*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2351252
  • จำนวนผู้โหวต : 803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 803 คน
<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม 2557
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 4389 , 22:06:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน พิทักษ์ , redribbons07 และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

(ภาพการ์ตูนบรรยายถึงตอนที่นักรบกลุ่มตาลีบันตามหาเธอระหว่างนั่งรถไปโรงเรียน)

 

หนังสืออัตชีวประวัติหรือเรื่อง ราวของ มาลาล่า หรือ มาลาลา Malala Yousufzai ได้ถูกเล่าถึงตั้งแต่แรกกำเนิดของเธอที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวพัชตุน ในเมืองสวัต ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ห่างจากกรุงอิสลามบัด ประเทศปากีสถาน เมืองที่ไกลเพียงแค่ระยะนกบิน แต่มีความทุรกันดาร แทบไม่มีความเจริญก้าวหน้าใดสามารถเดินทางไปถึงเมืองสวัตได้ นอกเสียจากความวุ่นวาย ความไม่สงบสุข ความไม่มั่นคงปลอดภัย ...
จนเป็นเหตุให้เป็นหนึ่งในช่องทางของพวกตาลิบัน ซึ่งถือกำเนิดจากกลุ่มฟัซลุลเลาะห์ที่พยายามบิดเบือนบทบัญญัติทางศาสนาอิส ลามเพื่อให้กลุ่มตนได้รับประโยชน์จากเงินที่เกิดจากการหลงเชื่อในคำบิดเบือน คำสอนที่ส่งผ่านหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านที่หลงเชื่อและพากันบริจาคเงินให้แก่พวกเขา
ดังนั้น ถ้าหากพ่อของมาลาลาซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนที่เปิดสอนวิชาการความรู้และคำ สอนศาสนาอย่างถูกต้อง ให้ชาวเมืองสวัตได้ก้าวหน้าทัดเทียมกับชาวเมืองอื่นๆ ก็ย่อมถูกขัดขวาง มาลาลาเป็นลูกสาวของเจ้าของโรงเรียนจึงต้องรับบทเรียนอันโหดร้ายของกลุ่มตา ลิบัน ซึ่งทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกตนเชื่อว่าเป็นขบถต่อพระเจ้า (แม้กระทั่งรูปปั้นพระพุทธรูปหินทรายที่สวยงามและเป็นมรดกโลก พวกเขาก็ระเบิดทำลายทิ้ง) มาลาลาและเพื่อนๆ ผู้หญิงในวัยเด็กๆ จึงมีอุปสรรคอีกอย่างหนึ่งคือ การถูกห้ามไปโรงเรียน ถ้าใครไปเรียนหนังสือก็จะถูกทำร้ายหรือตัดหัวประจาน
โรงเรียนจำนวนมากมายหลายพันๆ โรงในปากีสถานก็ถูกกลุ่มตาลีบันใช้วิธีการระเบิดทำลาย เพื่อไม่ให้คนได้เรียนหนังสือนั่นเอง นัยว่าเพื่อที่กลุ่มตาลีบันจะได้ปกครองได้ง่าย จะได้ไม่มีคนมาทำตัวหัวแข็งเหมือนเช่นพ่อของมาลาลา และจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการสร้างรัฐเป็นของตนเอง

เรื่องราวเส้นทางชีวิตของมาลาลาเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็ควรได้เข้าใจว่า ชีวิตชาวพัชตุนนั้นถูกกดดันและไร้การเหลียวแลจากนักการเมืองที่ปกครองประเทศตนอย่างไร เราได้เห็นการเกิดขึ้นของกระบวนการ “ตาลีบันภิวัตน์” (Talibanizaion) ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่มาลาล่าอาศัยอยู่ เกิดจากการปลุกปั่นของนักจัดรายการวิทยุชุมชนใช้ช่องทางสื่อสารนี้ “บิดเบือนคำสอนของศาสนาอิสลาม” ผู้คนหลงเชื่อโดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน และเมื่อผสมโรงกับเหตุการณ์บ้านเมืองของปากีสถานไม่เสงบสุขเรียบร้อย มีการช่วงชิงอำนาจกันในส่วนกลาง มีการแทรกแซงจากประเทศมหาอำนาจตะวันตกและการช่วงชิงความได้เปรียบของประเทศมหาอำนาจในพื้นที่ตะวันออกกลาง ลามมาถึงภูมิภาคเอเชียใต้(อินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน)

เราได้เห็นความซื่อสัตย์เป็นทาสรับใช้พระเจ้าของชาวมุสลิมที่จะเอาความดี นำเอาคำสอนในพระคัมภีร์อัลกุระอานมาต่อสู้กับความชั่วร้าย โดยเฉพาะเรื่องราวที่ฉายผ่านพ่อของมาลาล่า ที่เป็นเจ้าของโรงเรียนสอนหนังสือ รวมทั้งลูกสาวคนเก่ง ... เธอไม่ได้เก่งเพียงเพราะพื้นฐานของครอบครัว แต่เธอถีบตัวเองมาจากการเป็นบ่าวที่ดีของพระเจ้านั้นเอง

จนกระทั่งทำให้ 'มาลาลา' เด็กหญิงชาวปากีสถานวัย 15 ปีที่รอดตายราวปาฏิหาริย์จากการถูกยิงศีรษะ กระสุนปืนทะลุเฉียดตาซ้ายของเธอไปเล็กน้อยและทำให้กระโหลกศีรษะได้รับความเสียหายบางส่วน และหลังจากแพทย์ปากีสถานผ่าตัดเอากระสุนออก เธอก็ได้รับการส่งตัวไปรักษาต่อในอังกฤษ  มาลาลาเพิ่งจะได้กลับเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนที่เมืองเบอร์มิงแฮมของอังกฤษ

มีบางคนระบุว่า สาเหตุที่เธอถูกตาลิบันดักยิงเป็นเพราะเธอเขียนบล็อกเพื่อรณรงค์เรื่องสิทธิการเรียนหนังสือของเด็กผู้หญิง แต่เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว จขบ.ขอสรุปว่า ไม่ใช่เพียงแค่บล็อกของมาลาล่าเท่านั้น

แต่เป็นเพราะ ............... (ความคิดของเธอไม่ใช่สิ่งที่พบได้ในคนปกติทั่วไป -- จขบ.)

 

 

(ในหนังสือเล่มนี้ มีข้อความน่าสนใจเกือบทุกๆ หน้า จนไม่สามารถนำมาฝากได้ทั้งหมด ต่อไปนี้เป็นบางข้อความนั้น)

“ในโลกนี้มีอำนาจอยู่ 2 แบบ หนึ่งคือดาบ และอีกหนึ่งคือปากกา  แต่มีอำนาจที่ 3 ที่แข็งแกร่งกว่าทั้งสองอำนาจนั่นคือ ผู้หญิง”

“ความไม่รู้ ทำให้นักการเมืองหลอกลวงประชาชน และผู้บริหารที่ไม่ดีกลับได้รับการเลือกตั้ง”

“การเมืองในแวดวงนักศึกษา ใช้แค่การโต้วาทีและความสามารถพิเศษ แต่การเมืองระดับพรรค(การเมืองระดับชาติ)ต้องใช้เงิน”

“ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่านิวยอร์กและอเมริกาคืออะไร เพราะโรงเรียนเป็นเพียงโลกที่ฉันรู้จัก เราไม่คิดว่าเหตุวินาศกรรม 9/11 จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราไปด้วย และนำสงครามมาสู่หมู่บ้านอันเงียบสงบ”

“ถ้าเรามีเครื่องบินเอฟ -16 สักลำ หรือขีปนาวุธนิวเคลียร์ พ่อบอกว่าถ้านักการเมืองของเราไม่สูญงบประมาณไปกับการสร้างระเบิดปรมาณู เราคงมีโรงเรียนมากพอต่อความต้องการ”

“พวกนักการเมืองจะมาเยี่ยมเยือนเราเฉพาะช่วงเลือกตั้ง สัญญาว่าจะสร้างถนน ทำระบบไฟฟ้า ผลิตน้ำสะอาด สร้างโรงเรียน ให้เงินทุนและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เขากลับให้แก่คนที่มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่เราเรียกว่า ผู้มีประโยชน์ร่วม ซึ่งจะชี้แนะชุมชนถึงการลงคะแนนเลือกตั้ง และแน่นอนว่าเป็นเรื่องเฉพาะของผู้ชาย ผู้หญิงในท้องที่ของเราไม่มีสิทธิออกเสียง.....”

“ผู้หญิงจะร้องทุกข์ว่าตนถูกข่มขืนได้นั้น จะต้องมีประจักษ์พยานผู้ชายอย่างน้อย 4 คนขึ้นไป....”

“นักการศาสนาที่มัสยิดมักจะเทศน์บ่อยๆ ประณามว่า .... เป็นพวกนอกรีตและเรียกร้องให้ผู้คนเข้าสู่จีฮัด(สงครามอันศักดิ์สิทธิ์) โดยบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของมุสลิมที่ดี ภายใต้การบัญชาการของนายพลเซีย สงครามจีฮัดกลายเป็นเสาหลักที่ 6 ของศาสนาเรา ..”  (นอกเหนือจากการปฏิบัติ 5 ข้อหลักของมุสลิม อันได้แก่ การเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว  การละหมาด การบริจาคซากัต การถือศีลอด และการไปฮัจญ์)

 “บุคคลทางศาสนาในปากีสถานบางคนบอกว่า โอซามา บิน ลาเดน เป็นวีรบุรุษ ..ครูสอนศาสนาบอกว่า 9/11 เป็นการชำระแค้นอเมริกาต่อสิ่งที่พวกเขากระทำต่อคนทั่วโลก แต่พวกเขา(พวกก่อการร้าย-จขบ.)กลับละเลยความจริงที่ว่า คนในอาคารเวิลด์เทรด เซ็นเตอรนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนโยบายองอเมริกา พระคัมภีร์อัลกุระอานระบุชัดเจนว่า การฆ่าผู้อื่นเป็นสิ่งที่ผิด...”

อ่านดูแล้ว เด็กหญิงตัวเล็กๆ วัยยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ดูแล้วความคิดความอ่านของเธอยิ่งใหญ่เกินตัว และสามารถรับผิดชอบสังคมที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคตได้  .....

ถ้ามาลาล่าเธอไม่เป็นอะไรไปเสียก่อน !!!

 

(มาลาล่า กล่วสุนทรพจน์อันลือลั่นในท่ามกลางผู้นำประเทศ ที่ UN)

 

ระหว่างที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียน(จขบ.)ก็ฉุกคิดตั้งคำถามและสร้างตัวเลือกของคำตอบ นำมาทดสอบประลองปัญญาผู้อ่านบล็อกว่ามีความคิดเห็นว่าอย่างไร 

ตัวเลือกอาจจะมีหลายตัวเลือก แต่ผู้อ่านบล็อกนี้ก็สามารถเลือกตอบได้หลายตัวเลือก คำถามมี 2 ข้อดังนี้

  1. การปิดกั้นทุกวิถีทางของกลุ่มตาลีบันเพื่อไม่ให้สตรีเพศในประเทศปากีสถานได้เรียนหนังสือ เพื่อการใด

 ก. จะได้ปกครองพวกชนเผ่าได้ง่ายมากขึ้น

ข. มีระบุในบทบัญญัติในศาสนาอิสลามแบบพวกหัวเก่า

ค. สตรีเพศ ถือเป็นพลเมืองชั้นสอง

ง. กลุ่มตาลีบันจะได้แสดงอำนาจบาดใหญ่ได้เต็มที่ เอาชนะพวกชนเผ่าที่อยู่ห่างไกล

      2.  คุณคิดว่า มาลาล่า ควรนำเงินที่ได้จากรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปใช้ทำอะไร

                ก. ใช้ในการรณรงค์ให้เด็กๆ ชาวปากีสถานในชนบทเรียนหนังสือหรือประเทศด้อยพัฒนาที่อยู่ในเขตยึดครองของตาลีบัน

                ข. นำเงินไปให้พ่อสร้างและขยายโรงเรียน ชื่อ (มาลาล่า) เอ็ดดุเคชั่น อะคาเดมี่

                ค. ซื้อกำไลสินสอดให้พ่อเอาไปคืนให้แม่ ที่เคยเอาไปขายมาสร้างโรงเรียน

                ง. รณรงค์ให้มีการยกเลิกพิธีสวารา (การส่งเด็กหญิงให้ไปแต่งงานกับคนต่างชนเผ่าเพื่อยุติความอาฆาตแค้นที่มีต่อกัน)

                จ. ต่อสู้กับกลุ่มตาลีบันเพื่อยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะพวกที่กบดานอยู่ในหุบเขาใกล้เมืองสวัต แล้วความสงบสุขจะหวนกลับมาเอง

                ฉ. รณรงค์การอ่านหนังสือและวรรณกรรมที่มีชื่อก้องโลก เช่น แอนนา คาเรรีน่า (บทประพันธ์ของลีโอ ตอลสตอย) ซึ่งมาลาล่าชื่นชอบและอีกหลายๆ เล่ม

                ช. รณรงค์การชักนำให้กลุ่มตาลีบันยกเลิกการใช้ความรุนแรง เพราะเป็นสายเลือดเดียวกัน คือเผ่าพัชตุน

                ซ. ซื้อตุ๊กตากแจกจ่ายคืนให้แก่เด็กๆชาวพัชตุน ซึ่งเคยได้มีโอกาสสัมผสกับของเล่นพวกนี้

                ฌ. สร้างสถานีวิทยุชุมชน ออกข่าวแก้ไข ให้ความรู้ ต่อสู้อุดมการณ์กับพวกตาลีบัน เหมือนที่ฟัลซุลเลาะห์ทำ

ข้อทดสอบทั้ง 2 ข้อนั้น ผู้เขียน(จขบ.)ตั้งคำถามขึ้นด้วยตนเอง ส่วนตัวเลือกทุกๆ ข้อล้วนเป็นเรื่องราวที่ปรากฎอยู่ในหนังสือเล่มนี้

 

 

หนังสือเล่มนี้ได้บอกอะไรแก่ผู้อ่าน (จขบ.) สิ่งที่ได้รับนั้น ผู้เขียนขอสรุปเหตุผลสำคัญเพื่อเป็นการสะท้อนถึงปัญหาหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ เพียง 2 – 3 ข้อ ได้แก่

  1. มีความเข้าใจวัฒนธรรมของชาวมุสลิมมากขึ้น มีหลายอย่างในวัฒนธรรมนั้นใกล้เคียงกับชาวมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทยเรามากที่สุด โดยเฉพาะความเชื่อ ทัศนะ ข่าวลือ ความมั่นคงปลอดภัย ประเพณีการปฏิบัติในสังคมที่ห่างไกลความเจริญหรือความล้าหลังจากการติดต่อสื่อสาร  บางครั้งทำให้เสมือนว่ากำลังอ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเสียเอง  จนบางครั้งก็คิดว่า หากทางราชการของไทยเรา(ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง)ถ้าหากปล่อยปละละเลยให้เรื่องราวความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ทวีความรุนแรงและผสมโรงกับเหตุปัจจัยอื่นๆ พี่น้องใน3 จังหวัดชายแดนใต้ของเราก็อาจมีกลุ่มโจรแบบที่ชาวปากีสถานมีโจรก่อการร้ายที่ชื่อ กลุ่มตาลีบัน เช่นเดียวกัน
  2. สิ่งที่สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองเราในปัจจุบัน หลังจากมีกลุ่มนายตำรวจถูกจับกุมตัวดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้าน้ำมันเถื่อนและสนับสนุนการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องคนไทยในพื้นที่ เรากำลังตัดเหตุและปัจจัยของเหตุการณ์ความไม่สงบออกไป 1 ประเด็น  โดยยังเหลืออีก(หลาย)ประเด็นคือ กลุ่มคนที่มีแนวคิดแบ่งแยกดินแดนให้เป็นรัฐอิสระ อาจจะเป็นคนกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่ที่อาศัยการสร้างสถานการณ์และสร้างความเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐ หากการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ทั้งกลุ่มที่มีนายตำรวจหนุนหลัง และกลุ่มอุซตาซ(ครูสอนศาสนา)ที่มีแนวคิดแบ่งแยกดินแดนว่าทั้งสองกลุ่มมีความเกี่ยวข้องกัน ดังนั้น เมื่อหย่าขาดจากเหตุและปัจจัยหนึ่งลงไป สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้น่าจะสงบลงได้บางส่วนอย่างมีนัยะสำคัญ  แต่ถ้าหากสถานการณ์การก่อการร้ายไม่ลดลง  ก็สันนิษฐานได้ว่า ทั้งสองกลุ่มไม่เกี่ยวข้องกัน  หรือกำลังมีการท้าทายอาจรัฐด้วยการก่อเหตุร้ายในระหว่างที่มีการจัดรูปขบวนกันใหม่ ซึ่งในกรณีนี้ด้วยวิธีการเอาชนะปัญหาของฝ่ายรัฐไทยนั้น น่าจะเห็นแสงสว่างในไม่ช้านี้
  3. เราขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้มีโอกาสและสละเวลามาอ่านหนังสือเล่มนี้กัน  ยอมรับว่ามี  “หลายโมเดล” ที่คล้ายกันกับที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มาก  ถ้าหากผู้เกี่ยวข้องมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้สุขสงบ  บางทีก็ไม่ต้องถึงกับ “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” เพียงแค่ “ผีเสื้อกระพีอปีก” (Butterfly effect) สิ่งเหล่านั้นก็อาจจะเป็นจริงในสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่คาดหวังก็เป็นได้ คนที่น่าจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ได้แก่ นายทหารทุกระดับ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และผู้สนใจ โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบินเพื่อไปดูงานไกลๆ หมดงบประมาณประเทศไปแล้วไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร แล้วปัญหาก็แก้ไขไม่ได้
  4. และบันทึกท้ายเล่มนี้ที่ผู้เขียน (จขบ.) ขอบันทึกไว้  “เราคงไม่อยากได้ให้ใครในจังหวัดชายแดนใต้ของบ้านเราได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เหมือนดังเช่น “Malala Yousufzai ”   

 

 

ถามว่า มาลาล่า เธอเก่งอย่างไรจนสามารถได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ หนังสือ I Am Malala ได้เฉลยถึงความสามารถของบล็อกเกอร์ที่มีชื่อว่า “กูล มาไก” หรือ มาลาลา Malala Yousufzai เด้กน้อยวัยเพียง 17 ปีชาวเมืองสวัต ปากีสถาน

บล็อกเกอร์ที่มีชื่อว่า “กูล มาไก” ได้รับความสนใจจากโลกภายนอกมากเพราะสื่อในโลกตะวันตกได้นำข้อความหลายส่วนในบล็อก(เขียนเป็นภาษาอูรูดู)นำไปเผยแพร่ รวมทั้ง BBC ก็ยังนำเรื่องราวจากของบล็อกที่มาลาล่าเขียนนั้นไปอ่านและพากย์ใส่เสียงผู้หญิงด้วย

เธอบอกถึงความรู้สึกในพลังของการเขียนบล็อกในนามปากกาว่า กูล มาไก ตอนหนึ่งว่า  “ .... ฉันเริ่มเห็นว่าปากกาและคำพูดที่มาจากบันทึกนั้นมีพลังมากกว่ากระบอกปืน รถถัง หรือเฮลิคอปเตอร์ เราเรียนรู้ว่าจะดิ้นรนยังไง และเรียนรู้ว่าคำพูดของเรามีพลังมากเพียงใด”

 

 

วันหนึ่งในอนาคต Malala Yousufzai จะมีชื่อเป็นผู้นำประเทศปากีสถาน (จขบ.)

....................................................

 

หมายเหตุ  ผู้เขียน (จขบ.) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับสำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้แต่อย่างใด 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ภัทรพร วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pataraporn
แตงโม

เพิ่งได้อ่านหนังสือเล่มนี้นะคะ ใกล้จบแล้วค่ะ

เป็นหนังสือที่อ่านสนุก และมีข้อความน่าคิดอยู่เป็นระยะ อย่างที่เจ้าของกระทู้เขียนไว้ รวมถึงคำสอนน่าคิดของพ่อมาลาลาเช่น " Dont accept good thing from bad people"

ความคิดเห็นที่ 7 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 04/12/2014 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

3.เราขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้มีโอกาสและสละเวลามาอ่านหนังสือเล่มนี้กัน ยอมรับว่ามี “หลายโมเดล” ที่คล้ายกันกับที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มาก ถ้าหากผู้เกี่ยวข้องมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้สุขสงบ บางทีก็ไม่ต้องถึงกับ “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” เพียงแค่ “ผีเสื้อกระพีอปีก” (Butterfly effect) สิ่งเหล่านั้นก็อาจจะเป็นจริงในสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่คาดหวังก็เป็นได้ คนที่น่าจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ได้แก่ นายทหารทุกระดับ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และผู้สนใจ โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบินเพื่อไปดูงานไกลๆ หมดงบประมาณประเทศไปแล้วไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร แล้วปัญหาก็แก้ไขไม่ได้

........................................................................

ชอบที่บอกว่า

บางทีก็ไม่ต้องถึงกับ “ขี่ช้างจับตั๊กแตน” เพียงแค่ “ผีเสื้อกระพีอปีก” (Butterfly effect) สิ่งเหล่านั้นก็อาจจะเป็นจริงในสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่คาดหวังก็เป็นได้



ความคิดเห็นที่ 6 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลิงเขียว วันที่ : 04/12/2014 เวลา : 04.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ

เคยอ่านบทความเกี่ยวกับเธอมาแล้วเช่นกันค่ะ
เป็นอะไรที่ทึ่งมากว่า --โดนยิงขนาดนั้นยังรอดราวปาฏิหาริย์ อาจะเป็นเพราะพระเจ้าอยากให้เธอมาปกป้องประเทศของเธอก็ได้

แล้วมันโหดจังเลยค่ะที่ว่า ถ้าผู้หญิงถูกข่มขืนแล้วต้องมีพยานถึง 4 คนจึงจะฟ้องร้องได้ ---แม่เจ้า จะไปหาพยานมาจากไหนนั่น


ลิงเขียวเป็นผู้หญิง..เห็นว่า เป็นอะไรที่เข้าข้างผู้ชายมากๆๆๆๆๆ
อันที่จริงแล้วไม่ต้องรอพยานหรอกเรื่องแบบนี้...แย่มากนะ

เกลีดผู้ชายที่ข่มขืนเข้าไส้..จับได้น่าจะฆ่าให้ตายๆไปซะ
ไม่ต้องสอบสวนอะไรมากมายหรอก..จริงๆนะ


-----------------------------
การปิดกั้นทุกวิถีทางของกลุ่มตาลีบันเพื่อไม่ให้สตรีเพศในประเทศปากีสถานได้เรียนหนังสือ เพื่อการใด
ก. จะได้ปกครองพวกชนเผ่าได้ง่ายมากขึ้น

ข. มีระบุในบทบัญญัติในศาสนาอิสลามแบบพวกหัวเก่า

ค. สตรีเพศ ถือเป็นพลเมืองชั้นสอง

ง. กลุ่มตาลีบันจะได้แสดงอำนาจบาดใหญ่ได้เต็มที่ เอาชนะพวกชนเผ่าที่อยู่ห่างไกล
-------น่าจะถูกทุกข้อที่กล่าวมาค่ะ-----------


2. คุณคิดว่า มาลาล่า ควรนำเงินที่ได้จากรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปใช้ทำอะไร

ก. ใช้ในการรณรงค์ให้เด็กๆ ชาวปากีสถานในชนบทเรียนหนังสือหรือประเทศด้อยพัฒนาที่อยู่ในเขตยึดครองของตาลีบัน-------ขอเลือกข้อนี้ค่ะ



ขอบคุณบล็อกสาระดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 02/12/2014 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

น่าหามาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ลิงเขียว , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
wullopp วันที่ : 02/12/2014 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

Cheers! มาลาล่า................ เธอ เป็น เด็กที่ใจเกิน 100%...................................... ขนาด คน เอาปืนมายิง .............. กะโหลก กระเด็น ไปส่วนหนึ่ง............. เธอ ยังลุกขึ้นสู้............... เธอยังเรียนหนังสือต่อได้........................................

ความคิดเห็นที่ 3 ลิงเขียว , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 02/12/2014 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สิ่งที่เธอคิดและเขียน เป็นสิ่งที่ดีแสดงให้เห้นว่าเธอเป็นเด็กที่รู้จักคิด ฉลาดและกล้าหาญมาก

ซึ่งเป้นสิ่งที่ตาลีบันกลัว ขึงได้ทำร้ายเธอ

คำถามที่คุณหมอตั้งคำถาม แม่หมีลองทำแล้วคิดว่าน่าจะตรงกับเพื่อนในบล็อกอีกหลายคน

สิ่งที่มีคุณค่าสำหรับมนุษย์คือความรู้ การศึกษาจึงตอบโจทย์ เมื่อใครก็ตามที่เป็นผู้นำและต้องการให้คนในปกครองไม่มีการศึกษาแล้วจะพัฒนาประเทศหรือองค์กรได้อย่างไร แม่หมีว่าผู้นำคนนั้นโง่มากๆ การครอบงำผู้อื่นเป็นเรื่องที่ต่ำช้า

ชื่นชมมาลาลา และชื่นชมคุณหมอที่สรุปเรื่องราวดีๆพร้อมทั้งให้แง่คิดในตอนท้าย มีประโยชน์เหลือเกิน ขอบคุณมากค่ะ



ความคิดเห็นที่ 2 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
4BANK วันที่ : 02/12/2014 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

แปลกครับ
อะไรก็ต้องอ้างใช้เวลา
ซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ คนทำงานหนักใจครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ลิงเขียว , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ส.บุญยืน วันที่ : 02/12/2014 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

น่าอ่านครับคุณหมอ ยังไงจะซื้อมาอ่านให้ได้ครับ
ชายแดนใต้จะสงบลงไหม ในเร็ววันนี้คงไม่ใช่
ในวันนี่้ผมอยากให้ที่นี่สงบลงในทันทีทันใด แต่วันนี้ก็คงมีหลายคนที่ไม่อยากให้ที่นี่สงบลง เพราะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ตราบเท่าที่มีเหตุการณ์ยิง ระเบิด อยู่เรื่อยๆ หลายคนก็เชื่อว่ายังไม่สงบ ไม่ว่าเหตุยิง ระเบิด จะเกิดจากใคร

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน