*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2323448
  • จำนวนผู้โหวต : 800
  • ส่ง msg :
  • โหวต 800 คน
<< มกราคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม 2558
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 2452 , 11:24:29 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน วารี , ปวิภา และอีก 12 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

โลกออนไลน์ได้พัฒนาออกแบบให้เป็นสังคมที่ทำให้คนเราเกี่ยวข้องกับการอ่านอยู่แทบทุกวัน  เช่นการได้อ่านเรื่องราวที่เพื่อนๆ ในโลกออนไลน์ "สื่อ"ความหมายบางอย่างออกมา  จนบางคนถึงกับแก้ตัวไปนู้นว่า เดี๋ยวนี้คนไทยอ่านหนังสือทะลุเกิน 8 บรรทัดแล้ว  ทั้งๆ ที่การอ่านในโลกออนไลน์นั้นมีทั้งเรื่องที่มีสาระและไร้สาระ  มีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี แต่ดูแล้วส่วนใหญ่เป็นเรื่องอย่างไรนั้น คนในสังคมนั้นๆ ย่อมรู้ดี

เนื่องจากสังคมไทยไม่ได้มีพื้นฐานที่ถูกปลูกฝังในเรื่องการอ่านมาอย่างถ้วนทั่ว การรับรู้เรื่องการอ่านที่ถูกต้อง ขาดการแนะนำหนังสือที่ดีๆ ที่เหมาะกับคนในยุคสมัย หรืออ่านกันตามมีตามเกิด ซึ่งสะท้อนว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่กำลังพัฒนาขึ้นมาจากความแร้นแค้นหรือจากสังคมเกษตรไปสู่สังคมยุคใหม่ พ.ศ.ใหม่  ส่วนบรรดาผู้นำระดับแนวหน้าของประเทศก็ไม่ได้สร้างระเบียบแบบแผนการอ่านหนังสือของประชาชน เพื่อให้ยกระดับสังคมให้สูงขึ้น

กลับมีผู้นำบางคนแสวงหาผลประโยชน์บนความไม่รู้ของประชาชน  นี่คือสัญญาณอันตรายของการปกครองประเทศที่วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์  แล้วก็โทษกันไปโทษกันมาอย่างหาทางออกกันไม่เจอ ซึ่งเป็นการโยนความผิดให้แก่กัน โดยไม่ยอมรับผิด  รับแต่ชอบ

 

 

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้เคยสำรวจการอ่านหนังสือของประชากรกลุ่มตัวอย่าง 55,000 กว่าครัวเรือน ตั้งแต่อายุ 6 ปีขึ้นไป ในปี พ.ศ. 2556 พบว่า เด็กระหว่าง 6 - 14 ปี ใช้เวลาอ่าน 46 นาที คนวัย 15 - 24 ปี ใช้เวลาอ่าน  50 นาที คนวัยระหว่าง 25 - 59 ปี ใช้เวลาอ่านลดลงเหลือ 33 นาที  และคนสูงอายุ ใช้เวลาอ่าน 31 นาที

คนไทยทุกๆ วัย เฉลี่ยกันแล้วใช้เวลาอ่านหนังสือ   37 นาที นี่คือพฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนไทย คงพอจะบอกได้ว่าเราอ่านหนังสือกันมากน้อยอย่างไร  ลำพังใช้ความรู้สึกวัดก็ว่า 37 นาทีก็เผลอแป๊บเดียว  เพียงแต่บางคนอาจจะย้อนแย้งว่า 37 นาที ก็ทรมานจิตใจกันมากเกินไปแล้วสำหรับการอ่านหนังสือ

เมื่อเห็นสถิติกับพฤติกรรมการอ่านของคนไทยกันอย่างนี้ โดยเฉพาะจำนวนคนอ่านหรือยอดขายหนังสือในสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ หรือจำนวนปกหนังสือที่พิมพ์ออกจำหน่ายกันแล้ว  ดังนั้น ในปี 2558 ก็คงพอจะเดาออกได้ว่าจะอ่านหนังสือกี่มากน้อย

 

 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการอ่านหนังสือบ้านเราก็ยังมีความพยายามกันอยู่ เห็นได้จากการเปิดร้านหนังสือเล็กๆ เป็นการตลาดสำหรับคนอานหนังสือจริงๆ การแปลและการพิมพ์หนังสือดีๆ จากทั่วโลกของกลุ่มผู้พิมพ์หนังสือ แม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่พยายามบริหารจัดการให้เกิดความคุ้มทุนกันอยู่ก็ตาม  ถ้ามองกันในระยะยาวแล้วน่าจะเห็นถึงความอยู่รอดได้ไม่ยาก

 

แต่ในปี 2558 พยากรณ์กันได้ไม่ยากว่า เราน่าจะได้เห็นหนังสือดีๆ จากนักเขียนดีๆ กันน้อยลงอย่างน่าใจหาย

จึงเกิดคำถามว่า เราควรสนับสนุนให้ใคร ทำอะไรมากขึ้น เช่นกับคำถามว่า เราควรสนับสนุนลูกหลาน คนรุ่นใหม่ให้ทำอะไรมากขึ้นในพฤติกรรมการอ่าน

 

 

ผู้เขียนพบว่า มีบางคนมีเจตคติที่ไม่ดีต่อการอ่านและเรื่องที่อ่าน  จึงไม่เป็นคนรักหนังสือและแสวงหาหนังสือที่ดีอ่าน  จึงไม่จัดเวลาหรือหาเวลาสำหรับการอ่านให้กับตนเอง  กลายเป็นคนที่มีจิตใจแคบหรือไม่พร้อมที่จะอ่านหนังสือที่ดีมีคุณค่า และเป็นคนที่มีนิสัยไม่รักการอ่าน     

เราพบว่า มักมีคุณสมบัติของการอ่านในเชิงลบอยู่เสมอๆ 

หากย้อนไปศึกษาประวัติของผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน การเป็นผู้นำทางความคิดแก่ผู้คนในสังคม เราจะพบว่า ทุกคนล้วนเป็นผู้ที่รักการอ่าน รักการเรียนรู้ พากเพียรศึกษาค้นคว้าอยู่เป็นนิสัย เพียงแต่คนเหล่านี้ไม่มีโอกาสได้เป็นผู้นำในสังคมบ้านเรา หรือมีคุณสมบัติของการอ่านในเชิงลบเป็นตัวถ่วงความเจริญอยู่เสมอๆ

ตัวอย่างเช่น  การจะมีวิศวกรที่เก่งขึ้นมาได้ก็ต้องขยันอ่านหนังสือ  สร้างสิ่งปลูกสร้างให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า มั่นคงแข็งแรง แต่ก็มักจะมี "ตัวถ่วง" หรือคนที่ถ่วงความเจริญ ไปเที่ยวลดทอนความมั่นคงแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น จนทำให้เกิดความเสียหาย เป็นต้น

 

 

ปี พ.ศ.หน้า เราจึงได้แต่คาดหวังว่าจะมีคุณสมบัติการอ่านเหล่านี้ในคนไทย คือ มีความอดทน  มีอารมณ์หรือมีสมาธิในการอ่าน มีนิสัยใฝ่หาความรู้  ความคิด  และประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ  มีทักษะในการอ่านสรุปความ  มีความสามารถเชิงวิเคราะห์  มีความคิดหรือมีวิจารณญาณที่ดีต่อเรื่องที่อ่านสามารถที่จะแยกแยะข้อเท็จจริง  ความถูกต้อง ความเหมาะสมต่าง ๆ และสามารถเลือกนำไปใช้ประโยชน์ มีนิสัยชอบเข้าร้านหนังสือและห้องสมุด  มีโอกาสหรือหาโอกาสพูดคุยกับผู้รักการอ่านด้วยกันอยู่เสมอ  เพื่อแลกเปลี่ยน ทรรศนะในการอ่านให้แตกฉานยิ่งขึ้น


อันจะยังประโยชน์แก่บ้านเมือง ไม่เป็นอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่ขาดความมั่นคงแข็งแรง  ล้มคว่ำเข้เก้ระหว่างทางของการพัฒนาไปสู่ความเจริญเป็นอารยะ  หรือ น้อยหน้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม AEC

 

แล้วเราจะคุยกับประเทศเพือ่นบ้านได้อย่างไรว่าเราเป็นคนที่อ่านหนังสือมาก  เพราะแค่คุยเป็นภาษาเดียวกันก็ยังไม่รู้เรื่องกันเลย

 ................................................

 

 

 

หมายเหตุ

การอ่าน (มณีรัตน์  สุกโชติรัตน์, 2547)  คือ  กระบวนการที่ผู้อ่านรับรู้สารซึ่งเป็นความรู้  ความคิด  ความรู้สึก  และ ความคิดเห็นที่ผู้เขียนถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร  การที่ผู้อ่านจะเข้าใจสารได้มากน้อยเพียงไร  ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความสามารถในการใช้ความคิด   

 

อ้างอิง http://www.khamsaen.ac.th/web1/file_editor/April57_1.pdf

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
วารี วันที่ : 07/07/2015 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nsdiary

ของทุกอย่างอยู่ที่คนใช้ ตอนแรกวารีก็ต่อต้านไลน์ เฟซบุ๊ก แต่ ... หลังจากเคยเห็นคุณหมอใช้ไลน์ในการคุยกับเพื่อนหมอสาขาเดียวกันต่างรพ.เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุดให้คนไข้ ก็เริ่มยอมรับและเอามาใช้ในลักษณะเดียวกัน เฟซบุ๊กก็เหมือนกัน
ส่วนหนังสือ วารีบ้าอ่านหนังสือมานานๆๆ แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังอ่านอยู่ และยังดีใจทุกครั้งที่เห็นเด็กนักเรียนก้มหน้าอ่านหนังสือในรถ ถึงจะเป็นหนังสือนวนิยาย (มั้ง) เล่มหนาเตอะ หนังสือการ์ตูน ก็เถอะ ตัวอักษร ข้อความที่เขียนในหนังสือมีการกรองมาแล้วค่อนข้างชัดเจนกว่าที่เขียนในโลกออนไลน์ ปลอดภัยไร้มลพิษมากกว่า ประมาณว่า ปลอดสารน่ะละ
มาช่วยกันสร้างโลกของการอ่าน ด้วยตัวเราเองนั่งอ่านๆๆ ให้คนรอบข้างได้เห็นกันเถอะค่ะ
เด็กเรียนรู้จากการมองเห็นและทำตาม มากกว่า การสั่งและสอน
ถ้าพ่อแม่ก้มหน้าเล่นไลน์ แล้วจะสอนลูกให้อ่านหนังสือนะ คง ... นะคะ
พี่วารี

ความคิดเห็นที่ 12 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปวิภา วันที่ : 06/01/2015 เวลา : 14.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...เวลากับการอ่านหนังสือ...สัมพันธ์กันอย่างมีความหมาย นะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Anacarika วันที่ : 06/01/2015 เวลา : 05.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

พี่สาวของผม ไม่เคยใช้สมาร์ทโฟน เราก็หวังดี พาไปเลือกซื้อให้ ราคาปานกลาง เหมาะมือ ต่อ Wifi ให้ สมัคร line , Facebook ให้ หาเพื่อนให้ เรียบร้อย ถือว่าเป็น น้องชายที่ดีมาก ที่ไหนได้ ..เขาเล่น Line กับ Facebook หามรุ่งหามค่ำ จนต้องหามส่งโรงพยาบาล ความดันขึ้น 170 พักผ่อนน้อย ต้องนอนโรงพยาบาลถือว่าอยู่ในขีดอันตราย ส่วนในบ้านเค้าเหรอ..ไม่มีหนังสือสักเล่มหนึ่ง "เขาไม่ชอบอ่านหนังสือ" นี่คือสิ่งที่ยืนยันว่า อ่านหนังสือ ดีกว่า Chat อย่างแน่นอน เพราะบางคนใช้ โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ เพื่อการนั้นจริงๆ ไม่ได้ใช้เพื่อค้นคว้าข้อมูลข่าวสารอะไรเลย ขอบคุณ คุณหมอที่เขียนเรื่องดี ๆ มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน

ความคิดเห็นที่ 10 NN1234 , Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (2)
คนเคยดี วันที่ : 05/01/2015 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jandaeng
.....คนเราพบกัน  ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...! 

ส่วนใหญ่พวกที่ชอบแชทจะอ่านหนังสือกันเพียงแค่หัวข้อโดยไม่เคยอ่านรายละเอียดให้ชัดเจน เช่นใน FB. แค่ผ่านตาก็กดไลค์กันกระหน่ำ บางทีพ่อเสียแม่ป่วยอยู่โรงพยาบาลก็ "ไลค์" คล้ายๆ จะไม่ได้คำนึงเลยว่า Like = ถูกใจ หรือ ชอบ บางทีแอบแขวะเล็กๆ ในใจคุณกดไลค์ทำไม คุณยินดีที่เค้ามีเหตุให้ต้องเศร้าสลดใจคุณก็ยังชอบงั้นเหรอ?
สรุปคือแค่ ถูกใจ แต่ถูกต้องหรือเปล่าก็อยู่ที่ว่าใครคิดอย่างไรอีกนั่นละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 NN1234 , Anacarika และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ภัทรพร วันที่ : 05/01/2015 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pataraporn
แตงโม

ปีนี้ต้้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะอ่านหนังสือให้เยอะขึ้นค่ะ แล้วก็จะเขียนบล๊อกให้บ่อยขึ้นด้วย :)

ความคิดเห็นที่ 8 Anacarika , ลูกเสือหมายเลข9 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
BlueHill วันที่ : 05/01/2015 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมหยิบนิยายยุทธจักรมาอ่าน 1 ชุด (7 เล่ม)
รู้สึกเหมือนย้อนยุคไปสู่วันเวลาเก่าๆ

ความคิดเห็นที่ 7 Anacarika , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 04/01/2015 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เล่นไลน์ข้ามปีครับ

ความคิดเห็นที่ 6 driftworm , สมชัย และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 04/01/2015 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

พูดได้ว่าทุกคนในบล็อกโอเค อ่านหนังสือกันค่อนข้างมาก จัดได้ว่าเป็นชุมชนอ่านหนังสือท่ีแท้จริง คราวนี้มาดูเด็กมหาลัย บ้าง อ่านกันมากเหมือนกันแต่อ่านเฉพาะเรื่องเรียนกันมาก มากกว่าเรื่องท่ีจะเรียนรู้ทางสังคม หรือเรื่องราวของ"ความจริง" เมื่อขาดความหลากหลายในการอ่าน จึงทำให้คนอ่านหนังสือท่ีจะนำประโยชน์จากหนังสือไปใช้ น้อยลงไปอีก ดังนั้นในข้อเท็จจริงแล้วคนไทย อ่านหนังสือกันมากครับ
แต่ อ่านไปเพื่อประโยชน์ของตัวเองมากกว่า จึงวนอยู่กับเรื่องของตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 5 Anacarika , NN1234 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สำรวจฟ้า วันที่ : 04/01/2015 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ตัววัดที่มองได้ชัดเจนของสังคมสมัยปัจจุบันอย่างที่เราเห็นกันอยู่คือสังคมของการก้มหน้า แม้แต่คนในครอบครัวก็ยังไม่ได้พูดคุยกันมากนัก เพราะฉะนั้นจะคาดหวังไม่ได้เลยว่าการอ่านของประชากรไทยจะเพิ่มขึ้น ค่าเฉลี่ยการอ่านหนึ่งปี ๓๗ นาทีของประชากรไทยจึงน้อยกว่าน้อย ต่อให้กลุ่มคนที่อ่านตลอดวันตลอดคืนก็ไม่สามารถมาเพิ่มค่าเฉลี่ยให้สูงขึ้นได้ ครอบครัวมีส่วนในการตุ้นการอ่านได้มาก แต่ก็ยังเป็นส่วนน้อยอยู่

ความคิดเห็นที่ 4 Anacarika , NN1234 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ราศีเมษ วันที่ : 04/01/2015 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Steel-Roses
I have a dream.

ขอบคุณค่ะสำหรับเอนทรีนี้ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่โดดเดี่ยว ยังมีคุณหมอเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกคน เมื่อตัดสินใจเปิดร้านหนังสืออิสระขึ้นก็มีหลายคนทักท้วง ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดเพราะนี่เป็น "ขาลง" ของหนังสืออย่างแท้จริง บางคนถึงขนาดบอกว่า การทำเช่นนี้นอกจากบ้าและก็ยังโง่อีกด้วย
แต่ส่วนตัวดิฉันยังมีความรักและศรัทธาในพลังของการอ่าน ว่าจะช่วยสร้างจิตสำนึกและเยียวยาสังคมที่ขาดการเรียนรู้ ให้เพิ่มพูนปัญญาของผู้คนในสังคม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของคนที่รู้มากกว่าและโดนเอาเปรียบอย่างในปัจจุบัน

ความคิดเห็นที่ 3 Anacarika , NN1234 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 04/01/2015 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบและเห็นด้วยกับคอมเมนต์แรก
บางคนชอบบอก ผมติดตามข่าวเพราะมีการเล่าข่าว...โดยไม่(ใฝ่)รู้ว่า ข่าวที่เขาเล่า เขา"เลือก"มาบางส่วน ไม่สมบูรณ์เหมือนอ่านเอง ที่มีครบทุกด้าน

ความคิดเห็นที่ 2 Anacarika , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
drpichai วันที่ : 04/01/2015 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drpichai

อ่านหนังสือข้ามปีระวังหน่อยนะ สวดมนต์ข้ามปีโดนกระสุนหล่นใส่หัวมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 BlueHill , Anacarika และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 04/01/2015 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

คนรุ่นใหม่ มักไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่มักใช้สมาร์ทโฟนแทน และการใช้ก็มักไม่เปิดหาความรู้ เพราะมัวแต่เล่นแชท เล่นไลน์กันซะมากกว่าครับคุณหมอ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน