*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2325060
  • จำนวนผู้โหวต : 800
  • ส่ง msg :
  • โหวต 800 คน
<< สิงหาคม 2015 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม 2558
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 1867 , 13:39:12 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน พิทักษ์ , SW19 และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

 

หลังจากเอนทรี่ก่อนนี้ เรื่อง  บทเรียนย่อๆ ของชีวิตลูกผู้ชายเพื่อสร้างชีวิต(Adventure Life) (คลิก http://www.oknation.net/blog/nn1234/2015/08/02/entry-1 ) ได้โพสต์  ผู้เขียน(จขบ.)ก็ได้พาลูกชายไปออกป่าอีกเป็นครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งก่อนแค่เว้นวันเดียว ผลจากการออกป่าครั้งนี้ทำให้ผู้เขียนได้ “ความคิดที่ตกผลึก” และนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง

 

ด้วยทัศนะส่วนตัวหลายประการของผู้เขียน ผมไม่ได้ให้ลูกเรียนพิเศษ(ติว)มาแล้วตั้งแต่ ม.4 (ปัจจุบันเรียนชั้น ม.6 ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา ภาคใต้)  ล่าสุดเขาเสนอว่า อยากไปลงเรียนวิชาแคลคูลัส ครอบครัวของเราก็ลงมติกันว่า ไม่ควรเรียนด้วยเหตุผลว่า ... (ไม่ขอบอกรายละเอียดครับ) โดยที่เราไม่กลัวว่าเพื่อนๆ ของเขาที่ไปเรียนจะได้คะแนนวิชาแคลคูลัสดีกว่า หรือได้ที่เรียนต่อดีกว่า  

เพราะผมเชื่อว่า ผมเอาลูกของผมอยู่ โดยเฉพาะประเด็นที่ผมเชื่อว่าถ้าลูกไปเรียนพิเศษ-ลูกจะสูญเสียอะไรบางอย่าง เพราะแม้แต่ในระบบการเรียนของโรงเรียนก็ให้แก่เด็กไม่ได้


(ภาพ เขาเลือกพื้นที่หุงหาอาหาร ผมตำหนิคำเดียวว่า คราวหน้าหาที่โล่งๆ กว่านี้นะ)

(เขามั่นใจกว่าครั้งก่อน จึงหุงข้าวด้วยหม้อทหาร หม้อทรงลึกเป็นสี่เหลี่ยม ทำให้ข้าวสุกยากกว่าหม้อปากกว้างหรือทรงกลม)

(ภาพ เริ่มปรุงอาหารทำกับข้าว)

 

ผมเชื่อว่า ลูกของผมผลการเรียนระดับนี้ เขามีอนาคตพอไปได้  เด็กส่วนใหญ่มีผลการเรียนระดับกลางๆ  ทั้งๆ ที่พ่อแม่เคี่ยวเข็ญลงทุนลงแรงต่างๆ มากมายเพื่อให้เด็กได้รู้สึกทัดเทียมเพื่อนๆ  ในขณะที่ผมกลับคิดว่า การเรียนระดับนี้ อย่าไปลงทุนลงแรงอะไรให้มากไปกว่านี้ มาลงทุนลงแรงกับการเคี่ยวเข็ญดูแลพฤติกรรมลูกจะดีกว่า

ผมเชื่อว่า สมัยนี้ มหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งมีหลักสูตรมากมายก่ายกอง มีที่เรียนมากพอที่จะรองรับเด็กระดับปานกลางนั้นได้เกือบครบทุกคน


 

 

ผมเชื่อว่า ปริญญาสมัยนี้เรียนเมื่อไรก็เรียนได้ โอกาสมีขึ้นตลอดเวลาที่ใครก็ตามที่นึกอยากจะเรียนตอนไหนเวลาไหนก็ได้  แต่มีไม่มากคนนักที่ได้ทำงานตามที่เรียนจบในสาขานั้นจริงๆ เพราะระบบการศึกษาและโลกของการทำงานของบ้านเราไม่ได้สอดคล้องต้องกัน เช่น เรียนหมอแต่ก็ได้ไปขับเครื่องบิน เรียนจบวิศวะแต่มาทำงานการเงิน ฯลฯ ผมจึงมองว่า เป็นความล้มเหลวของระบบการศึกษาในเมืองไทย ก็มีอย่างเสียที่ไหน โอกาสงานมีไม่ถึง 10 ตำแหน่งทั้งกระทรวงทบวงกรม แต่สถาบันการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการก็อนุมัติให้เปิดการเรียนการสอนได้ นี่จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เมืองไทยมีบัณฑิตที่ไม่ได้ทำงานตรงกับตำแหน่งเป็นเสียส่วนใหญ่ และผมก็เชื่อว่า ลักษณะแบบนี้มีมากกว่า 70 % ของบัณฑิตที่จบปริญญาตรี

ผมไม่ได้คาดหวังจากความเป็นตัวตนของเขาอย่างเลอเลิศอันใด แต่ถ้าหากเขาทำได้เหนือกว่าที่คาดหวัง เขาก็ย่อมเป็น "อภิชาตบุตร"
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปมาก เด็กๆ อาจจะอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เรียนรู้จากโลกออนไลน์ได้  แต่เขาจะไม่ได้อะไรที่เป็นทักษะ เพราะเขาอยู่แต่กับโลกเสมือนจริง เขาอาจจะกลายเป็นคนแบบกระต่ายตื่นตูมเมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์จริง  แต่ในโลกแห่งความจริงเขาอาจจะจัดการกับปัญหาไม่ได้


ผมยังเชื่ออีกว่า การลงทุนลงแรงลงเงินให้ลูกไปเรียนพิเศษนั้น "ลูกของผม"จะไม่สามารถทำข้อสอบได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างคุ้มค่าเงินที่จ่ายลงไป เพราะผมรู้จักตัวของเขาดี ผมจึงบอกว่าให้ตั้งใจเรียนในห้องเรียน ค้นคว้าเรียนเพิ่มเติมเอาเอง
ผมรู้หรือกะระยะทิศทางของอนาคตของลูกได้ดี  

ผมจึงเหมือนนายท้ายเรือที่รู้ระยะทางและกำลังของฝีพาย


(ภาพ ผมบอกให้เขาตัดไม้ข่มนาม เพื่อไว้ตีงู เวลาเดินเข้าไปในป่า)

 

ผมยังให้เขาได้เรียนรู้วิชาต่างๆ จากผมเอง ทั้งวิชางานช่างไม้-ช่างปูน วิชาการเกษตรปลูกต้นไม้เลี้ยงสัตว์ที่มีอยู่รอบๆ บ้าน เรามีทั้งเป็ดและไก่  ให้เขาได้ทำงานบ้านงานเรือน ทำอาหารทำกับข้าว(เก่งแล้ว) งานเสื้อผ้า ผมก็ได้ออกกำลังกายและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเขาอีกด้วย

ส่วนลูกสาวของผมก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก เราเคยฝึกอาชีพแม่ค้าให้เขาในสมัยที่ครอบครัวยังปักหลักทำมาหากินอยู่ที่ กทม. เช่นว่า พาเขาไปขายของที่สวนจัตุจักร 
ผมยังเชื่ออีกว่า แม้หากเขาไม่มีงานทำ การออกมาค้าขายก็จะไม่ทำให้เขารู้สึกเคอะเขิน ..... เป็นต้น


ผมรู้สึกเสียดายโอกาสทอง  ถ้าหากเรามีโอกาสไปเดินป่า หรือไปพักแรม เช่นไปช่วยงานพ่อแม่ผู้ปกครอง บางทีก็ไปใช้ชีวิตอยู่กับญาติๆ เพื่อที่จะได้เรียนรู้การช่วยเหลือตนเองให้อยู่รอดในสภาวะที่สิ่งแวดล้อมถูกจำกัดในสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

และ....จะไม่มีใครคอยเอาอกเอาใจเหมือนพ่อแม่อีกแล้ว
ลองให้เขาได้ละมือและสายตาจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเกมส์เสียบ้าง  ละจากคลื่นสัญญาณการสื่อสารในโทรศัพท์มือถือ ละจากทีวี ตู้เย็น แอร์ สิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่มีอยู่ในบ้าน 


แรกๆ ใหม่ๆ ...เขาอาจจะรู้สึกอึดอัด ขัดใจ ไม่สบายเนื้อสบายตัว หรือต่อต้าน  แต่ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองลองไม่ต้องคาดหวังว่าจะเกิดอะไรขึ้นในสภาพที่อยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร โดยที่เราไม่ต้องออกแบบชีวิตให้มากนัก เอา"พร๊อพ"ต่างๆ ออกจากตัวเขาให้หมด  ดูเขาอยู่ห่างๆ ก็พอ

เพียงอย่าให้เขาตกอยู่ในอันตราย เช่น ตกน้ำตกท่า เรื่องฟืนไฟ มีดอาวุธมีคม เป็นต้น คุณก็จะได้ประสบการณ์และสร้างคนใหม่ให้แก่ตัวเขา

ผมจึงพยายามสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้แก่ลูกๆ อย่างไม่มีสิ้นสุด เพื่อ ....... สิ่งเหล่านี้

 

 

 เส้นทางนี้ .... กลับบ้าน

...................................................

 

ปล. แต่ทว่า ใครอย่าริ(บ้า)ทำตามผมทั้งหมดนะครับ มันขึ้นอยู่อยู่ที่บริบทของท่าน และลูกของท่าน  ผมไม่รับประกันได้ทั้งหมด แต่เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

ถ้าไม่ดีขึ้น แสดงว่าพื้นฐานของท่านยังไม่แน่นดีพอครับ

  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 22.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

นี่คือความหมายของ education ชั้นเยี่ยม
การศึกษาเรื่องวิชาไหนๆ ทำงานอะไร ไม่ต้องคิดมากเลย
เมื่อรู้วิธีศึกษาแบบนี้แล้ว รู้ว่าต้องการจะศึกษาอะไร ต่อไปในชีวิตข้างหน้าอะไรๆ ก็เป็นเรื่องง่าย

ความคิดเห็นที่ 7 สิงห์นอกระบบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

แม่หมี

ถ้าผมอยู่บ้านกับลูกชายสองคน ทีวีที่เราดูจะเป็นรายการสารคดี เราดูได้เพลินตลอด หากเขาอยู่คนเดียว ก็อาจจะเป็นเพลงที่เขาชอบ
นิตยสาร SI ก็อ่านมาตลอด หลังๆ เราไม่ค่อยได้ไปร้านหนังสือ และตั้งแต่เขาขึ้นราคาเราก็แทบไม่ได้แตะครับ
ขอบคุณในคำชื่นชมครับแม่หมี
------------------------------------------
อดุลย์

ขอบคุณมากครับ
-----------------------------------------
ไทบ้าน

แต้งกิ้ว
----------------------------------------
สิงห์นอกระบบ

โลกมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วครับ เราต้อง(ยอม)รับสภาพ

ความคิดเห็นที่ 6 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 07/08/2015 เวลา : 07.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ชื่นชมครับ สมัยนี้พาลูกไปเที่ยวอุทยาน search หาร้านอาหารกันก่อนเลย ยุคที่เข้าค่ายพักแรมไม่ต้องหุงข้าว มีรูปกิจกรรมให้ดูยังกับถ่ายทอดสดครับ

ความคิดเห็นที่ 5 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ไทบ้าน วันที่ : 05/08/2015 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

ชื่นชม ผุดดๆครับ ต้องแบบนี้ ที่เราท่าน ต้องการครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NN1234 วันที่ : 05/08/2015 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณซันญ่า

เข้าใจได้ถูกต้องและการให้น้ำหนักความสำคัญของเรื่องนี้ดีทีเดียว
ตอนที่ผมเรียนจบระดับสูงที่สุดในชีวิต อาจารย์ก็บอกว่า ความรู้ที่สอนให้ทั้งหมดนี้ จะเป็นฐานให้ท่านไปต่อยอดในการทำงาน
(แปลว่า เราต้องใช้ความรู้ด้านการบริหาร การเงินการทอง การมนุษย์ ฯลฯ ไปใช้งานจริงควบคู่กับการหาประสบการณ์ในการทำงานต่อไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักหยุด)

ตอนที่ผมเลี้ยงลูกสาวใกล้ตัว ผมก็เขียนประสบการณ์เรื่อง "เรียนกับลูก" ไว้ร่วม 10 ตอนครับ

ความคิดเห็นที่ 3 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อดุลย์ วันที่ : 05/08/2015 เวลา : 16.58 น.

ขอแสดงความนับถือ
จริง ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 05/08/2015 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

แม่หมีขอชื่นชมวิธีการสอนลูกของคุณหมอมากค่ะ การที่เด็กถูกจับเข้าห้องเรียน แล้วอัดแต่วิชาการลงในสมอง ลูกเครียดและไม่มีความสุข การให้ลูกได้เรียนรู้การใช้ชีวิต เขาจะอยู่รอดได้ไม่ว่าจะเผชิญปัญหาใดๆก็ตาม ลูกจะมีวิธีคิดแก้ไขและนำพาตัวเองให้ปลอดภัย ที่บ้านชอบอ่านหนังสือแนววิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะ SCIENCE ILLUSTRATED นี่อ่านเป้นประจำ แล้วเราจะรู้ว่าในโลกที่กำลังก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจนมนุษย์เราจะไปเหยียบดาวอังคาร จะไปอยู่บนดาวในกาแล็กซี่ที่ค้นพบใหม่และฯลฯ แต่อีกด้านหนึ่งโลกของเราก็เกิดภัยพิบัติมากมาย เราจะอยู่บนโลกที่ภูเขาจะไฟระเบิด แผ่นดินไหว น้ำท่วม สิ่งเหล่านี้ทำให้เราตระหนักว่า เราจะใช้ชีวิตได้อย่างไรให้ปลอดภัย สิ่งที่คุณหมอสอนลูกนั่นคือ เรากำลังสอนให้ลูกสามารถอยู่รอดได้ แค่น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 54 คนกทม.อย่างแม่หมี บ้านเราเตรียมทุกอย่างพร้อมและสามารถอยู่ในบ้านบนชั้นสองได้สบายๆได้หลายเดือน แต่เอาเข้าจริงรับไม่ได้กับการติดเกาะ อพยพลูกหนีน้ำไปพัทยา
ดังนั้นแม่หมีเห้นด้วยค่ะ กับการให้ความรู้ในการดำเนินชีวิตแบบที่คุณหมอกำลังสอนลูกอยู่

ความคิดเห็นที่ 1 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ซันญ่า วันที่ : 05/08/2015 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

จริงๆนะคะ คนเลี้ยงและคนเป็นพ่อแม่เท่านั้นที่จะรู้จัก
ขีดความสามารถ นิสัยพื้นฐานชีวิตของคนของเราเองดีที่สุด กว่าคนอื่น การเรียนรู้ได้จากทุกสิ่งอย่างบนความเป็นอยู่ และจากโรงเรียนเพียงส่วนหนึ่ง นอกนั้นเราเรียนรู้โดยตรงจากชีวิต การงาน การดำรงค์ชีพ ของแต่ละชีวิตเอง
วิทยาลัยชีวิตนอกโรงเรียน จะเป็นตัวชี้ความเป็นอยู่ของบุคคลเอง ..........
คุณหมอใส่ใจ ชายหนุ่มคนนี้ มากอบอุ่น และสบายๆเป็น
ทั้งพ่อและเพื่อน คู่กันไปพร้อมๆ กัน
ด้วยจิตคารวะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน