*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2350194
  • จำนวนผู้โหวต : 803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 803 คน
<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม 2557
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 4764 , 15:57:20 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน พิทักษ์ , chailasalle และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

กลายเป็น Talk of the town อีกเรื่อง คือ ประเด็นร่วมจ่าย (Co-payment) ในระบบหลักประกันสุขภาพหรือ 30 บาท รักษาทุกโรค

สาเหตุที่มีเรื่องนี้โด่งดังขึ้นมา และหากเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติจริงๆ กันขึ้นมา ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบถึงกระเป๋าสตางค์ของประชาชนแทบจะทุกคน

ข้อเท็จจริงเป็นมาอย่างไร ทำไมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ถึงต้องหยิบยกขึ้นมาพูดกันในช่วงเวลานี้  

สาเหตุก็เนื่องจากก็เนื่องหลังจากที่มีเอกสารหลุดว่อนเน็ตว่า เมื่อครั้งที่ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย  ผบ.ทร. รอง หน.คสช.รับผิดชอบด้านสังคมจิตวิทยาเดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น ในที่ประชุมวันนั้นที่ สธ. “ได้มีการพูดถึง” ให้ประชาชนร่วมจ่าย(Co-payment) ในระบบหลักประกันสุขภาพหรือ 30 บาท รักษาทุกโรค

ซึ่งผู้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมาคือ นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  และก็ออกมายอมรับว่าเป็นผู้เสนอเรื่องการร่วมจ่ายต่อ คสช. จริง

ส่วนในไลน์ของเครือข่ายกระทรวงสาธารณสุข ใจความว่า "คนที่พูดคือผมเอง (นพ.ธวัชชัย)ไม่อยากให้พุ่งเป้าที่ท่านปลัด เพราะขณะนี้มีคลื่นใต้น้ำพยายามล้มล้างปลัด คนในข่าวผมพูดเอง ขอให้เข้าใจ อย่าเบี่ยงเบนไป"

ในเวลาต่อมาเมื่อเอกสารบันทึกการการประชุม “หลุด” ออกมาว่า หัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้  ซ้ำยังมีการบันทึกด้วยว่า อาจจะมีการให้ประชาชนร่วมจ่าย 30-50%  ของค่าใช้จ่ายในการเข้ารักษาพยาบาลในแต่ละครั้ง

 

เมื่อได้ฟังความรอบด้านแล้วก็ทราบว่า เป็นเรื่องที่พูดเปรยกันในที่ประชุมถึงภาระงบประมาณประเทศด้านรักษาพยาบาลของกองทุนต่างๆ ได้แก่  กองทุนประกันสังคม ระบบหลักประกันสุขภาพหรือ 30 บาท รักษาทุกโรค (สป.สช.)และกรมบัญชีกลาง(ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ)  ที่ต้องใช้ในแต่ละปีเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ถึงกว่า 1 แสนล้านบาทและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี จนกลายเป็นภาระด้านงบประมาณที่สูงลิ่ว

ซึ่งเรื่องดังกล่าว  “ไม่ใช่มติที่ประชุม”  แต่ก็...เห็นปัญหาตรงกันทั้งหมด เพียงแต่ในทางปฏิบัติแล้วยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในเร็ววัน

 

 

ทางด้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ในฐานะปลัดกระทรวงฯ ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด และรักษาการประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือสิทธิบัตรทองZ30 บาทรักษาทุกโรค) ได้ออกมากล่าวยืนยันว่า สธ.ไม่เคยมีความคิดที่จะผลักภาระการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปให้กับประชาชน

ด้าน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดฯ  ผู้ตรวจเอกสารบันทึกการประชุม บอกว่า  มีคนผู้เสนอในที่ประชุม ซึ่งไม่ใช่นพ.ณรงค์ อย่างไรเสียก็ไม่มีการพิจารณาหรือไม่ได้มีมติใดๆ ออกมาสำหรับเรื่องนี้ ส่วนเอกสารที่หลุดออกมานั้นไม่แน่ใจว่าเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ แต่ยืนยันว่าเป็นคนตรวจเอกสารเองกับมือไม่เห็นมีเรื่องดังกล่าวบันทึกไว้แต่อย่างใด

 

ผู้สันทัดกรณีกล่าวว่าเป็น “เกมการเมืองใน สธ.”  ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะกลุ่มแพทย์ชนบท (ตัวแทนแพทย์โรงพยาบาลอำเภอ)นั้นรู้ดีว่า ถ้าหากปล่อยให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีตามกระแสข่าวนั้น ย่อมทำให้อำนาจต่อรองของกลุ่มแพทย์ชนบทลดน้อยลงเรื่อยๆ จะเป็นการกลับมาสู่ยุครวบอำนาจกลับมายัง สธ.  และทำให้กลุ่มนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดซึ่งขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง สธ. (นพ.ณรงค์)นั้นสามารถควบคุมได้ทั้งหมด ทำให้กลับมาเป็นใหญ่อีกครั้ง ไม่มีการถ่วงดุลโดยกลุ่มแพทย์ชนบทซึ่งเคยมีบทบาทโด่งดังมาแต่อดีต

ผู้สันทัดกรณีคนเดิมกล่าวอีกว่า “หรืออีกนัยหนึ่งก็น่าสนใจว่า มีความพยายามผลักดันคนของกลุ่มแพทย์ชนบท ขึ้นเป็นรัฐมนตรีเพื่อแข่งกับนพ.ณรงค์ ด้วยหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่าในช่วงรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 คณะทหารได้เลือก นพ.มงคล ณ สงขลา "พี่ใหญ่" ของชมรมแพทย์ชนบทขึ้นเป็นรัฐมนตรี ทำให้เป็นยุครุ่งเรืองของแพทย์ชนบท”

นี่จึงเป็นที่มาของ การโพสต์เฟซบุ๊กของ นพ.มงคล ณ สงขลา ที่ตำหนิท่าทีของนพ.ณรงค์ ที่เสนอแนวคิดร่วมจ่ายในการรักษาพยาบาล 30-50% แทนการจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่ง นพ.มงคล ได้ให้ความสำคัญกลุ่มชมรมแพทย์ชนบทตลอดมาช่วงที่เป็นปลัดกระทรวงและสัมพันธ์แนบแน่นกับนักการเมืองบางพรรค

ผู้สันทัดกรณียังระบุว่า “....ต้องยอมรับว่าชมรมแพทย์ชนบทยุคนี้น่าจะเริ่มเข้าสู่ยุคอัสดงแล้ว เนื่องจากเข้ามาพัวพันกับการเมืองโดยเฉพาะการที่เคยอุ้มปลัดณรงค์มาก่อน การจะต่อสู้โดยมีวาระอะไรก็แล้วแต่ย่อมเหนื่อยขึ้นเป็นเท่าตัวและจะถูกมองจากสังคมเช่นเดียวกันว่า สู้เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง"

มีการกล่าวกันว่า ถ้าหาก นพ.ณรงค์ ได้เป็นรัฐมนตรี  สปสช.จะถูกลดบทบาทลงไปเรื่อยๆเพราะแม้แต่ช่วงนี้ที่ นพ.ณรงค์ เป็นรักษาการประธานบอร์ด สปสช.ไม่มีการประชุมบอร์ดมาแล้วกว่า 2 เดือน ซึ่งต่อมา นพ.ณรงค์ก็ออกมาระบุว่า เรื่องอำนาจการเรียกประชุมบอร์ด สปสช.นั้นยังไม่มีความชัดเจนหลังจากมี คสช.

เรื่องนี้ย่อมกระทบถึง ผู้ใช้บัตรทอง 49 ล้านคน ประกอบกับได้เสนอ คสช.ให้เพิ่มงบรายหัวจาก2,895 บาท/คน/ปี เป็น 3,060 บาท/คน/ปี ซึ่งต้องใช้งบประมาณเฉพาะระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาทรักษาทุกโรค) สูงถึง 1.41 แสนล้านบาท แต่ดูเหมือนไม่ได้รับการตอบรับจาก คสช. เพราะถูกมองเป็น "นโยบายประชานิยม" และ คสช.ไม่มีนโยบายเช่นนั้น

  


ผู้สื่อข่าว Health Focus ได้ลงบทสัมภาษณ์ของ พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(สพศท.) ไว้หลายประเด็นถึงที่มาที่ไปอย่างน่าสนใจ (บางตอน)ว่า
"ส่วนหนึ่งชาวบ้านก็ใช้สิทธิโดยไม่บันยะบันยัง เพราะไม่มีการจำกัดจำนวนครั้ง ไม่จำกัดจำนวนเงิน ทำให้ใช้กันกระฉูด แล้ว สปสช.ก็ไม่จ่ายเงินโรงพยาบาลแม้จะเบิกไปก็เอาเงินค้างท่อไว้ จนโรงพยาบาลเจ๊ง 300 โรงเอาตัวไม่รอด เมื่อก่อนเจ๊งไป 700 กว่าโรงในเกือบ 900 โรง ก็มีการเยียวยา พยายามแก้ปัญหากัน และ สปสช.ไม่เคยฟังเสียงพวกเราเลย เราพยายามบอกว่ามีปัญหาต้องมาช่วยกันแก้ปัญหา มีคน comment มาใน facebook ว่าทำไมไม่คุยกัน ที่จริงเราพยายามคุยทั้งระดับจังหวัด ระดับเขต สปสช.เขตหรือ สปสช.กลางแต่ไม่มีใครมาคุย และปฏิเสธว่าไม่มีโรงพยาบาลเจ๊ง ไม่มีเงินค้างท่อ แต่มีการพิสูจน์แล้วจากกรรมาธิการสาธารณสุข ซึ่งเราพิสูจน์แล้วว่ามีเงินค้างท่อ 3 ปี 4 หมื่นล้าน
หากถามว่าตอนนี้เรามองว่าการมี สปสช.ดีหรือไม่ ถ้ามองในแง่ของคนไข้ก็ดี เพราะไปรักษาที่ไหนก็ฟรี แต่ถามว่าคนไข้พอใจหรือไม่ คนไข้ก็ไม่ได้พึงพอใจ เพราะ 1. คนล้นโรงพยาบาลจนรอไม่ไหว 2. ส่งต่อที่ไหนมีแต่เตียงเต็ม เตียงล้นไม่สะดวก 3. เรามองว่าเงินที่จะให้ควรช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีเงินจริงๆ ฟรี อันนั้นเราโอเค แต่คนที่ใส่สร้อยทองเส้น 5 บาท ถือบัตรทองควรร่วมจ่าย เราพยายามเสนอมานาน 10 ปีแล้ว ขอมาไม่รู้กี่รัฐบาลแล้วก็ไม่กล้า รัฐมนตรีวิทยา (นายวิทยา บูรณศิริ) บอกว่าให้ร่วมจ่าย 30 บาท แต่ไม่จ่ายก็ได้ถ้าไม่มี ก็ไม่มีใครจ่าย เพราะฉะนั้น ณ เวลานี้ พวก สปสช. และ นพ.มงคล (นพ.มงคล ณ สงขลา) มาปู้ยี่ปู้ยำโครงการไม่มีชิ้นดี ยกเลิกโครงการนี้ที่เริ่มมาดีมากจนเละ แล้วไปซื้อของที่ไม่มีคุณภาพมาให้เรา เพราะฉะนั้นเวลานี้ต้องสังคายนาได้แล้ว

เราไม่ได้คิดจะล้มเลิกโครงการนี้ เพราะเป็นโครงการที่ชาวบ้านชอบ และได้ประโยชน์ แต่อย่าลืมว่าเป็นโครงการที่นายทักษิณ ชินวัตร ใช้หาเสียงได้จนถึงตอนนี้ เพราะฉะนั้นเกิดมาโดยการเมืองทำให้เกิดโดยไม่มีการสำรวจอะไรเลย เอามาซื้อใจชาวบ้าน เราคิดว่าชาวบ้านที่ได้ประโยชน์ก็มี แต่ต้องมาปรับแล้ว อะไรที่ทำค้างไว้ที่มีปัญหาต้องปรับ แต่เขาไม่ยอมเพราะเขาทำงานแบบนักการเมือง พอเป็นเช่นนี้มันทำให้เมื่อไม่รับฟัง feedback ใดๆ ก็ถลำลึก และแย่ลงๆ วันนี้เราต้องผ่าตัดแล้วก็ไม่ยอม ถ้าเขายังยืนยันว่าจะทำอย่างนี้ต่อไปประเทศนี้จะเจ๊ง”

 


 

 “ก็ตอนนี้มี คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ถ้าเป็นการเมืองไม่มีใครกล้าแตะ ต้องใช้ช่วงระยะเวลาพิเศษแบบนี้มาแก้ เพราะทหารไม่ต้องการหาเสียง ต้องมองด้วยตาที่ไม่อคติ ไม่ใช่มองด้วยตาที่ยังต้องการฐานเสียง ต้องการผลประโยชน์ ซึ่ง สปสช.มองอย่างนี้มันถึงยังไม่แก้ และรู้ว่าการเมืองไม่มีใครกล้าแก้ไข ที่จริงแก้ได้ และชาวบ้านได้ประโยชน์จริงๆ ด้วย”  

 

(ถาม) แล้วจะแยกคนที่จนจริงกับแกล้งจนได้อย่างไร ?
”ตอนแรกมีบัตรทองหลายชนิด คนจนจริงเขาใช้บัตรทอง ท.( ท.ทหาร ) ได้แก่ ผู้ยากไร้ที่เคยซื้อบัตร สปร.เดิม เด็กต่ำกว่า 5 ปี คนแก่ 60 ปีขึ้นไป พระภิกษุ สามเณร คนที่เป็นโรคเรื้อรังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ กลุ่มนี้ใช้บัตรทอง ท. ซึ่งกลุ่มนี้รายได้ครอบครัวต่อปีเท่าไหร่จะมีอยู่ในเกณฑ์ สปร.เก่า คนเหล่านี้รัฐบาลต้องดูแลอยู่แล้ว ต้องฟรีทั้งหมด แต่ทุกวันนี้คนจนไม่จริงมาใช้เงินคนจน มาแย่งใช้เงินคนจนจริง จนคนจริงเสียโอกาส คนที่แกล้งจนแล้วใช้เงิน ใช้เวลา ใช้โอกาสของคนจนจริงๆ ไป เบียดบังจนคนจนจริงไม่กล้าพูด กล้าเถียง กล้าแย่ง นี่เขากำลังทำร้ายคนจนจริงอยู่
ถ้าแบ่งตามกายภาพก็เป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าจะแบ่งตามรายได้จะมีวิธีการแยกคนจนจริง กับแกล้งจนอย่างไร แบ่งได้ มีการสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ จะรู้ว่าครอบครัวนี้เป็นอย่างไร กระทรวงมหาดไทยทำอยู่ ว่าประชากรกลุ่มนี้มีรายได้เท่าไหร่ หมู่บ้านนี้ประชากรเป็นอย่างไร ข้อมูลตรงนี้มีอยู่แล้ว มีมานานแล้วด้วย สมัยก่อนก็ทำมาตลอด แต่ช่วงนั้นผู้ใหญ่บ้าน กำนันแอบเอาไปให้ญาติพี่น้องตัวเอง แต่คนจนจริงๆ ได้ประโยชน์มาก และก็ที่คนจนจริงๆ ไม่ได้สิทธิเพราะช่วงนั้นมีการอพยพ ออกบัตรไม่ได้เพราะหาตัวไม่เจอ เหมือนกับบัตรทองบางคนยังไม่ได้บัตรพอจะใช้ค่อยรู้ว่ามีสิทธิ แต่ปัจจุบันระบบข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยเป็นระบบออนไลน์หมดแล้วทำได้สะดวกมาก”

 

(ถาม)จะใช้หลักเกณฑ์รายได้เท่าไหร่ถึงกำหนดให้ต้องร่วมจ่าย ?
ตรงนี้ต้องมาคุยกันเพราะเขาสำรวจมาอยู่แล้ว รายได้ต่อครอบครัว สำนักงานสถิติทำสำรวจอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขยังไม่ได้คิดที่จะเสนอแต่กลับเอามาด่า มาป้ายสีแล้ว

"การที่ออกมาพูดเรื่องนี้เป็นการโจมตีปลัดสธ. ชัดเจน และเป็นเกมการเมือง เพราะคนพูดรู้ดีว่าการเอาเรื่องการร่วมจ่ายออกมาพูด ประชาชนจะต้องรู้สึกเดือดร้อน แต่การออกมาพูดเป็นการพูดแบบบิดเบือน เพราะปลัดสธ. ไม่ได้เป็นผู้เสนอ ซึ่งการพูดเรื่องการร่วมจ่ายเป็นเพียงการเสนอช่วงที่การเสนอนโยบายเสร็จสิ้น แล้ว เป็นการให้ความเห็นเท่านั้น แต่กลับหยิบเอาจุดนี้มาเล่น"

ซึ่งจะมีการหยิบยกประเด็นการร่วมจ่ายในระบบประกันสุขภาพภาครัฐด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานเพื่อขอให้ คสช.เข้าร่วมครั้งนี้ เนื่องจากเมื่อได้ข้อเสนอเรื่องดังกล่าวจะส่งผ่าน คสช.ได้ทันที”

พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ กล่าวให้สัมภาษณ์ 

.................................................

 

อ้างอิง   

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 14 กรกฎาคม 2557

หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 17 กรกฎาคม 2557

เว็บไซต์ hfocus.org 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
chailasalle วันที่ : 27/07/2014 เวลา : 06.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ขอให้มีคุณภาพการรักษา และยา ดีกว่านี้ก็พอใจแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
rattiya วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 22.51 น.

ขอโทษนะค่ะถ้าเขียนผิดเขียนถูก มีเวลาน้อย ทำหลายสิ่งหลายอย่างเวลาเดียวกัน

ความคิดเห็นที่ 13 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

อืมมม ข้อมูลใหม่แต่หลักการก็ยังเหมือนเดิมนะคะ คือต้องมีทั้งการ take และ give ประชาชนต้องมีส่วนช่วยรับผิดชอบสังคม

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
rattiya วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 17.59 น.

(ถาม) แล้วจะแยกคนที่จนจริงกับแกล้งจนได้อย่างไร ?

ที่เยอรมนีก็มีค่ะ เเกล้งจนเพื่อที่จะไม่ต้องเสียประกันฯสูง...เขียนเเล้วมันมีหวังถูกเฉยออกนอกประเทศเยอรมนีสักวันหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
rattiya วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 17.52 น.

ขอโทษค่ะ ต้องเข้ามาใหม่
เขาประหยัดตรงส่วนนี้เเล้วไปเก็บส่วนอื่นเเทนค่ะ เขียนผิด ต้องการจะเขียนว่า

เขาไม่เก็บส่วนนี้เเต่ไปประหยัดในส่วนอื่นเเทน เพื่อไม่ให้ประชาชนโกธร

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
rattiya วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 17.43 น.

ขออนุญาตเจ้าของบล็อกออกนอกเรื่องหน่อย...พี่ตุ้ม

เงินสำรองจะไม่มีเหลือเเล้วค่ะ เริ่มคุยกันอีกเเล้วว่าจะต้องเก็บค่าประกันฯเพิ่มใครเสียเท่าไรรัตน์ยังไม่ได้ตามผล เขาประหยัดตรงส่วนนี้เเล้วไปเก็บส่วนอื่นเเทนค่ะ อย่างเช่น อุปกรณ์พยาบาลบางอย่างเเต่ก่อนบริษัทประกันฯจ่าย เดี๋ยวนี้ไม่จ่าย

ต้นปีนี้หน่วยพยาบาลของ Caritas กับหน่วยงานอื่นร่วมตัวกันขับรถไปประท้วงที่ หน้าบริษัทประกัน AOK รัตติยาเข้าเวรเพื่อที่จะให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นขับรถไปประท้วง (เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งถูกปรับที่ Freiburg ขับรถเร็วเกินกำหนด)ประท้วงขอเพิ่มเงินเดือนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

@ C 6
เท่าที่ทราบ การยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมทุกไตรมาสถูกยกเลิกไปเพราะกองทุนประกันสุขภาพมีเงินสำรองเพียงพอ จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเรียกเก็บจากคนไข้อีก
แม่มดคิดว่านี่เป็นวิธีการทำงานที่ดีเพราะมีความโปรงใสและมีความเป็นธรรม เมื่อกองทุนไม่มีเงินมาใช้ในการดูแลสุขภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนก็ต้องร่วมรับผิดชอบเพราะเป็นผลประโยชน์ของตนเอง เมื่อมีเงินพอแล้ว ก็ไม่ต้องจ่าย เปิดเผยตรงไปตรงมาประสาคนเยอรมัน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
rattiya วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 13.11 น.

เขียนรวบรัดไปหน่อย ขออธิบายเพิ่มเติม คห.6
"ระบบต้องจ่ายเงินเอง 10 ยูโร ทุก 3 เดือน" ต้องจ่ายเงินที่คลีนิกถ้าไปหาหมอ ถ้าไม่ไปหาหมอก็ไม่ต้องจ่าย

ความคิดเห็นที่ 7 แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 13.01 น.

อีกอย่างหนึ่งที่รัตติยาไม่ถูกใจเลย จากการไปเยี่ยมผู้ป่วยตามบ้านที่เยอรมนี มีความรู้สึกว่าหมอสั่งยาให้คนไข้มากเกินไป(ไม่ได้เป็นเเพทย์ เป็นความรู้สึกส่วนตัว)
บางบ้านมียาเป็นลัง.. ไม่ทราบว่าที่เมืองไทยเป็นอย่างไร ที่เยอรมนีจะมีกฏหมายออกมาเลยยาประเภทไหนซื้อเองได้ยาประเภทไหนต้องใช้ใสั่งเเพทย์ ขนาดต้องมีใบสั่งเเพทย์ยังมียาเหลือมากมาย

ความคิดเห็นที่ 6 แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 12.47 น.

รัตติยาอยู่เเต่เเวดวงการพยาบาลที่เยอรมนี ที่เมืองไทยไม่ทราบข้อมูลมาก
ทุกประเทศมีคนดีเเละไม่ดี เพียงเเต่ว่าประเทศไหนจะระบบที่รัดกุม ไม่เปิดช่องว่างให้คนไม่ดีหาผลประโยชน์ ระบบการสาธารณสุขของเยอรมนีก็มีช่องโหว่ให้คนไม่ดีหาผลประโยขน์ ที่ทราบเพราะว่าทุกวันต้องทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ บางวันต้องไปหาเเพทย์ขอใบสั่งยาให้คนไข้ ซื้อยาให้คนไข้ ฯลฯ

เเต่ละปีจะมีการเเก้ไขระบบสาธารณสุขที่เยอรมนีเพื่อให้เหมาะสมกับสถาณการณ์ จากการประเมินการทำงานที่ผ่านมา บริษัทประกันฯจะคำนวณดูว่ามีเงินพอที่จะใช้จ่ายต่อไปหรือไม่ เช่น การไปพบแพทย์ประจำตัวมีค่าธรรมเนียมที่คนไข้ต้องจ่ายทุกๆ ๓ ไตรมาส ได้ถูกยกเลิกไปเเล้ว (สาเหตุหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เพราะมีคนหลายคนวิ่งหาหมอไม่จำเป็น ประกันฯต้องจ่ายมากโดยไม่จำเป็น จนเงินสำรองเหลือไม่พอ หลังจากใช้ระบบต้องจ่ายเงินเอง 10 ยูโร ทุก 3 เดือน คนเริ่มคิดว่าจะไปหาหมอดีหรือไม่ รัตติยาคิดว่าระบบนี้ดีเเต่ถูกยกเลิกไปเพราะสาเหตุอะไรรัตติยาไม่เเน่ใจ)
คราวที่เเล้ว มีการประชุมทีมหัวหน้าพยาบาลก็บ่น " ทำไมคนปัจจุบันเป็นอะไรนิดอะไรหน่อยก็วิ่งหาหมอ" ขนาดคนเยอรมันยังบ่นเลย (เพราะเเค่ถือบัตรสุขภาพไปหาหมอ เหมือนจ่ายเงินโดยบัตรเครดิต โดยไม่ต้องห่วงว่าจะมีเงินสำรองในบัญชีหรือเปล่า)

ที่เมืองไทยรัตติยาคิดว่า ต้องดูข้อมูลที่เมืองไทยว่าควรจะใช้ระบบไหน

ความคิดเห็นที่ 5 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/07/2014 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ขออนุญาตเล่าประสบการณ์ตรงของตัวเองในประเทศที่มีสวัสดิการด้านสาธารณสุขดีที่สุดประเทศหนึ่งนะคะ
ที่ประเทศเยอรมนี คนทุกคนที่ทำงานและเสียภาษีจะได้รับการดูแลด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใด (ทุกคนที่มีรายได้ต้องเสียภาษีค่ะ การจัดเก็บภาษีของเขามีประสิทธิภาพต่างจากบ้านเรามาก ขอไม่อภิปรายถึงประเด็นนี้)
รัฐบาลมีกองทุนด้านสาธารณสุข ทุกคนที่มีรายได้ถึงระดับหนึ่งจะต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพ (คงคล้ายๆการประกันสังคมของบ้านเรา) ผู้ที่มีรายได้สูงกว่าเกณฑ์จะไม่ถูกบังคับให้เข้าร่วมในการประกันสุขภาพแต่ก็จะไม่ได้รับสวัสดิการใดๆเช่นกัน คือเมื่อไม่ give ก็ take ไม่ได้
หลักการคือไม่มีอะไรที่ใครจะได้มาโดยไม่มีการจ่ายอย่างเหมาะสมในส่วนของตัวเอง
เงินประกันสุขภาพจะถูกหักณ ที่จ่ายเงินเดือน นายจ้างและลูกจ้างต้องจ่ายกันคนละครั้ง จำนวนเงินที่จ่ายขึ้นอยู่กับรายรับของลูกจ้าง
กองทุนประกันสุขภาพเป็นผู้บริหารเงินจำนวนนี้ เวลาเราเจ็บป่วย ต้องได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิ์ (ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างที่จำเป็นแม้แต่การนำเฮลิคอปเตอร์มารับผู้ป่วยในกรณีที่เร่งด่วน การรักษาโรคร้ายแรงต่างๆไม่ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงเพียงใด หากแพทย์วินิจฉัยว่ามีความจำเป็น คนไข้จะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน (การที่คนงานก่อสร้างได้รับการผ่าตัด by-pass หัวใจจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาในประเทศเยอรมนี)
การไปพบแพทย์ประจำตัวมีค่าธรรมเนียมที่คนไข้ต้องจ่ายทุกๆ ๓ ไตรมาส การซื้อยา (หมอเยอรมันไม่จ่ายยา ให้แต่ใบสั่ง คนไข้ต้องไปซื้อจากร้านขายยา) คนไข้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม การเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล คนไข้ต้องจ่ายทั้งค่าธรรมเนียมและค่าอาหาร
สรุปแล้ว นอกจากจะจ่ายค่าประกันสุขภาพที่ถูกหักออกจากเงินเดือนแล้ว ในทุกขั้นตอน คนไข้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสมทบเพื่อให้การบริหารกองทุนดำเนินไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ (และเพื่อป้องกันไม่ให้คนใข้ใช้ทรัพยากรด้านนี้อย่างฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น) เป็นระบบที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบตนเองและสังคม และเป็นระบบที่ผู้มีรายได้สูงประคับประคองผู้มีรายได้ต่ำเพราะเงินประกันถูกหักเป็นเปอร์เซ็นต์จากรายรับ
โครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคของบ้านเราไม่ realistic ค่ะ ในระยะยาว จะเกิดการล้มละลายของระบบและคนไทยไม่น้อยจะเคยชินกับการเป็นผู้รับฝ่ายเดียว
ถึงที่สุดแล้ว โครงการประชานิยมทั้งปวงจะทำให้สังคมโดยรวมกลายเป็นสังคมของคนพิการทางความคิด รอแต่จะแบมือรับความช่วยเหลือ ไม่ต้องการร่วมรับผิดชอบในสิ่งใด
จึงเกิดรูปการณ์จิตสำนึกประเภท ใครมาก็ได้ โกงก็ไม่ว่า ขอให้ข้าได้รับผลประโยชน์ด้วยก็แล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 4 แม่มดเดือนMarch , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 18/07/2014 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คงไม่กล้าวิจารณ์อะไรเพราะถอยออกมานาน นอกจากเฝ้าดูห่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นคือ รพ.ศูนย์รับภาระหนัก เพราะการส่งต่อจาก รพ.ชุมชนขึ้นมา ผู้คนปล่อยตนเองจนเจ็บป่วยด้วยโรคที่ไม่ติดเชื้อ แสวงหาโอกาสใช้สิทธิ์ทั้งที่ตนเองสามารถจ่ายได้ การใช้เส้นสายใน รพ. เบิกยา หรือการได้เตียง ทั้งๆที่เตียงเต็ม โดยมีผู้ที่ยากไร้จริงต้องได้รับบริการแต่ขาดโอกาส
คสช.ต้องกล้าที่จะทำอะไร ที่นำไปสู่ความถูกต้องตรงตาม จุดมุ่งหมาย ของโครงการ 30บาทนี้จริง ต้องกล้าผ่าตัด โดยอาจมีผลกระทบ ซึ่งย่อมเป็นไปทั้งสองด้าน คือ ด้านหนึ่ง สรรเสริญ ด้านหนึ่งสาบแช่ง เรื่องที่เกี่ยวกับคน ทำอะไร มันออกสองด้านเป็นธรรมดา ขอให้ยึดธรรมคือความถูกต้องเป็นหลัก

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 18/07/2014 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณสิงห์นอกระบบ

สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง
----------------
คุณบีน

ยังมีเละกว่านี้อีกครับ ถ้าเปิดให้เห็นกันหมด ผมกลัวว่าจะรับไม่ได้กัน
ต้องปฏิรูปอย่างรุนแรง เอาให้สำเร็จในคราวนี้ ช่วงที่เชื้อร้ายมันถูกตัวหัวเยื่อมันออกไปแล้วนี่แหละ

ความคิดเห็นที่ 2 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
bene วันที่ : 17/07/2014 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

สังคมประเทศ ไทยนี่ เละกว่าที่คิดนะคะ
แตะตรงไหนเน่าตรงนั้น
...จะตัด จะผ่า ตรงไหนก่อนดี คะคุณหมอ

เรื่องการขนส่ง, การยา-หมอ-พยาบาล, การศึกษา ,การสื่อสาร(วิทยุเถื่อน), สิ่งแวดล้อม , วัฒนะธรรม-ศาสนา,
...
มีเรื่องไหนแต่พูดๆกันแล้ว เรายังแข็งแกร่ง อยู่ยั้งยืนยง คงในความดี ๆ กันบ้างมั้ยคะ

อ่อนใจจริงๆ

คงดีอย่างเขาว่า ..ทหารอยู่สักสิบปีเลย
เพราะถ้างวดนี้ เรายังเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เราจะคงอยู่เป็นชาติกันลำบากแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 แม่มดเดือนMarch , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 17/07/2014 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

คนไทยต้องรู้จักดูแลสุขภาพตัวเองก่อนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน