*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2349629
  • จำนวนผู้โหวต : 803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 803 คน
<< สิงหาคม 2015 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม 2558
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 2040 , 10:17:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 13 คน อิมกุดั่น , พิทักษ์ และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

 

ฝรั่ง....เขามักจะมีการตั้งคำถาม เพื่อให้ผู้คนช่วยตอบ และก็มีคำถามบางประเภทที่เป็น  Questions without Answers (คำถามที่ไร้คำถาม)  อย่างหนังสือเรื่อง "ฟ้ากว้างทางไกล : Papa You're Crazy" ผู้เขียน William Saroyan (วิลเลียม ซาโรยัน) ผู้แปล วิภาดา กิตติโกวิท  เด็กๆ ในวันที่กำลังน่ารักก็มีคำถามต่อผู้ใหญ่ จนผู้ใหญ่ก็ยากที่จะตอบ บางคำถามก็อึดอัดกับคำถามที่น่ารักๆ เหล่านั้น

 

 ...... และผู้เขียน (จขบ.) ก็คิดเองว่า ทุกคนเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในแต่ละช่วงของวัย ย่อมมีคำถามที่แม้แต่ตนเองก็ตอบไม่ได้ บางทีก็ไม่ใส่ใจที่คิดใคร่ครวญตั้งคำถามต่อตนเอง 

ผู้เขียนเชื่อว่า .... คนทุกคนมีคำถามที่"ไร้คำตอบ"  ถ้าหากคิดจะตั้งคำถาม  

 

 

นี่คือ บางคำถามที่ผู้เขียนค้นหาคำตอบจากภายในความคิดของตัวเองไม่ได้ ...

1. ทำไมพวกคนที่เกลียดการปฏิวัติของทหารไทย แต่กลับยกย่องประธานเหมา

2. ทำไมจึงไม่มีบริษัทผลิตรถยนต์อยู่ในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Company)

3. ทำไมรายการทีวีที่มีอยู่มากมายหลายช่อง  แต่แทบไม่มีรายการสารคดี (Documentary) ให้ประชาชนดู

4. ทำไมร้านอาหารภัตตาคารแบบต่างชาติจึงเฟื่องฟูมากขึ้น  ในขณะที่คนไทยยังกินข้าวเป็นหลัก

5. ทำไมความบันเทิงที่เรียกว่า ละครน้ำเน่า จึงไม่เสื่อมความนิยมไปจากรายการทีวีในเมืองไทย ทั้งๆ ที่เรื่องราวก็ซ้ำซากจำเจ และตบจูบๆ

6. ทำไมบัณฑิตไทยส่วนใหญ่จึงไม่ได้ทำงานในความรู้สาขาที่ตนเองเรียนจบมา และทำไมคนไทยจึงเรียนสูงมากกว่าตำแหน่งที่ตนทำงานอยู่

7. ทำไมคนไทยจึงลงทุนในการศึกษาสูงมาก หรือเรียนมากเกิน แต่ก็ไม่ได้ใช้งานจริงๆ 

8. ทำไมรถพยาบาล (Ambulance) ของพวกมูลนิธิกู้ชีพจึงไม่เคารพกฎจราจร ทั้งๆ ที่บางทีภายในรถนั้นก็ไม่มีคนป่วยที่เจ็บหนักแต่อย่างใด

9. ทำไมพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กโรงเรียนอนุบาลจึงพยายามขับรถไปส่งลูกๆ ที่ใกล้หน้าประตูโรงเรียนให้ได้มากที่สุด

10. ทำไมคนไทยเรียกร้องว่าอย่าตัดต้นไม้ แต่ไม่เคยปลูกต้นไม้ เช่นเดียวปากบอกว่าตัวเองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในชีวิตประจำวันของตนเองนั้นล้วนสร้างแต่มลพิษ

11. ทำไมรถ SUV 4X4 มักวิ่งกันแต่ในเมือง

12. ทำไมอาชีพแพทย์จึงมีเงินเดือนน้อยกว่าอาชีพครู และแพทย์ก็ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ศพละ 3-5 ล้านบาท

13. ทำไมคนจึงมักนำเรื่องที่ตนไปทำในเรื่องที่ไม่ดีมาเล่าอวดเพื่อน ขณะที่เรื่องที่ไปทำความดีกลับเขินอายที่เล่าให้เพื่อนๆ ฟัง

14.ทำไมคนที่เล่นหวยจึงมักเล่าเรื่องที่ตนซื้อหวยผิดให้คนอื่นฟัง ทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยากฟังเรื่องของคนเล่านั้นเลย เพราะคนอื่นๆ ก็ล้วนเสียเงินซื้อหวยไม่ต่างกันนัก

15. ทำไมบางคนจึงเป็นบ้าเป็นหลังกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงมักไม่ศึกษาดูข้อมูลเชิงกว้างและเชิงลึกในเรื่องนั้น

16. ทำไมคนไทยส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมีสุนทรียภาพทางด้านศิลปะ ยกเว้นสุนทรียภาพจากการเสพศิลปะภาพยนตร์จากฮอลลีวูด ที่เสพได้อย่างเดียวกับชาวอเมริกัน
17. ทำไมเมื่อคนไทยรู้สึกว่า การมีศัตรูคนเดียวกัน จึงมักแบ่งปันแจ้งข้อมูลข่าวสารให้แก่กัน  แต่โดยมากมักจะไม่ได้กลั่นกรองข้อมูลข่าวสารนั้นยังหวาดระแวงต่อกันและอาจจะหวาดระแวงมากกว่าเดิม

 

 

ใครพอจะทราบคำตอบของคำถามเหล่านี้บ้าง ลองตอบ(บางคำถาม)บ้างก็ได้ ยินดีรับฟังและสานต่อความคิดของท่าน

………………………………………………..

 

 ภาพประกอบลิขสิทธิ์ของ NN1234



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 26/08/2015 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ข้อ10 . ทำไมคนไทยเรียกร้องว่าอย่าตัดต้นไม้ แต่ไม่เคยปลูกต้นไม้ เช่นเดียวปากบอกว่าตัวเองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในชีวิตประจำวันของตนเองนั้นล้วนสร้างแต่มลพิษ

ข้อ 15. . ทำไมบางคนจึงเป็นบ้าเป็นหลังกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงมักไม่ศึกษาดูข้อมูลเชิงกว้างและเชิงลึกในเรื่องนั้น

เพราะคนมักมองออกนอกตัว ไม่เคยสำรวจตนเองครับ และการมองออกนอกตัวก็เพียงต้องการเสพข้อมูลด้านที่สนับสนุนทิฏฐิของตนเองเท่านั้น อีกอย่างการปั่นบางกระแสทำให้ตนเองดูดีขึ้นในสายตาคนอื่น

ทีนี้ถ้ามองกลับอีกด้าน ก็มองว่า คนที่เรียกร้องสิ่งนี้เขาอาจไม่มีเวลาจะทำเรื่องนี้ เช่นคนที่เรียกร้องว่าอย่าตัดไม้ทำลายป่า ตรรกะแบบนี้มันคือ ความจริง แต่การที่เขาไม่ได้ปลูกต้นไม้ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เช่นบางคนต้องทำงานออฟฟิต อยู่หอพักแบบนี้ เขาคงไม่มีโอกาสมาปลูกต้นไม้แน่ แต่การรณรงค์ของเขาก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเป็นการอนุรักษณ์ธรรมชาติ

อีกตัวอย่างที่จะยกมา ก็คือ เราต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น แต่เราหลีกเลี่ยงภาษี เราจอดรถในที่ห้ามจอด เราไม่ยอมเสียค่าปรับการฝ่าฝืนกฏจราจร เป็นต้น

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า การไม่สำรวจตน มีพุทธพจน์คาถาหนึ่ง ดังนี้

“บัณฑิตพึงตั้งตนในคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นภายหลังจึงไม่มัวหมอง”

ข้อ 12 . ทำไมอาชีพแพทย์จึงมีเงินเดือนน้อยกว่าอาชีพครู และแพทย์ก็ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ศพละ 3-5 ล้านบาท

ข้อนี้เป็นคำถาม ที่แยกออกเป็นสองประเด็นนะครับ ฐานเงินเดือนของแพทย์น้อยกว่าครู อันนี้เป็นกฎสังคมที่กำหนดมาครับ ไม่ใช่ว่าอะไรถูกอะไรผิด เพราะแต่ละอาชีพก็มีความหลักหลั่นของฐานเงินเดือนอยู่แล้ว

ครูสร้างคน แพทย์ซ่อมคน เป็นคนละกิจ
กิจของครู คือ ทำให้คนที่ไม่มีความรู้ มีความรู้
กิจของแพทย์คือ ทำให้คนที่เป็นโรคหายจากโรค

ถ้าครูทำให้ คนมีความรู้ได้ แพทย์ทำให้คนหายจากโรคได้ ก็ถือว่า ทั้งครูทั้งแพทย์ได้บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว
เรียกว่า ทำงาน บรรลุ ได้ผลของงาน เป็นสองอาชีพ ที่มีโอกาสสร้างบุญกุศล ได้มากกว่าอาชีพใดๆ

ค่าตอบแทนที่สังคมให้อาจเป็นรูปตัวเงิน ชื่อเสียง ส่วนนี้เป็นเพียงส่วนประกอบ ที่พึงมีพึงได้ในโลกนี้ ละสังขารไปก็พกพาเอาไปไม่ได้ สิ่งที่พกพาไปได้ ก็เป็นเพียงบุญบาปที่ทำไว้เท่านั้น

คุณหมอจงภูมิใจเถิด ว่าโชคดีนักหนาที่มีอาชีพได้ช่วยเหลือผู้อื่น ได้ประกอบกุศลกรรมมากมาย พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ทำงานอะไร เพื่อไม่ต้องการอะไร ถ้าต้องการอะไร มันไม่จบ การกระทำมีอยู่ ทำจนบรรลุเป้าหมาย แต่จิตใจไม่ยึดติดว่าจะต้องได้อะไร การที่จะได้อะไรที่ไม่เที่ยงแท้ เป็นสิ่งพลอยได้จากสมมติบัญญัติเท่านั้น

ส่วนการที่ต้องถูกฟ้องร้องนั้น เป็นคนละกรณีกับฐานเงินเดือน ถ้าเอามาปนกันว่า แพทย์ควรได้มากกว่าเพื่อกันการถูกฟ้องร้อง แบบนี้ทุกอาชีพย่อมต้องมีเหตุผลข้ออ้าง ในเรื่องความเสี่ยง ซึ่งจบลงตรงที่ต่างคนต่างคิดว่า ตนเองถูกและชอบธรรม นี่คือ ลักษณะของทิฏฐิและศีล ที่ไม่เสมอกันในสังคม ซึ่งไม่พ้นต้องอาศัยการเมืองเส้นสายในการเสนอเป็นกฏหมายออกมา

ข้อ13 ทำไมคนจึงมักนำเรื่องที่ตนไปทำในเรื่องที่ไม่ดีมาเล่าอวดเพื่อน ขณะที่เรื่องที่ไปทำความดีกลับเขินอายที่เล่าให้เพื่อนๆ ฟัง

ข้อ14 .ทำไมคนที่เล่นหวยจึงมักเล่าเรื่องที่ตนซื้อหวยผิดให้คนอื่นฟัง ทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยากฟังเรื่องของคนเล่านั้นเลย เพราะคนอื่นๆ ก็ล้วนเสียเงินซื้อหวยไม่ต่างกันนัก

เพราะเกี่ยวพันกับองค์ธรรม สองสามชุด คือ เมตตา กรุณา มุทิตา
คนไทยมีความเมตตากรุณามาก เมตตาคือสภาวะที่มีต่อคนที่เสมอกัน กรุณาคือเมตตาต่อคนที่ต่ำกว่าอันหนึ่งอยากให้เขามีสุข อันหนึ่งอยากให้เขาพ้นทุกข์

แต่คนไทย โดยมากขาดมุทิตา คือรู้สึกพลอยยินดีที่เขาเจริญขึ้น ได้ดิบได้ดีขึ้น ฐานะดีขึ้นจนเกินเลยตนเอง ได้รับรางวัลจากการแข่งขัน คู่แข่งขันพลอยชื่นชมยินดีไม่อิจฉา

สภาวธรรมที่เป็นคู่ตรงข้ามกับมุทิตา คือ อิจฉาริษยา

ดูภาษิตไทยครับ “จงทำตัวแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน”

ความหวาดหวั่น ในการที่จะเล่าเรื่องราวดีๆ ที่ตนทำอะไรดีๆ ให้คนอื่นรู้ เพราะใจนึกไปว่า จะโดนว่าไหมว่าขี้อวด เดี๋ยวคนอื่นจะหมั่นไส้เอา สู้เล่าความเชย ความเขลาให้คนอื่นรู้ คนอื่นจะได้มาปลอบ คือคาดหวังว่า โอกาสจะได้ความกรุณาจากคนอื่น มีมากกว่า ความ มุทิตา

ส่วนเรื่องหวย ที่ชอบมาเล่า ก็คิดเสียว่า เขาอยากมาคุยแก้เหงา เพราะว่าคุยเรื่องนี้ โอกาสที่จะถูกแยกฝ่ายแยกขั้วย่อมยาก เพราะคุยเรื่องการเมืองทีไร วงแตกทุกครั้ง ผมเองอยู่ในวงเพื่อนฝูงที่สนิทกัน ผมก็เลี่ยงคุยเรื่องการเมือง เพราะเข้าประเด็นพวกนี้ทีไร บรรยากาศกร่อยทุกครั้ง สู้คุยเรื่องไร้สาระ แต่ไม่แตกคอกัน ทั้งที่ผมก็รู้สึกว่าเสียเวลาคุยเรื่องไร้สาระ แต่ความรักที่มีต่อกันฉันเพื่อน ก็มีแต่ความเมตตาให้ ความไม่พอใจมันก็ลดน้อยไปเอง

ข้อ17. . ทำไมเมื่อคนไทยรู้สึกว่า การมีศัตรูคนเดียวกัน จึงมักแบ่งปันแจ้งข้อมูลข่าวสารให้แก่กัน แต่โดยมากมักจะไม่ได้กลั่นกรองข้อมูลข่าวสารนั้นยังหวาดระแวงต่อกันและอาจจะหวาดระแวงมากกว่าเดิม
เพราะความหวาดหวั่น ที่จะต้องโดดเดี่ยว เราจึงแสวงหาข้อมูลที่คอยหล่อเลี้ยงจิตที่เราเสพคุ้นอยู่ตลอดเวลา เราไม่กล้าที่จะศึกษาข้อมูลอีกชุด

เพราะว่า ความกลัวมักจะมีมากขึ้น ยามที่ความจริง ใกล้ปรากฏ นี่เป็นธรรมชาติ เราจึงควรฝึกตนที่ฝืนธรรมชาติเดิมๆของเรา

สุดท้ายนี้ ผมขอให้เรามี พรหมวิหารธรรม ที่ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาความเป็นกลางที่จะเกิดเป็นกลางทางจิตใจได้ ต้องเป็นจิตที่อบรม รู้เห็นทุกชุดความจริง เห็นถึงสุขทุกข์ในตัวมันเอง จนนำไปสู่การให้อภัยต่อกัน การให้อภัยต่อกันนี้ หมายถึงการให้อภัยทางจิตใจ ไม่ผูกโกรธแค้นเคือง แต่บริจาคจิตใจที่ยึดติดเหนียวแน่นเหล่านี้ออกไป ส่วนทางโลก ทางกฎหมายก็เป็นไปตามกฎระเบียบที่จะต้องลงโทษ
ความรัก ความเกลียด เป็นสิ่งเดียวกัน รัก ก็ยึดเอามาไว้ เกลียดก็ต้องยึดมาคว้ามาเพื่อผลักไสออกไป เกิดเมื่อไร ก็คว้าเอามาเพื่อสลัดหลุด ทุกครั้ง สุขกับทุกข์จึง เป็นทุกข์ทั้งคู่
พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “เรากล่าวแต่ทุกข์ และการดับทุกข์ เท่านั้น”
นี่คือความเห็นทั้งหมดที่นำเรียนมา หากมีอะไรที่เป็นการก้าวล่วงคุณหมอ ผมกราบขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยครับ



ความคิดเห็นที่ 15 (0)
rattiya วันที่ : 26/08/2015 เวลา : 02.35 น.

ข้อ9 ทำไมพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กโรงเรียนอนุบาลจึงพยายามขับรถไปส่งลูกๆ ที่ใกล้หน้าประตูโรงเรียนให้ได้มากที่สุด

คิดว่าความปลอดภัยของผู้้ใช้รถใช้ถนนที่เมืองไทยมีน้อย หรือบางเเห่งอาจจะเข้าขั้นอันตรายก็ว่าได้ พ่อเเม่เด็กถึงต้องขับรถไปส่งถึงหน้าประตู สมัยรัตติยาเรียนหนังสือที่ต่างจังหวัด ต้องเดินไปกลับโรงเรียนเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นผลดีต่อเด็ก กลายเป็นว่าเด็กได้มีการออกกำลังกายไปในตัว...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
rattiya วันที่ : 26/08/2015 เวลา : 02.17 น.

ข้อ11. . ทำไมรถ SUV 4X4 มักวิ่งกันแต่ในเมือง

ขอเขียนเกี่ยวกับรถประเภทนี้หน่อยค่ะ

ดูจากรายงานข่าวทีวีที่เยอรมนี รถประเภทนี้ถ้าชนกับรถส่วนตัวธรรมดา คนที่อยู่ในรถเอสยูวีจะมีโอกาสรอดมากกว่าคนที่อยู่ในรถธรรมดา เพราะตัวถังหน้ารถประกอบด้วยวัสดุที่เเข็งเเรงมากจะกระเเทกรถยนต์ธรรมดาพังมากกว่า ตอนที่ดูข่าวนี้เวลานั่งรถบนทางด่วนพบรถประเภทนี้ขับเร็วมาก จนบางครั้งกลัวอุบัติเหตุ รถประเภทนี้เวลาเปิดไฟตอนกลางคืน เหมือนกับการเปิดไฟเเรงสูง เพราะตัวรถสูงกว่าปกติ ทำให้รถที่ขับอยู่ด้านหน้ามีปัญหาเรื่องสายตาที่ต้องเพ่งมากกว่าปกติ ประสบมาด้วยตัวเองเพราะต้องขับรถไปเยี่ยมผู้สูงอายุตอนกลางคืนค่ะ เเล้วอีกอย่างหนึ่ง รถประเภทนี้พ่นควันทำให้อากาสเเย่มากกว่ารถธรรมดา
สรุปว่า ไม่ชอบเช่นกันที่ต้องขับรถบนถนนในเวลาเดียวกันกับรถประเภทนี้

ความคิดเห็นที่ 13 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 25/08/2015 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ข้อ6 ทำไมบัณฑิตไทยส่วนใหญ่จึงไม่ได้ทำงานในความรู้สาขาที่ตนเองเรียนจบมา และทำไมคนไทยจึงเรียนสูงมากกว่าตำแหน่งที่ตนทำงานอยู่
ข้อ7. ทำไมคนไทยจึงลงทุนในการศึกษาสูงมาก หรือเรียนมากเกิน แต่ก็ไม่ได้ใช้งานจริงๆ
ข้อ9 ทำไมพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กโรงเรียนอนุบาลจึงพยายามขับรถไปส่งลูกๆ ที่ใกล้หน้าประตูโรงเรียนให้ได้มากที่สุด
สามข้อนี้ขอตอบรวมกันครับ
ก.การศึกษาไทยไม่เปิดโอกาส ให้เด็กได้เรียนรู้ในศักยภาพตนเอง ดังนั้นเราจึงมีนิยามว่า เรียนเก่งๆคือทำคะแนนสูงๆ จะได้จบไปประกอบอาชีพที่ทำเงินได้ โดยลืมไปว่า การศึกษาที่แท้จริงนั้น คือการเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่า ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ คือรู้ตำรา รู้การปฏิบัติ ฝึกจนชำนาญ แต่การศึกษาไทยจบที่ทำข้อสอบตรงกับที่อาจารย์ออกข้อสอบเท่านั้น

ข.ค่านิยมเรียนสูงๆจะได้เป็นเจ้าคนนายคน ขอให้มีปริญญาหลายๆใบไว้ก่อน เป็นศักดิ์ศรีวงศ์ตระกูล


ค.คนไทยไม่ชอบเสี่ยง โดยเฉพาะงานอิสระ ยังติดในภาพลักษณ์ตนเอง แต่กลับยอมเป็นลูกจ้างในองค์กรที่มีชื่อเสียง

ง.การปกป้องลูกหลาน คอยเป็นห่วงใย แม้ลูกโตแล้วก็ยังห่วง จึงทำให้เด็กไทยส่วนมากขาดวุฒิภาวะ
พ่อแม่มักไม่ไว้ใจลูกหลาน สิ่งนี้สะท้อนปัญหาบ้านเมืองในแง่ที่ว่า เราชอบกำหนดความถูกต้องว่าบ้านเมืองต้องเป็นเช่นนี้ คนส่วนมากยังคิดไม่เป็น จำเป็นต้องมีผู้ที่มีวุฒิภาวะสูง ได้ชื่อว่าเป็นคนดี คอยควบคุมกำกับ แทนที่จะให้สังคมเรียนรู้สิ่งที่ตัดสินใจอาจถูกหรือผิด เพราะเป็นประสบการณ์ตรง สังคมที่ผ่านความทุกข์ความสุขจึงเป็นสังคมที่มีการวิวัฒน์

ทีนี้เรามามองดูในแง่ดีบ้าง คุณหมออาจจะหงุดหงิดใจว่าทำไมผู้ปกครองเด็กถึงต้องเอาใจเด็กขนาดนี้ เป็นเหตุให้รถติด ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราดูสิครับ ลูกใครใครก็รัก ขณะที่สังคมรอบด้านก็ไม่เอื้อให้เกิดความไว้วางใจในความปลอดภัย ครอบครัวใดที่สามารถส่งเด็กถึงปากประตูโรงเรียนได้ย่อมต้องทำกันทุกครอบครัว บางครอบครัวที่ทำไม่ได้ก็สุดวิสัย เพียงแค่รถแต่ละคันที่ส่งเด็กใช้เวลาคนละเพียงสิบวินาที หลายๆคันก็กินเวลาไม่ใช่น้อย แต่ในความรู้สึกของพ่อแม่เด็กแต่ละคน ย่อมรู้สึกว่าใช้เวลาไม่มาก
ทีนี้ถ้าเราไปเพ่งตรงนั้น ความขุ่นมัวย่อมเกิด แม้ว่าเราไม่อยากทำให้รถติด ด้วยการปล่อยลูกเราไปเอง แบบนี้ต้องอนุโมทนา ไม่มีใครรู้ เรารู้เองนี่คือการเห็นแก่ส่วนรวม ความดีความสุขที่ได้ทำอะไรดีๆในสังคมเป็นบุญที่เกิดขึ้นมาแล้ว ทำไมต้องเอาความขุ่นใจที่เป็นอกุศลกรรมมาแปดเปื้อนด้วยเล่า

เราห้ามคนอื่นหรือบงการคนอื่นไม่ได้ แต่เราห้ามใจตนเองได้ ลองมองดูกลับด้านสิครับ เออหนอเด็กพวกนี้ต้องปลอดภัยแน่นอน เพราะพ่อแม่ส่งถึงที่ เด็กพวกนี้โชคดีจัง ที่มีพ่อแม่รักและเป็นห่วง
สำหรับเด็กที่ต้องดิ้นรนเอง ก็มองว่าเด็กพวกนี้โชคดีที่ได้มีโอกาสฝึกฝนตนเองตั้งแต่ยังเล็ก
การมองทุกอย่างเป็นด้านบวก ย่อมเป็นคุณเป็นอาหารที่หล่อเลี้ยงจิตที่ดี
สำหรับคนที่จบการศึกษาที่ไม่ตรงสายงาน มองดูอีกด้านแสดงว่าคนไทยมีใจเอื้อเฟื้อ รับเข้าทำงานโดยไม่ตรงสายงานก็ได้ นี่คือความงดงามอีกด้านหนึ่ง

ข้อ8. . ทำไมรถพยาบาล (Ambulance) ของพวกมูลนิธิกู้ชีพจึงไม่เคารพกฎจราจร ทั้งๆ ที่บางทีภายในรถนั้นก็ไม่มีคนป่วยที่เจ็บหนักแต่อย่างใด

ข้อ11. . ทำไมรถ SUV 4X4 มักวิ่งกันแต่ในเมือง

สองข้อนี้ผนวกตอบเข้าด้วยกัน
เพราะทำให้อัตตา ขยายเพิ่มขึ้นครับ รถที่ติดไซเรน มีอำนาจในถนนมากกว่ารถอื่นๆ รถเอสยูวี รูปร่างสูงขับผ่านอุปสรรคได้ขณะที่รถเก๋งทำไม่ได้ คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย จะรู้สึกถึงอำนาจที่มีเหนือกว่า อัตตาตัวนี้มันหล่อเลี้ยงจิตให้คับพอง ผมยกตัวอย่างไซเรน อีกสักกรณีนะครับ จะชัดเจนขึ้น

การชุมนุมของเสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส. หรือสีเสื้ออะไรอีกสารพัด ทุกคนที่ชุมนุมต่างมีไซเรนติดตัวอยู่ เป็นไซเรนร่วม เป็นสิทธิ์ที่ได้มาฟรีๆ สามารถทำอะไรก็ได้ ที่จะละเมิด เพราะว่าขณะนั้น สิ่งที่ทำนั้น มันคือความถูกต้องในสายตาเขา รถไซเรนวิ่ง ทุกคันต้องหลบ รถเอสยูวีขนาดใหญ่ กดดันด้านท้ายดูน่าเกรงขาม รถเล็กต้องหลบ การชุมนุมที่ปลุกกระแสขึ้น คนจำนวนมากจะทำอะไร ทุกคนก็ต้องยอม เพราะว่าขณะนั้นอัตตาย่อยๆที่ทุกคนมีอยู่ มันมารวมกัน เป็นอัตตาที่ใหญ่

คราวนี้เรามามองมุมกลับสักนิดครับ คุณหมอไปเพ่งว่า รถจะเปิดไซเรนได้ควรมีผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บในรถถึงจะสมควรเปิด เพราะเราตั้งธงหรือมีทิฏฐิเช่นนี้อยู่แล้ว ทำไมไม่มองว่า เขากำลังไปช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อนในที่ใดที่หนึ่ง กรณีรถเอสยูวี ก็เช่นกัน เป็นรสนิยมเขาที่ต้องการรถที่ปลอดภัย ลุยน้ำท่วมได้ เพราะเขาอาจต้องมีรถคันเดียว ก็เลยต้องหารถที่สนองวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย และอีกอย่างไม่มีกฏหมายห้ามไม่ให้รถพวกนี้วิ่งในเมือง

ข้อนี้ก็เช่นกัน เราห้ามคนอื่นไม่ได้ แต่เราห้ามหรือปรุงใจเราเองได้ อย่าไปผูกติด ด้วยอคติที่บางครั้งคนไม่ดีทำกับเรา แต่มันไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันต้องเป็นเช่นนี้ ดูตอนน้ำท่วมสิครับ พวกรถยกสูงพวกนี้ ช่วยชาวบ้านได้มากมาย ไม่ผูกใจติด มองกลับอีกด้าน ใจเราก็สบาย เราได้ ไม่ใช่ใครที่ไหน

เหลืออีก สองสามข้อค่อยต่อพรุ่งนี้ครับ เพราะเริ่มง่วงแล้วครับ


ความคิดเห็นที่ 12 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 25/08/2015 เวลา : 17.14 น.

ขออนุญาตเจ้าของบล็อก ฝากบอกคุณสมชัย ดีใจที่ออกมาเขียนเเสดงความคิดเห็นอีกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สมชัย วันที่ : 25/08/2015 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ส่งมาส่วนหนึ่งก่อนครับ ถ้าว่าง ที่เหลือค่อยตามมาครับ

ความคิดเห็นที่ 10 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 25/08/2015 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คุณหมอปุชฉามา 17 ข้อ ผมขออนุญาต วิสัสชนา 17 ข้อ อย่างย่นย่อ ด้วยความเคารพ
หลายข้ออาจจัดเป็นหมวดหมู่เดียวกันได้ แต่ผมคงตอบไปตามหัวข้อที่มีเพื่อกันความสับสน
อาจมีบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความคิดเห็นการเมือง จึงขอทำความเข้าใจในเบื้องต้นนี้ว่า
ถ้าหากความคิดเห็นผมไปสอดคล้องกับฝ่ายใด อย่าได้ด่วนสรุปว่าผมเป็นฝ่ายใด นี่คือความเจ็บป่วยของสังคมเราในขณะนี้ ที่ทำให้คนปกติพลอยติดโรคไปด้วย
รถที่วิ่งบนถนนสายเอเชีย อย่าเพิ่งไปสรุปว่าเขาเป็นพวกเดียวกัน เพราะท้ายสุดอาจแยกย้ายไปตามแต่ละจังหวัด ดังนั้นบางบริบทอาจคิดทางเดียวกัน แต่ท้ายที่สุดอาจเป็นคนละเป้าหมาย เราควรปล่อยให้สังคมมีทางเลือก เคารพความคิดเห็นที่หลากหลาย และอย่าตัดสินคนอื่นด้วยทิฏฐิของเรา เพียงแต่ต้องเคารพกติกาที่กำหนดขึ้นมา กติกาใดที่ยุติธรรม ที่เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ฝืน กติกานั้นจะอยู่ได้นาน กติกาใดที่ฝืนธรรมชาติของมนุษย์ ย่อมอยู่ไม่ได้นาน แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ ต้องปรวนแปรตามแต่เหตุปัจจัย มาถึงปัญหาทีละข้อ
ข้อที่1 ทำไมพวกคนที่เกลียดการปฏิวัติของทหารไทย แต่กลับยกย่องประธานเหมา
เพราะประธานเหมาปฏิวัติเพื่อให้สังคมเท่าเทียมกัน เป็นการทำเพื่อประเทศชาติ ด้วยการนำประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและโค่นล้มก๊กมินตั๋งที่ขณะนั้นสังคมจีนมีความเหลื่อมล้ำอย่างมาก รวมทั้งประธานเหมาได้ปฏิวัติวัฒนธรรมจีนใหม่ ด้วยระบอบคอมมิวนิสน์ ซึ่งระยะสุดท้ายของชีวิตท่าน
ท่านได้มี นโยบายผ่อนคลายความเข้มงวดลง เพราะฝืนธรรมชาติของมนุษย์ โดยมีเติ้งเสี่ยวผิงสานปฏิธานนี้ต่อ แต่ถูกจินเชียงภรรยาท่านเหมาเข้ากุมอำนาจ โดยพยายามสร้างสถานการณ์ครอบงำมวลชนให้ต้องใช้แรงงานในชนบท อย่าได้ใช้ความคิดให้มาก ไม่ควรตั้งคำถามใดๆกับผู้ปกครองรัฐ ซึ่งแนวคิดนี้สวนทางกับความคิดเหมาเจอตุงในตอนบั้นปลายชีวิตว่า ปัญญาชนควรใช้ความรู้ตนเองเพื่อพัฒนาผู้ด้อยโอกาสทางปัญญา
ทีนี้การปฏิวัติของทหารไทยทุกสมัย เป็นการปฏิวัติเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง แม้ว่าการปฏิวัติสองครั้งหลังอาจไม่ชัดเจนเท่า แต่ถ้าติดตามการเมืองย้อนหลังไป คือสาวให้ถึงต้นถึงปลาย ก็พบว่าเป็นอย่างเดียวกัน โดยมีน้ำยาบ้วนปากที่เรียกว่าความรักชาติ ปกป้องสถาบันเป็นเกราะคุ้มครองตน
การที่ไม่ยอมก้าวข้ามและสลัดหลุดภาพคนบางคน เพราะว่าคนๆนี้เป็นอาหารชั้นดีที่จะหล่อเลี้ยงความแตกแยกให้คลอเคล้าคนในสังคม เพื่อเป็นปัจจัยอันชอบธรรมในการที่จำเป็นต้องโอบอุ้มสังคมนี้ต่อไปเรื่อยๆโดยทหาร

ข้อ2 ทำไมจึงไม่มีบริษัทผลิตรถยนต์อยู่ในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Company)
ข้อนี้ผมอาจอนุมานเอา เพราะผมเล่นหุ้นไม่เป็น แต่ความจริงก็ไม่แปลกมีบริษัทยักษ์ใหญ่มากมายที่มีผลประกอบการที่ดี ก็ไม่อยู่ในตลาดหุ้น เท่าที่ทราบก็มีบริษัทแอมเวย์ของอเมริกา เป็นต้น
ข้อ3 . ทำไมรายการทีวีที่มีอยู่มากมายหลายช่อง แต่แทบไม่มีรายการสารคดี (Documentary) ให้ประชาชนดู
ข้อ 5. ทำไมความบันเทิงที่เรียกว่า ละครน้ำเน่า จึงไม่เสื่อมความนิยมไปจากรายการทีวีในเมืองไทย ทั้งๆ ที่เรื่องราวก็ซ้ำซากจำเจ และตบจูบๆ

ข้อ 16. ทำไมคนไทยส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมีสุนทรียภาพทางด้านศิลปะ ยกเว้นสุนทรียภาพจากการเสพศิลปะภาพยนตร์จากฮอลลีวูด ที่เสพได้อย่างเดียวกับชาวอเมริกัน
สามข้อนี้ขอนำมาผนวกกัน
ก.เพราะคนไทยไม่ชอบใช้ความคิด ที่ต้องอาศัยตรรกะ ข้อเท็จจริง มาแยกแยะปัญหา
ข.เพราะคนไทยชอบดูสิ่งที่เป็นจินตนาการ ในโลกแห่งความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง การได้ดูละครหลังข่าว ตัวเอกที่ดี ตัวร้ายที่แสนเลว มิติละครไทยจึงแบนราบสนิทติดพื้น ทั้งๆชีวิตจริงคนเราอยู่ในพื้นที่สีเทา เราจึงรับไม่ได้กับที่นางเอกจะคิดอะไรที่ไม่ดี สิ่งนี้จึงสะท้อนสังคมไทย ที่การแตกแยกเป็นกลุ่มๆ ต่างพอใจอยู่ในกลุ่มตนเองอย่างเหนียวแน่น เพื่อที่จะได้รักษาสภาวะจิตใจที่ทำให้ตนเองเป็นคนดีอยู่ตลอดไป ดังนั้นกลุ่มหนึ่งจึงว่าตนเองเป็นคนดี และว่ากลุ่มอื่นเป็นคนเลว กลุ่มที่ถูกว่าก็คิดเช่นนั้นเช่นเดียวกัน
ค.สังคมไทยจึงไม่พร้อมที่จะให้ใครมาว่าตนเอง ดังนั้นละครไทยจึงหมดโอกาสที่จะตีแผ่ชีวิตความเป็นจริง คือไม่สามารถสร้างละครที่สะท้อนปัญหาได้ เช่นถ้าไปกระทบกับอาชีพใด คนในอาชีพนั้นก็พร้อมที่จะออกมาปกป้องศักดิ์ศรีตนเองอย่างเอาเป็นเอาตาย
ไปกระทบหมอ หมอก็ออกมาประท้วง กระทบพระ ก็หาว่าทำให้ศาสนาเสื่อม กระทบทหารตำรวจหรือสิ่งที่เกี่ยวพันกับราชวงค์ ก็เป็นเรื่องต้องห้าม เพราะทำให้เสื่อมเสียสถาบัน
เมื่อเป็นดังนี้ สร้างละครแบบ แย่งผัวแย่งเมีย ผู้ชายใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มขืนผู้หญิง ตบตีกรีดร้อง ชายหางตา เบะปาก นินทาว่าร้าย จนเป็นสิ่งที่ปกติ ชาวบ้านซึมซับจนเป็นสันดาน ย่อมปลอดภัยที่สุด ไม่โดนข้อหา แถมยังได้เรตติ้งอีก
ง.ความปลูกฝังสังคมไทยให้ไม่ต้องคิด มันเริ่มต้นตั้งแต่ระบบการศึกษาแล้ว การท่องจำ การทำข้อสอบแบบมีข้อเลือก การกวดวิชาที่แนะนำทริคการตอบข้อสอบ การเข้าสอบที่มีการเก็งข้อสอบ ทุจริตรู้ข้อสอบล่วงหน้า มันหล่อหลอมสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราไม่ชอบเสพสุนทรียภาพงานศิลปะ เพราะงานพวกนี้ต้องใช้ความคิด ว่าภาพต่างๆนั้นผู้วาดมันสื่อถึงอะไร สิ่งนี้ก็เป็นคำตอบที่คุณหมอพอเดาได้ ว่าทำไมหนังฮอลิวูด คนถึงชอบดู เพราะหนังฮอลีวูดมันดำเนินเรื่องเร็ว ไม่ต้องคิดมาก เอาสิ่งที่เรียกว่า โทสะ โมหะ โลภะ อัดใส่ในหนัง มันเป็นอาหารชั้นดีที่บุคคลชอบเสพ ทีนี้คุณหมออาจเหมารวมหนังฮอลิวูดทั้งหมด หนังบางเรื่องที่ดราม่า สะท้อนชีวิต มีข้อขบคิดเพื่อนำไปต่อยอด หนังพวกนี้ก็ไม่มีคนดูครับ

ข้อ4. ทำไมร้านอาหารภัตตาคารแบบต่างชาติจึงเฟื่องฟูมากขึ้น ในขณะที่คนไทยยังกินข้าวเป็นหลัก
เพราะเราเพลินกับลิ้นที่รับรสครับ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นช่องทางเสพสิ่งเร้าภายนอกเพื่อให้เกิดความสุขทางใจ นี่เป็นธรรมชาติ โลกมันถึงกัน อาหารที่หลากหลาย รสชาติที่หลากหลาย นอกจากเราเสพทางลิ้นแล้ว เรายังเสพทางตา ทางใจ สีสันที่น่าดูที่เขาพยายามหลอกล่อ แบรนเนมที่ทำให้คนกินรู้สึกภูมิใจ อย่าไปขัดหูขัดตาเลยครับ ข้าวก็คืออาหาร พิซซ่าก็คืออาหาร มีปัญญาไปซื้อไปหามากินโดยไม่สร้างความเดือดร้อนผู้อื่นและตนเอง ย่อมเป็นสิทธิ์ที่ทุกคนพึงมีพึงได้ ขอร้องอย่างเดียวว่า อย่าให้เกิดกระแสที่ว่า ไม่กินข้าวถือว่าไม่ใช่ไทย กินไก่ถือว่าไม่รักชาติ อะไรทำนองนี้ มันไร้เดียงสาเกินไป

ความคิดเห็นที่ 9 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 25/08/2015 เวลา : 13.42 น.

ส่วนตัวคิดว่า นี้คือธรรมชาติของมนุษย์ ถึงเเม้

1. มีศาสนา ช่วยเเนะนำทาง ไม่มีบทลงโทษ ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี เเต่มนุษย์เราบางคนก็ยังใช้ศาสนาเป็นข้ออ้างโดยไม่ได้พิจารณาตัวเอง คนที่หลงผิดโดยไม่รู้ตัวนี้น่าให้อภัยเเต่คนที่ทำผิดโดยตั้งใจทำนี้

2. กฏหมาย การอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก มีกฏหมายออกมาคอยควบคุมความเป็นระเบียบ มีบทลงโทษผู้กระทำความผิด เเต่มนุษย์เราบางคนก็ไม่วายใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือช่วยเหลือตัวเอง
คนที่ทำผิดโดยไม่รู้เ่ท่าาทันนี้น่าให้อภัย เเต่บางคนที่รู้กฏหมายเป็นอย่างดีกลับใช้กฏหมายเพื่อสนองกิเลสของตนเองนี้ จะว่าอย่างไรดี

ปล. ถือว่ารัตติยาเขียนความเห็นมาบ่นร่วมกันกับเจ้าของบล็อกนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สมชัย วันที่ : 25/08/2015 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ขอเวลาผมเรียบเรียง ทั้ง 17 ข้อเป็นเรื่องของทิฏฐิและศีลของคนในสังคม โดยเกี่ยวพันกับสมมติบัญญัติของสังคม ทั้งการศึกษา การเมือง เศรษฐกิจ วินัยและกฏระเบียบต่างๆ และคุณหมอไปผูกติดสิ่งเหล่านี้เข้ามาในใจ เกิดความขุ่นข้องใจ เกิดความสงสัย จนนำไปสู่ทุกขสัจ
ทิฏฐิและศีลของคนในสังคมใดเป็นอย่างไร มันก็สะท้อนตัวตนในสังคมนั้น
คุณหมอคงเคยได้ยินบ่อยๆ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ความหมายคือ บริบทความคิดของคนในสังคม จะเป็นตัวกำหนดการกระทำ (กรรม)ของคนในสังคมนั้น ผลแห่งการกระทำย่อมเป็นไปตามกรรม
นี่คือสิ่งที่เกริ่นนำคร่าวๆก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 7 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 24/08/2015 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

พี่หมอสมชัย

เป็นคำถามที่ไม่มีผิด/ถูก เป็นคำถามที่ไม่ยุติธรรมในมุมมองครับ ขึ้นอยู่กับผู้ตั้งคำถามและผู้ตอบ
ยอมรับว่า พยายามเปิดใจกว้างยอมรับ แต่สงสัยว่าทำไมพฤติกรรมของคน(ไทย)ทำไมจึงเป็นเช่นที่ว่านั้น

ความคิดเห็นที่ 6 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 24/08/2015 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คุณหมอ เปิดกว้าง ในสิ่งที่อยากได้ยิน และไม่อยากได้ยินหรือไม่ นี่ประการที่1
ประการที่2 17ข้อที่ถาม ถ้าจะให้ตอบอย่างละเอียด สามารถออกเอ็นทรี่ได้17เอ็นทรี่
ประการที่3 ทุกคนย่อมสงวนความเห็น เพราะความเกรงใจกัน มักจะไม่แสดงความเห็นที่ขัดแย้ง โดยต้องเดาใจว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร
ดังนั้นผมจึงว่ายากที่จะได้ ข้อมูลความเห็นที่หลากหลายครับ

ความคิดเห็นที่ 5 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 23/08/2015 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

Here is Thailand ครับ พี่หมอฯ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NN1234 from mobile วันที่ : 22/08/2015 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณราษีเมษ

คงต้องไปหามาอ่านเพิ่มเติมแล้วล่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 from mobile วันที่ : 22/08/2015 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

แม่หมี

ผมเชื่อว่า ทุกคนจะมีคำตอบที่ดีที่สุดของตนเอง ผมจะไม่เห็นแย้งหรือคล้อยตามคุณแม่หมีนะครับ
แต่ผมสังเกตเห็นทุกๆ เช้าที่ผมขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน ที่หน้า ร.ร. มันทำให้รถติด และขวางทางรถพยาบาล เพราะอยู่ห่าง ร.พ.ใหญ่แค่ 100 เมตร
ผมจึงควรต้องตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใด

ความคิดเห็นที่ 2 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ราศีเมษ วันที่ : 22/08/2015 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Steel-Roses
I have a dream.

เป็นคำถามที่ที่ตอบยากจริงๆ ค่ะ หลายคำถามดิฉันก็สงสัยเช่นเดียวกันกับคุณหมอ แต่พอนานวันเข้าก็ไม่คิดจะหาคำตอบจากใคร เพราะเข้าใจเอาเองเสียแล้ว..
"ฟ้ากว้างทางไกล" เป็นหนังสือเล่มโปรดตลอดกาลอีกเล่มของดิฉัน ส่วนตัวชอบสำนวนที่คุณรัตนา รัตนดิลกชัย แปล ของความสัมพันธ์ของพ่อลูกที่ค่อยๆสอนลูกให้เรียนรู้ชีวิตแบบเรียบง่ายและพอเพียง ชอบทุกเรื่องของวิลเลียม ซาโรยันค่ะ โดยเฉพาะ "ความสุขแห่งชีวิต" สำนวนแปล มัทนี เกษกมล

ความคิดเห็นที่ 1 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 22/08/2015 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ไม่รู้จะตอบข้อไหน เพราะก้เป้นคำถามที่อยากถาม ส่วนข้อ 9. ทำไมพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กโรงเรียนอนุบาลจึงพยายามขับรถไปส่งลูกๆ ที่ใกล้หน้าประตูโรงเรียนให้ได้มากที่สุด

อันนี้น่าจะตอบได้ว่า เพราะความรักและห่วงใย และอยากเห็นว่าลูกเดินเข้าดรงเรียนอย่างปลอดภัย แต่สำหรับกรณีของครอบครัวหมี พ่อหมีขับรถผ่านแล้วปล่อยให้แม่หมีจูงลูกเดินเข้าโรงเรียนอนุบาล ส่วนพ่อหมีก็ไปหาที่จอดรถในที่ที่สามารถจอดได้ ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ เมื่อแม่หมีไปส่งลูกจนถึงห้องเรียน เพราะต้องเซ็นชื่อผู้ปกครองว่านำเด็กมาส่งถึงมือครูแล้ว เมื่อเสร็จธุระหรือได้สนทนากับครูเรื่องพฤติกรรมของลูก หรือกิจกรรมที่ครูให้ทำเรียบร้อยแล้ว แม่หมีจึงเดินออกมานอกโรงเรียน เดินมองหารถพ่อหมีที่จอดรออยู่แถวๆนั้น ทำเช่นนี้เป็นประจำจนลูกเรียนจบ ป.6

เราไม่ทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้รถติด เพราะเราเตรียมพร้อม พอรถจอดปั๊บแม่หมีก้เปิดประตูลงทันที พร้อมจูลลูกลงจากรถโดยมีอุปกรณ์ที่ลูกใช้วางบนตัก ไม่ต้องหันไปหยิบโน่นนี่ให้เสียเวลา ถ้าคันหน้าอ้อยอิ่งคันหลังๆก้ยิ่งติด ที่โรงเรียนนี้จะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจของเขตสาทรมาอำนวยความสะดวก หรือบางทีก้มีตำรวจจราจรมาดูแล และโรงเรียนก็ไม่ได้ชื่อเสียงดังมากมายจนคนแห่เข้ามาเรียน เป็นโรงเรียนขนาดกลางแต่เหมาะกับลูกของเรา เหมาะกับการดูแลเอาใจใส่ของครูที่มีต่อลูกศิษย์ทุกคน

บางครั้งอยากถามเหมือนกันว่า "ทำไมผู้ปกครองบางคนไม่เตรียมพร้อมมาจากบ้าน กว่าจะลงรถอ้อยอิ่งหยิบโน่นหยิบนี่อยู่ได้ กว่าจะเสร้จกระบวนการส่งลูก ทำให้รถติดยาวเหยียด "

ทุกคนก้รักและห่วงลูกทั้งนั้น แต่เราจัดการตัวเราเองให้พร้อมจะดีกว่ามั๊ย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน