*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2324462
  • จำนวนผู้โหวต : 800
  • ส่ง msg :
  • โหวต 800 คน
<< สิงหาคม 2015 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม 2558
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 4294 , 23:40:51 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน ปวิภา , เฟื่อง และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

(ภาพ คลองกลาย ในวันนี้ - 2558 จะคงรักษาความสวยงามไว้ได้อย่างนี้ต่อไปได้หรือไม่? เป็นเรื่องที่ท้าทายทุกภาคส่วน)

 

เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ มหาอุทกภัย และภูเขาสไลด์เลื่อนถล่มในพื้นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ตอนต้นเดือน  เมษายน 2554  ได้สร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกร และประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากน้ำป่าไหลหลากจากภูเขาสูงสลับซับซ้อนลงมาสู่คูคลองลำธารสาขา ก่อนมารวมเป็น“คลองกลาย” โดยได้พัดพาเอาพืชผลทางการเกษตร บ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างที่เป็นสาธารณะ เช่น ถนน สะพาน ถูกกระแสน้ำกัดเซาะทำลาย เส้นทางคมนาคมเสียหายไปหลายแห่ง ส่งผลให้ประชาชนขาดการติดต่อด้วยการคมนาคมระหว่าง พื้นที่ด้านใน คือ ต.กรุงชิง กับพื้นที่ด้านนอก ผู้คนที่อาศัยอยู่ด้านในก็ขาดเสบียงอาหารเป็นเวลานานหลายวัน  

 

 

(ภาพ เมื่อครั้งมหาอุทกภัยในพื้นที่ป่ากรุงชิง อ.นบพิตำ ปี 2554)

 

เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดจากฝนตกติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2554 เป็นเวลาประมาณ 10 วันเต็มๆ ได้ทำให้เกิดน้ำท่วม ดินภูเขาถล่มทลาย รวมๆ แล้ว จำนวน 7 จังหวัด มีพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยและเกิดภัยพิบัติภูเขาถล่ม ดินเลื่อนสไลด์ในหลายพื้นที่ของ จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่

นักอุตุนิยมวิทยาเรียกเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า “เอ็กซตรีม อีเว้นท์”  เป็นเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ได้เกิดขึ้นทั่วโลกที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก หรือเป็น “เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่ควรจะเกิด” เนื่องจากมีเหตุอุทกภัยในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูร้อน อากาศแห้งแล้ง แต่ก็เกิด "อุทกภัยหน้าแล้ง" ขึ้นมาชนิดที่ไม่มีใครคาดการณ์ล่วงหน้าได้ 

ซึ่งขณะนั้นทางภาคใต้ของไทยได้เกิดมีพายุดีเปรสชั่นนอกฤดูกาลเข้ามา  ทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 1 เมษายน 2554  เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา  10 วัน วัดปริมาณน้ำฝนที่สถานีอุตุนิยมวิทยา จ.นครศรีธรรมราช ได้ 1,350 ม.ม. วัดปริมาณได้มากเกินน้ำฝนที่ตกสะสมตลอดทั้งปีเกือบ 2 เท่า ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก็วัดปริมาณน้ำฝนได้ 1,110 ม.ม.    
“ส่วนใหญ่ปรากฏการณ์พิบัติภัยดินถล่ม ดินสไลด์ที่เกิดขึ้นนั้น ปัจจัยสำคัญมักมาจากการกระตุ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ เช่น การบุกรุก แผ้วถางทำลายป่าไม้ แต่กรณีที่เกิดขึ้นที่ จ.นครศรีธรรมราช กระบี่ สุราษฎร์ธานี  มีสาเหตุหลักมาจากเรื่องของปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในปริมาณมากจนทำให้ความแข็งแรงของผิวดินโดยเฉพาะบริเวณลาดชันลดลง  จนในที่สุดดินเกิดการชุ่มน้ำและอ่อนตัวกลายเป็นดินโคลนและเลื่อนไหลลงสู่เบื้องล่าง จนกลายเป็นทะเลโคลนไหลถาโถมลงมาทับถมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนจนได้รับความเสียหาย  ทั้งนี้ปริมาณน้ำฝนเป็นเหตุผลหลักที่เป็นปัจจัยสำคัญหรือเป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาดินสไลด์หรือโคลนถล่ม เนื่องจากฝนที่ตกหนักและตกแช่ในพื้นที่เป็นเวลานานจนทำให้ดินบริเวณลาดชัน อ่อนตัวและเลื่อนไหลลงสู่ที่ต่ำในที่สุด  ความรุนแรงของปัญหาดินสไลด์ โคลนถล่มจะแตกต่างกันที่สภาพพื้นที่ หรือสภาพแวดล้อมของภูมิศาสตร์บริเวณนั้น เช่น จุดใดมีต้นไม้หนาแน่นระดับความรุนแรงจะน้อยกว่า จุดที่ไม่มีต้นไม้หรือบริเวณที่ป่าไม้ถูกทำลาย”  ความเห็นของ ดร.เฮลมุท เดอร์ราท นักธรณีวิทยา ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.)  กล่าวไว้เหตุการณ์ครั้งนั้น

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช(ในขณะนั้น) กล่าวว่า บริเวณที่ลาดเชิงเขาที่เกิดถล่มไหลลงมานั้น ส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน  สวนยางพาราที่อยู่ในเขตอนุรักษ์ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ โดยเฉพาะในเทือกเขาบรรทัด เขาปู่เขาย่า และบางส่วนใน จ.นครศรีธรรมราช

 

(ภาพ การอพยพชาวบ้านกว่า 10 หมู่บ้านที่ติดอยู่ในกลางหุบเขาโดยขาดอาหารหลายวัน ต้องใช้การลำเลียงมาทางอากาศด้วย ฮ.เท่านั้น)

เกษตรกรรายหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ใน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ได้ให้ข้อมูลผู้เขียน(จขบ.) ขณะที่งเกิดเหตุภัยพิบัติในปีนั้นว่า  ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นั่น ไม่มีเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดิน เนื่องจากเดิมพื้นที่ ต.กรุงชิง และ ต.นบพิตำ นั้นเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ เคยมีการให้เอกชนเข้าทำสัมปทานป่า ไม้มาก่อน แต่เมื่อรัฐบาลมีนโยบายปิดป่า และชาวบ้านเห็นว่าทางการไม่เข้ามาจัดการป่าเสื่อมโทรมนั้นต่อไป  ชาวบ้านจึงพากันเข้าไปจับจองพื้นที่ทำกิน  และที่ดินก็กลายให้เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลานเรื่อยๆ มา  เมื่อพื้นที่ทำกินไม่เพียงพอก็ต้องถากถางป่าเพิ่มขึ้น เพื่อใช้พื้นที่ปลูกยางพารา ทำสวนผลไม้ เช่น เงาะ ทุเรียน ลองกอง เพราะดินอุดมสมบูรณ์ หรือดิน ฟ้า อากาศดีทุกอย่าง

ทุกวันนี้ (พ.ศ.2558) ที่ดินในพื้นที่นี้ได้กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อขายกันอย่างอิสระ แม้จะไม่มีโฉนดที่ดินก็ตาม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ถูกประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง-ป่ากรุงชิง และอุทยานแห่งชาติเขานัน ครอบคลุมพื้นที่ของ“เทือกเขานครศรีธรรมราช” หรือ“เทือกเขาหลวง” ตามชื่อที่เรียกกันติดปาก  และ“เทือกเขาบรรทัด” ซึ่งทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่ อ.เมืองฯ ขนอม สิชล นบพิตำ พรหมคีรี ลานสกา ท่าศาลา  ร่อนพิบูลย์ ชะอวด และ พระพรหม    เทือกเขาเหล่านี้เป็นต้นน้ำของแม่น้ำลำธารทุกสายใน จ.นครศรีธรรมราช รวมทั้งสาขาของแม่น้ำตาปี (ไหลลงไปสู่อ่าวบ้านดอนที่ จ.สุราษฎร์ธานี)  และยังมีเทือกเขาอื่นๆ อีก เช่น เขาพระ  เขาใหญ่ อ.สิชล เขาหลวง อ.ท่าศาลา เขาเหมน อ.ช้างกลางต่อเนื่องกับเขารามโรม อ.ร่อนพิบูลย์ และ อ.พระพรหม เขาบรรทัดต่อเนื่องกับเขาสามจอม อ.ทุ่งสง และบางขัน เขาแดนตรัง อ.ทุ่งสง ต่อเนื่องไปถึง จ.ตรัง  โดยมียอดเขาสูงสุดชื่อ "เขาหลวง" สูงประมาณ 1,835 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

(ภาพ กระแสน้ำกัดเซาะตัดขาดเส้นทางคมนาคม)

(ภาพ ในเหตุการณ์เดียวกันนี้บก.ชาลี แห่งโอเคเนชั่นได้นำคณะและสิ่งของบริจาคมาช่วยเหลือชาว อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช)

 

เทือกเขาหลวงหรือเทือกเขาบรรทัดเป็นต้นกำเนิดของสายน้ำที่สำคัญ ได้แก่  แม่น้ำปากพนัง  ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัด ใน ต.วังอ่าง อ.ชะอวด ไหลผ่าน อ.เชียรใหญ่ ไปแยกกันที่บ้านปากแพรกเป็น แม่น้ำปากพนัง ไหลลงสู่ทะเลบริเวณอ่าวนคร แม่น้ำสายนี้ยาว 100 กิโลเมตร และอีกสาขาจากบ้านปากแพรก ไหลผ่าน อ.หัวไทรลงสู่ทะเลสาบสงขลา ที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ระยะยาว 63 กิโลเมตร         

แม่น้ำหลวง  เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำตาปี ไหลผ่าน อ.พิปูน ฉวาง และทุ่งใหญ่ ยาว  80 กม.  ไปที่ อ.พระแสง  จ.สุราษฎร์ธานี ไหลไปรวมกับแม่น้ำคีรีรัฐนิคม ที่ อ.พุนพิน กลายเป็น “แม่น้ำตาปี”   

คลองกลาย   เกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราชในเขต อ.นบพิตำ ไหลผ่าน อ.ท่าศาลา  ลงสู่ทะเลด้านอ่าวไทยเดิมคลองนี้มีความกว้างมาก จึงต้องสร้างสะพานซึ่งยาวมากตัดผ่าน ปัจจุบันตื้นเขินใช้ประโยชน์ได้น้อย ยาว  70 กม.  แต่ก็เป็นคลองที่มีอันตรายมากที่สุดเมื่อเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก  เพราะไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าน้ำจะไหลอย่างรุนแรง กัดเซาะไปทุกหนแห่ง ไม่มีทิศทางการไหลที่แน่นอน  จึงได้ชื่อว่า “คลองกลาย”

 

(ภาพ  สภาพป่ากรุงชิง อ.นบพิตำ ในวันนี้ .... สิงหาคม 2558)

(ภาพ จุดชมวิว "ทะเลหมอกกรุงชิง"  รางวัลกินรี ระดับดีเด่น ประเภทชุมชนดีเด่น ประจำปี 2551 การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน)

 

อุทยานแห่งชาติทั้ง 2 แห่งในพื้นที่เทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาหลวง-ป่ากรุงชิงครอบคลุมพื้นที่ของ อ.เมือง  พิปูน พรหมคีรี ลานสกา ฉวาง และท่าศาลา มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 597 ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ 356,250 ไร่  ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517   มีเทือกเขาที่สลับซับซ้อน เป็นแหล่งของต้นน้ำลำธารและคลองต่างๆ กว่า ๑๕ สาย  มีสภาพป่าเขาเป็นแบบป่าดงดิบชื้นที่มีพรรณไม้ และสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์ มียอดเขาหลวงเป็นจุดที่สูงที่สุด

อุทยานแห่งชาติเขานัน  ครอบคลุมพื้นที่ของ     อ.ท่าศาลา    อ.สิชล  และ อ.นบพิตำ   มีอาณาเขตที่ครอบคลุม เขาป่าสงวนแห่งชาติป่าเขานัน  และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากรุงชิงบางส่วน มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 272,500 ไร่  

จ.นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์แร่ชนิดต่างๆ   พบการแทรกตัวอยู่ในสินแร่ ได้แก่ ดีบุก  เฟลด์สปาร์  แบไรต์  ยิปซัม  หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง)  โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.นบพิตำ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการให้สัมปทานบัตรในการทำเหมือนแร่เฟลด์สปาร์และแบไรต์ เป็นจำนวนหลายร้อยไร่ และกระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ของ อ.ร่อนพิบูลย์ ทุ่งสง ลานสกา ฉวาง ทุ่งใหญ่ ท่าศาลา  และขนอม   

(ภาพ "เขาเหล็ก" การทำสัมปทานเหมืองแร่เหล็ก -ปัจจุบัน ยกเลิกแล้ว เนื่องจากราคาแร่เหล้กตกต่ำ)

(ภาพ โรงงานเหมืองแต่งแร่เฟลสปาร์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมคลองกลาย แต่ปัจจุบันน้ำกัดเซาะตลิ่งจนกระทั่งตั้งอยู่กลางคลองกลาย)

 

(ภาพ คลองกลาย รับน้ำจากภูเขาที่สลับซับซ้อนตั้งแต่บริเวณต้นน้ำไหลลงมารวมเป็น คลองกลาย ที่เชี่ยวกราก กัดเซาะรุนแรง และ ..ทำลาย) 

(ภาพ ที่กลางสะพานเกือบทุกแห่งมีอุปกรณ์เตือนภัยจากกระแสน้ำ)

(ภาพ บ่อน้ำพุร้อน ใน ต.กรุงชิง)

ย้อนไปดู....จุดแข็งจุดอ่อน(SWOT Analysis) ของ อ.นบพิตำ

จุดแข็ง (Strengths) มีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ยางพารา  และผลไม้หลายชนิด, มีทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จำนวนมาก โดยเฉพาะน้ำตก ถ้ำ การล่องแก่งคลองกลาย จุดชมวิวทะเลหมอก, ประชาชนส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ประชาชนมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนาและการเมืองในทุกระดับ, มีเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง มีกองทุนหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน, มีผลิตภัณฑ์ OTOP ประชาชนให้ความร่วมมือในการพัฒนา, ประชาชนมีนิสัยขยัน อดทน และรักถิ่นฐานของตน

จุดอ่อน (Weakness) สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง ป่าต้นน้ำลำธาร ไม่มีที่กักเก็บน้ำในฤดูแล้ง, ขาดองค์กรบริหารจัดการที่เชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในภาพรวม, ขาดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว, ขาดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ, ขาดทักษะในการพัฒนาอาชีพ และทักษะความรู้ ความสามารถ ในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน เข้าสู่กลไกตลาด, ขาดอาชีพเสริม, ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายและเสื่อมโทรม 

โอกาส (Opportunities) นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตามวิสัยทัศน์ของจังหวัด, นโยบายส่งเสริมชุมชนเข้มแข็งของจังหวัด, การส่งเสริมสินค้าเกษตรของรัฐบาล, ส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

ภัยคุกคาม (Threats) ราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลไม้มีความผันผวน ไม่แน่นอน มีราคาตกต่ำในช่วงฤดูกาล, ขาดความชัดเจนด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ, หน่วยราชการมีบุคลากรปฏิบัติงานในพื้นที่น้อย, ความไม่ต่อเนื่องของรัฐบาลในการสนับสนุนโครงการ

 

(ภาพความเสียหาย การเข้าไปช่วยเหลืออพยพประชาชนโดยทางอากาศ และเหมืองแร่ เมื่อปี 2554)

 

วันนี้ .... (เดือนสิงหาคม 2558)  ผู้เขียน (จขบ.)ได้เดินทางเข้าไปสัมผัสพื้นที่และชีวิตผู้คนที่อาศัยในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งระหว่างภาครัฐและประชาชน ที่แวดล้อมด้วยพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ พบว่า ความขัดแย้งเหล่านั้นไม่ได้ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด

ตัวอย่างเช่น ปลายปีที่แล้ว 2557 ได้เกิดเหตุคนร้ายดักยิงนายพิธาน ทองพนัง แกนนำต่อต้านสัมปทานเหมืองแร่เขาไม้ไผ่  และต่อมาคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มนายบุญสงค์ เกิดเรือง อายุ 46 ปี ส.อบต.กรุงชิง เสียชีวิตและภรรยาบาดเจ็บสาหัส ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลกรุงชิงต่างหวาดผวา ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีหน่วยงานราชการ จ.นครศรีธรรมราช เข้าไปนัดเจรจาไกล่เกลี่ยประนีประนอมระหว่างผู้การประกอบกิจการเหมืองแร่กับตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ   เพื่อลดความขัดแย้ง  เนื่องจากชาวบ้านฟ้องร้องศาลปกครองสาเหตุจากการได้รับผลกระทบจากการสัมปทานเหมืองแร่

 

ผู้เขียนลองถามแย็บๆ ทีเล่นทีจริงกับกลุ่มแม่ค้าในหมู่บ้านใกล้น้ำตกกรุงชิงว่า ผู้เขียนอยากมาซื้อที่ดินเพื่อทำสวนในพื้นที่บริเวณนี้ เพราะน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ดีมาก แล้วก็ให้เหตุผลว่า กลัวจะอยู่ไม่ได้ แต่พวกเชาวบ้านก็ตอบอย่างมั่นใจว่า

“ไม่มีใครทำคุณหรอก พวกเราอยู่ที่นี่มาตั้งนาน หลายคนก็เกิดที่นี่ ไม่เห็นมีใครกล้ามาทำอะไรใครได้”  และพร้อมใจกันเชิญชวนให้ผู้เขียนเข้ามาหาที่ดินเพื่อทำสวนสักแปลง 

 

เมื่อประมวลข้อมูลจากข่าวสารและจากการพุดคุยกับประชาชนในพื้นที่จริง ก็พบว่า ความขัดแย้งหรือความรุนแรงต่างๆ เป็นเสมือนคลื่นใต้น้ำ ความคิดเห็นปะทะกันเมื่อไรก็เปรียบเสมือนไปสะกิดแผลเก่าให้ปะทุขึ้น เหตุร้ายเกิดขึ้นก็แต่ในพื้นที่ที่มีการสัมปทานบัตรซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนอยู่กับที่ดินจับจองครอบครองของพี่น้องชาวกรุงชิง

"เราทำเหมืองแร่เฉพาะในเขตสัมปทานเท่านั้น” คำสัมภาษณ์ของวิศวกรประจำโรงงานเหมืองแร่แห่งหนึ่ง ใน อ.นบพิตำ  และ ....

“ชาวบ้านไม่รู้หรอกว่าพื้นที่สัมปทานมันแค่ไหน .... และมันคงแก้ยาก” 

“ชาวบ้านก็มีส่วนสร้างความเสียหายด้วย เพราะที่ อ.นบพิตำนั้นดินดี มีความอุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชก็งาม ให้ผลผลิตดี ชาวบ้านจึงพากันเข้าไปบุกรุกจับจอง มีการถางป่าเพื่อปลูกยางพารา ปลูกผลไม้ ที่ข้างในป่ากรุงชิงนั้นยังมีการตัดไม้ทำลายป่าอยู่อีก   สาเหตุที่บางคนไม่ยอมอพยพออกมาก็เพราะเกรงว่าจะกลับไปไม่ได้ เนื่องจากทางการจะยึดคืน”

นั้นเป็นคำสัมภาษณ์ของชาวบ้านรายหนึ่งในเหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อปี 2554

 

วันนี้... ผู้เขียนเดินทางออกมา ก่อนจะแวะเข้าไปสนทนากับพ่อค้าที่รู้จักกันในร้านตลาดตัวอำเภอนบพิตำ เขายังทำมาค้าขายตามปกติ แม้ราคาพืชผลทางการเกษตรจะมีราคาที่ตกต่ำอยู่เขามีกำไรส่วนต่างที่น้อยลง แต่ก็ทำงานอย่างขยันขันแข็งมากขึ้น ก็ยังส่งผลให้เขาและครอบครัวดำรงชีวิตอยู่ได้   เขามีแผนจะขยายธุรกิจเมื่อลูกจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย และเมื่อโอกาสจากทางการเอื้ออำนวย ....

 

อ.นบพิตำ น้ำตกกรุงชิง ป่ากรุงชิง เต็มไปด้วยมีเสน่ห์ ความสวยงามของธรรมชาติ มีทั้งความอุดมสมบูรณ์ แร่ธาตุ พืชพันธุ์ ทรัพยากรป่าไม้

 

ชาวนบพิตำ .... ดำเนินชีวิต  ท่ามกลางความโหดร้ายที่แอบแฝงมีทั้งธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้าง  หากมนุษย์ไม่ไปแตะต้องสิ่งเหล่านั้นแบบเกินความสมดุล   “นบพิตำ” ก็จะยังคงมีมนต์เสน่ห์ มีความสวยงาม และดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข

………………………….

 

 ย้อนอ่านเรื่องเดิม  …..

โอ้...นบพิตำ (เหนือคำบรรยาย) ตอนที่ 1 คลองกลาย เป็นแม่น้ำกลาย

โอ้...นบพิตำ (เหนือคำบรรยาย) ตอนที่ 2 ภาพเจาะลึกเข้าไปข้างในนบพิตำ

โอ้...นบพิตำ (เหนือคำบรรยาย)ตอนที่ 3 เปิดแผนการพัฒนาหรือเปิดแผลอันฉกาจฉกรรจ์ของป่าต้นน้ำนครศรีธรรมราช

โอ้..นบพิตำ(เหนือคำบรรยาย) ตอนที่ 4 ผ่าภูมิปัญญาชาวบ้านและความคิดของนักวิชาการ เมื่อน้ำท่วมปากรัฐบาล..แล้วเรา-ท่านเตรียมการอะไร?

นครศรีนามิ ภาพชีวิตคนถูกน้ำท่วมเพราะอากาศวิปริต และเรื่องเล่าสั้นๆ

 

ข้อมูลอ้างอิง(ใหม่)

http://103.28.101.10/briefprovince/filedoc/80000000.pdf

http://www1.dpim.go.th/mne/mn.php?pltname=&prov=80&ore1=&ore2=&status=เปิดการ&a1dx=00&a1mx=00&a1yx=0000&a2dx=00&a2mx=00&a2yx=0000&b1dx=00&b1mx=00&b1yx=0000&b2dx=00&b2mx=00&b2yx=0000&nox=&remexp=&pageid=1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 BlueHill , รวงข้าวล้อลม ถูกใจสิ่งนี้ (2)
NN1234 วันที่ : 13/08/2015 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

BlueHill

ขอบคุณมากครับ ขอบคุณคณะชาวเนชั่น ชาวโอเคเนชั่น ที่มีน้ำใจบริจาคสิ่งของ ปัจจัยต่างๆ มาช่วยเหลือชาวนครศรีฯ
วันนั้น .. คณะไปบริจาคให้ชาวปากพนัง ซึ่งน้ำท่วมนานกว่า 1 เดือน เพราะเป็นพื้นที่ปลายน้ำ รับน้ำจากภูเขาสูง ขณะเดียวกันที่ น้ำทะเลหนุนสูงมานานมากเป็นเดือน ความเดือดร้อนจึงเกิดขึ้นทุกหัวระแหง
-------------------------------------------
น้องไผ่

อ่านเอนทรี่เก่าๆ ของผม(ในลิงค์)จะเป็นคำตอบเฉลยถึงปัญหาทั้งหมด
-------------------------------------------
คุณซันญ่า

เผลอแป๊บเดียว 4-5 ปีแล้ว
ผมเชื่อว่า ประวัติศาสตร์จะย้อนกลับมาเยือนอีกครั้ง
---------------------------------------------
หมอวัลลภ

เรื่องที่หมอพูดถึง ให้นึกถึงการเตรียมความพร้อมของชาวญี่ปุ่น
"ที่นี่" มีระบบเตือนภัยหลายอย่างครับ ทั้ง ว.(วิทยุสื่อสาร) ไฟเตือนระดับน้ำที่สะพาน การเตือนภัยจากทางราชการ (ป.ภ.)
-----------------------------------------
คุณลูกเสือฯ

พื้นที่ราบของ จ.นครศรีฯ มีการขุดลอกคูคลองพร้อมทุกๆปีแล้วครับ
แต่ถ้าฝนตกปริมาณที่มากเกินไปอย่างในปี 2554 "ตกกลางเดือนเมษาฯ" เพียง 3 วัน ฝนตกกสะสม 1.5 พันกว่ามิลลิเมตร มากกว่าที่ตกรวมกันใน 1 ปี
ผมเชื่อว่า ใครก็คาดการณ์ไม่ได้ ระบบที่เตรียมรับมือก็เอาไม่อยู่

ครั้งต่อไปจะพิสูจน์ฝีมือและประสบการณ์ของระบบราชการและชาวนครอีกครั้งครับ
---------------------------------------
ครูรวงข้าวฯ

น้ำจากเทือกเขาหลวงส่วนหนึ่งไหลไปทางสุราษฎร์ฯ เป็นต้นน้ำ"แม่น้ำตาปี" ครับ
ปลายน้ำก็ต้องเตรียมการรับมือ เหมือนชาว อ.ปากพนัง จมน้ำนานเป็นเดือนๆ

ความคิดเห็นที่ 6 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 13/08/2015 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เห็นแล้วสะเทือนใจ ภาพเหล่านี้

ทำให้เรา ได้แง่คิด ว่า เราต้องเตรียมตัว

เตรียมใจ และคิดหาวิธี แก้ไขปัญหา เมื่อสถานการณ์
มาเยือน โดยที่เราไม่ทันตั้งตัวก็ได้

ความคิดเห็นที่ 5 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/08/2015 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมยังเชื่อว่าเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่า"ข้าราชการไทย"ในระดับสูงห่วยมาก
ทั้งข้าราขการการเมืองและข้าราชการประจำ
เมืองไทยเป็นที่ลุ่ม รู้ว่าทุกปีจะมีน้ำ(ท่วม) แต่ไม่เคยมีการจัดการในหน้าแล้ง ..ไม่มีการขุดลอกคูคลอง
แถมหน้าแล้วยังขาดน้ำ
พอหน้าฝน น้ำท่วม
ห่วยทั้งระบบ

ถ้าผมเป็นนายกฯหรือรัฐมนตรีเดกษตรฯ มหาดไทย
จะสั่งการไว้เลยในหน้าแล้ง หรือหน้าไหนก็ได้ ทุกจังหวัดต้องขุดลอกคูคลองไว้

เมืองนอกหลายๆเมืองริมน้ำ เมืองเขาสวย
เมืองไทย ทุกคอลงน้ำเน่า โดยเฉพาะกทม. ไม่เคยมีใครจัดการเลย

ห้วยบรม

ความคิดเห็นที่ 4 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 12/08/2015 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เรื่องนี้ คงจะสอนเราได้ว่า

ความสามารถ - ความพร้อม
ในการต่อสู้ภัยพิบัติ
สำคัญขึ้น ทุกประเทศเลย

ความคิดเห็นที่ 3 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ซันญ่า วันที่ : 12/08/2015 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

กลับมาอยู่อ่าวไทยได้ 3 -4 ปีและปีนั้นก็แว้นมอเตอร์ไซด์ลุยฝนลุยน้ำ ส่งนักเดินทางสะพายเป้ออกจากเกาะพะงัน ด้วยการแออัดคับคั่งของ นักท่องเที่ยว เรือหลวงนฤเบศต้องมารอรับ ขึ้นบกที่อู่ตะเภา .......มันเป็นการวัดใจของคนที่ย้อนมา จากจุดที่วิ่งไปไกลกลับคืน สวนกระแส ........อยากออกตัวดังๆ ก็ต้องอดทน เก็บงำ เพียงช่วยเหลือคนรอบบ้านใกล้ๆตัวไปพรางๆ ........ติดตามพี่ๆ ไปเยี่ยม ด้วยบล๊อคโอเคเนชั่นแบบ อินเตอร์เน๊ตเติมเงิน อาหารเข้าเกาะพะงันจากแผ่นดินใหญ่ก็ขาดช่วงเรือนอนก็เข้ามาส่งเสบียงให้ไม่สะดวก .........ทุกอย่างในมาเก็ต เกลี้ยงๆๆ เลยปีนั้น เผลอแป๊บเดียว .....2558 ปลายปีแล้ว ........
นะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 NN1234 , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
khunphai วันที่ : 12/08/2015 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

วันนั่นอยู่กรุงเทพ จริงๆอยากอาสาไปด้วยจริงๆ
ก็ที่นั่นเป็นอย่างนี้ตลอด ปัญหาก็เรื่องธรรมชาตินั่นละคะ
จริงๆไผ่ว่าเกิดจากการปลูกพืช และอีกหลายอย่างคะ

ความคิดเห็นที่ 1 เฟื่อง , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 12/08/2015 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นึกถึงวันนั้นแล้วเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงจริงๆ ครับ
ผมอ่านเรื่องนี้เจ้าของบล็อกเขียนเรียงร้อยความเป็นไป ที่มาของสถานการณ์อย่างเข้าใจถึงปัญหา

เป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไขจริงๆ
หรือต้องปล่อยให้เป็นเยี่ยงนี้ต่อไป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน