*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2335667
  • จำนวนผู้โหวต : 801
  • ส่ง msg :
  • โหวต 801 คน
<< กุมภาพันธ์ 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 1738 , 20:40:25 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน ni_gul , MephistoWitchy และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 

ปกติแล้ว การทำสัญญาเป็นนักเรียนทุนไม่ว่าของหน่วยงานไหนก็ตาม เอกสารสัญญามักถูกเขียนมาโดยหน่วยงานนั้นๆ แล้วผู้รับทุนก็ยอมรับและถือปฏิบัติสืบต่อกันมาว่าต้อง “ชดใช้ทุน”  และะการได้ทุนเล่าเรียนไม่ว่าระดับใด เราก็ถือว่าเป็นการประหยัดให้แก่ครอบครัว  บางครอบครัวมีฐานะยากจน นอกจากนี้การได้ทุนของรัฐบาลหรือหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ยังถือเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย

สัญญารับทุนเล่าเรียนของรัฐบาลก็มักไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก คือ 1.เมื่อไปเรียนจบก็ต้องกลับมาชดใช้ทุน เนื่องจากบ้านเรามีอยู่หลายสาขาอาชีพที่ยังขาดแคลนบุคลากร การชดใช้ทุนจึงถูกกำหนดเป็นระยะเวลาของการมาทำงานเพื่อชดใช้ทุน อาจจะเป็น 1 เท่า 2 เท่า หรือ 3 เท่าก็แล้วแต่จะถูกระบุไว้ในสัญญา  2. ถ้าไม่ทำตามข้อ 1 ก็จะต้องชดใช้ทุนเป็นตัวเงินจำนวนกี่เท่าก็ว่าไป และหากผู้รับทุนทำไม่ได้ทั้งข้อ 1 และ 2 ก็จะต้องเรียกเงินทุนคืนโดยเรียกจาก "ผู้ค้ำประกัน" ซึ่งในสัญญามักเป็นข้าราชการระดับ 5 ขึ้นไป เป็นต้น

และ 3. กลับไปทำงานชดใช้ทุนในหน่วยงานที่กำหนดไว้ในสัญญา  บางทีก็เป็นหน่วยราชการที่อยู่ไกลจากแสงสีหรือความเจริญ  ปัจจัยข้อนี้มักเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผลต่อการคงอยู่หรือไม่คงอยู่ของ "ผู้ชดใช้ทุน" เช่น แพทย์ อาจลาออกเพราะทนไม่ได้กับความทุรกันดาร

 

 

"การเบี้ยวทุน" หรือไม่ยอมกลับมาชดใช้ทุน เกิดขึ้นทุกๆ ปี เช่น นักเรียนแพทย์อาจถูกโรงพยาบาลเอกชนยอมจ่ายเงินชดใช้ทุนแทนให้ แต่ปัญหาการขาดแคลนแพทย์หรือบุคลากรจากการตั้งงบประมาณขอทุนในแต่ละปีก็ยังเป็นปัญหาขาดแคลนอยู่

การได้เงินมาชดใช้หนี้ทุนไม่ได้ทำให้ภาวะขาดแคลนแพทย์นั้นหายไป บุคลากรอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน

เมื่อเกิดปัญหาเป็นข่าวใหญ่ตอกรณีของทันตแพทย์คนหนึ่ง "เบี้ยวทุน" แล้วยังผลักภาระการชดใช้ทุนให้แก่ผู้ค้ำประกัน จนเกิดเป็นข่าวดัง

ในรายนี้ ยิ่งประเด็น "การเบี้ยวทุน"  โดยระบุสาเหตุว่าเกิดมาจาก “สัญญารับทุนที่ไม่เป็นธรรม”นั้น  ยิ่งไม่เคยได้ยิน เพราะเมื่อเราลงนามสัญญารับทุน ย่อมถือว่าเราได้อ่านข้อความในสัญญาถี่ถ้วนดีแล้ว (แม้ท่านจะไม่ได้อ่านโดยละเอียดก็ตาม)  แต่เมื่อเทียบกับตอนที่เราอยากได้ทุนนั้น “อะไรก็ยอมได้ทุนอย่าง” หรือ สัญญานั้นเป็นธรรมแล้ว ณ เวลานั้น

 

 

เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้น ผู้เขียน (จขบ.) มีคำถามว่า …..

1. ทำไมมหาวิทยาลัยมหิดลจึงจะไปฟ้องร้องความเสียหายคืนหรือแม้แต่จะฟ้องล้มละลายจากหมอฟันคนนั้น ก็ตาม ในเมื่อ ม.มหิดลก็ได้รับเงินค่าปรับคืนไปจนพอใจแล้ว จะมาเยียวยาไปใยในเมื่อคดีนี้กำลังจะหมดอายุความในอีกไม่กี่วันนี้

2. ทำไมระบบการให้ทุนของประเทศไทยจึงต้องมีผู้ค้ำประกัน ในเมื่อกระบวนการคัดเลือกผู้ได้ทุนหรือการสอบคัดเลือกเข้าเรียนเกือบทุกสถาบันแทบไม่มีความน่าเชื่อถือได้เลยว่าจะได้คนดีจริงๆ  การมีคนค้ำประกันก็เป็นผลักความเสี่ยงให้แก่คนค้ำประกันอยู่นั่นเอง

3. เหตุไฉน "ทุนอานันทมหิดล" (ทุนของในหลวง) ผู้เขียนเคยทราบว่า เป็นปณิธานที่พระองค์ที่ไม่ต้องการให้มีการชดใช้ทุน หรือแม้แต่การบังคับให้กลับมาทำงานใช้ทุนคืนตามระยะเวลาต่างๆ  แต่ทว่าผู้ที่ได้รับทุนเหล่านี้ไปก็ล้วนกลับมาทำงานใช้ทุนอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อแผ่นดิน

จึงมีคำถามว่า ทุนรัฐบาลต่างๆ จะสามารถทำแบบ "ทุนอานันทมหิดล" ได้หรือไม่ ถ้าทำได้อาจจะมี"คนเบี้ยวทุน"มากมายก็เป็นได้..?

4. ทำไมการคัดเลือกคนได้รับทุนต่างๆ  (หรือแม้กระทั่งสอบแอดมิสชั่นเข้าเรียน มหาวิทยาลัย)จึงวัดได้แต่ความเก่งของผู้รับทุน ซึ่งแทบจะไม่สามารถวัดคุณสมบัติทางจริยธรรม คุณธรรมกันได้เลยจริงๆ หรือแม้แต่การจำแนกคนดีออกจากคนไม่ดีก็แทบทำไม่ได้

5. การที่ใช้บุคคลค้ำประกันเข้าเรียน เข้าทำงาน หรือเข้ารับทุน เป็นสิ่งควรดำเนินการต่อไปหรือไม่  ควรเปลี่ยนวิธีการตรวจสอบการรับทุนทั้งระบบหรือไม่ ประเทศเรายังมีบุคลากรสาขาอาชีพไหนที่ขาดแคลนหรือต้องการคนที่มีวิทยากรทันสมัย

6.  ทำอย่างไร ระบบการคัดเลือกคนเข้าเรียนของบ้านเราจึงจะได้คนที่ดีจริง มีคุณธรรมกันจริงๆ เช่น ได้หมอที่มีความเป็นมนุษย์ ได้ทนายความที่มีอุดมการณ์  ได้พยาบาลที่มีความเมตตาต่อคนไข้  ได้อัยการที่มีความเที่ยงธรรม ฯลฯ  ตลอดจนได้คนรับทุนที่ไม่ได้มุ่งแต่ทำข้อสอบให้ผ่านได้เข้าไปเรียน  แต่แล้วก็ไปลอกข้อสอบ ลอกการบ้าน (การลอกการบ้านเป็นปัญหาที่บ้านเรามองกันแบบผ่านๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และอาจะเป็นสัญญาณๆ หนึ่งที่ได้คนที่ไม่มีคุณธรรม) แล้วคนเหล่านั้นก็เบี้ยวทุน

7. ทำอย่างไร คนไทยเราจึงจะมีจริยธรรมที่สูงขึ้น  เพื่อยกระดับสังคมให้น่าอยู่

 

สำหรับทางออกของสัญญาการรับทุนเล่าเรียนต่างๆ กฎหมายและสัญญากำหนดให้ผู้ค้ำประกันมีสถานะเป็น "ผู้กู้ร่วม" เช่นเดียวกันกับประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ฉบับเดิมเช่นนั้นหรือ?  การบังคับเรียกเงินทุนคืนจากผู้ค้ำประกันสามารถทำได้เท่าที่เจ้าของทุนจะกระทำต่อลูกหนี้และผู้กู้ร่วมเช่นนั้นหรือ?

 

ในเมื่อประเทศเราแก้ ป.พ พ.เกี่ยกับผู้ค้ำประกันให้เกิดความเป็นธรรมตามกฎหมายแก้ไข ป.พ.พ.ฉบับนี้แล้ว ทำไมเราจึงไม่แก้ลักษณะการบังคับใช้กฎหมายและสัญญาเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ค้ำประกันเหล่านี้ด้วย

หรือมีสัญญารับทุนเล่าเรียนที่เป็นธรรมต่อผู้ค้ำประกันบ้างหรือไม่?

 

ลองคิดกันเล่นๆ ดูนะครับ 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 03/02/2016 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

คุณยามครับ

ชอบประโยคนี้ของคุณ แม้จะเป็นเรื่องเพ้อฝัน สำหรับคนบางคน แต่มันก็ทำให้สังคมมีความหวัง มีความสุข มากกว่าทำในทางตรงกันข้าม ประโยคนี้ ....
"สังคมเราไม่ค่อยพูดถึง การรับใช้ประเทศชาติ และอุดมการณ์มากนัก ทุกคนต่างมองหาคนที่รวย เลิศ มีทุกสิ่งที่แพงๆ"

ความคิดเห็นที่ 2 rattiya , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 03/02/2016 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คำถามของคุณหมอ NN1234 น่าคิดตามทุกข้อครับ

ปัญหาใหญ่ของบ้านเราคือ ลูกใครเก่งนี่คุยกันไป สามบ้านแปดบ้าน เหมือนที่คุณหมอเคยเล่าว่า มีลุงคนหนึ่งมาคุยว่า เด็กที่รู้จัก เก่งมากๆ ทั้งๆที่เด็กคนนั้นก็ไม่ใช่ลูกหลานแก

เก่งอย่างเดียวไม่เท่าไรครับ ได้ทุนด้วยนี่สิ ยิ่งต้องคุยกันให้มาก คือ เข้ารู้สึกเหมือนถูกแจ๊คพ๊อต เก่งและได้รับรางวัลจากการเรียนเก่ง ให้เรียนถึงปริญญาเอก

คราวนี้ก็จะเริ่มคุยแล้ว จบ ดร. หรือ post doc มา เงินเดือนเป็นแสน ตรงนี้เงินเดือนที่ไหนไม่ทราบ เพราะ ตอนนี้ ดร. ถ้ามาสอนหนังสือก็สามหมื่นนิดๆ แต่เขามองถึงเงินระดับแสน รถยนต์ บ้านราคาอีกสามล้าน

สังคมเรายกย่องคนเก่ง เพราะเห็นว่าคนเก่ง เรียนเก่ง จบมาต้องรวย แน่นอน

นั่นเป็นทุกขลาภของคนเรียนเก่ง เพราะถูกคาดหวังสูง ว่าจบมาแล้ว ต้องได้ท้ังลาภ ยศ สรรเสริญ

การกลับมาทำงาน รับราชการ หรือรับใช้ประเทศ ด้วยเงินเดือนระดับสามหมื่นต้นๆ และระบบที่ผูกมัดให้ต้องมีผลงาน ทำให้ออกไปรับงานนอกไม่ได้ หรือ ดร ก็เดินชนกันแทบตายแล้ว ทำให้ ดร ที่รับทุน เหลือทางเลือกไม่มากที่จะเลือก

อันนี้พูดถึงสายวิชาการทั่วไป ถ้าหากสายการแพทย์ ซึ่งต้องเชี่ยวชาญและเก่งเท่านั้น จึงจะได้รับทุน พอกลับมาค่าตอบแทนอาจจะสูง แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่สังคมคาดหวัง ว่า ต้องรวย ต้องสำเร็จในเชิงวัตถุนิยมแล้ว การกลับเข้ามาใช้ทุนก็ยิ่งทำให้โอกาสมีทุกอย่างยากขึ้น

สังคมเราไม่ค่อยพูดถึง การรับใช้ประเทศชาติ และอุดมการณ์มากนัก ทุกคนต่างมองหาคนที่รวย เลิศ มีทุกสิ่งที่แพงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 rattiya , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 03/02/2016 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

นั่นสิคะ ทำไมทุนอานันทมหิดล ไม่มีการชดใช้ทุน แต่ทุกคนก็กลับมาทำงานเพื่อชาติ เคยเห็นและดูสารคดีทุกคนทำงานอย่างเต็มกำลัง

แล้วทำไมทุนอื่นๆมีข้อกำหนดให้ใช้ทุน แต่ก็มีคนเบี้ยวทุน

บางทีกระบวนการเรียนของเรา อ่อนการสั่งสอนเรื่องความรับผิดชอบ จริยธรรม ตวามกตัญญู และสิ่งที่ยกระดับความเป็นคนที่รู้จักผิดชอบชั่วดีน้อยลง

คงต้องหันมาปลูกฝังเรื่องนี้อย่างจริงจัง

อย่างทุนกยศ. ก็ได้ข่าวว่า ไม่ใช้ทุนคืน จนเงินทุนที่จะให้คนรุ่นหลังไม่มีแล้ว

แย่นะคะ สังคมที่มีคนแบบนี้


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน