*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2323663
  • จำนวนผู้โหวต : 800
  • ส่ง msg :
  • โหวต 800 คน
<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม 2555
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 9944 , 22:52:52 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 22 คน อิมกุดั่น , นายยั้งคิด และอีก 20 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

“เมืองนคร” “เมืองคอน” หรือ นครศรีธรรมราช เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีหลักฐานในคัมภีร์มหานิเวทศ เขียนโดยพ่อค้าในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๗๐๐ เป็นวรรณคดีของอินเดียความว่า ได้รอนแรมไปยังดินแดนตะวันออกเฉียงใต้และมาแวะที่เมืองตามพรลิงค์ เป็นเมืองท่าที่สำคัญในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและเผยแพร่ศาสนาพราหมณ์ให้แก่คนในพื้นที่ ซึ่งต่อมาก็พบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงกันที่พบว่าเกิดขึ้นในพุทธศวรรษที่ ๑๑ – ๑๔

พุทธศวรรษที่ ๑๔ – ๑๖ อาณาจักรศรีวิชัยมีความเข้มแข็งในแถบคาบสมุทร เป็นช่วงที่พุทธศาสนาเข้ามาแพร่หลายและมีอิทธิพลเหนือเมืองตามพรลิงค์ จนกระทั่งพุทธศวรรษที่ ๑๗ – ๑๘ เมืองตามพรลิงค์ก็รุ่งเรืองขึ้นแทนที่ด้วยพระบารมีของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ครอบครองหัวเมืองน้อยใหญ่ในแถบนี้ทั้งหมด

การเป็นเมืองอันมีชัยภูมิที่ตั้งที่เหมาะสม และยังคงความเป็นราชธานีอยู่อย่างนั้น โดยไม่ถูกข้าศึกบุกเผาทำลายสร้างความเสียหาย (เคยมีเพียงข้าศึกชาวชวาบุก ๓ ครั้ง) เมืองนครศรีธรรมราชจึงมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานกว่าราชธานีใดๆ ในคาบสมุทรเดียวกันนี้ ทั้งยังปรากฎหลักฐานเด่นในวันนี้ก็สืบเนื่องจากพระอัจฉริยะภาพด้วยกุศโลบายอันชาญฉลาดของพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองนครแห่งนี้ และที่สำคัญมรดกต่างๆ เหล่านี้ยังคงดำรงเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบเนื่องอยู่มาได้ตราบจนวันนี้

พุทธศักราช ๒๕๕๕ อยู่ไกลห่างจากจุดหลักฐานตั้งแต่แรกเกิดเป็นเมืองยุคโบราณเกือบสองพันปี มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนารับเอาวัฒนธรรมเข้ามาอย่างมากมาย ยังปรากฏมีหลักฐานสำคัญๆ ให้เห็นเด่นเป็นสง่า มีองค์พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และโบราณสถานต่างๆ ที่เคยมีอิทธิพลต่อศรัทธาความเชื่อซึ่งยังหลงเหลือรายล้อมเมืองนครศรีธรรมราช เช่น วัดวาอาราม แหล่งโบราณคดี ข้าวของเครื่องใช้ของคนสมัยโบราณมากมายซึ่งจับต้องได้ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งจับต้องไม่ได้ ที่ยังปรากฏให้เห็นและถือปฏิบัติตามกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ คือ ประเพณี ๑๒ เดือน ของชาวเมืองนคร

 

(ภาพมุมสูงของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช)

 

หนึ่งในประเพณี ๑๒ เดือนของชาวนครที่ปฏิบัติยึดถือกันมาเป็นประจำทุกๆ ปี ได้แก่ "งานบุญสารทเดือนสิบและงานแห่ หฺมฺรับ"  เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคมปีนี้ เป็นเทศกาลแห่งความศรัทธาในการเป็นเมืองวัฒนธรรม หน่วยงานหลายภาคีมีการจัดขบวนแห่ “หฺมฺรับ” (สำหรับอาหาร) อย่างยิ่งใหญ่ตระการตาบนถนนราชดำเนิน จุดเริ่มต้นจากบริเวณสนามหน้าเมืองไปยังจุดหมายปลายทางที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มีพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศต่างแห่แหนมาร่วมกันทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี ผู้คนมาร่วมงานรื่นเริงอย่างคึกคักมากมาย  จนชาวนครศรีธรรมราชต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ประเพณีชิงเปรต” เป็นประเพณีที่ชาวนครต้องเดินทางกลับมาร่วมงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลใหแก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

การร่วมกันธำรงรักษาประเพณีวัฒนธรรมที่เก่าแก่โบราณของชาวนคร "งานบุญสารทเดือนสิบและงานแห่ หฺมฺรับ" เช่นนี้  พร้อมกับการรักษาประเพณี ๑๒ เดือนและวัฒนธรรมที่สอดคล้องผูกพันอยู่กับองค์พระมหาธาตุ กับการเสนอตัวเพื่อเป็น “มรดกโลก” จึงไม่ไกลเกินเอื้อม และคนไทยทุกคนมีส่วนร่วมในความภาคภูมิใจนั้นด้วย

 

(ภาพ โลโก้การรณรงค์ "นครศรีดี๊ดี")

 

ปี ๒๕๕๕ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการรณรงค์เเคมเปญ “นครศรีดี๊..ดี”  นัยหนึ่งเพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวนครศรีธรรมราช ที่ไม่ได้มีดีเพียงการอวดอ้างในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่มีอยู่อย่างครบครันทั้งที่ภูเขาสูง ในที่ราบและท้องทะเล แต่ความโดดเด่นด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ และมีครบทุกๆ เดือน ซึ่งชาวพุทธ พรามณ์และศาสนิกอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แหล่งเดียวกันนี้ เช่นเดียวกับการที่มีบ้านเมืองมีอายุยาวนานกว่าราชธานีใดๆ ในคาบสมุทร์อินโดจีน มีพุทธสถานตั้งดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงเช่นนี้ ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนต่างเกี่ยวพันอยู่กับขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ อยู่ตลอดทั้งปี

 

ประเพณี ๑๒ เดือนมีการปฏิบัติสืบต่อกันอย่างไร ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

 

(ภาพ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ)

 

เดือนอ้าย แรม ๑ ค่ำ  ประเพณีแห่นางดาน เป็นพิธีของพราหมณ์แห่งเมืองคอน หรือ “พิธีตรียัมปวาย” ตามความเชื่อของลัทธิพราหมณ์  จะมีการประกอบพิธี “ตรียัมปวาย-โล้ชิงช้า” เพื่อต้อนรับพระอิศวรหรือพระศิวะ เป็นเทพสูงสุดของศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูที่เสด็จลงมาเยี่ยมโลกมนุษย์ เป็นการประสาทพรให้มนุษย์โลกมีความสงบสุข และช่วยคุ้มครองโลกให้ปลอดภัย

พิธีตรียัมปวาย – ตรียัมปวายปรากฎขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นก่อนรัชสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ประกอบพิธีกันในเดือนอ้าย สันนิษฐานว่าปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และเป็นที่นิยมในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ กล่าวกันว่าในงานพระราชพิธีตรียัมปวาย – ตรีปวาย  พระองค์ได้เสด็จฯ ไปส่งเทพเจ้าทุกปีมิได้ขาด และยังโปรดให้จัดข้าวของจากกรุงศรีอยุธยาออกไปทำพิธี  ณ เทวสถานเมืองนครศรีธรรมราชด้วย (จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ,๒๕๑๔ : ๘๐)

 

ในตอนปลายกรุงศรีอยุธยา พระราชพิธีตรียัมปวายได้ถูกเปลี่ยนมาประกอบพิธีกันในเดือนยี่ มีหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกการเปลี่ยนกำหนดมาการประกอบพิธีกันขึ้นในเดือนยี่ คือ ปรากฎอยู่ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก พระนิพนธ์ในเจ้าฟ้าธรรมมาธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง)

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพราหมณ์จากเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อประกอบพิธีกรรมหลวง “ตรียัมปวาย” ในพิธีสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และมีพราหมณ์ผู้หนึ่งได้กราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชว่าตามธรรมเนียมของการประกอบพิธี “ตรียัมปวาย” นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการ “โล้ชิงช้า” ด้วย แต่ในขณะนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งสร้างเมืองหลวงแล้วเสร็จใหม่ ๆ ยังไม่มีเสาชิงช้า เพื่อใช้ประกอบพิธีตรียัมปวาย จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสาชิงช้าขึ้น เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๗ ในบริเวณที่ดินหน้าวัดสุทัศนเทพวราราม และทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโบสถ์พราหมณ์ ๓ หลังขึ้นในปีเดียวกันนั้น

พิธี “ตรียัมปวาย-โล้ชิงช้า” พราหมณ์ชาวนครศรีธรรมราช เรียกรวมพิธีกรรมนี้ว่า “ประเพณีแห่นางดาน” ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานภาคใต้ เขต ๒ (นครศรีธรรมราช)  ได้สืบค้นแล้วพบว่าการโล้ชิงช้า หรือตรียัมปวายจะรวมอยู่ในประเพณี “แห่นางกระดาน” และเห็นว่าเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การศึกษาและมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ และคงจะหาดูชมประเพณีแห่นางกระดานได้ยาก จึงได้ริเริ่มฟื้นฟูประเพณี “แห่นางกระดาน” ขึ้นมาใหม่ และผนวกประเพณีหลัก ๆ คือ “ประเพณีแห่งนางดาน ประเพณีการทำบุญเดือน ๔ มหาสงกรานต์” ในคราวเดียวกัน

เช่นในปี ๒๕๕๕ ก็ได้มีประเพณีแห่นางดาน ๑๔ เมษายน   ได้จัดให้มีพิธีบวงสรวงพระอิศวร-พระนารายณ์ มีการแสดงแสงสีเสียง และพิธีแห่นางดาน ณ หอพระอิศวร

 

(ภาพ หอพระอิศวร สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาพราหมณ์ แห่นางดาน-โล้ชิงช้า)

 

เดือนยี่ (๒) ประเพณีให้ทานไฟ  เป็นประเพณีที่ถือปฎิบัติมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นการถวายความอบอุ่นด้วยการก่อกองไฟและปรุงอาหารร้อน ๆ เพื่อถวายแด่พระภิกษุในตอนเช้าที่มีอากาศหนาวเย็น และมีการทำขนมพื้นบ้านง่าย ๆ ที่ทำเสร็จภายในเวลาอันรวดเร็วถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ ได้แก่ ขนมเบื้อง ขนมครก ขนมกรอก ขนมจู่จุน กล้วยแขก ข้าวเหนียวกวน ขนมกรุบ ข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นต้น แล้วนำมาถวายพระภิกษุสงฆ์ในตอนเช้า

ที่นครศรีธรรมราช บริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในวันที่ ๑ มกราคมในทุกๆ ปี เวลาตีสี่เป็นต้นไปจะมีการก่อกองไฟ ณ ลานข้างพระพุทธบาทจำลอง และมีกิจกรรมเสวนาธรรม  ณ  ลานโพธิ์ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตในการต้อนรับศักราชใหม่  ทั้งยังมีการรณรงค์นุ่งผ้าถุง  คาดผ้าซัก   ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่ประเพณีนี้จะยังคงอยู่ต่อไปเมื่อหลายๆ ภาคีในจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ร่วมกันฟื้นฟูวัฒนธรรม ตอกย้ำเอกลักษณ์ประเพณีโดยการจัดงาน “บุญปีใหม่ ให้ทานไฟเมืองนคร” พร้อมการเจริญจิตภาวนา บูชาพระธาตุและทำอานาปานสติข้ามปี ที่เบื้องหน้าพระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และรับอรุณด้วยบุญปีใหม่ด้วยการให้ทานไฟ  

 

(ภาพ ชาวมาเลย์เดินทางไกลมาเพื่อประกอบพิธีแห่ผ้าขึ้นธาตุ)

 

เดือน ๓ ขึ้น ๑๕ ค่ำ “มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ” เป็นงานสำคัญยิ่งของผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาและเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน ด้วยการแห่ผ้าพระบฏผืนยาวขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ประเพณีจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วนัขึ้น ๑๓ ค่ำ โดยพิธีกวนข้าวมธุปายาสเป็นอาหารทิพย์มงคลถวายแด่พระสงฆ์

การแห่ผ้าขึ้นธาตุด้วยผ้าพระบฏนั้นจัดเป็นพุทธบูชา เนื่องจากผ้าพระบฏเป็นหนึ่งในเครื่องบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวพุทธทั่วโลกมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล  เมื่อชาวนครศรีธรรมราชรับเอาพระพุทธศาสนามาจากอินเดียและลังกา ก็ได้รับเอาความเชื่อเรื่องผ้าพระบฏมาด้วย ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุได้ปรากฎในตำนานเมืองนครศรีธรรมราชว่า เกิดขึ้นในราวปี พ.ศ.๑๗๗๓ เล่าสืบต่อกันมาว่า ก่อนจะเริ่มพิธีสมโภชพระบรมธาตุเจดีย์ ได้มีคลื่นซัดผ้าแถบผืนหนึ่งที่มีลวดลายเขียนเป็นเรื่องพุทธประวัติมาขึ้นที่หาดเบี้ยซัด(ปากพนัง) ชาวบ้านได้เก็บขึ้นมาแล้วส่งมาทูลเกล้าฯถวายพญาศรีธรรมโศกราช ที่เมืองนครศรีธรรมราช  และอีกตำนานเล่าว่าเป็นของชาวพุทธกลุ่มหนึ่งที่นำลงเรือจะไปถวายพระทันตธาตุที่ลังกา แต่เกิดมรสุมทำให้เรือแตกเสียก่อน พญาศรีธรรมโศกราชจึงโปรดให้ชาวเมืองจัดเครื่องประโคมแห่แหนขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ และให้ทำสืบเนื่องมาจนกลายเป็นประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเช่นทุกวันนี้

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุนั้น ชาวนครเชื่อว่าจะได้รับบุญกุศลอย่างแรงกล้า เป็นบุญญาธิการที่หาที่เปรียบมิได้ เพระาในพระเจดีย์ได้บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้าเอาไว้ การห่มผ้าให้พระเจดีย์จึงเป็นการทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลอันใหญ่ยิ่ง เชื่อว่าจะนำความสำเร็จในทุกๆ ด้านมาให้

นอกจากนี้ในระหว่างช่วงการจัดงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่หลอมรวมกันเข้าเป็นประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุอีกด้วย ได้แก่ สวดด้าน  ซึ่งเป็นต้นแบบการสวดโอเอ้วิหารราย

การสวดด้าน เป็นประเพณีของชาวนครศรีธรรมราชมาแต่โบราณ มีการสวดเฉพาะในวันพระ  ชื่อของการสวดด้าน มาจากคำว่า “ด้าน” หมายถึงด้านต่างๆ ของพระวิหารคด(พระระเบียงคด)รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งมีอยู่ 4 ด้าน เป็นสถานที่ที่ชาวพุทธมานั่งฟังพระธรรมเทศนา การที่ได้ใช้ช่วงว่างในการรอพระสงฆ์มาสวดด้าน ก็จะช่วยขัดเกลาจิตใจ และเตรียมใจให้สงบ ไม่ฟุ้งซ่าน เพื่อรับฟังธรรมะด้วยจิตใจที่ใสสะอาด

“ความเป็นมาของการสวดด้านก็เนื่องมาจาก ในวันพระจะมีคนมาทำบุญมาก ก็จะต้องมาเตรียมตัวนั่งรอก่อนที่พระสงฆ์จะไปถึง ช่วงที่นั่งว่างอยู่ก็จะพูดคุย นินทากันไปเรื่อยๆ และในกลุ่มของชาวบ้านก็จะมีคนที่อ่านหนังสือออกเพราะสมัยก่อนนั้นคนที่ อ่านออกเขียนได้นั้นมีอยู่น้อย  เรียกว่าคนที่รู้หนังสือเป็นผู้วิเศษ เขาก็มาอ่านหนังสือให้ฟัง อ่านชาดกบ้าง อ่านบทสวดมนต์ให้ฟังบ้าง ทีนี้ก็เลยมีคนมานั่งฟังกันเยอะขึ้น วันต่อๆ มาก็ทำตามแบบนี้มาเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นที่มาของการสวดด้าน”  (เฉลิม จิตรมาศ, อ้างใน “มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ”, งานบุญใหญ่เมืองนคร)

การกวนข้าวทิพย์ มธุปายาสยาคู  หรือข้าวยาคู เป็นชื่ออาหารชนิดหนึ่งที่ในสมัยก่อนชาวบ้านในภาคใต้นิยมทำกันที่วัดในช่วง เดือน ๖ หรือ เดือน ๑๐ แต่ในภายหลังนิยมทำในวันขึ้น ๑๓ ค่ำ และ ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ต่อเนื่องกับวันมาฆบูชา ตามความเชื่อของชาวนครศรีธรรมราช หากว่าได้กินข้าวมธุปายาสยาคู ถือว่าเป็นอาหารทิพย์ จะทำให้มีสมองดี เกิดปัญญา มีอายุยืนยาวร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณผ่องใส เป็นยาดีที่ขจัดโรคภัยได้ทุกชนิด และยังทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาอีกด้วย

กลางคืนมีพิธีเวียนเทียนรอบวิหารหลวง แล้วก็มีการจัดแสดงมหรสพตามธรรมเนียมนิยมของท้องถิ่น

 

(ภาพ วันวิสาขบูชา หน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ปีนี้)

 

เดือน ๔ แรม ๑๑ ค่ำ พิธีอาฏนา หรือ พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของเมืองนครศรีธรรมราช เป็นพิธีการของทางบ้านเมืองด้วยการอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งต่างๆ ในครั้งโบราณนั้น มีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ๖ แห่ง ที่ใช้ราชบุรุษไปพลีกรรมมาประกอบพิธี ได้แก่  ที่บ่อวัดหน้าพระลาน  น้ำบ่อวัดเสมาเมือง น้ำบ่อวัดเสมาไชย น้ำบ่อวัดประตูขาว น้ำห้วยปากนาคราช น้ำห้วยเขามหาชัย พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของเมืองนครศรีธรรมราช สถานที่ประกอบพิธี ที่พระวิหารหลวง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อให้บรรดาข้าราชการถวายสัตย์นครศรีธรรมราชและดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาต่อหน้าเจ้าเมืองนครเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี ไม่คิดคดทรยศต่อบ้านเมือง

ในคราวที่รัฐบาลได้ประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ ยังได้มีการอัญเชิญน้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์ ๖ แหล่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชไป ประกอบในพิธี โดยมีพระรัตนธัชมุนี(แบน คณฐภรโณ) เมื่อครั้งยังเป็นพระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นประธานสงฆ์ก็จัดขึ้นในวันที่  ๑๘ มีนาคม (จัดขึ้นในเดือน ๔) ประโคมฆ้องชัย ดุริยางค์ พระสงฆ์ ๓๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์จบแล้วผลัดเปลี่ยนกันสวดภาณวารต่อไปจนตลอดรุ่ง  วันที่ ๑๙ มีนาคม เวลา ๑๒.๐๐ น. ตั้งบายศรี เวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษกเสร็จแล้ว ข้าหลวงประจำจังหวัดข้าราชการเชิญน้ำอภิเษกนั้นไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำส่งสำนักพระราชวังต่อไป

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า น้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์ “ห้วยเขามหาชัย” เป็นลำห้วยที่มีน้ำไหลมาจากเขามหาชัย ผ่านลงมาทางแนวป่า (ปัจจุบันอยู่ในบริเวณที่เป็นสถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช) มีต้นน้ำอยู่ในตำบลท่างิ้ว อำเภอเมือง ลำห้วยนี้เรียกตามชื่อของภูเขามหาชัย หมายถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในช่วง พ.ศ. ๑๙๐๐ – ๒๐๐๐ ที่ชาวเมืองนครศรีธรรมราชมีชัยชนะต่อชวาที่มาทำสงครามกับชาวนครจึงถือเป็นน้ำที่มีโชคชัย ได้ใช้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีต่างๆ เรื่อยมา โดยนำไปรวมกับน้ำบ่ออื่นๆ ที่มีในตัวเมืองนครศรีธรรมราช

น้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์ “ห้วยปากนาคราช” เป็นห้วยที่มีความคดเคี้ยวเหมือนลำตัวพระยานาคราช อยู่ที่ตำบล เขาแก้ว อำเภอลานสกา น้ำจากลำห้วยนี้ไหลออกมาจากแง่หินที่มีลักษณะเหมือนปากพระยานาค  มีน้ำไหลตลอดปี ตั้งแต่โบราณมาเชื่อว่าน้ำในห้วยนาคราชเป็นน้ำที่ศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญเช่นเดียวกับน้ำจากแหล่งอื่น ๆ  ตรงจุดตักน้ำมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำที่มีทางน้ำเล็กๆ หลายสายไหลมารวมกัน มีต้นไม้อยู่สามชนิด คือ ต้นใบแร็ด ๑ หมู่ กอไผ่ลำเล็ก ๑ กอ และหวาย ๑กอ เจ้าเมืองนครเคยจัดให้มีคนเฝ้ามิให้ใครตันต้นไม้ทั้งสามชนิดนี้โดยเด็ดขาด ทั้งนี้เพราะเมื่อเวลาใช้น้ำมาเสวย หรือใช้ในพระราชพิธีนั้น ให้ตัดไผ่มาทำกระบอกใส่น้ำ ใช้ใบแร็ดทำจุกปิดปากกระบอกน้ำ และใช้หวายมัดกระบอกน้ำเข้าด้วยกัน

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์  “วัดหน้าพระลาน” ( อยู่ติดวัดพระมหาธาตุวรมาหาวิหาร) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้บ่อน้ำวัดหน้าพระลานอยู่ทางทิศอีสานของวัด ในครั้งโบราณชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ น้ำใสสะอาด มีความหนาแน่นผิดปกติกว่าบ่ออื่นๆ หากใครได้ดื่มน้ำในบ่อนี้จะมีสติปัญญาดี มีบุญวาสนา จะได้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ นอกจากนั้นชาวบ้านยังเชื่อว่าน้ำในบ่อนี้สามารถใช้ผสมยารักษาโรคและใช้ ทำน้ำมนต์ประพรมขับภูตผีปีศาจได้ด้วย

ในปีพุทธศักราช ๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ และได้เสด็จประพาสประทับแรม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนั้นเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) เป็นเจ้าเมือง พระองค์ทรงทราบเรื่องราวบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดนี้ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินมายังวัดหน้าพระลาน ทรงตักน้ำในบ่อนี้ด้วยภาชนะซึ่งทำด้วยใบจาก (หมาจาก) ด้วยพระองค์เอง และทรงเสวยด้วย

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์  “วัดเสมาไชย”  อยู่ทางด้านทิศเหนือของวัดเสมาเมือง บ่อน้ำตั้งอยู่ทางทิศอีสานของวัด   คำว่า “เสมาไชย” หมายถึงเครื่องหมายของการชนะ  พระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้สร้างวัดนี้ขึ้นหลังจากที่ได้กรีธาทัพไปตีหัวเมืองฝ่ายใต้ และได้รับชัยชนะกลับมา จึงได้บูรณะวัดเสมาไชยเป็นที่ระลึกถึงชัยชนะ และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองจึงทำให้น้ำศักดิ์สิทธิ์ในบ่อวัดเสมาไชย และได้นำไปใช้เป็นบ่อพระพุทธมนต์ ประพรมให้แก่ทหารหรือให้ทหารดื่มน้ำเพื่อออกสงคราม ในคราวที่เจ้าพระยานครน้อย ได้กรีธาทัพไปตีไทรบุรี ก็ได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์บ่อนี้ เข้าพิธีพุทธาภิเษกประพรมให้ทหาร และให้ทหารดื่มน้ำบ่อนี้เพื่อไปทำสงครามกับเมืองไทรบุรี และได้รับชัยชนะกลับมา ชาวนครจึงเชื่อว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์  “วัดเสมาไชย” ผู้ใดได้ดื่มกินจะได้รับชัยชนะในทุกคราว

 

 

เดือน ๕ ประเพณีบุญเดือน ๕ ชาวเมืองนครถือเอาเดือน ๕ (เมษายน) เป็นเดือนแห่งการผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงชะตาเมือง โดยกำหนดวันเวลาเป็นวันที่  ๑๓ เมษายน เป็นวันส่งเจ้าเมืองเก่า เขื่อกันว่าในวันนี้ เทวดาที่รักษาดวงชะตาเมืองจะละทิ้งบ้านเมืองเพือ่ไปประชุมเทวสมาคมบนสวรรค์  ชาวนครศรีธรรมราชจะปัดกวาดบ้านเรือน ตกแต่งอย่างสวยงาม ตัดผมตัดเล็บ ลอยเคราะห์(ลอยแพ) วันที่ ๑๔ เมษายน เป็นวันว่างเทวดา ชาวบ้านจะไปทำบุญ สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ มีการละเล่นต่างๆ และชนวัว  และวันที่ ๑๕ เมษายน เป็นวันเจ้าเมืองใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ เป็รวันที่เทวดาอารักษ์องค์ใหม่ที่ถูกพระอินทร์กำหนดหน้าที่ให้เดินทางมารับตำแหน่งหใม่

ความเชื่อนี้ถูกนำไปเป็นกุศโลบายในการสร้างความเข้มแข็งให่แก่เมืองและเป็นการปกครองเมืองนครศรีธรรมราชอย่างชาญฉลาด ซึ่งมีเมืองบริวาร ๑๒ เมืองรายล้อมอยู่คาบสมุทรอินโดจีนตั้งแต่เมืองชุมพรลงมาไปจนถึงเมืองปาหัง(ตอนล่างของแหลมมาลายู) เมืองไทรบุรี (เมืองเก่าอยู่ทางด้านตะวันตกรัฐเคดาห์) แต่ละเมืองบริวารมีการกำหนดรูปสัตว์ในปีนักษัตรต่างๆ เป็นตราประจำเมือง ส่วนเมืองนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางการปกครองใช้รูปหรือตราดอกบัวเป็นตราประจำเมือง ตัวเมืองนครศรีธรรมราชจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองสิบสองนักษัตร ดังนั้นในทุกๆ การเปลี่ยนวารหรือเมื่อขึ้นศักราชปีใหม่แบบโบราณของแต่ละปีก็จะมีการเปลี่ยนเจ้าภาพผู้ดูแลทนุบำรุงองค์พระมหาธาตุไปด้วย กุศโลบายแนวคิดการปกครองเมืองเช่นนี้จึงทำให้พระบรมธาตุเจดีย์และเมืองนครศรีธรรมราชกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐพระพุทธศาสนา ส่งผลให้เมืองนครศรีธรรมราชในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๘ กลายเป็นเมืองที่แข็งแกร่ง มีกำลังคนมากขึ้น เศรษฐกิจการค้ารุ่งเรืองมาก ศิลปวัฒนธรรมก็เจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย 

ในวันขึ้นปีใหม่ พระเจ้าศรีธรรมโศกราชกำหนดให้เจ้าเมืองของหัวเมืองทั้งสิบสองเดินทางเข้ามาเพื่อทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาที่วิหารหลวง ทั้งส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทอง พร้อมส่งส่วยอากรเพื่อบำรุงเมืองนครศรีธรรมราชทุกๆ ปีด้วย หากหัวเมืองใดไม่ปฏิบัติตามประเพณีนี้ก็สั่งให้บั่นศรีษะ ดังที่ปรากฏในพระนิพพานโสตร

 

(ภาพ การเวียนเทียนในวันมาฆบูชา ปีนี้)

 

ตามตำนานเมืองนครศรีธรรมราชและตำนานวัดพระมหาธาตุกล่าวว่า พระอินทร์ได้ส่งพระวิษณุกรรม์ลงมาช่วยพระเจ้าศรีธรรมโศกราชในการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชจึงได้ทรงตั้งเมืองสิบสองนักษัตรขึ้นเพื่อให้มาก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์และบรรดาวิหารต่างๆ แต่ก็ประสบทุกขภาวะด้วยโรคห่า ผู้คนล้มตายจำนวนมาก กลายเป็นเมืองร้างผู้คนอยู่เป็นเวลานาน พระนิพพานโศตรได้กล่าวว่า เมื่อเมืองนครศรีธรรมราชสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ทรงเปิดโอกาสให้เมืองบริวารสิบสองนักษัตรเหล่านั้นเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกันสร้างจนแล้วเสร็จและทำนุบำรุงพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชต่อไปอีก จึงได้ส่งผลให้เมืองบริวารเหล่านี้เกิดความผูกพันในศูนย์รวมทางจิตใจอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ไปในตัว

ผลของแนวคิดและความเชื่อในองค์พระบรมธาตุเจดีย์และพุทธศาสนาลังกาวงศ์ได้แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง ดังที่ปรากฏว่ามีผู้คนเดินทางมาจาริกแสวงบุญยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้สืบต่อๆ กันมา การที่ผู้คนต่างหลั่งไหลมากราบไหว้บูชา จึงน่าสันนิษฐานได้ว่า ศรัทธาที่มีต่อองค์พระบรมธตุเจดีย์นั้นยังคงสืบสานต่อเนื่องมาแต่โบราณอย่างมามีเสื่อมคลาย มีแต่จะนับวันยิ่งมีผู้คนศรัทธามากขึ้นเรื่อยๆ จวบจนถึงปัจจุบันนี้และต่อไปในกาลข้าวหน้า

 

(ภาพ ขบวนแห่ผ้าพระบฏพระราชทาน)

 

เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ วันวิสาขบูชา  นอกการการทำบุญตามประเพณีเหมือนเมืองพุทธทั่วๆ ไปแล้ว ในอดีตชาวเมืองยังจัดแต่งบ้านเรือนด้วย เปรียง และ โคมไฟ ในตอนกลางคืนจะเปิดไฟสว่างไสว ในตอนบ่ายก็มีประเพณีการแห่ผ้าผ้าพระบฏขึ้นธาตุด้วย หรือ “วิสาขบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ” เพื่อเป็นพุทธบูชา เหมือนเช่นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือ “มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ” ซึ่งจะมีประชาชนมาร่วมกันแห่ผ้าพระบฏมาห่มองค์พระธาตุ ทุกวัดวาอารามจะมีการเวียนเทียน และประดับประดาบ้านเรือนด้วยโคมเปรียงอย่างสวยงาม มีมหรสพพื้นบ้านแสดงละเล่นอีกด้วย

วันวิสาขบูชา ในปี ๒๕๕๕ ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชก็มีพิธีสมโภชผ้าพระบฎพระราชทาน ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร พิธีสมโภชและสรงน้ำพระบรมธาตุเจดีย์ พิธีอัญเชิญผ้าพระบฎพระราชทานและพิธีทอดผ้าป่ามหากุศล “พุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า” เนื่องจากเป็นปีพุทธชยันตี  โดยมีขบวนอัญเชิญผ้าพระบฎพระราชทานจากบริเวณศาลาประดู่หก สนามหน้าเมือง เคลื่อนขบวนไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ เดิน – วิ่ง สมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา มีพิธีเวียนเทียน การสวดมนต์ข้าม ๒๖ ศตวรรษ และการแสดงแสง สี เสียง บูชาพระมหาธาตุเจดีย์  เป็นต้น

 

สำหรับประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุนั้น ในอดีตที่ปฏิบัติต่อๆ กันมานั้นชาวเมืองนครได้ร่วมกันบริจาคเงินทองตามกำลังศรัทธา เพื่อนำไปซื้อผ้าสีขาว แดง หรือเหลืองมาเย็บต่อๆ กันให้เป็นแถบยาวนับพันหลา แล้วก็จัดเป็นขบวนแห่ไปยังวัดพระมหาธาตุ เพื่อนำแถบผ้าไปพันโอบรอบฐานองค์พระบรมธาตุเจดีย์ (ข้อสังเกต ยังใช้นามเดิมของพระเจดีย์) ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุจึงทำกันเพื่อเป็นการสมโภชองค์พระบรมธาตุเจดีย์ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้   ส่วนกำหนดการแห่ผ้าขึ้นธาตุได้ถูกเปลี่ยนแปลงมาหลายครั้ง เช่น ในสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จัดแห่ผ้าขึ้นธาตุในวันเพ็ญเดือน ๖ (วิสาขบูชา) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้จัดขึ้นปีละ ๒ ครั้ง เพิ่มในวันเพ็ญเดือน ๓ (มาฆบูชา) และก็ยึดถือปฏิบัติเช่นนั้นเรื่อยมา  นอกจากนี้ยังอาจมีการแห่ผ้าขึ้นธาตุในโอกาสพิเศษอื่นๆ อีก เช่น ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกๆ พระองค์เสด็จเยือนเมืองนครศรีธรรมราช ก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นการพระราชทานแด่องค์พระบรมธาตุเจดีย์เช่นกัน (ปรีชา นุ่นสุข, ๒๕๒๙)

 

 ( อ่านต่อตอนที่ ๒ )

 ......................................

(ภาพ เทศกาลบุญสารทเดือนสิบ ปี พ.ศ. ๒๕๕๕)

(ภาพ เครื่องถมเมืองนคร หรือ ถมนคร)

 

“ถ้าคนดีอยู่ในหมู่บ้านของเหล่าชนใด ความสุขและผลจักมีได้แก่ชนนั้น”

ข้อความในจารึกอักษรปัลลวะ ที่หุบเขาช่องคอยศิลาจารึกที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๙

ศิลาจารึกเขาช่องคอย  ตั้งอยู่ที่ ม.5 ต.ทุ่งโพธิ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช

 ..........................

 

หมายเหตุ

ประเพณี ๑๒ เดือนของชาวนครศรีธรรมราช คุณสุธรรม ชยันต์เกียรติ (โกแอ๊ด) ได้เขียนเล่าบรรยายถึงประเพณีต่างๆ ใน ๑๒ เดือน และผู้เขียน(เจ้าของบล็อก)ได้ทำการศึกษาค้นคว้าหาหลักฐานในอดีตและปัจจุบันเพิ่มเติม

 

นครศรีธรรมราชได้ชื่อว่าเป็น “เมืองพระ” เนื่องจากเป็นเมืองที่มี “วัดลูก” ต่างๆ ตั้งอยู่รายรอบใกล้ไกลวัดพระมหาธาตุ ปัจจุบันนับได้ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชมีมากถึง ๓๒ วัด  ไม่นับรวมวัดร้าง สถานที่ราชการและโรงเรียนหลายต่อหลายแห่งตั้งอยู่บนที่ธรณีสงฆ์  (พระครูสังฆรักษ์ สุดใจ ธมมฺโชโต)อย่างเช่น วัดท้าวโคตร(ในปัจจุบัน)ได้รวมเอาพื้นที่วัดร้างจำนวน ๕ วัดเข้าไว้ด้วยกัน คือ วัดศภ วัดชายนา วัดวา วัดธาราวดี(วัดไฟไหม้้)และวัดท้าวโคตร หรือกรณีของมัสยิดซอลลาฮุดดิน ก็สร้างทับบนที่เคยเป็นวัดท่าช้างมาก่อน เป็นต้น

ระหว่าง พ.ศ.๑๒๑๔ - ๑๒๓๘  พระภิกษุจีนชื่อ อีจิง เดินทางผ่านเมืองตามมพรลิงค์ เพื่อไปศึกษาธรรมะที่อินเดีย บันทึกว่า เมืองนี้พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองมาก ชาวเมืองล้วนตั้งใจในสัจจะศีลธรม ถึงพร้อมด้วยมงคลจรรยาทุกประการ ปราศจากการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน พระราชารงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามาก หัวใจของพระราชมุ่งแต่การกุศล ในเมืองมีพระภิกษุมากกว่าพันรูป ในจิตใจของภิกษุเหล่านั้นมุ่งในการศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง

 

ภาพบางส่วนได้รับอนุญาตจาก สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขต ๓ ภาคใต้(นครศรีธรรมราช) ,และ เวบไซต์ “วิสาขบูชา นครศรีธรรมราช วันมหากุศล ตักบาตรพระ ๑๒,๖๐๐ รูป” (http://www.facebook.com/VisakDay )

...........................................

 

 (ภาพ พระวิหารหลวง และ พระมหาธาตุเจดีย์ เดิมมีชื่อว่า พระบรมธาตุเจดีย์ ตามชื่อเดิมของวัดด้วย คือ วัดพระบรมธาตุ ซึ่งต่อมากระทรวงธรรมการได้มีการจัดระเบียบพระอารามหลวง พ.ศ. ๒๔๕๘  ให้เรียกว่า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ทำให้เป็นการลดชั้นความสำคัญที่เคยมีมากแต่อดีของวัดพระบรมธาตุลงไปโดยปริยาย ดังนั้น ในการเตรียมการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนี้ ชาวนครกำลังเคลื่อนไหวจุดประกายความคิดเพื่อขอเลื่อนชั้นขึ้นให้สมเกียรติกับความสำคัญในอดีตและการเป็นมรดกโลกด้วย)

 

อ้างอิง

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชพิธีสิบสองเดือน.  พิมพ์ครั้งที่ ๑๓. กรุงเทพฯ :แพร่พิทยา. ๒๕๑๔.

ปรีชา นุ่นสุข, วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช (แบน ฤทธิโชติ), กรุงสยามการพิมพ์, ๒๕๒๙

สุธรรม ชยันต์เกียรติ (โกแอ๊ด), “เล่าเรื่องเมืองลิกอร์ เล่ม ๒, ไม่ระบุสำนักพิมพ์-สถานที่พิมพ์, ๒๕๕๔

สังฆรักษ์ สุดใจ (ธมมฺโชโต), พระครู. ความเป็นเมืองพระพุทธศาสนาของจังหวัดนครศรีธรรมราช. นครศรีธรรมราช. สารนครศรีธรรมราช, ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๑

วรวิริยคุณ(ปราโมทย์ ปสุโต), พระครู. ประเพณีสงกรานต์ ตำนานประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช.นครศรีธรรมราช. สารนครศรีธรรมราช, ปีที่ ๔๐ ฉบับที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๓

 

ข้อมูลจากเวบไซต์

พราหมณ์ : พระราชพิธีตรียัมปวาย – ตรีปวายในสมัยอยุธยา ( http://www.siamganesh.com/hindu/archives/149 )

“มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ” งานบุญใหญ่เมืองนคร (http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9540000022997 )

“แหล่งน้ำศักดิสิทธิ์” ( http://www.nakhonmuseum.com/detail_saranukrom.php?n_id=245 )

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.facebook.com/nakhonsrididee 

http://www.facebook.com/NakhonsiAwesome

สอบ ถามข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว จ.นครศรีธรรมราชเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สนง. นครศรีธรรมราช โทร. ๐-๗๕๓๔-๖๕๑๕-๖

.......................



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ckenkung วันที่ : 16/11/2012 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ckenkung

สมเป็นเมืองพุทธจริงๆๆ
เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตอุดม เครื่องถมสามกษัติย์ มากวัดมากศีล ครบสิ้นกุ้งปู

อิอิ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
นางมารตัวยุ่ง from mobile วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ladydevil666
นางมารตัวยุ่ง รักประเทศไทย

ชอบกินมังคุดคัดที่ขายที่วัดพระธาตุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
พี่ก๊วย from mobile วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

เคยไปนั่งสมาธิ ดีมาก ๆ เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
NN1234 วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

อ่านตอนที่ ๒ กันได้แล้วที่
http://www.oknation.net/blog/nn1234/2012/10/23/entry-1

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
NN1234 วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณ Ae^


โลโก้นี้..ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เพราะภาพเจดีย์นั้นยังไม่ใช่"พระมหาธาตุเจดีย์
...............................................................................
คุณ Slowlife

การปรับปรุงสนามบินนครศรีธรรมราชเข้าใจว่าปรับปรุงเฉพาะในตัวอาคารเท่านั้น แต่บัดนี้ก็เลยเวลากำหนดแล้วเสร็จมานาน(สิงหาคม 2555)
เรื่องน้ำนองสนามบิน ......?
แต่คงไม่มีงวงช้างออกไปรับผู้โดยสารอย่างแน่นอน เหมือนเช่นสนามบินในประเทศทั่วไป(ยกเว้น หาดใหญ่ เชียงใหม่ ภูเก็ต) แม้ว่าสนามบินนครศรีฯ จะติดอันดับ Top 5 ของจำนวนผู้โดยสารในประเทศทั้งหมดก็ตาม
...................................................................................
ลุงยั้งคิด


รออ่านตอน ๒ ครับ ล่าช้ามามากแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จโดยไม่ให้มีค่าปรับเหมือนสร้างสนามบิน
.................................................................................
คุณ meeboo

เพื่อคนบ้านเรา
...............................................................................
คุณ อิมกุดั่น


ผมแอบไปอ่าน เรื่องราวครูสอนภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยจีนบ้านนอกเรื่อยเลย , ชอบมากครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 05.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

ขออภัยค่ะ พิมพ์ตกไป...

........ที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก....

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 23/10/2012 เวลา : 05.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

ประเพณี ๑๒ เดือน บ่งบอกความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาและความเจริญในธรรมของผู้คนในท้องถิ่น

พระภิกษุนักปฏิบัติรูปหนึ่ง เคยพูดให้ฟังว่า ที่นี่ศักดิ์มาก
เมื่อเข้าไปในบริเวณองค์พระบรมธาตุเจดีย์ จิตจะวูบสู่อารมณ์พระกรรมฐานทันที
เป็นบุญของแผ่นดินและบุญของชาวเราที่ได้มาบูชาพระบรมธาตุเจดีย์

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
meeboo วันที่ : 21/10/2012 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meeboo
สังคม วัฒนธรรม การเมือง และ "น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช"

ขอบคุณหมอมากๆครับ มีบทความดีดี
เกี่ยวกับเมืองคอนนำเสนอประจำครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 21/10/2012 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

จขบ. NN 1234 โพสทั้งเรื่องและภาพได้รายละเอียดครอบคลุมทุกแง่มุม น่าอ่านเพื่อหาความรู้อย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
Slowlife วันที่ : 21/10/2012 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slow

เรื่องสนามบินครับสำคัญ นครเมืองใหญ่แต่สนามบินเล็ก บางครั้งต้องเดินลุยน้ำขึ้นเครื่องครับ ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
NN1234 วันที่ : 21/10/2012 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณเจ้าหญิง


ฟังจน"หูห้อย" เป็นสำนวนของคนนคร เหมือนการนั่งฟังพระเทศน์,คนสอน(จนพลอยลึกซึ้งบรรลุธรรมตามไปด้วย..๕๕๕)
...................................................................................
ครูแดง

มาเยือนนครอีกเมือ่ไร จะขอ"จองกฐิน"ครูแดงนะครับ ขออนุญาต


ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ครูแดง วันที่ : 21/10/2012 เวลา : 07.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

สวัสดีค่ะคุณหมอ ๒ เอ็น(คนช่างเล่า)๕๕๕๕
-ภาพมุมสูงสวยงามมาก...เรื่องดีมีสาระ...ทำให้คิดถึง"คนช่างเล่า"เอหรือคุณนุจะมาอยู่ข้างๆหมอนะ อิๆๆๆๆ

-ไปไหว้มาก็หลายรอบ หากมีโอกาสก็จะไปไหว้เรื่อยๆค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Chaoying วันที่ : 20/10/2012 เวลา : 20.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

โอ้..ภาพพระธาตุสวยงามมากจากมุมสูง เห็นฝูงมหาชนหลั่งไหลราวสายนทีทอง
ถามจริงเหอะหมอเอ็นๆ หมอขี่เรือบินขึ้นไปถ่ายรูปหรือคะ
..ฮั่นแน่ ..ขนมจู้จุน..ของโปรด ฮิๆ
..ภาพและเรื่องราว ข้อมูล สมกับเป็นนักประวัติศาสตร์ร่วมสมัย.. การเขียนบล็อกของหมอเอ็นๆ เปรียบได้ดั่ง "การสวดด้าน"...เจ้าหญิงฟังกันหูห้อยนิ

ความคิดเห็นที่ 24 Slowlife ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 20/10/2012 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณลูกแมวหน้าโรงหนังลุง


ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร น่าจะมีรถประจำทาง เช่น รถม้าดด้า หรือรถไม้ ซึ่งเป็นรถโดยสารสาธารณะรับส่งนักท่องเที่ยวจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง จะทำให้ราคาค่าโดยสารถูกลง
ทีสนามบินอื่นๆ ทำไมถึงทำได้ รถรับจ้าง(ไม่ประจำทาง)ไม่เห็นเดือดร้อนอันใด
ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาการเชื่อมต่อการขนส่งผู้โดยสารและสัมภาระ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นประตูแรกที่คนต่างบ้านต่างเมืองจะถูกขูดรีด และสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้แก่บ้านเมือง
งานปรับปรุงสนามบินโดย อบจ.เขายังทำได้ งานขนส่งง่ายๆ เพียงแค่นี้(งานของ สนง.ขนส่งจังหวัดฯ)ทำไมจะทำไม่ได้ แค่เพียงผู้ว่าฯ สั่งการให้ขนส่งจังหวัดไปหามาตรการมาเสนอพิจารณาเท่านั้นเอง
กำหนดค่าโดยสาร ๑๐๐ บาทก็ยังได้ ขี้คร้านจะแย่งกันวิ่งเข้ามารับผู้โดยสารจนเหยียบกันตาย
ผมฝากเสนอเรื่องนี้ถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองด้วยแล้วกัน

.................................................................................
คุณกำหนัน

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
กำหนัน วันที่ : 20/10/2012 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับคุณหมอ การเขียนบล็อกเป็นศิลปอย่างหนึ่งจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 22 Slowlife ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 20/10/2012 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ความคิดเห็นที่ 17 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว
khunphai วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 19.43 น.
http://www.oknation.net/blog/khunphai


ข้อมูลเยี่ยมมากคะพี ในมุมนี้ยอมรับว่านครมีอะไรดีดีมากมายแต่ไผ่ว่านครศรีดี๊ดี ก็ต้องดูอีกหลายเรื่อง ทั้งช่วงเทศกาล ควรจะจำกัดดูแล เรื่องค่ารถที่ขึ้นแบบว่าขึ้นได้ขึ้น ขนาดไผ่นั่งมอไซด์วันนั่นเก็บเกือบร้อย ระยะใกล้ๆ คงต้องดูแลเรื่องต่างๆ บ้านเรามีของดีใช่มีแต่บอก ว่าดี การท่องเที่ยว วัฒนธรรมบ้านเรามีดี แต่คนมาดูแล้วจะประทับใจหรือไม่ ควรมีอีกเยอะ น่าจะมีการแสดงความคิดเห็นกันได้นะ จะได้นำไปปรับปรุงกันบ้าง ทั้งเรื่องอาหาร การบริการ ค่ารถสนามบิน โหดสุดยอดเข้าเมืองเก็บ 300 บาท ยีงมีอีกเพียบ จริงๆก็รักบ้านเกิดนะพี่ อยากเสนอมุมมองด้วยภาพที่น่าประทับใจ แต่ว่า ถ้ามีกระดานให้เม้นท์นะ คอมเม้นท์ไม่สะดุดเลย เพียบที่ไม่น่า บ่นไปไหม๊คะ

...................
จะบอกให้พรรคพวกไปคุยกับผู้ว่า ช่วยดูแลเรื่องค่ารถจากสนามบินมาในเมืองให้ครับ..

มีเรื่องอื่นจะฝากอีกไหมครับ... ยินดีเป็นสื่อกลางให้.. แบบว่ายังพอมีคนรู้จักที่ไว้ใจได้บ้าง..

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
NN1234 วันที่ : 20/10/2012 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

น้องไผ่

ปัจจุบันนี้ อะไรๆ ก็เป็นธุรกิจ โลกมันเปลี่ยนไปตามระบบเศรษฐกิจการค้า มนุษย์อยู่ได้ด้วยการแลกเปลี่ยนซื้อหา เงินตราเป็นสือ่กลาง ปัญญาอยู่ที่มนุษย์ผู้มองว่าจะเอาเงินตรานำวัฒนธรรม หรือเอาวัฒนธรรมนำเงินตรา
สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง พ่อค้าแม่ค้าต้มตุ๋นหลอกลวง ขายสินค้าเกินราคา จนนักท่องเที่ยวเข็ดขยาดหวาดกลัว นั่นคือ เอาเงินตรานำวัฒนธรรม
หวังว่า บ้านเราคงไม่เป็นเช่นนั้น อย่างอื่นๆ ปล่อยให้ณะกรรมการด้านวัฒนธรรมของจังหวัดค่อยๆ คิดค่อยๆ ทำเพื่อให้เกิดปัญญากันต่อไป(ว่าจะเอาอะไรนำ เอาอะไรมาทำให้เกิดความยั่งยืน)
....................................................................................
คุณชายสามหยด


"รู้จักแล้วจะรักเอง" ...จังหวัดนี้
................................................................................
สำรวจฟ้า

มีคติและพื้นหลังเรื่องระบบการศึกษา(วัด)ของชาวนครในอดีต ที่จะนำมาเล่าให้ฟังในวันหลังครับ


ความคิดเห็นที่ 20 (0)
Ae^ วันที่ : 20/10/2012 เวลา : 08.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

โลโก้งานเขาสวยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 21.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

จากวัฒนธรรมประเพณีของเมืองนคร ทำให้หล่อหลอมชาวนครเป็นคนพูดจริงทำจริงและจริงใจ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

เป็นอีกจังหวัดที่น่าไปเยือนครับ

ความคิดเห็นที่ 17 ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
khunphai วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

ข้อมูลเยี่ยมมากคะพี ในมุมนี้ยอมรับว่านครมีอะไรดีดีมากมายแต่ไผ่ว่านครศรีดี๊ดี ก็ต้องดูอีกหลายเรื่อง ทั้งช่วงเทศกาล ควรจะจำกัดดูแล เรื่องค่ารถที่ขึ้นแบบว่าขึ้นได้ขึ้น ขนาดไผ่นั่งมอไซด์วันนั่นเก็บเกือบร้อย ระยะใกล้ๆ คงต้องดูแลเรื่องต่างๆ บ้านเรามีของดีใช่มีแต่บอก ว่าดี การท่องเที่ยว วัฒนธรรมบ้านเรามีดี แต่คนมาดูแล้วจะประทับใจหรือไม่ ควรมีอีกเยอะ น่าจะมีการแสดงความคิดเห็นกันได้นะ จะได้นำไปปรับปรุงกันบ้าง ทั้งเรื่องอาหาร การบริการ ค่ารถสนามบิน โหดสุดยอดเข้าเมืองเก็บ 300 บาท ยีงมีอีกเพียบ จริงๆก็รักบ้านเกิดนะพี่ อยากเสนอมุมมองด้วยภาพที่น่าประทับใจ แต่ว่า ถ้ามีกระดานให้เม้นท์นะ คอมเม้นท์ไม่สะดุดเลย เพียบที่ไม่น่า บ่นไปไหม๊คะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
NN1234 วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณเกสรมาเฟีย


บรรยากาศของขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าๆ ของเมืองคอน อบอุ่นจริงๆ ครับ หากไม่ติดภาระกิจที่ทำงานก็อยากจะไปมีส่วนร่วมทุกๆ งาน และก็จัดกิจกรรมบ่อยมากครับ
แม้ว่าพลังศรัทธาต่อจตุคามรามเทพเลือนหายไป แต่วัดพระธาตุฯ ก็คึกคักทุกๆ วันหยุด
...........................................................................
คุณมารูโกะ


มาเที่ยวเมืองนคร และไหว้พระธาตุฯ แล้ว บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง?
............................................................................
คุณพรายพิลาศ

ท่านว่า คนที่เคยมาไหว้พระธาตุฯ (แล้วอธิษฐาน)จะได้กลับมาเมืองคอนอีก

เรื่องนี้เป็นจริงอย่างไม่ต้องสงสัย ผมยืนยันได้ด้วยตนเอง
.............................................................................
คุณยามเสาร์

พระบรมธาตุไร้เงา รู้สึกว่ามีนักวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิชาการเรื่องแสง (การหักเหของแสง)
แต่ถือว่าเป็นอัจฉริยภาพของผู้คนในสมัยก่อนที่สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ได้อย่างน่าทึ่ง จนไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างความประหลาดใจในแก่คนรุ่นหลังได้
...............................................................................
คุณคมฉานฯ

ภาพมุมสูงได้รับความอนุเคราะห์จาก สนง.ททท. นครศรีธรรมราช ถ่ายภาพโดย "มนุษย์บิน" (พาราไกลเดอร์-paraglider)
..................................................................................
คุณลูกแมวหน้าโรงหนังลุง


เรื่องพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นประเพณีของทางพราหมณ์ ปัจจุบันอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ได้แทรกซึมเข้าในประเพณีวัฒนธรรมของคนไทยค่อนข้างมาก จนยากจะแยกออกจากพุทธศาสนาได้

ผมค้นเจอข้อมูลเรื่องพิธีกรรมนี้ แต่เรื่องเหตุผลของการยกเลิกไปนั้น ยังไม่ทราบและหาหลักฐานไม่เจอครับ

ส่วนพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่เราเห็นประกอบพิธี(พิธีหลวง)ที่ท้องสนามหลวงนั้น เพิ่งจะได้รับการรื้อฟื้นในรัชสมัยปัจจุบันนี้เอง ด้วยพระบารมีของในหลวงของเรา (ร.๙)
อาจจะมีความสัมพันธ์กันของพิธีที่ขาดหายไปก็เป็นได้...?
...............................................................................
คุณดงละดอน


ขอบคุณครับ ควรได้มาดูของจริง (พร้อม บก.ชาลี)
...............................................................................
คุณพิทักษ์

รับปากว่า จะเขียนถึงเรื่องเมืองนคร (แบบนี้) ให้คนคอนและผู้อ่านทั้วไปได้อ่านต่อไปอีกเรื่อยๆ
ที่อยากนำเสนอคุณพิทักษ์ คือ มุขปาฐะ (ตำนานเรื่องเล่า) ของเมืองนคร มีความน่าสนใจและทำให้รู้ถึงศรัทธาและความเป็นมาของความเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.๗๐๐ ที่พัฒนาเรื่อยมาจนเป็นเมืองนครในวันนี้
..................................................................................
บก.ชาลี

ยินดีต้อนรับมาเมืองนครอีกครั้ง คราวนี้คงไม่ใช่มาเพราะ "น้องน้ำ" พามา ขอให้ "น้องวาสนา"กับ "น้องตั้งใจ" พามาบ้างนะครับ
................................................................................
คุณต้นหญ้าในป่าใหญ่


ยังจะได้อ่านเรื่องราวที่มีสาระบันเทิงเช้นนี้ไปได้เรื่อยๆ
ขอบคุณในกำลังใจนี้มากครับ
................................................................................คุณเฟิงสุ่ย


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
feng_shui วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 18.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

งามสง่า พระมหาธาตุ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

ชอบภาพมุมสูงนี้มากๆ เเละเนื้อหาดีมากครับ ขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

วางแผนไปเยือนนครศรีธรรมราชเหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 12 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พิทักษ์ วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

นึกถึงสองเรื่องที่แทบไม่มีใครค่อยพูดถึงกันเลย อย่างแรกคือการออกบัตรเชิญกินน้ำชา ที่จะเป็นเหมือนการสังสรรค์และช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เชิญ

อีกอย่างที่ผมไม่เคยเห็นคือการย้ายบ้าน เมื่อก่อนผมอยู่ที่หน้าสนามบินเก่าบ้านข้างเคียงเมื่อก่อนเป็นชุมชนทั้งอิสลามและพุทธ เมื่อมีการย้ายบ้านเรือนก็จะขอแรงยกบ้านไปทั้งหลังเลย ซึ่งเดี๋ยวนี้คงหายไปหมดแล้วผมจำได้ว่าเคยไปดูไปช่วยช่วยเชียร์เขาอยู่สามครั้ง เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านสมัยก่อนที่รักกันเหมือนพี่น้องครับ

จะตามมาอ่านตอนต่อไปครับอย่าให้รอนานขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ดงละดอน วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

สวัสดีครับคุณหมอ
แวะมาเยี่ยมชมเมืองคอนด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

ประเพณีแรกนาขวัญที่เมืองคอน ถูกยกเลิกไปใน สมัย ร.๕

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คมฉาน_ตะวันฉาย วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanyimchang

ขึ้นไปยอดตึกไหนคุณ ๒ เอ็น ผมเคยไปเล็งจะถ่ายจากยอดตึกสูงๆ หายากจริงๆย่านนั้น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

โอ้...เป็นภาพมุมสูงของพระบรมธาตุนครศรีฯ อันงดงาม
ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน...พระเจดีย์พระบรมธาตุ ไร้เงา...
เคยไปไหว้พระบรมธาตุนี้เมื่อคราวเป็นเด็กวัดติดตามพระอาจารย์ไปนครศรีฯ ...นานครัน
...ถมนคร...งามจริงๆ ครับ...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ NN1234

เคยมีโอกาสไปกราบองค์พระธาตุเพียงแค่ครั้งเดียว เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วน่ะครับพี่
นึกอยากไปร่วมพิธีแห่ผ้าขึ้นพระธาตุกับเค้าบ้างอยู่เหมือนกัน
แต่ก็ไม่ได้โอกาสเหมาะๆ ซักที เพราะไกลมาก
เผลอๆ จะได้ไปกราบอีกทีก็ตอนที่ต้องไปทำงานที่นั่นอีกครั้งซะแล้วก็ไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มารูโกะ วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 09.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

ทริปครอบครัวเมื่อ ก.พ. ไปไหว้พระธาตุเมืองนครมาเช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เกสรมาเฟีย วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ipammo

สุดยอดประเพณี .. ถ่ายจากมุมบนอย่างนี้ มองเห็นชัดเจนถึงความอลังการงานสร้าง

พันพรื้อ ประเพณีบ้านเราก็อบอุ่นที่สุดเนอะ

ความคิดเห็นที่ 4 ชบาตานี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 07.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณคนปทุมฯ


ขอเชิญมาไหว้องคืพระธาตุอีกครั้งนะครับ โดยเฉพาะหากได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว เพราะตอนนี้กำลังมีการปรับปรุงกันขนานใหญ่ คงเสร็จทันการประกาศผลรับรองในปีหน้า
.....................................................................................
คุณพรนิมิตร


เป็นคำแปลของชื่อเมือง "นครศรีธรรมราช"
ขอบคุณครับ
..................................................................................
คุณชบาตานี

ผ่านมานคร ช่วย"ทำข่าว"ไปเขียนบล็อกด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชบาตานี วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 06.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เมืองนคร เมืองแห่งวัฒนธรรมและประเพณีอันงดงาม ควรค่าแก่การสืบสานให้สิ่งดีงามเหล่านี้คงอยู่สืบไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พรนิมิตร วันที่ : 18/10/2012 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Ponnimit

นครงามสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 18/10/2012 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

เมืองคอนเป็นเมืองเก่าที่มีศิลปะวัฒนธรรมที่หลากหลายควรแก่การอนุรักษ์ไว้นะครับ - ผมไปที่เมืองคอนเมื่อสองปีที่แล้ว ไปไหว้พระธาตุและเที่ยวรอบๆ อ.เมืองสนุกมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน