*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2365051
  • จำนวนผู้โหวต : 804
  • ส่ง msg :
  • โหวต 804 คน
<< มกราคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม 2558
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 4103 , 17:31:29 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว , นายยั้งคิด และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

มาในระยะหลังๆ ผู้เขียนมีโอกาสได้เห็นผู้คนวุ่นวายอยู่กับ “ทรัพย์” แทบทุบวัน ราวกับพนักงานธนาคารคนหนึ่ง เพราะมีงานเพิ่มให้มาเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้เห็นการดูแลทรัพย์ รักษาทรัพย์ หาทรัพย์มาเพิ่ม จำหน่ายจ่ายแจกทรัพย์ ที่เรียกว่า “บริหารจัดการทรัพย์สิน” ทั้งในส่วนที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวและทรัพย์สินส่วนกลาง  ในที่นี่ขอเรียกสั้นๆ ว่า ทรัพย์
และได้เห็นว่า ..... มีหลายคนที่จัดการทรัพย์อย่างชาญฉลาด แต่ก็มีอยู่น้อยคนนัก

ส่วนใหญ่มักเห็นแต่คนมีทรัพย์ แต่บริหารจัดการทรัพย์ไม่เป็น หรือถ้ามอบหมายให้ผู้อื่นเข้ามาดูแลทรัพย์ให้กับตน แต่ก็ไม่ใส่ใจว่าทรัพย์ของตนจะเป็นไปอย่างไร  ซึ่ง(คนไทย)มักมีลักษณะเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องการบริหารจัดการทรัพย์อย่างถูกวิธี

มีหลายคนที่จัดการทรัพย์อย่างไม่ฉลาด ซึ่งมีเยอะคนมากกว่า แต่คนเหล่านั้นมักคิดว่าตนเองดูแลทรัพย์ได้ดีแล้ว ซึ่งเราก็จะไม่ตำหนิเขาว่าจัดการดูแลทรัพย์ไม่ดี เพราะเรื่องทรัพย์เป็นเรื่องของคนๆ นั้น ของใครก็ว่าของตนนั้นดี
การที่คนเราต้องมีทรัพย์ไว้ในการครอบครองก็เพื่อดำรงชีวิตของตนเองเอาไว้ คนเราหากไม่มีทรัพย์อยู่กับตัวเองบ้างก็ทำให้ต้องเผชิญกับความยุ่งยากของชีวิต เช่นไม่มีอาหารจะกิน เพราะทรัพย์บางอย่าง เช่น เงินสามารถเอาไปเปลี่ยนเป็นอาหารมาเลี้ยงประทังชีวิตได้  คนเราจึงจำเป็นต้องสะสมทรัพย์เอาไว้บ้าง

เช่นที่คนต้องสะสมไม้ฟืนไว้สุมไฟกันหนาว หากไม่มีไม้ฟืนก็อาจต้องหนาวตาย
บางคนสะสมทรัพย์เอาไว้มากล้นพ้นตัว บางคนสะสมทรัพย์เอาไว้แต่พอตัว แต่บางคนไม่มีแม้แต่วิธีการหาทรัพย์จะเอามาประทังชีวิต

คนที่สะสมไม้ฟืนเอาไว้มากเกินไป ทั้งปลวกกินและเนื้อไม้ก็เสื่อมผุไปตามกาล ถ้าเก็บรักษาไม้ฟืนไม่เป็น 

บทความนี้จึงขอออกมาคลี่คลายปมปัญหาเรื่อง “ทรัพย์” เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาทั้งเรื่องการแสวงหาทรัพย์ การดูแลทรัพย์ จนต้องไม่อาจรักษาทรัพย์เอาไว้กับตัวเองได้

เพราะเรื่องทรัพย์เป็นเรื่องสำคัญ คนเราจะเป็นจะตาย หรือบางทีต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งก็เพราะเรื่องทรัพย์ ดังนั้น เรื่องทรัพย์ จึงมิใช่เพียงแค่เกี่ยวข้องกับปากท้อง ประทังความหิวโหยให้แก่ชีวิตมนุษย์เท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญสูงถึงขั้นต้องไม่ให้ใครมาย่ำยีศักดิ์กันด้วยเรื่องทรัพย์
ตั้งแต่เกิดมา จนสิ้นลมหายใจ มนุษย์เราต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องทรัพย์

 

หากมองอย่างพินิจพิเคราะห์แล้ว "ทรัพย์" ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ เงินทอง แก้วแหวน เพชรนิลจินดา แต่บทความนี้จะจำแนกทรัพย์ออกให้เห็นว่า ทรัพย์ มีหลายประเภท เมื่อเรารู้จักทรัพย์อย่างดีแล้ว เราจะรู้ว่าทำไมเราจึงต้องแสวงหาทรัพย์ อะไรที่ไม่ใช่ทรัพย์ของตน และจะรักษาทรัพย์เหล่านั้นเอาไว้ได้อย่างไร

ตั้งแต่แรกเกิดมาบนพื้นโลกนี้ ทุกคนยังเป็นเด็ก มักยังไม่มีทรัพย์ เรายังไม่มีความสามารถแสวงหาทรัพย์ เพราะต่างเป็นทรัพย์ของบิดามารดา ทรัพย์ของเด็กๆ อาจจะเป็นของเล่น เบี้ยหอยที่ใช้แทนเงินตราเมื่อเราเล่นค้าขาย เป็นสิ่งสมมุติว่านั่นเป็นทรัพย์สมมุติของเรา เมื่อเราเรียนหนังสือ ทุกคนเริ่มมีทรัพย์เป็นของตนเอง นั่นคือ ความรู้
และเราก็เริ่มเอาความรู้เหล่านั้นมาแลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์ แปลงมันเป็นแก้วแหวนเงินทอง ข้าวของต่างๆ ที่ทำให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้

เมื่อคนเราต้องมีชีวิตที่ต่างบทบาทหน้าที่กันออกไป นิยามทรัพย์ในแต่ละตัวคนก็แปลกแตกต่างกันออกไป
คนที่ต้องทำงานทำการ พนักงานห้างร้าน ข้าราชการ ก็ต้องมีความรู้มีทักษะเป็นทรัพย์ที่มีอยู่ในตัว เราอาจกล่าวได้ว่า ....

เรือนร่างอันสวยงามเป็นทรัพย์ของหญิงสาว  ความสามารถในการทำงานเป็นทรัพย์ของเพศชาย วิชชาเป็นทรัพย์ของนักปราชญ์   ศีลเป็นทรัพย์ของพระนักบวช

เครื่องมือทำมาหากินก็เป็นทรัพย์ที่ยิ่งกว่าอาวุธ เช่น กษัตริย์ต้องมีอาวุธ พราหมณ์ต้องมีเครื่องบูชายัญ ชาวนาชาวไร่ต้องมีวัวมีคันไถ กรรมกรต้องมีเคียวและไม้คาน 

อำนาจ เป็นทรัพย์ของผู้นำ
ประชาชน เป็นทรัพย์ของกษัตริย์  ( จากหนังสือ "ชีวิตคืออะไร" : พุทธทาส )

 

พอจะสรุปได้เป็นแนวทางว่า ความรู้และทักษะ เป็นทรัพย์ของคนทำงานทำการ ดังเช่นพละกำลังแรงงานเป็นทรัพย์ของกรรมกร

 

คนที่ไม่เข้าใจกับคำว่าทรัพย์ ทั้งที่เป็นทรัพย์จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ หรือยังไม่รู้จักทรัพย์อย่างถ่องแท้ ย่อมรักษาทรัพย์เอาไว้ไม่ได้ ย่อมหาทรัพย์ ไม่เป็นหรือไม่ถูกวิธี  ย่อมไม่รู้จักวิธีการปรับปรุงดูแลทรัพย์ให้คงทนและงอกเงย

ย่อมไม่รู้จักขวนขวายหาทรัพย์เพิ่ม หรือหาทรัพย์ไม่ถูกวิธี และแม้แต่ทำให้ทรัพย์ลดลงก็ตาม

ต่างจากคนที่เก่งในเรื่องทรัพย์ ย่อมนำมาซึ่งความเจริญสู่ตน คนที่ "เก่งทรัพย์" มีลักษณะดังต่อไปนี้ 

รู้จักหาทรัพย์อย่างถูกวิธี ไม่หวังรวยทางลัด  ดูแลทะนุบำรุงรักษาทรัพย์เป็น  ใช้ทรัพย์อย่างประหยัดหรือใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล  บริหารจัดการทรัพย์ให้งอกเงยตามกำลังความสามารถของตนและตามสภาพเศรษฐกิจ และ.....

จุนเจือทรัพย์ให้แก่ผู้ยากไร้หรือคนที่ด้อยกว่าตน

 

 

การได้รู้หรือเข้าใจว่า ตนมีสิ่งใดเป็นทรัพย์ในเบื้องต้นเช่นนี้ มนุษย์เราจะมีความมานะในการแสวงหาทรัพย์อย่างถูกต้อง ที่เรียกว่าเป็นสัมมาอาชีพ  

บางคนเข้าใจผิด คิดว่าทรัพย์จะต้องบังเกิดขึ้นก่อนตัวตน ต้องให้คนรุ่นหลังมีอย่างสมบูรณ์พร้อม  เช่นเดียวกับที่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กบางคนก็คิดผิดว่า บุตรของตนเมื่อเกิดมาก็จะต้องมีทรัพย์ให้แก่พวกเขาทันที เตรียมทรัพย์ไว้รองรับความสะดวกสบายแก่บุตรตน
ลองคิดดูว่า ถ้าหากเขาไม่รู้ลึกซึ่งกับคำว่า “ทรัพย์คืออะไร” แล้ว พวกเขาจะรักษาทรัพย์เหล่านั้นเอาไว้ต่อไปได้ได้อย่างไร?
โจทย์ใหญ่ของชีวิตมนุษย์จึงควรจะได้รู้จักทรัพย์ของตนเองก่อน และทรัพย์ที่แปรเปลี่ยนไปตามวัย ตามหน้าที่การงานของตนเอง

ดังนั้น เมื่อตัวเราไม่มีทรัพย์ก็ย่อมไม่เพียงพอจะดำเนินชีวิตได้ หากมีทรัพย์สั่งสมไว้มากเกินไป ก็ย่อมไม่ดี(ทุกข์) คนเราควรจะต้องมีทรัพย์แต่ “พอดี” หรือ มีพอแก่กำลังความสามารถ เช่น ชาวนาย่อมมีวัวควายพอแก่การไถนาเพาะปลูก เศรษฐีย่อมมีคนรับใช้พอแก่การบำรุงรักษาทรัพย์สิน และมีการแสวงหาทรัพย์อย่างถูกต้อง

 

 

หากเป็นเช่นนี้ดีแล้ว การดูแลทรัพย์ รักษาทรัพย์ หาทรัพย์มาเพิ่ม จำหน่ายจ่ายแจกทรัพย์ ก็คงจะไม่มีปัญหา แต่การกลับตาลปัตรว่า ทุกวันนี้ยิ่งมีปัญหาเพิ่มกันมากขึ้น

แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร?

.......

"...... คนที่สะสมไม้ฟืนเอาไว้มากเกินไป ทั้งปลวกกินและเนื้อไม้ก็เสื่อมผุไปตามกาล ถ้าเก็บรักษาไม้ฟืนไม่เป็น"

................................

 

ภาพจาก อินเทอร์เน็ต



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Anacarika วันที่ : 03/02/2015 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

ข้างบ้านผมทำเป็นระบบสัจจะ กลุ่มออมทรัพย์ บูมสุดขีด แล้วก็ล่ม เพราะกรรมการ กู้กันเอง โดยใช้หลักทรัพย์น้อย ๆแต่กู้ได้วงเงินเยอะ จากนั้นก็หอบเงินหนีไป สมาชิก แห่กันไปถอนเงิน ไม่ได้เงิน สุดท้าย กลุ่มสัจจะล่ม เงินก็หาย ช่างน่าเศร้าใจ ๆชาวบ้านกว่าจะหาเงินมาได้ แสนลำบาก ทำกันได้ ..เป็นความลำบากใจ ของผู้มีทรัพย์ แล้วอยากทำทรัพย์นั้นให้งอกเงย

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 02/02/2015 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ผมว่าชีวิตก็มีความสุขตามอัตภาพละครับคุณหมอ

ความคิดเห็นที่ 4 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 02/02/2015 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอบคุณครับ

ทำให้ผมต้องหา google : ฝากออมสิน ฝังดินไว้ ใช้หนี้เก่า ให้เขากู้ ทิ้งสู่เหว มาอ่านประกอบอีกรอบ

ความคิดเห็นที่ 3 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 02/02/2015 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เห็นด้วยกับคำตอบของพี่หมอฯอย่างยิ่งครับ เพราะเห็นสหกรณ์นครเชียงใหม่ซึ่งเป็นสหกรณ์ร้านค้าเคยเติบโตถึงขีดสุด แล้วเจ๊งไปในที่สุดเพราะการทุจริตโกงกินครับ

ความคิดเห็นที่ 2 Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 31/01/2015 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ตอบคุณ อนาคาริก

สหกรณ์มีหลายประเภท อุดมการณ์ของสหกรณ์คือการระดมทุนจากสมาชิกเพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่ยังขาดแคลนทุน โดยใช้วิธีการผ่อนจ่ายด้วยอัตราการจ่ายคืนที่ต่ำกว่าการกู้จากสถาบันการเงินอื่นๆ
สหกรณ์จึงไม่ได้เป็นการเอาเปรียบสมาชิกจนเกินไปนัก แม้อัตราการจ่ายคืนจะยังคงมีอยู่แต่ก็เพื่อรองรับความเสี่ยงและให้สหกรณ์เลี้ยงตัวเองได้
"สหกรณ์ออมทรัพย์" จัดเป็นสถาบันการเงินอีกแห่งหนึ่งที่มีการปล่อยเงินกู้มากที่สุด รองจากสถาบันการเงินจำพวกธนาคารพาณิชย์ (ซึ่งมีดอกเบี้ยถูกกว่าธนาคารอีกด้วย)
ผมรู้จักสหกรณืเดินรถแห่งหนึ่ง สมาชิก(รถรับจ้างโดยสาร)ทุกคันต้องจ่ายค่าบำรุงเป็นรายเดือนเพื่อเป็นค่าตอบแทนแก่ จนท.ในสหกรณ์ สหกรณ์ไม่เคยมีเงินปันผลหรือเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิก แต่พวกเขาทำเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ในเรื่องสัมปทานการเดินรถไว้ให้คงอยู่แก่สมาชิก มิฉะนั้น การเดินรถอาจตกไปอยู่ในสัมปทานของเอกชน ... นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชัดแจ้งของรูปแบบการก่อตั้งสหกรณ์

ที่มีการโกงกันง่ายในสหกรณ์ ส่วนใหญ่ก็เนื่องมาจาก ....
1. สมาชิกไม่สนใจดูแลกิจการของตนเอง
2. กลุ่มผู้ดำเนินการมีความเข้มแข็งและมีเจตนาที่ไม่ไดีต่อสหกรณ์
3. มีการแก้ไขระเบียบ หรือย่อหย่อนกับระเบียบที่ตั้งขึ้น

แต่หลังจากมีบทเรียนจากสหกรณ์แห่งหนึ่งที่ทำเอาระบบสหกรณ์ประเทศไทยเกือบล้มคว่ำลงแล้ว การควบคุมดูแลสหกรณ์ก็เริ่มเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบจากภาครัฐ ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัด

ความคิดเห็นที่ 1 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Anacarika วันที่ : 31/01/2015 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

เป็นบทความที่น่าสนใจมากครับท่าน NN1234
เรานึกว่าเรารู้จักทรัพย์ในกระเป๋าของเราดี แต่เอาเข้าจริงๆ พอมีมากเราก็ไม่รู้จะจัดการกับมันได้อย่างไร และยิ่งไม่มีเลยยิ่งแล้วใหญ่ ไม่รู้จะหาทรัพย์มาจากไหน

ดูจากภาพประกอบ เหมือนผู้เขียนจะ มุ่งเน้นให้เห็นเรื่อง การลงทุนในรูปแบบที่สมาชิกมารวมตัวกัน เพื่อทำกิจการร่วมกัน ค้าขายร่วมกัน ช่วยเหลือกัน ในกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ หลักการสหกรณ์ในประเทศไทย เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นหลักการที่กลุ่มคนในอาชีพเดียวกัน ได้มาลงทุนร่วมกัน ค้าขายให้แก่สมาชิกด้วยกัน ช่วยเหลือกัน ไม่ว่าจะมีเงินทองมากมายแค่ไหน ก็ออกเสียงได้หนึ่งเสียง มีหน่วยงานสหกรณ์

ช่างน่าแปลกในระยะหลัง มีข่าวหนาหูเรื่องการทุจริตกันในวงการสหกรณ์ ทั้งที่มีการตรวจสอบแน่นหนา แสดงว่าทุกระบบยังมีช่องว่างจริงๆ และมีเรื่องการกู้บุญปิดเจดีย์จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน แห่งหนึ่ง Anacarika ก็จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน

ขอบคุณที่นำเรื่องดี ๆมานำเสนอครับ ท่าน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน