*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2349633
  • จำนวนผู้โหวต : 803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 803 คน
<< กันยายน 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 17 กันยายน 2557
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 5138 , 06:49:31 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 19 คน Anacarika , สมชัย และอีก 16 คนโหวตเรื่องนี้

(Before: สภาพในปี 2554)

(After:สภาพในปีนี้ 2557)

 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 - 2553 ยาวต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. 2554 คลื่นลมมรสุมที่พัดถล่มชายฝั่ง แหลมตะลุมพุก  อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  พื้นที่ที่ได้สร้างความเสียหายมากที่สุด คือ ชุมชนบ้านแหลม หมู่ที่  2, 3 ตำบลแหลมตะลุมพุก (ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่ชาว “คณะโอเคเนชั่น" เคยเดินทางเข้าไปสำรวจกันมาแล้วเมื่อต้นเดือนเมษายน 2554)  สภาพบ้านเรือนทั้งสองหมู่บ้านได้กลายเป็นซากปรักหักพังเกือบเป็นหมู่บ้านร้าง  ที่ยังเหลืออยู่ก็ต้องเตรียมอพยพโยกย้ายออกจาพื้นที่ถ้าหากคลื่นลมยังซัดเข้ามาถล่มซ้ำอีกระลอก ชาวบ้านหลายครัวเรือนได้เก็บข้าวของมีค่าและรื้อถอนอาคารบ้านเรือนคงเหลือทิ้งไว้เพียงเสาตอม่อ  บางจุดคลื่นลมทะเลได้กัดเซาะพื้นดินเข้ามาถึงกว่า 20 เมตร  จนสภาพถนนคอนกรีตเลียบชายฝั่งในหมู่บ้านพังยับเยินเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร คลื่นทะเลยังได้นำพาเอาทรายกองมหึมาเข้ามาทับถมอาคารบ้านเรือนกว่า 10 หลังคาเรือน สร้างความเสียหายอย่างที่ประมาณมูลค่าไม่ได้

ส่วนอาคารกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสัตว์ทะเลของหมู่บ้าน โอ่งหมักปลาลอยไปกับคลื่นที่ซัดเข้ามาจนลอยละล่องไปกับกระแสคลื่นล้มระเนระนาด รวมอุปกรณ์การประกอบอาชีพเสริมของกลุ่มก็เสียหายคิดเป็นมูลค่าเงินที่ได้รับการสนับสนุนโครงการ 2 แสนบาทนั้นเสียหายทั้งหมด

“คลื่นมันซัดข้ามถนนคอนกรีตในหมู่บ้านเราเข้ามา แล้วก็“หักคอ”ลงตรงหน้าบ้านของตน แทงเอากระสอบทรายที่เรียงเอาไว้กันคลื่นก็ยังเอาไม่อยู่"

ครั้งนั้นเรื่องราวของชาวแหลมตะลุมพุกได้ถูกนำเสนอต่อสายตาของโลกภายนอกอย่างมากมาย ทั้งในสื่อกระแสหลักอย่างสถานีโทรทัศน์หลายช่องต่างก็มุ่งหน้ามาทำรายงานข่าว ข้อมูลถูกตีพิมพ์ลงใน นสพ.และสื่อออนไลน์ รวมทั้งบล็อกเกอร์ชื่อดังหลายๆ ท่านก็เข้ามารายงานข้อมูลให้ประชาชนได้เห็นถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านแหลมตะลุมพุก อาทิเช่น จดหมายจากแหลมตะลุมพุก ...แนวหน้าวาตภัย  http://www.oknation.net/blog/charlee/2011/04/12/entry-2  (บล็อกของ บก.ชาลี) เป็นต้น

ครั้งนั้นตัวแทนชาวแหลมตะลุมพุกฝั่งทะเล ยื่นจดหมายร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในโอกาสที่ลงพื้นที่ตรวจพื้นที่ประสบภัยบริเวณ ต.แหลม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2554 เพื่อขอใช้ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนเกาะไชย  ซึ่งเป็น "เขตห้ามล่าสัตว์ป่าพื้นที่ป่าสงวนแหลมตะลุมพุก”  จำนวนเนื้อที่ที่ขอจัดสรรให้ครัวเรือนละ 60 ตารางวา รวม 150 ไร่เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยให้แก่ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ,2 และ 3 ตำบลแหลมตะลุมพุก ซึ่งอาศัยอยู่ตลอดแนวชายฝั่งทะเลจำนวน 510 ครัวเรือน ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบจากกรณีเกิดวาตภัยและคลื่นลมแรง ทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งจนบ้านเรือนเสียหาย

 

(ต้นหูกวางที่ทางเข้าหมู่บ้านในอดีต)

 

(ต้นหูกวาง - ในปัจจุบัน โปรดสังเกตระยะห่างจากแนวเขื่อนหินทิ้งกับต้นหูกวาง)

(ชายหาดที่ท้ายวัดแหลมตะลุมพุกในอดีต)

 

(ชายหาดที่ท้ายวัดแหลมตะลุมพุกในปัจจุบัน-โปรดสังเกตระยะห่างจากแนวเขื่อนหินทิ้งกับรั้วกำแพงวัดและความกว้างของชายหาด)

(ศาลเจ้าในอดีตและในปัจจุบัน)

 

        

ครั้นต่อมาผู้เขียนได้รับทราบปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นและได้เข้าไปสำรวจพื้นที่และสภาพปัญหาน้ำทะเลในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ของชุมชนบ้านแหลม หมู่ที่ 2, 3 ตำบลแหลมตะลุมพุก  หรือจุดที่ทีมสำรวจ"โอเคเนชั่น" เคยในช่วงที่เข้าไปสำรวจ (อ่านรายละเอียด : ชาวแหลมตะลุมพุก..ทุกข์ข้ามปี คลื่นทะเลสูง 5 เมตรซัดชายฝั่งบ้านเรือนพังยับ หวังอพยพเข้าอาศัยเขตป่าสงวนแต่ไร้หวัง..!   )

สภาพปัญหาขณะนั้นเรียกว่า เป็นการซ้ำเติมความรุนแรงของการกัดเซาะชายฝั่งทะเลและความเดือดร้อนของประชาชนหนักมากยิ่งขึ้น อีกทั้งความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมจากหน่วยงานราชการ หรือการให้ความช่วยเหลือด้านการจัดสรรที่ดินให้ตั้งบ้านเรือนในเขตป่าสงวนฯ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขบรรเทาเบาบางความเดือดร้อนนั้นแต่อย่างใด

คำบรรยายความเดือดร้อนของชาวบ้านในครั้งนั้นจึงเต็มไปด้วยน้ำตาและความโกรธแค้นที่มีต่อหน่วยงานราชการ  ความไม่พอใจของชาวบ้านเกี้ยวกราดรุนแรงพอๆ กับคลื่นลมในท้องทะเลแหลมตะลุมพุกในขณะนั้น … !!!

สาเหตุครั้งนั้นมีทั้งจากปัจจัยปัญหาของการกัดเซาะชายฝั่งทะเลที่เป็นปัญหาเดียวกันทั่วทั้งอนุทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อกันว่า สาเหตุเกิดจากน้ำแข็งขั่วโลกละลายจนส่งผลให้น้ำทะเลสูงขึ้น(1) การรุกล้ำชายฝั่งเข้าไปในพื้นที่ชายหาดโดยชาวบ้านหรือชาวประมงเองจนสร้างปัญหาขาดความสมดุลทางธรรมชาติ(2) การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพธรรมชาติของพื้นที่ เช่น การปรับพื้นที่เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การสร้างโครงสร้างชายฝั่งทะเล (3) และ (4) ปัญหาคลื่นลมแรงขึ้นในห้วงเวลาหลายฤดูมรสุม  เหล่านี้เป็นสาเหตุรวมๆ ที่ช่วยตอบคำถามและปกป้องชาวแหลมตะลุมพุกได้ว่าพวกเขาไม่ได้สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นมาเองเพียงลำพัง

ประกอบกับช่วงปลายปี 2554 ขณะนั้นพื้นที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลความกดอากาศสูง  เกิดเหตุคลื่นยักษ์สูงกว่า 2 - 3 เมตรซัดเข้าถล่มในหลายพื้นที่ตำบลตั้งแต่ จ.ชุมพร เรื่อยลงมา ทำให้มีบ้านเรือนจำนวนมากและรีสอร์ทที่อยู่ตามชายฝั่งมากกว่า 20 แห่งได้รับความเสียหาย ชาวประมงต้องนำเรือเล็กเข้าจอดหลบภัยพายุคลื่นลมตามเกาะแก่งต่าง ๆ ขณะที่เรือที่บริการนักท่องเที่ยวต้องหยุดให้บริการโดยปริยาย

ความกดอากาศสูงยังได้ทำให้น้ำทะเลยกตัวสูงและเกิดคลื่นยักษ์สูงถึง 5 เมตร ซัดเข้าถล่มในหลายหมู่บ้านของ อ.ท่าศาลา และ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะบริเวณแหลมตะลุมพุกจนสร้างความเสียหาย นำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชน (ตามภาพ)

 

(สภาพภูมิอากาศและคลื่นลมในอดีต)

(สภาพคลื่นลมในวันนี้)

 

(ถนนคอนกรีตในหมู่บ้านในอดีต)

(ถนนในหมู่บ้านวันนี้)

 

(สภาพความเสียหายในอดีต ปลายปี 2554) 

 

 (2 ภาพข้างบน เป็นสภาพถนนในหมู่บ้านในปัจจุบัน)

วันนี้ (13 กันยายน 2557) ผู้เขียน (จขบ.)เข้าไปสำรวจปัญหาและติดตามการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลที่บ้านแหลมตะลุมพุกครั้งนี้ ได้พบการสภาพการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะได้พบเห็นโครงสร้างเพื่อป้องกันการกัดเซาะของแต่ละชุมชน มีการสร้างแนวกำแพงหินเพื่อกันคลื่น เป็นแนวสันเขื่อนยาวขนานไปตามแนวชายหาด เรียกว่า เขื่อนหินทิ้ง (Seawall) สามารถแก้ปัญหาการรุกล้ำเข้ามาของน้ำทะเลได้เป็นอย่างดีถ้าหากคลื่นๆไปสูงเกิน 2-3 เมตร

ส่วนภูมิอากาศและคลื่นลมในวันที่เข้าไปสำรวจ (13 กันยายน 2557) พบว่า คลื่นลมสงบ ทะเลเรียบ เรือประมงจอดอยู่บนชายหาด ชาวบ้านจับกลุ่มกันทำกิจกรรมตามวิถีการดำเนินชีวิตแบบชาวประมงในยามปกติ ได้แก่ การจัดเตรียมเรือและอุปกรณ์ประมง การสนทนาพบปะพูดคุยกันตามร้านค้า หรือตามบ้านเรือน

สภาพบ้านเรือนขณะนี้ได้รับการซ่อมแซม และเข้าอยู่อาศัยเป็นที่เรียบร้อย ไม่ปรากฎซากปรักหักพังของบ้านเรือนดังเช่นแต่ก่อนอีกแล้ว  ถัดจากชายหาดมีถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่ดูมั่นคงแข็งแรงอยู่ห่างจากแนวเขื่อนประมาณ 10 เมตรทอดตัวยาวระหว่างกลาง มีการสร้างศาลาพักรูปดอกเห็ดเพื่อเป็นที่พักผ่อนเป็นระยะๆ

วัดแหลมตะลุมพุกในวันนี้ มีแนวเขื่อนหินทิ้งยาวตลอดไปถึงเขตอารามหลังวัด รั้วรอบขอบชิดเป็นกำแพงปูนคอนกรีตที่เคยเป็นซากปรักหักพัง ล้มระเกะระกะ ก็ได้รับการซ่อมแซมเข้าที่เข้าทางเป็นที่เรียบร้อย แทบไม่ปรากฎหลักฐานของความเสียหายในอดีต

เราสังเกตเห็นแววตาของชาวบ้านรายหนึ่งที่ยืนสงบนิ่งบนจุดที่เคยคลื่นลมทะเลได้แสดงความเกรี้ยวกราดของมัน วันนี้เขาทอดสายตามองไปยังท้องทะเลที่เงียบสงบ คล้ายราวกับว่าเขากำลังประเมินสถานการณ์คลื่นลมวันนี้ว่าจะพาเรือประมงพื้นบ้านออกทะเลไปหาปลามาเลี้ยงครอบครัวได้ตามปกติหรือไม่

ส่วนโรงเรียนบ้านแหลมตะลุมพุก ที่ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมเลี้ยวขวาก่อนจะออกไปสู่ชายหาดที่เป็นจุดร้านอาหารเข้ามาตั้งบริการนักท่องเที่ยวและปลายแหลมตะลุมพุกที่เป็นจุดท่องเที่ยวทางนิเวศวิทยาก็ได้รับการจัดสร้างอาคารหลบภัย เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 3ชั้น รูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูฐานล่างกว้างกว่ายอดด้านบน ใช้เป็นที่หลบภัยจากคลื่นลม(วาตภัย)และการกัดเซาะชายฝั่ง

 

  

ในวันนี้ ...เราได้เห็นว่า ชาวบ้านได้พื้นดินกลับคืนมา บ้านเรือนก็มีการก่อสร้างและซ่อมแซมจนแทบไม่เห็นร่องรอยของซากปรักหักพังเดิม  ผู้เขียนได้พบกับหญิงชาวบ้าน 2 ราย กำลังนั่งคุยกัน จึงเข้าไปสอบถามถึงผลกระทบของปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล เขาพร้อมใจกันตอบคำถามแก่เราว่า "ปัญหานั้นไม่มีแล้ว" แต่เขาไม่ได้บอกว่าสาเหตุใดที่คลื่นลมได้สงบหรือบรรเทาเบาบางลง

เราสอบถามถึงเรื่องแนวเขื่อนหินทิ้งที่ทางราชการมาสร้างไว้นี้ว่า ได้ช่วยแก้ปัญหาได้ดีขึ้นหรือไม่  หญิงชาวบ้านทั้งสองตอบอย่างกังวลใจว่า

"ก็ดี ... แต่แนวหินมันก็ยุบตัวต่ำลงเรื่อยๆ   แต่ก่อนมันสูงกว่านี้นะ"  เขาหมายถึงว่า แนวเขื่อนหินทิ้งซึ่งตั้งอยู่ตามแนวยาวบนแนวชายหาดนั้นมีการทรุดตัวลงทีละนิดๆ และหากคลื่นลมทะเลสูงและรุนแรงเหมือนเช่นแต่ก่อน ระดับความสูงของแนวเขื่อนขณะนี้อาจไม่สามารถปกป้องบ้านเรือนให้แก่พวกเขาเอาไว้ได้

สรุปว่า พวกเขายังมีความกังวลใจที่อาจจะยังเกิดปัญหาต่อไปในอนาคต แม้จะมีความสุขเกิดขึ้นมาแล้วในระยะเวลาหนึ่งตั้งแต่คลื่นลมสงบและทางราชการเข้ามาสร้างแนวเขื่อนหินทิ้งไว้ป้องกันคลื่นให้แก่ชาวบ้าน

เราถามว่า แล้วที่ชาวบ้านเคยขอใช้พื้นที่ในเขตป่าโกงกางที่เป็นพื้นที่ป่าสงวนในเขตปากแม่น้ำปากพนังนั้นเป็นอย่างไร  ชาวบ้านตอบว่า "ไม่มีใครได้เข้าไปอยู่"

เราจึงสรุปเป็นข้อสันนิษฐานว่า 1) ผลการขอใช้พื้นที่ป่านั้นไม่ได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือไม่ก็.....

2) วิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับการออกทะเลหาปลา จำเป็นต้องอาศัยอยู่ตามแนวชายหาดมากกว่าที่พวกเขาจะย้ายเข้าไปอยู่ลึกเข้าไปในแนวป่าโกงกาง และบัดนี้คลื่นลมสงบ ประกอบกับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะจากการสร้างแนวเขื่อนหินทิ้งทำให้ปัญหาได้ยุติลงไปชั่วคราว จนชาวบ้านสามารถก่อตั้งซ่อมแซมบ้านเรือนได้ดังเดิม

จึงได้ข้อสรุปนั้นว่า "ไม่มีใครได้เข้าไปอยู่" ตามคำกล่าวของชาวบ้านหญิงสองคนนั้น …?

 (ภาพด้านขวาเป็นเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าฯ ที่ประชาชนเคยขอเข้าไปในพื้นที่ตั้งบ้านเรือนเพื่อหลบวาตภัย)

จากการลงสำรวจพื้นที่ “แหลมตะลุมพุก” ในช่วง 5 ปี ตั้งแต่ต้นปี 2553  เป็นต้นมา ผู้เขียนได้เข้าไปถึงพื้นที่ที่เกิดปัญหาประมาณปีละ 1-3 ครั้ง จากภาพที่พบเห็นมาโดยตลอดนั้น ทำให้เราสันนิษฐานว่า ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงน่าจะเกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติที่เกิดจากกระแสคลื่นลมที่มีความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก หรือที่เรียกว่า เอลนิญโญ่ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด

ส่วนสาเหตุที่มาจากการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งที่ไม่เหมาะสมต่อสภาพธรรมชาติของพื้นที่ เช่น การปรับพื้นที่เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การสร้างโครงสร้างชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะรอดักทราย (Groin) และคลื่นตามปากแม่น้ำต่างๆ (Jetty) รวมทั้งสิ่งก่อสร้างเพื่อป้องกันการกัดเซาะ เช่น กำแพงกันคลื่น เขื่อนคอนกรีต เขื่อนหินทิ้ง (Seawall) เขื่อนกันคลื่น (Offshore Breakwater) ที่สร้างขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่อการกัดเซาะตามแนวชายฝั่งทะเลที่เกิดจากฝีมือมนุษย์นั้น แต่ก็น่าจะเป็นปัจจัยเสริมมากกว่า

เนื่องจากว่าธรรมชาติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ แม้จะมีข้อมูลว่า “น้ำมือมนุษย์” มีส่วนอย่างมากในการก่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนั้นก็ตาม แต่ธรรมชาติก็ยังเป็นตัวกำหนดสภาพแวดล้อมที่สำคัญ

โดยมี “น้ำมือมนุษย์” เป็นตัวเร่งให้เกิดผลกระทบและสร้างความเสียหายนั้นให้พบจุดจบเร็วมากขึ้น

........... ??

………………………………………….

(ประตูระบายน้ำอุทกวิภาคประสิทธิ์ ในโครงการพระราชดำริพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง)

(แม่น้ำปากพนัง แบ่งตัวเมืองปากพนังออกเป็นสองฟาก คือฝั่งตะวันออกซึ่งติดอ่าวไทย กับฝั่งตะวันตก)

 

(แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของแหลมตะลุมพุกในวันนี้-2557)

 

หมายเหตุ

  1. สภาพปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานผลการสำรวจพื้นที่กัดเซาะชายฝั่งทะเลในฤดูมรสุมบริเวณอ่าว ไทยฝั่งตะวันตก ตั้งแต่จังหวัดชุมพรถึงจังหวัดปัตตานี เกิดขึ้นระหว่างเดือนธันวาคม 2549 – มกราคม 2550 (ข้อมูลจากสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ) 
  2. ข้อมูลพื้นฐานประชากรของตำบลแหลมตะลุมพุก : จำนวนประชากร ประมาณ 2,200 คน  600 หลังคาเรือน มีอาชีพหลัก ประมง อาชีพเสริม รับจ้างทั่วไป มีวัด 2 แห่ง โรงเรียน 1แห่ง
  3. "เขตห้ามล่าสัตว์ป่าพื้นที่ป่าสงวนแหลมตะลุมพุก”   เป็นพื้นที่คุ้มครอง หรือ พื้นที่อนุรักษ์ (Protected Areas) พื้นที่อนุรักษ์ ได้แก่  อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นพื้นที่ที่ต้องรักษาเพื่อให้คงสภาพของความหลากหลายทางชีวภาพ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าพื้นที่ป่าสงวนแหลมตะลุมพุก มีสภาพเป็นป่าชายเลนขนาดกว่า 35,000 ไร่ ตามแนวยาวของแหลมตะลุมพุก เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทะเลตามธรรมชาติ  สำหรับสร้างห่วงโซ่อาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ มากมาย มีพืชพันธุ์ไม้หลายชนิด ทั้งชนิดพืชปกคลุมและพืชล่าง มีนกอพยพและนกประจำถิ่นอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ลิงแสม ค่าง  มีการประกาศจัดตั้งเป็น "เขตห้ามล่าสัตว์ป่าพื้นที่ป่าสงวนแหลมตะลุมพุก" เมื่อ 15 ธันวาคม 2526
  4. จังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 235 กิโลเมตร เป็นจังหวัดในลำดับแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจาก มีชายฝั่งที่อยู่ในสภาพปกติไม่ถึงครึ่งของความยาวชายฝั่งทั้งหมด จากการสำรวจพบการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งขั้นรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะทางรวม 60 กิโลเมตร กัดเซาะปานกลางรวม 50.5 กิโลเมตร และชายฝั่งสะสมตัวประมาณ 14 กิโลเมตร (ศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมภาคใต้ตอนบน อุทยานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์)

  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Anacarika วันที่ : 25/02/2015 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

มนุษย์ต้องอยู่ และปรับตัวให้ได้กับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย บ้างก็ย้ายถิ่นฐาน บ้างก็อยู่และสู้ต่อไป ขอบคุณ ทุกคนที่มาเยือนปากพนังครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 16 NN1234 , กำหนัน ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 04/10/2014 เวลา : 04.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ขอบคุณกับบทความดีๆครับ ทำให้เห็นว่ามนุษย์ต้องดิ้นรนขวนขวายเพื่ออยู่รอดให้ได้ แม้จะต้องดัดแปลงธรรมชาติบ้าง ก็อย่าให้เกิดผลกระทบมากมายนัก

ความคิดเห็นที่ 15 กำหนัน , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Chaoying วันที่ : 26/09/2014 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ต้องไปเที่ยวแหลมตะลุมพุกสักทีแล้ว
เห็นภาพแล้ว โอ้โห..แหลมเปี๊ยบเลย
ปลูกต้นไม้กันให้เยอะก็ดีนะ หูกวาง ต้นสน โกงกาง พอจะช่วยได้ไหมเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 14 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปวิภา วันที่ : 26/09/2014 เวลา : 07.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ที่นี่ก็แผ่นดินไทย...
เรารู้จักบ้านเราเองน้อยนิดจริงเชียว...
...ต้องอยู่อย่างเข้าใจธรรมชาติอย่างแท้จริง...
ขอบคุณ นะคะ...

ความคิดเห็นที่ 13 pooklookclub ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 23/09/2014 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

pooklookclub

หมู่บ้านที่เห็นในภาพ(ได้รับผลกระทบจากคลื่นทะเลซัดชายฝั่ง)นี้อยู่ห่างจากปลายแหลมตะลุมพุกอีกร่วมสิบกิโลเมตร
ส่วนพายุแฮร์เรียสที่ขึ้นบกบริเวณแหลมตะลุมพุกเมื่อปี 2505 นั้น ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ให้แก่ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงทั่วไปทั้งหมดครับ

ความคิดเห็นที่ 12 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
pooklookclub วันที่ : 23/09/2014 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pooklookclub

เคยดูหนังเรื่องตะลุมพุก ก็นึกว่าที่นี่จะไม่มีคนอยู่อีกแล้วซะอีกนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 21/09/2014 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

เคยไปเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว แต่สภาพไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา เห็นแล้ว ไม่อยากคิดถึงอนาคตของที่นี่เลยครับคุณหมอ

ความคิดเห็นที่ 10 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พิทักษ์ วันที่ : 21/09/2014 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ทะเลไทยยามนี้...โกรธ..เกรี้ยวกราดรุนแรงมากขึ้นทุกทีเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 9 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชายสามหยด วันที่ : 18/09/2014 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ได้ยินชื่อแหลมตะลุมพุกแล้ว ดูน่ากลัวในเรื่อง พายุ เมื่อในอดีตครับ คลื่นลมช่วงน้แปรปรวน กัดเซาะชายฝั่งไปทั่ว น่ากลัวครับ

ความคิดเห็นที่ 8 Anacarika , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 18/09/2014 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ถ้าแม่หมีเป็นคนที่นั่นก็กังวลใจเหมือนกัน

อย่างน้องรินว่าถูกต้องแล้ว อย่าไปโกรธธรรมชาติเลย

มนุษย์เองนั่นแหล่ะที่ทำให้เปลี่ยนไป

มนุษย์เราคงต้องปรับตัวให้ชินและหาวิธีป้องกันต่อไป

เอาใจช่วยคนที่นั่นนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 18/09/2014 เวลา : 10.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณสิงห์ฯ

ชาวบ้านรู้จักปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติดีอยู่แล้ว
แต่ถ้าเขาเดือดร้อนมากๆ จนเหมือนไม่ได้รับการเหลียวแลจากสังคมภายนอก ก็น่า.......
---------------------------
คุณ chailasalle

วิธีการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งมีหลายวิธี
ที่น่าเกลียดและเคยเห็นคือการเอาปล้องบ่อซีเมนต์ กลมๆ ใหญ่ๆ ใส่ทรายข้างในไปตั้งไว้ตามริมชายหาด ผมว่า ...... (มันไม่เวิร์ค-ไม่สวยงาม)

ความคิดเห็นที่ 6 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chailasalle วันที่ : 18/09/2014 เวลา : 02.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

เขื่อนหินทิ้ง..มนุษย์ปรับตัวเองให้อยู่กับะรรมชาติได้ ...เยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 5 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

คนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมและดูแลธรรมชาติอย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่เช่นนั้นแล้วสักวันธรรมชาติจะมาเอาคืนครับ

ความคิดเห็นที่ 4 Anacarika , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
NN1234 วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

พี่มะอึก

อ.ปากพนังเป็นอำเภอที่ไม่เล็กในเรื่องทรัพยากร มีครบถ้วนอุดมสมบูรณ์จริงๆ ถ้าเรารักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง อย่าว่าแต่การท่องเที่ยวเลยครับ
-----------------------
คุณรินฯ

อยากให้มาเห็นของจริง
ภูมิประเทศของ อ.ระโนดกับ อ.ปากพนัง คล้ายกันบางอย่าง แตกต่างกันหลายอย่าง
ผลกระทบเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งทะเลดูจะคล้ายกันครับ
--------------------
บก.ชาลี

ใช่ครับ บก.
ผมพยายามค้นหาคำตอบตลอดเวลาที่ผ่านมา คิดว่าเป็นหน้าที่ของ"นักข่าวอาสา"คนหนึ่งที่พึงจะต้องทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวจากพื้นที่ที่เคยมีปัญหา
แม้สภาพปัญหาจะคลี่คลายก็ควรรายงานให้ทราบว่าคลี่คลายอย่างไร
ขอบคุณ ..ไม่เพียงแต่คำถามที่ชาวโอเคฯ เคยเข้ามาค้นหาคำตอบกันในตอนนั้น

ความคิดเห็นที่ 3 Anacarika , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 14.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

บทความนี้ เป็นคำตอบของคำถามที่ยังค้างคาใจผมอยู่
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 Anacarika , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
รินรู้ดี วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 10.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee



เยี่ยมญาติพี่น้องที่ระโนด ทุกครั้ง จะต้องไปปากพนัง

และแหลมตะลุมพุก กับเรื่องเล่าของพี่บ่าว

ถึงคลื่นลมแรงๆ ที่นั่น จนทำให้มนุษย์สูญเสียที่อยู่อาศัย

ทำไมเรื่องเล่าแบบนี้ เราถึงไม่ขึงโกรธธรรมชาติ

แต่ เรากลับต้องมาดูตัวเองว่า ทำไมธรรมชาติถึงเป็นเช่นนี้

คิดถึงปากพนังคะ


ความคิดเห็นที่ 1 Anacarika , กำหนัน และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
มะอึก วันที่ : 17/09/2014 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมไม่ได้เกิดที่ปากพนัง แต่ผมโตและเรียนหนังสือที่ปากพนัง รักปากพนัง
ผมไม่เคยเข้าไปสำรวจแหลมตะลุมพุก แต่เข้าไปเที่ยวแหลมตะลุมพุกเพราะรักและคิดถึง
เห็นความเปลี่ยนแปลงที่แหลมตะลุมพุกแบบนักธรรมชาตินิยม
ผมไม่ได้เครียดอะไรเลยครับ

กลับใต้เดือนหน้า หากมีเวลาผมจะเข้าไปที่ปากพนังอีกครั้งครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน