*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2365055
  • จำนวนผู้โหวต : 804
  • ส่ง msg :
  • โหวต 804 คน
<< พฤษภาคม 2014 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2557
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 7303 , 18:40:47 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน สิงห์นอกระบบ , พิทักษ์ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

เห็นความตั้งใจของ พลเอกประยุทธ์ จันทน์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) ออกประกาศและคำสั่งต่างๆ และข้อมูลผ่าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.)แล้ว ก็อดชื่นชมและเฝ้ารอดูความสำเร็จของแนวคิดหรือนโยบาย "สลายสีเสื้อ" ของ คสช.และพลเอกประยุทธ์ไม่ได้

ทั้งได้เห็นข้อมูลจากแม่ทัพภาคที่ เรื่อง "ขอนแก่นโมเดล" ที่โยงไยไปถึงคนสำคัญที่อยู่ในต่างประเทศด้วยแล้ว ก็ให้รู้สึกว่า งานนี้สนุกและน่าติดตาม น่าจะเป็นปฏิบัติการเพื่อคืนความสงบสุขให้แก่ประชาชนคนไทยได้จริง (?)

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ก็ย่อมมีการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจากกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ เช่น พวกที่มีบ่อน ตู้ม้าตู้เกมส์ที่เคยได้เสียจากการพยายามเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ของเจ้าหน้าที่บางคน รวมทั้งกลุ่มต่อต้านการทำรัฐประหาร ที่นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมถึงที่อื่นๆ ที่คาดว่าจะมีขึ้นเรื่อยๆ ที่อ้างว่าจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และเรียกร้องให้ คสช. ยุติการเข้ายึดอำนาจในการปกครองประเทศ โดยขอให้เร่งจัดการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยเช่นประเทศแม่แบบอย่างสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

การเรียกร้องโดยการอ้างเช่นว่า น่าจะมีบุคคลหรือประเทศที่เสียผลประโยชน์ จึงได้สนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐประหารอยู่เบื้องหลัง

มีคนบางคนยังไม่ได้เข้ารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง  หรือกรณีของ  สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด) ที่มีเจตนาหลบหนีและท้าทายต่อคำสั่งของ คสช. จนต่อมา คสช.จึงได้มีมาตรการระงับธุรกรรมทางการเงินของบุคคลดังกล่าว และ เจ้าหน้าที่คงกำลังติดตามตัวให้เข้ามารับทราบเจตนาของการรัฐประหารของ คสช.

ข้อเท็จจริง คือ ประเทศไทยได้เข้าสู่การแตกแยกและวุ่นวายมาร่วม 10 ปี หลังการยึดอำนาจและพยายามร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นๆ แต่ก็ยังตามไม่ทันกลุ่มทุนธุรกิจที่เข้ามาพัวพันเพื่อควบคุมนโยบายและกระบวนการงบประมาณประเทศ กลายเป็นการทุจริตคอรัปชั่น จนแล้วต้องให้เป็นข้ออ้างการรัฐประหารอีกครั้งต่อมา (รัฐประหาร 19 กันยายน 2549)

คนที่เป็นต่างชาติหรือเฝ้ามองจากข้างนอกเข้ามา ก็อาจจะมองว่า คนไทยไม่พัฒนาและนิยมความรุนแรง ทั้งๆ ที่เราก็เป็นอารยะไม่ต่างจากชาติที่ของคนที่พูดนั้นเท่าไรเลย

 

 

หากมองหรือพิจารณาถึงกระบวนการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งของประเทศก่อนหน้านี้ ดูจะมีความพยายามกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่แกนนำได้เข้าพูดคุยเจรจากัน

สะท้อนว่า ต่างฝ่ายต่างไป มี ธงเป้าหมายของใครของมัน

ทางใครทางมัน ทางของฉันห้ามใครมาทาบเดิน !!!

จนเมื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทน์โอชา ผบ.ทบ. ได้เชิญแกนนำคู่ขัดแย้งเข้ามาหารือเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้พบปะพูดคุยกันตรงๆ

แม้จะเป็นโอกาสห้วงเวลาสั้นๆ แต่มีค่ายิ่ง

ถึงกระนั้นก็ตาม เมื่อไม่ตระหนักว่านั่นกำลังดำเนินไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย จึงได้เกิดเป็น บาดแผลของการรัฐประหารอีกครั้งหนึ่งของประเทศ นั่นแหละห้วงเวลาของการชูป้ายเรียกร้องไม่ให้ทหารทำรัฐประหารได้หมดไป

พวกที่ชูป้ายเรียกร้องในวันนี้-ตอนนี้ ควรต้องออกมาชูป้ายกดดันให้แกนนำของตนเองเจรจาความเมืองให้สำเร็จกันตั้งแต่ "วันนั้น"

เพราะถึงอย่างไร มายกป้ายประท้วง คสช.ในตอนนี้ก็ย่อมไม่เป็นผล หนำซ้ำยังเป็นการหาเรื่องใส่ตัว เพราะผิดกฎหมายอีกต่างหาก 

ทั้งไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิการชุมนุมและยังขัดต่อประกาศของ คสช. อีกด้วย !!! 

 

 

ในวันนั้นขณะที่ทั้งสองฝ่ายได้เข้าการแสวงหาทางออกอย่างสันติวิธีแล้ว ถ้าทหารไม่ออกไป(จากกระบวนการเจรจาหาทางออก)นั่นสิ พวกคุณถึงควรจะมายกป้ายกดดันทหารไล่ออกไป ว่าไม่ใช่วิถีทางตามระบอบที่ควรจะเป็น

 

แต่ ในวันนั้น” เมื่อทหารได้เข้ามายึดอำนาจแล้ว ..... แล้วคุณจะมาโวยวายอะไรในวันนี้ 

 

บทเรียนที่คุณได้ เมื่อวานนี้ คืออะไร ?  คุณได้เรียนรู้อะไรจากระบอบประชาธิปไตยฯ 

..................

 



เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น