,110 มม. เฉพาะปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชนั้น วัดปริมาณได้มากเกินน้ำฝนที่ตกสะสมตลอดทั้งปีเกือบ 2 เท่า(หรือประมาณ 1.5 เท่า)
          จึงได้เกิด"อุทกภัยหน้าแล้ง" เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า "เอ็กซตรีม อีเว้นท์" อีกปรากฎการณ์หนึ่ง



(ภาพ บก.ชาลี แห่งโอเคเนชั่น ประสบเหตุน้ำท่วม-รถเสียด้วยตนเองบนเส้นทางไป อ.ปากพนัง)
......................................................................................

เมื่อย้อนกลับไปสำรวจตรวจสอบความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง พบว่า

“ลองเอาน้ำไปรดลงบนหินที่กำลังร้อน หินทั้งก้อนก็แตกได้ พื้นดินกำลังปรับตัวเข้าสู่หน้าแล้ง แต่เมื่อเอาน้ำจำนวนมากเทราดลงไป  ดินหรือหินไม่อาจยึดติดกันได้ จึงทำให้เกิดดินหินเลื่อนไหลงลงมาจากเนินเขาสูงได้” ปราชญ์ชาวบ้านใน จ.นครศรีธรรมราชคนหนึ่งกล่าวให้ผู้เขียนฟังในวงสนทนา

ช่างไปสอดคล้องกับความเห็นของดร.เฮลมุท เดอร์ราท นักธรณีวิทยา ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) ที่กล่าวว่า

“ส่วนใหญ่ปรากฏการณ์พิบัติภัยดินถล่ม ดินสไลด์ที่เกิดขึ้นนั้น ปัจจัยสำคัญมักมาจากการกระตุ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ เช่น การบุกรุก แผ้วถางทำลายป่าไม้ แต่กรณีที่เกิดขึ้นที่ จ.นครศรีธรรมราช กระบี่ สุราษฎร์ธานี  มีสาเหตุหลักมาจากเรื่องของปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในปริมาณมากจนทำให้ความแข็งแรงของผิวดินโดยเฉพาะบริเวณลาดชันลดลง จนในที่สุดดินเกิดการชุ่มน้ำและอ่อนตัวกลายเป็นดินโคลนและเลื่อนไหลลงสู่เบื้องล่าง จนกลายเป็นทะเลโคลนไหลถามโถมทับถมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนจนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ปริมาณน้ำฝนเป็นเหตุผลหลักที่เป็นปัจจัยสำคัญหรือเป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาดินสไลด์หรือโคลนถล่ม เนื่องจากฝนที่ตกหนักและตกแช่ในพื้นที่เป็นเวลานานจนทำให้ดินบริเวณลาดชัน อ่อนตัวและเลื่อนไหลลงสู่ที่ต่ำในที่สุด  ความรุนแรงของปัญหาดินสไลด์ โคลนถล่มจะแตกต่างกันที่สภาพพื้นที่ หรือสภาพแวดล้อมของภูมิศาสตร์บริเวณนั้น เช่น จุดใดมีต้นไม้หนาแน่นระดับความรุนแรงจะน้อยกว่า จุดที่ไม่มีต้นไม้หรือบริเวณที่ป่าไม้ถูกทำลาย


(ภาพ การกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยที่แหลมตะลุมพุก ปัญหาเดียวกับน้ำท่วม..(?)         จาก "ภาวะโลกร้อน" กระนั้นหรือ .....?)

 

นายชลิต ดำรงศักดิ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ครั้งนี้กรมชลประทานประเมินสถานการณ์น้ำท่วมได้ยากและคาดการณ์ได้ล่าช้ากว่าเหตุการณ์ในปี 2531 เนื่องจากในครั้งนี้สภาพแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงสภาพไปจากเดิมที่เคยเป็นอยู่ ป่า แม่น้ำ ลำคลอง ได้กลายสภาพเป็น สวนยาง สวนปาล์ม และ สังคมเมือง มีการสร้างที่อยู่อาศัยมากขึ้น ลำคลองที่เคยเป็นทางระบายน้ำถูกบุกรุกกลายเป็นถนน ลำคลองก็ตื้นเขิน ไม่ได้รับการปรับปรุง

นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงข้อมูลการสำรวจพืชผลอาสินในเขตป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศของกรมป่าไม้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ว่า มีการปลูกยางพารารวมทั้งสิ้น 600,000 ไร่ โดย จ.นครศรีธรรมราชใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติประมาณ 34,000 ไร่ ติด 5 อันดับแรกของประเทศ 

 

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า บริเวณที่ลาดเชิงเขาที่เกิดถล่มไหลลงมานั้น ส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน  สวนยางพาราที่อยู่ในเขตอนุรักษ์ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ โดยเฉพาะในเทือกเขาบรรทัด เขาปู่เขาย่า และบางส่วนใน จ.นครศรีธรรมราช

              ภาพจากนักวิชาการส่วนกลางเริ่มชี้ภาพให้เห็นชัดเจนมากขึ้นบ้างแล้ว......?


(ภาพ เด็กน้อยคนหนึ่งเธอกำลังวาดฝันบนพื้นทรายในจินตนาการ หลังจากบ้านเธอถูกน้ำทะเลรุกไล่เข้ามาถึงอยู่รอมร่อ)


ไปสอดคล้องกับเกษตรกรรายหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ใน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ได้ให้ข้อมูลผู้เขียน หลังเกิดเหตุภัยพิบัติว่า  ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นั่น ไม่มีเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดิน เนื่องจากเดิมพื้นที่ ต.กรุงชิง และ ต.นบพิตำนั้นเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ เคยมีการให้เอกชนเข้าทำสัมปทานป่า  ไม้มาก่อน แต่ เมื่อรัฐบาลมีนโยบายปิดป่า และชาวบ้านไม่เห็นว่าทางการเข้ามาจัดการป่าเสื่อมโทรมอย่างไรต่อไป ชาวบ้านก็เลยพากันเข้าไปจับจองพื้นที่ทำกิน และยกให้เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลานเรื่อยๆ มา เมื่อพื้นที่ทำกินไม่เพียงพอก็ต้องถากถางป่าเพิ่มขึ้น เพื่อใช้พื้นที่ปลูกยางพารา ทำสวนผลไม้ เช่น เงาะ ทุเรียน ลองกอง เพราะดินอุดมสมบูรณ์ หรือดิน ฟ้า อากาศดีทุกอย่าง

เพียงแต่มีข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่บางเรื่อง คือเรื่องที่ว่า “ภูเขาถล่ม” ซึ่งเกษตรกรราย เดียวกันนี้ให้คำยืนยันว่า  “สวนยางพาราที่ลำต้นโตแล้วจะไม่มีการถล่มของดินภูเขา ที่ปลูกตามที่ลาดเชิงเขา ที่มีภูเขาถล่มนั้นเป็นก็แต่เพียงต้นยางเล็กๆ ที่เพิ่งจะปลูก เพราะลำต้นยังไม่มีรากที่จะยึดเกาะ ดิน”

(ภาพ ป้ายบอกทิศทาง ทางหนึ่งไปแดนศิวิไลซ์ในอดีตกาล ทางที่ตรงไปสู่ทะเลอ่าวไทย      ขวามือไปทุ่งนาข้าวและ"นากุ้ง" ทิศเบื้องหลังคือ"เทือกเขาหลวง" ทิศเบื้องบนคือ ท้องฟ้าที่ไม่เคย      ร้างรา จากก้อนเมฆ)


และเขาก็ยอมรับว่า “ชาวบ้านก็มีส่วนสร้างความเสียหายด้วย เพราะที่ อ.นบพิตำนั้นดินดี มีความอุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชก็(งาม)ให้ผลผลิตดี ชาวบ้านจึงพากันเข้าไปบุกรุกจับจอง มีการถางป่าเพื่อปลูกยางพารา ปลูกผลไม้ ที่ข้างใน(กรุงชิง)นั้นยังมีการตัดไม้ทำลายป่าอยู่อีก

(เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ)สาเหตุที่บางคนไม่ยอมอพยพออกมาก็เพราะเกรงว่าจะกลับไปไม่ได้ เนื่องจากทางการจะยึดคืน”

 เกษตรกรรายนี้ได้กล่าวถึงการสัมปทานเหมืองแร่ว่า “สัมปทานเหมืองแร่ก็น่าจะมีส่วน เพราะผู้ได้รับสัมปทานทำเหมืองแร่ได้ให้ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น เช่น นักการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งข้าราชการเกษียณอายุบางคนที่เคยเข้าไปรับราชการที่ อ.นบพิตำ ให้เข้าไปรับแบ่งงานจากการสัมปทานเหมืองแร่มาทำ เพื่อจะได้ไม่มีเสียงร้องคัดค้านจากชาวบ้าน  บางคนมีรถ ๑๐ ล้อหลายคัน และมีรถแบ็คโฮเข้าร่วมงานกับเหมืองแร่”

เกษตรกรคนดังกล่าวได้สรุปให้ฟังว่า “ชาวบ้านไม่รู้หรอกว่าพื้นที่สัมปทานมันแค่ไหน และมันคงแก้ยาก”

เมื่อย้อนไปสำรวจข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในวิทยาการต่างๆ ก็พบว่า ....


(ภาพ  โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มองจากประตูระบายน้ำ"อุทกวิภาชประสิทธิ" เห็นสะพานข้ามแม่น้ำปากพนังและ ปล่องโรงสีไฟ ซึ่งเป็นเสมือนหลักฐานความสมบูรณ์ของนาข้าว แต่ปัจจุบันได้ถูกน้ำทะเลรุกคืบเข้ามาจนเปลี่ยนอาชีพชาวนา)


ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการปฏิรูประบบเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร ชุมชนและสังคม (สปกช.) กล่าวว่า  “สาเหตุดินถล่มในภาคใต้มีความสลับซับซ้อนอย่างมาก เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการทำเหมืองแร่แบไรท์และเหมืองแร่เฟลด์สปาร์ บริเวณภูเขาและไหล่เขา ซึ่งการขุดเจาะสายแร่พบว่า มีการเปิดพื้นที่มากกว่าที่กำหนดเขตสัมปทานไว้ อีกทั้งเมื่อเกิดที่โล่งในวงกว้าง ชาวบ้านก็จะเข้าไปปลูกยางซ้ำในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ดินขาดเสถียรภาพ”

นายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผอ.กองธรณีวิทยาสิงแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี ระบุถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ดินถล่ม เนื่องจากภูเขาในภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นเขาสูงมีสภาพเป็นหินแกรนิต หินปูน มีการผุพังและเกิดการเคลื่อนตัวได้ง่าย ส่วนปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะถ้าหากมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ไม่มีการบุกรุก รากของพืชจะช่วยรักษาความเสถียรของชั้นดิน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจากป่าธรรมชาติเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะยางพารา ซึ่งในสมัยใหม่นี้ใช้วิธีการปักชำลำต้น ทำให้ไม่มีรากแก้ว เมื่อเกษตรกรนำไปปลูกตามที่ลาดชันก็จะทำให้ดินมีเสถียรภาพลดลง เพราะรากเท่ากันทั้งหมด เมื่อถูกน้ำกัดเซาะก็จะพาทั้งรากทั้งต้นลงมา

นาย เอ็นนู ซื่อสุวรรณ อดีตผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ระบุว่าทางราชการก็ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า พื้นที่ลาดชันระดับใดที่ไม่ควรใช้ทำการเกษตร แต่ชาวสวน ชาวไร่ไม่เชื่อ เพราะคิดว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติไม่น่าเกิดขึ้นได้ เพราะอยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ถึงพ่อ แม่ก็ไม่เคยเกิดภัยพิบัติ ชาวบ้านลืมนึกไปว่า ภาวะโลกร้อน จะยิ่งทำให้ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นเรื่อยๆ จากที่ฝนไม่ตกก็จะตกหนัก จากที่ไม่เคยหนาวก็จะหนาวสั่น”


(ภาพ บ้านของเพื่อนบ้านของบล็อกเกอร์ NN1234 ที่ชายหนุ่มเคยลอยคอให้ผู้เขียนดู         บ้าน  ด้านในต้องขอใช้เส้นทางเดินผ่านในบ้านหลังใหญ่ด้านหน้าเข้าบ้านตัวเอง)


เมื่อสถานการณ์ภัยพิบัติของปี 2554 ใน อ.นบพิตำ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช และพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากท่วมสร้างความเสียหายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและได้เกิดขึ้นไปแล้ว แต่...ถ้าหากภาครัฐและประชาชนไม่เร่งรีบดำเนินการปรับปรุงฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำอย่างถูกต้องและให้ทันการณ์แล้ว สถานการณ์ภัยพิบัติครั้งที่เพิ่งผ่านไปนี้ อาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะเป็นข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวนั้น 

และเมื่อกรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์เตือนไว้ล่วงหน้าว่า “ในปีนี้ประเทศไทยจะมีพายุดีเปรสชั่นถึง 5 ลูก  ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 3 - 4 ลูกต่อปี ฤดูฝนจะมาเร็วกว่าปกติ   โดยในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ จะมีฝนตกอีกครั้งในพื้นที่ภาคใต้

ส่วนช่วงรอยต่อเดือนเมษายน ถึงพฤษภาคมจะเกิดพายุหมุนไซโคลนทางฝั่งทะเลอันดามัน   ซึ่งนับเป็นพายุดีเปรสชั่นลูกแรก   ซึ่งจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน”


(ภาพ ถ่ายจากบ้านมะม่วงสองต้น หมู่บ้านด้านหลังวัดพระมหาธาตุฯ เห็นทุ่งนาราบเรียบ     ตลอดแนวยาวไปถึง"เทือกเขาหลวง"ไกลลิบ เมืองนครศรีธรรมราชจึงเป็นทุ่งรับน้ำก่อนไหลลงสู่      ทะเล โดยมีรางรถไฟและถนนหลวงกั้นอีก 2 ชั้น)


แล้วจะเกิดอะไรขึ้นอีกกับ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีคำขวัญตอนหนึ่งว่า “ชุ่มฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม” ..?  หรือรัฐบาลจะทำได้แค่เพียงจ่ายค่าชดเชย ค่าทำศพ ฯลฯ เพราะนั่นเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ  และเป็นงานถนัดของนักการเมือง

และก็เป็นช่องทางให้มีการทุจริต “กินของแจก” และ “โกงค่าชดเชย” (อย่างหน้าด้านๆ )ของนักการเมืองท้องถิ่น ไปจนถึงความร่วมมือด้วยการรู้เห็น หรือเพิกเฉยของนักการเมืองระดับชาติ

รัฐบาลไม่คิดจะวางแผนฟื้นฟูปรับปรุงอย่างเป็นระบบ เร่งมือวางแผนแก้ไขปัญหาที่ป่าต้นน้ำอย่างถูกวิธีหรอกหรือ?

ภูเขาถล่ม ผู้คนล้มตาย น้ำท่วมเพียงอย่างเดียวก็พอแล้ว อย่าให้นักการเมืองระดับชาติ ของ จ.นครศรีธรรมราช เป็นน้ำท่วมปากรัฐบาลเสียเอง........????  จนรัฐบาลพูดอะไรไม่ออก

แล้ว “เรา-ท่าน”ได้เตรียมการอะไรบ้างแล้วหรือยัง?  (จะเตรียมของแจกไว้ซับน้ำตาในคราวหน้าอย่างนั้นหรือ?)

..............................................................................

คลิปวิดีโอแนะนำ

http://www.youtube.com/watch?v=gQvqxiKfxnc&feature=player_embedded#at=86

http://www.youtube.com/watch?v=uduPJvUVe60&feature=related

http://www.youtube.com/watch?v=mEgl-6cbHlQ&NR=1

ข้อมูลอ้างอิง

http://www.thaireform.in.th/



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 19/04/2011 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

บทเรียนที่ธรรมชาติบอกเราคราวนี้มีด้วยกันหลายอย่างเสียจริง แล้วคนก็ต้องหาทางเอาชนะธรรมชาตเพื่อความอยู่รอดให้ได้ สิ่งที่สำคัญก็คือ คนท้องถิ่นต้องมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู ไม่ใช่ปล่อยให้ภาครัฐหรืออื่นทำกันไปตามลำพังครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 19/04/2011 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

นำ้ท่วมนครฯครั้งนี้ เป็นบทเรียนที่ต้องจดจำ ต้องหาทางแก้ไขให้ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ผมเชื่อว่าเมื่อวันเวลาผ่านไป ก็จะกลับไปเหมือนเดิมอีกครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 19/04/2011 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

นำเสนอได้ดีครับ โหวต

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
hayyana วันที่ : 19/04/2011 เวลา : 07.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

นักการเมืองไทยถ่วงความเจริญที่สุด

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
คนขายปุ๋ย วันที่ : 19/04/2011 เวลา : 07.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpm

อันนี้ใช่เลย...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
พี่ป๋อง วันที่ : 18/04/2011 เวลา : 05.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teetatfarm
อาชีพอิสระ.. ทุกคนสามารถทำได้        


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ซันญ่า วันที่ : 18/04/2011 เวลา : 02.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

มาอ่าน...ให้ได้เรื่อง และก็พิจารณา เอง
ตาม สภาพ...มีทุกองค์ความรู้ และ ทุกหน่วยงาน
ต่างก็เข้าถึง เอนทรี่ที่ ยิ่งชัดเจนก็อ่านจาก ...ที่นี่
...
ประชาชน เพื่อประชาชน
ด้วยจิตคาราวะ
...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
sayellow วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sayellow

ว่าด้วยป่าที่เกิดจากธรรมชาติย่อมซึมซับน้ำและอุ้มดินได้ดีกว่าที่ปลูกขึ้นมาเองโดยมนุษย์ หากใครได้มาวิ่งผ่านจากตัวเมืองสุราษฎร์ฯ ไปยัง อำเภอบ้านนาสาร ผ่านบริเวณเขาท่าเพชรจะเห็นได้เลยว่า ที่ข้างถนนจะมีน้ำไหลอยู่เรื่อย ๆ ทั้งๆที่ฝนหยุดตกผ่านพ้นไปแล้วหลายวัน และขอขอบคุณอดีตผู้ว่า วิจิตร วิชัยสาร ที่ได้ช่วยทำให้การขุดดินที่ริมเขาท่าเพชร ได้หยุดลงไป เพราะทุกคนที่ปฏิบัติงานบนเขาท่าเพชรก็ค่อนข้างเสียว ๆ เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
บ้านชฎาเรือนปฏัก วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scorpius
ครุตามพรลิงค์

นี่แหละครับกับการไม่ยอมรับความจริงของบางคน
ดังที่เขากล่าวไว้ว่า "ถ้าไม่ยอมรับความจริง จะไม่เห็นธรรม" ครั้งนี้ธรรม(ชาติ)สอนเราแล้ว

ชาวบ้าน(บางคน) นายทุน และนักการเมืองจำไว้นะครับ ...

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ณภาสุ วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/napasut
ศิษย์ผู้ใดที่ทำลายชื่อเสียงสถาบัน ผู้นั้นทรยศต่อองค์สมเด็จพ่อฯ ลูกมหาวชิราวุธ ต้องยึดมั่นในความดี เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินและจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ถ้าใครอยู่นครศรีธรรมราช
บริเวณป่าเขาต้นน้ำ ฝนจะตกตลอดปี
เพียงแต่มาช่วงหลังๆ ฝนเริ่มห่าง
เพราะป่าน้อยลงเรื่อยๆ
ความชุ่มชื้นน้อยลงเรื่อยๆ
ต่อไปน้ำตกน้ำก็คงเหือดแห้ง
ถ้าไม่เชื่อก็คอยดู
และเมื่อฝนตกหนักเหตุการณ์แบบนี้จะมีอีก
จงจดจำไว้เถอะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ณภาสุ วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 19.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/napasut
ศิษย์ผู้ใดที่ทำลายชื่อเสียงสถาบัน ผู้นั้นทรยศต่อองค์สมเด็จพ่อฯ ลูกมหาวชิราวุธ ต้องยึดมั่นในความดี เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินและจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ผมคงไม่โทษอะไรทั้งนั้น
นอกเสียจากโทษตัวมนุษย์เองนี่แหละ
ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้
ที่ชอบกันนักตัดไม้ทำลายป่า โค่นไม้กันเนี่ย
แล้วมีใครยืนยันได้บ้างล่ะ ว่านครศรีธรรมราช
ไม่เคยมีฝนตกหนักแบบนี้มาก่อนในอดีต
ผมว่ามันต้องมีตกหนักแบบนี้และตกนานกว่านี้ด้วยซ้ำ
เพียงแต่ว่าเมื่อก่อนความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขามันมีมาก
มันจึงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้
จึงทำให้คนมีความรุ้สึกว่าเหตุการณ์นี้ไม่เคยมี
มันก็ถูกเหตุการณ์น้ำท่วมโคลถล่มแบบนี้ไม่เคยมี
แต่ฝันตกหนักและนานแบบนี้มีปล่าวละ ลองคิดกันดู
ที่กะทูนเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วทำไมไม่จดไม่จำกันล่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ชบาตานี วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วซ้ำแล้วซ้ำอีก ส่วนคนที่ต้องร้องไห้คือชาวบ้านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ชัดเจน...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ถ้าไม่รีบแก้ไขปีหน้าก็ต้องเตรียมของแจกกับเตรียมน้ำตาให้กับการสูญเสีย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
บางกระสอ วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tim

บางชุมชนของเมืองคอนได้ชื่อว่าเป็นชุมชนเข้มแข็ง มีปราชญ์ชาวบ้าน รัฐเล็ก รัฐใหญ่ น่าจะให้เป็นตัวอย่าง ต้นแบบและเร่งหาแนวทางการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ แลกเปลี่ยนความเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายแบ่งปันภูมิปัญญา
ว่าแต่ว่าจะทันพายุมาอีกไหม อย่างไรก็คนไทยไม่ทิ้งกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เข้าใจแล้ว...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

น้ำท่วมครั้งก่อนโน้น ตอนปี 41 และปี 49 พวกนักการเมืองน้อยใหญ่ในเมืองคอนบอกว่าได้เวลา ทำฌครงการแก้มลิงกันแล้วละพวกเรา มีการสำรวจและวางแผนการออกแบบ และมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้อยู่แล้วในสมันนั้น หลังจากนั้นก็หายเงียบเข้ากลีบเมฆา เป็นเวลาหลายปี มาผุดออกมาอีกครั้งตอนน้ำท่วมครั้งที่ผ่าน ท่านนายกเล็กบอกว่าจะสร้างแก้มลิงที่ ฝั่งทิศตะวันตกของทุ่งท่าลาด
"ทุ่งท่าลาด ที่เดี่ยวกันกับสถานที่จรเข้หลุด นั่นแหละครับ"

ครั่นเมื่อทางเทศบาลจะมีแนวโน้มเอาจริงกับการสร้างแก้มลิงตรงบริเณนั้น นักวิชาการและนักวิชาการทั้งหลายบอกว่า "โครงการเป่าที่ตาบอดให้ตาดีขึ้นมา"
เพราะทางน้ำจริง ห่างจากบริเวณนี้ไปทางทิศใต้ บริเวณบ้านมะม่ม่วง 2 ต้น ซึ่งเป็นจุดที่น้ำเออล้มท่วมสันทรายของเมืองคอน ก่อนไหลเข้าท่วมเทศบาล ที่ตรงนี้น่าจะเหมาะสมในการสร้างแก้มลิงมากกว่า

หลังจากนั้นทุกอย่างจึงเงียบเป็นเป่าสาก.....

แล้วจึงเกิดน้ำท่วมเมืองคอนอีกครั้งตามคาด

ปล.ว่ากันว่าเลือกนายกเล็กครั้งใหม่นี้... ปชป.เอาจริงอีกแล้ว ...พ้มเห็นเอาจริงทุกคราแล้วก็ฉ้อยเก็บฉากทุกครั้ง...เออ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit


น้ำท่วมหนักแค่ไหน
น้ำใจไทยยังใหลหลั่ง
แต่ควรวางแผนระมัดระวัง
อย่าให้น้ำท่วมใหลหลั่งบ่อยไป

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กำหนัน วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ นายทุนบุกรุกป่าสัมปทาน ชาวบ้านเข้าจับจองมันผิดตั้งแต่แรกแล้ว มันมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างใหญ่หลวง จากคนมีสีกับผู้มีอิทธิพลในจังหวัด และนักการเมืองท้องถิ่น การปรับเปลี่ยนระบบนิเวศน์วิทยาของป่าเป็นสวน เป็นรีสอร์ท มันไม่ใช่คำตอบ อยากเห็นพระเอกขี่ม้าขาวมาจัดการเบ็ดเสร็จเรื่องนี้เสียทีจะได้ตายตาหลับ ไม่ต้องพะวงถึงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราเป็นแค่สุนัขเฝ้าบ้านนะครับ จะเห่าแรงๆก็กลัวๆกล้า บอกไม่ถูกครับ แต่ก็บอกหลายเอ็นทรี่แล้วแม้จะไม่ฟันธง.. สบายดีนะครับ มีโอกาส โลก กลมคงได้เจอกันครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
บัวหิมะ วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/diary

แวะมาทักทายสวัสดีค่ะ และขอฝากผลงานด้วยค่ะ
หรือดูรายละเอียดก่อนได้ ที่นี่นะคะ http://www.oknation.net/blog/diary/2011/04/16/entry-1

กด Like ที่ http://www.my3space.com/activity/writestory/read-story.php?id=113

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

ขรับ!!

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 17/04/2011 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

แรงส์.....ดี.....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน