*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2349616
  • จำนวนผู้โหวต : 803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 803 คน
<< ตุลาคม 2014 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม 2557
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 5624 , 22:44:36 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 18 คน กระเจี๊ยบ , Anacarika และอีก 16 คนโหวตเรื่องนี้


 (ภาพเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ Stroke แบบขาดเลือด ภาพ CT แสดงส่วนที่สีดำ-hypodensity area กินพื้นที่สมองเกือบ 1/2 ของพื้นที่สมอง)

 

เพื่อนบ้านมีคนแก่อายุกว่า 70 ปี รุ่งเช้าวันพุธ โดยปกติตากับยายจะตื่นมาละหมาดแต่เวลาตี 4 ครึ่งพร้อมกันทุกวัน แต่เช้านี้ตาปล่อยให้ยายละหมาดไปเพียงลำพัง เมื่อยายละหมาดเสร็จก็เข้าไปดูตา แปลกใจว่า ทำไมยังไม่ลุกขึ้นมาละหมาด หรือว่า ... จู่ๆ ก็ขี้เกียจละหมาดเอาดื้อๆ พอหันไปดูก็เห็นตาแกลุกขึ้นมานั่ง ท่าทางยังงัวเงียสลึมสลือ ยายถามไปว่า ไหวไหม ทำไมไม่ลุกไปละหมาด

ส่วนตาก็พูดไม่ได้อะไรเพราะรู้สึกพูดไม่ออกรู้สึกว่าตัวเองลิ้นแข็ง แขนขาก็อ่อนแรง และก็ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ยายก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตาเช่นเดียวกัน ก็ปล่อยให้ตาล้มตัวลงนอนต่อไป จนกระทั่งยายหุงหาอาหารเตรียมสำรับกับข้าวเสร็จ แวะไปดูหน้าหลานๆ ก่อนไปโรงเรียนสักหน่อย  เสร็จแล้วยายก็แหวกมุ้งเข้าไปจะปลุกตาลุกขึ้นมากินข้าวเช้า

 

เมื่อไปตามลูกๆ หลานๆ มาดูตา ก็พบว่า ตาพูดอะไรเกือบไม่ได้ เสียงฟังไม่ถนัดนัก น้ำเสียงอ้อแอ้ๆ คล้ายคนเมาสุรา ร็สึกแขนขาก็อ่อนแรงปวกเปียก ยกแขนได้เพียงข้างเดียว  แต่ทุกคนก็ยังเข้าใจว่า นี่เป็นเรื่องปกติ เพราะตาก็มีโรคประจำตัวอยู่แล้วคือ ความดันเลือดสูง (เบาหวาน-ไม่แน่ใจ) สูบบุหรี่(มวนใบจาก) จึงปรึกษากันว่า ต้องพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลน่าจะดีกว่า   ด้านลูกคนหนึ่งก็บอกว่าตนได้ทำประกันไว้ให้พ่อตัวเองมานานแล้ว หากเจ็บป่วยล้มถึงขั้นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลก็สามารถเบิกค่าเสียเวลานอนป่วยนั้นได้   

ถ้าหากคนขายประกันบอกกับเราอย่างนั้น มันก็คือ “กับดักแห่งความตาย” ก็เป็นได้ !!

เส้นทางรักษาดูเหมือนจะสะดวกรวดเร็วก็จริง แต่มันก็กลายเป็นเรื่องยุ่งขึ้นมาจนได้ ... เมื่อโรงพยาบาลเอกชนในต่างจังหวัดก็ไม่ต่างอะไรจากโรงพยาบาลเล็กๆ ในต่างอำเภอที่อยู่ไกลๆ ไร้ซึ่งหมอและไร้เครื่องมือที่ทันต่อการตรวจจับการเจ็บป่วยโรคบางโรคได้  ... โรงพยาบาลต่างอำเภอบางทีสมัยนี้อาจจะมีหมอที่เก่ง และตรวจพบได้ไวกว่าว่าคนป่วยกำลังเผชิญ คือ “โรคหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองตีบตัน” ซึ่งเป็นสาเหตุให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยง และอาจนำไปสู่เนื้อสมองตาย

คนที่เป็นโรคนี้เวลาที่ผ่านเลยไป "ทุกๆ วินาทีคือชีวิต" เพราะถ้าหากตรวจพบได้เร็วและรีบนำส่งตรงเข้าถึงโรงพยาบาลที่มีความพร้อมตั้งแต่แรกก็จะไม่เป็นสาเหตุให้คนป่วยเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต

ทีนี้...เมื่อคนป่วยไปถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้น ก็ไม่รู้ว่ารีรอด้วยเหตุผลกลอันใด กว่าที่จะส่งตัวคนไข้มารับเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อดูส่วนของสมองที่ขาดเลือดก็ผ่านเลยไปอีกหลาย...ชั่วโมง และก็เป็นการส่งตัวมายังโรงพยาบาลรัฐ(โรงพยาบาลประจำจังหวัดซึ่งมีเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์)ให้เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เสร็จแล้วก็นำผลและคนไข้กลับไปรักษาที่เดิม

เพราะโรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้นไม่มีเครื่องมือเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT)ที่จะตรวจสอบและยืนยันได้ว่าคนไข้เป็น Stroke

กว่าที่คนป่วยจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็ยิ่งทำให้ช้าออกไปอีก !!!

 


(ภาพเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ Stroke แบบเลือดออก ภาพ CT แสดงส่วนที่สีขาว-hyperdensity area กินพื้นที่สมองเกือบ 1/4 ของพื้นที่สมอง)

 

ผู้เขียน(จขบ.)ทราบว่า  ถัดมาอีกสองวัน มีญาติคนป่วยมาหาผมที่บ้านเพื่อขอคำปรึกษาแต่ไม่ได้เจอกัน  แต่ก็เคยได้แนะนำญาติอีกคนหลังจากลงจากสุเหร่าละหมาดวันศุกร์ไปว่า ให้รีบไปบอกหมอเพื่อขอนำคนป่วยมาย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลรัฐโดยด่วน   ญาติคนนั้นเขาตอบว่า ขอนอนดูอาการอีกสักคืนก่อน เผื่อว่าอาการจะดีขึ้น

จขบ. ทราบเลยว่า เขาไม่มีอิทธิพลพอที่จะโน้มน้าวให้คนส่วนใหญ่ตัดสินใจอย่างที่ผมพูดนั้นได้ ผู้เขียนจึงได้แต่ถอดใจ

3 วัน 3 คืนที่คุณตาได้ไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่นั่น อาการก็ยังไม่ดีขี้น จากเดิมที่ไปโรงพยาบาลแบบดีๆ อยู่ ขณะนี้คนป่วยเกือบไม่รับรู้อะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ เดาไม่ผิดว่าต้องเสียค่ารักษาไปเป็นหมื่นๆ บาท..... ในที่สุด ครอบครัวและญาติๆ พร้อมใจกันเปลี่ยนใจนำเอาคนป่วยมาที่โรงพยาบาลรัฐ เพื่อยอมเผชิญกับความแออัด ความไม่สะดวกสบาย และ "ระบบ 30 บาทฯ" ของโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งสภาพการบริหารที่มักถูกกล่าวอ้างให้เป็นจำเลยเพื่อจะไม่รักษาตัวในโรงพยาบาลรัฐ

เรื่องราวเหล่านี้จะเป็นด้วยสาเหตุของความบกพร่องประการใดก็แล้วแต่ เราไม่ควรโทษผู้ใด เพราะเรื่องเหตุการณ์เกิดขึ้นไปแล้ว   เรื่องทั้งหมด เราพบว่าล้วนมีจุดบกพร่องที่เป็นอุทาหรณ์เพื่อไม่ให้มันเกิดอีก

ถ้าทุกคนรู้ตัวว่า ...... คุณมีผู้สูงอายุอยู่ใกล้ตัว มีประวัติความด้น มีโรคเบาหวาน อาจมีโรคหัวใจ ชอบทานอาหารที่มีไขมัน มีปัจจัยเสริม เช่น อ้วน สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก ขาดการออกกำลังกาย....  อะไรประมาณนี้

และถ้าวันใดที่พบว่าเขามีอาการเช่นเดียวกับคุณตาคนนี้ อย่ารีรอ  และที่สำคัญที่สุด คุณต้องรู้ว่า โรงพยาบาลใกล้ๆ บ้านของคุณมีระบบการรักษาโรคหลอดเลือดตีบ หรือ stroke unit  (จัดตั้งเป็นคลีนิคเฉลิมพระเกียรติในโรงพยาบาลประจำจังหวัดทุกจังหวัด) เพื่อช่วยให้คนป่วยโรคนี้ซึ่งต้องได้รับยาสลายลิ่มเลือดที่ไปอุดตันสมองนั้น อย่างทันท่วงที !!!

 

ภาระหน้าที่สำคัญนี้อยู่ที่ตัวคุณเท่านั้น ไม่ได้อยู่ที่ผู้สูงวัยเหล่านั้นเลย  เพราะหากคนแก่ๆ ท่านป่วยแล้ว ท่านก็จะบอกอะไรคุณไม่ได้เลย นอกเสียจาก "คุณต้อง(เรียน)รู้" เพิ่มขึ้นมาอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับเรื่อง โรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือ Stroke

..................

 

หมายเหตุ

1. ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลโรคหลอดเลือดสมองที่เหมาะสมสําหรับโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปในประเทศไทย โดยสามารถช่วยแก้ปัญหาสาธารณสุขสําคัญด้านโรคระบบประสาทคือ โรคหลอดเลือดสมองด้วยวิธีการจัดตั้งหน่วยบริการเฉพาะรักษาโรคหลอดเลือดสมอง หรือ stroke unit   ด้วยมาตรฐานที่สูงขึ้นของการดูแลรักษาโรคหลอดเลือดสมองในระยะเฉียบพลัน จะสามารถลดอัตราตาย ลดระยะเวลาการนอนในโรงพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาว  ลดภาวะแทรกซ้อนของการเกิดโรค  รวมทั้งลดความพิการของผู้ป่วยและภาระทางสังคมได้อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ได้แก่ การให้ยาฉีดละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดํา  การให้ยาต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาผู้ป่วยในหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke unit) ซึ่งเป็นหอผู้ป่วยเฉพาะดูแลรักษาโดยบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดยตรง

 

2. แนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่

1. การให้ยาสลายลิ่มเลือด (Tissue plasminogen activator, tPA) ทางหลอดเลือดดำแก่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันภายในเวลา 3 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ จะเพิ่มโอกาสของการฟื้นตัวจากความพิการให้อาการกลับมาใกล้เคียงปกติได้ถึง 1.5 - 3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ป่วยกลุ่มที่ไม่ได้รับยา อย่างไรก็ตาม การใช้ยานี้มีความเสี่ยงของเลือดออกในสมองได้ประมาณ 6%

2. การให้รับประทานยาแอสไพรินอย่างน้อย 160 mg ต่อวันภายใน 48 ชั่วโมง หลังเกิดอาการ จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตันซ้ำและเสียชีวิตลง

3. การรับตัวผู้ป่วยไว้ในหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน (acute stroke unit) เป็นการรักษาที่ช่วยลดอัตราการตายหรือพิการอีกวิธีหนึ่ง

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Anacarika วันที่ : 10/01/2015 เวลา : 07.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

เป็นบทความที่ดีที่สุด คนทั่่วไปไม่รู้หรอกว่า STROKE คืออะไร..นอกจากหมอ และเมื่อรู้ก็มักจะ...สายเสียแล้ว

ความคิดเห็นที่ 23 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 27/10/2014 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอบคุณครับ
ตอนนี้กำลังรอลุ้นผลการตรวจอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 22 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chailasalle วันที่ : 24/10/2014 เวลา : 04.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

เป็นคำแนะนำที่ตรงและถูก ครับ เดี๋ยวคนรอบๆตัวเราจะหนีโรคนี้ไม่พ้นเลยครับ การได้รับยา เร็วที่สุดมีโอากาส ฟื้น สูงมาก ...

ความคิดเห็นที่ 21 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 23/10/2014 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณสิงห์นอกระบบ

เข้ามาตอบอย่างละเอียดอีกครั้ง(ให้เคลียร์)
เนื่องจากพบว่ามีการให้ยาAspirin ( แอสไพริน ) เพื่อต้านการแข็งตัวของเลือด (Antiplatelets)

อาการข้างเคียง :
1.ตัวยาอาจระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้ปวดท้องหรืออาเจียนหลังรับประทาน บางรายอาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารเพราะ ฉะนั้นไม่ควรรับประทานยาในขณะท้องว่าง ควรรับประทานยาหลังอาหารทันที หรือหลังดื่มนม และควรดื่มน้ำตามมาก ๆ ภายหลังรับประทานยา
2.ยานี้อาจทำให้เลือดออกง่าย เนื่องจากทำให้การเกาะตัวของเกล็ดเลือด (Platelets Aggregation) ลดลง จึงควรระวังในผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะมีเลือดออก เช่น ไข้เลือดออก โรคเลือดต่าง ๆ

ข้อควรระวัง :
1. ในผู้ที่มีอาการแพ้ยานี้ โดยอาจมีผื่นคันหรือลมพิษขึ้น ถ้าแพ้มาก ๆ อาจมีหอบหืดหรือชัก ซึ่งหากพบอาการดังกล่าวให้หยุดยาทันที แล้วให้รีบมาพบแพทย์ และไม่ควรรับประทานยานี้อีกอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้อีก
2.ถ้าใช้ขนาดมากเกินไปจะเป็นพิษ ทำให้มีอาการมึนงง ใจสั่น หูอื้อ หากเป็นรุนแรงอาจชัก ซึมจนถึงไม่รู้สึกตัว ดังนั้น จึงควรรับประทานยาให้ถูกต้องตามที่แพทย์สั่งและเก็บยาไว้ให้มิดชิด พ้นจากมือเด็ก
3. ไม่ควรใช้ยาในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ หรืออีสุกอีใส เพราะอาจทำให้เกิดโรคเรย์ซินโดรม (Reye's Syndrome)ซึ่งมีอันตรายร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้
4.ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์ช่วง 3 เดือนก่อนคลอด เพราะอาจทำให้ตกเลือดได้ง่าย และอาจทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับทารกได้

ความคิดเห็นที่ 20 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 23/10/2014 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

การป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง
1.งดสูบบุหรี่
2.งดดื่มสุรา
3.รับประทานผัก ผลไม้ เพื่อช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น
4.ดื่มน้ำมากๆ อย่ารับประทานอาหารมันๆ เพื่อป้องกันหลอดเลือดตีบตัน
5.ถ้ามีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต ต้องรักษาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
6.อย่าเครียด อย่าโมโหง่าย อย่าคิดมาก
7.ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาทีอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
8.ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม อย่าให้อ้วน
9.ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง เช่นความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ถ้าพบต้องรักษาและพบแพทย์สม่ำเสมอ

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองขึ้นอยู่กับชนิด ความรุนแรง และระยะเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการโดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาเร็วเท่าใด ความพิการและอัตราการตายจะลดลงมากเท่านั้น
1. การรักษาทางยา เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดในโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน ยารักษาความดันโลหิตสูง ยาและสารน้ำรักษาสมองบวม เป็นต้น
2. การผ่าตัดในรายที่อาการ ซึม หมดสติ และมีก้อนเลือดขนาดใหญ่ในสมอง เป็นต้น
การรักษาและควบคุมปัจจัยเสี่ยง และโรคแทรกซ้อน
3. การรักษาทางกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสภาพทางร่างกายผู้ป่วย ป้องกันโรคแทรกซ้อน โรคหลอดเลือดสมองมีโอกาสกลับเป็นซ้ำภายหลังการรักษา ผู้ป่วยและผู้ดูแลต้องให้ความสำคัญต่อการป้องกันปัจจัยเสี่ยง

ความคิดเห็นที่ 19 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 23/10/2014 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

Bluehill


การตรวจสุขภาพประจำปี ทำให้ทราบโรคที่มีภาวะเสี่ยงเท่านั้น
เพราะถ้าไม่มี"ข้อบ่งชี้" แพทยก็จะไม่ส่งผู้ป่วยเข้าทำ CT
นอกจากนี้การมีเลือดออกหรือขาดเลือดจากระบบหลอดเลือดก็เป็นภาวะที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน

ดังนั้น การตรวจสุขภาพฯ จึงทำให้รู้ว่าคนไข้รู้ตัวว่า ตนเองมีภาวะเสี่ยง และต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือกินยาแต่เนิ่นๆ
ปล. การมีเส้นเลือดที่เปราะบาง/แตกง่ายอาจมีสาเหตุจากหลายประการเช่น อายุมาก ดื่มสุรา ไม่ออกกำลังกาย พฤติกรรมสุขภาพไม่ดี ....

ความคิดเห็นที่ 18 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 21/10/2014 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

การตรวจสุขภาพประจำปี ช่วยได้ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 17 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

อ่านโดยละเอียด..อะไรก้อเกิดขึ้นได้..
อ่านของพี่หมอ..ได้ความรู้มากขึ้นเลย..

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
NN1234 วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

Chaoying

ขอบคุณที่ถามถึงกัน เป็นมีตติ้งที่น่าสนุก เป็นกันเองอีกแล้ว (นานมากที่โอเคฯ ไม่มีมีตติ้ง....เพราะด้วยเหตุใด ?)
ช่วงนี้ไปไหนไม่ได้ครับ พวกเขาทิ้งบ้านให้ผมเฝ้าบ้าน

ความคิดเห็นที่ 15 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปวิภา วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ขอบคุณค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 14 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

พวกเราบ่นถึงกันนะ ในวงสนทนาเมื่อวานที่กุหลาบเหล็ก ว่า..คุณหมอจะมาไหม

ความคิดเห็นที่ 13 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 10.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอบคุณมากค่ะ น่ากลัวมาก
มีประโยชน์มากค่ะ
คิดถึงมากๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รินรู้ดี วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee

คห 8

ขอบคุณ คุณหมอNN1234 มากๆ เลยคะ

อนึ่ง อิจฉาคุณหมอมาก ที่บ้านมีสวนให้ทำ เป็นการออก

กำลังที่แสนเพลิดเพลิน ส่วนริน ใช้วิธีการนับสเต็ป (ก้าว)

การเดิน ซึ่ง ประมาณวันละ 15,000 ก้าว เดินไป-กลับ

ที่พักกับที่ทำงาน

ความคิดเห็นที่ 11 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
hayyana วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ขอบคุณครับ
บางคนที่เป็นมาเล่าให้ผมฟังว่าทำอะไรนิดเดียวก็หอบเหนื่อยแล้ว
หลังจากเป็นตัวหนังสือก็อ่านไม่ได้
มนุษย์ปลอบบาง ต้องปลง

ความคิดเห็นที่ 10 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ
การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
NN1234 วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

Wullopp

ขอบคุณครับคุณหมอวัลลภ
---------------------------

แม่หมี

รีบเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเองโดยด่วนครับ
เพระผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง คือมีความดันโลหิตสูงกว่า 160/90 mmHg เป็นระยะเวลานาน จะมีโอกาสเป็น stroke หลายเท่านัก
แล้วผมจะบอกว่ากี่เท่าครับ

ความคิดเห็นที่ 8 รินรู้ดี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณรินฯ

รู้ไหมครับว่า ....
การเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน 6 เดือนก็ไม่สามารถเปลี่ยนเมตาบอลิซึ่มในร่างกายคุณ

แต่การออกกำลังกายเพียง 1 เดือน สามารถเปลี่ยนแปลงสุขภาพของคุณได้อย่างชัดเจนครับ

ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพทั้งสองอย่างนี้แบบต่อเนื่องยาวนาน

ผมทำข้อ 1 ไม่ได้ ส่วนข้อ 2 ผมทำงานบ้าน(ทำสวน)แทนครับ

ความคิดเห็นที่ 7 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มีความดัน มีเบาหวาน...กลัวจัง

ความคิดเห็นที่ 6 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

มีประโยชน์มากๆ สำหรับ คนไทยครับ __________ โดยเฉพาะ เรื่องนี้ มีทั้ง การส่งเสริม สุขภาพ ___ ป้องกันโรค __ รักษาโรค ครบเครื่อง ______

ความคิดเห็นที่ 5 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รินรู้ดี วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee



ในฐานะที่ คุณหมอที่ตรวจร่างกายประจำปี เขียนในสมุดสุขภาพว่า มีความเสี่ยงในการเป็นหลอดเลือดสมองตีบ
รินจึงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
รวมทั้งออกกำลังกายที่พอเหมาะกับสภาพของวัย
หวังว่าปีนี้ ค่าคอเรสตอรอลจะลดลงคร้า

ความคิดเห็นที่ 4 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 20/10/2014 เวลา : 07.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณวรรณสุข


เส้นทางชีวิตคนเราในแต่ละวัน มีแต่"กับดักชีวิต"ที่เราร่วมกันวางเอาไว้โดยไม่รู้ตัว ทั้งหมดล้วนเป็นความไม่รู้ โดยที่คิดว่าตัวเองรู้
-------------------------------------------
คุณสิงห์ฯ

เท่าที่ทราบ กัดกระเพาะอาหาร และไตทรุดเพราะไตทำงานหนักครับ

ความคิดเห็นที่ 3 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 19/10/2014 เวลา : 23.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ทานแอสไพรินทุกวันมีผลข้างเคียงอะไรมั๊ยครับ พี่หมอฯ

ความคิดเห็นที่ 2 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข from mobile วันที่ : 19/10/2014 เวลา : 23.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

เจออาการแบบนี้นี่คาดไม่ถึงเลยนะคะว่าจะร้ายแรง คงต้องไม่นิ่งนอนใจกับอาการซึมๆ ของคนสูงอายุแล้วล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พิทักษ์ วันที่ : 19/10/2014 เวลา : 23.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

วันก่อนเขาติดเครื่องMRIใหม่ล่าสุดน้องก็จับเอาไปลองเครื่อง
อยากให้ดูกระดูกคอที่ผ่ากระดูกงอกออกไป
น้องเขาจับไปเอกซเรย์สมองให้แถมอีกอย่าง...มีตีบนิดหน่อยอยู่แถวด้านหน้าสมอง ดีที่มีตีบนิดหน่อยเท่านั้น
ร่างกายก็เลยต้องหันมาออกกำลังกายเมื่อว่างแล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน