*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2316495
  • จำนวนผู้โหวต : 800
  • ส่ง msg :
  • โหวต 800 คน
<< กุมภาพันธ์ 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 2034 , 16:07:42 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน รวงข้าวล้อลม , rattiya และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

 

(กรณีตัวอย่าง –เกิดขึ้นที่โรงเรียนประจำจังหวัดที่ชื่อเสียงแห่งหนึ่งของ จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นป้ายยกเลิกการรับฝากเด้กเข้าเรียน)

ป้ายไวนิลที่หน้าโรงเรียนนี้ กับการประกาศห้ามฝากเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงในจังหวัดที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปีก่อนที่ปีการศึกษาจะเริ่มขึ้นนั้น ผู้เขียน (จขบ.)เคยคิดว่า มีหลายๆ รร.ที่พยายามทำเพียงเพื่อให้รู้ว่า คนที่มีเงินน้อยๆ (อย่างเราๆ ท่านๆบางคน) ที่ไม่มีเส้นสายสัมพันธ์กับทางโรงเรียนนั้น ให้ยกเลิกความคิดที่จะฝากเด็กเข้าโรงเรียน เพราะเงินเหล่านั้นไม่ใช่จำนวนน้อยๆ    หรือไม่ บางที รร.เองก็ยอมประกาศออกมาเพื่อ “อนาคต” ของผู้บริหารเสียเองก็ด้วยประการหนึ่ง จึงกล้าหาญและยอมเจ็บปวดที่จะประกาศแบบนี้ เพราะทุกๆ ปีจะต้องมีการฝากเด็กเข้าเรียน

(ตามข่าวระบุว่า) นายภักดี เหมทานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชูทิศนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาพัฒนาโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศ ทางโรงเรียนจึงยกเลิกระบบฝากเด็กเข้าเรียนโดยเด็ดขาด เพื่อความเป็นธรรมแก่เด็กนักเรียนที่ตั้งใจเข้าเรียนอย่างเต็มที่ การประกาศเช่นนี้เท่ากับเป็นการกระตุ้นการพัฒนาการของเด็กให้สู่ความเป็นเลิศอย่างรวดเร็ว และเพื่อให้ตรงกับค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ตามนโยบายของ คสช. ดังนั้น เด็กไทยจะต้องเริ่มต้นจากการเป็นเด็กที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ โปร่งใส หากโรงเรียนยังมีประเพณีการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ ก็จะทำให้เด็กรับรู้วิธีการที่ไม่สะอาดติดตัวไป อีกทั้งการรับเด็กฝากเข้ามาก็ไม่ได้มีการวัดคุณภาพของเด็ก บางครั้งเข้ามาเรียนแล้วไม่ทันเพื่อนบ้านก็จะเกิดปัญหากับตัวเด็กเอง
“ที่ผ่านมาโรงเรียนพยายามลดจำนวนเด็กโดยวิธีการรับพิเศษลง โดยแต่ละปีจะลดจำนวนเด็กเรื่อยๆ เพื่อให้เด็กมีคุณภาพมากขึ้น ประกอบกับในปีนี้ทางคณะกรรมการโรงเรียน และคณะกรรมการประสานงานมีความเห็นตรงกัน เลยต้องประกาศให้ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนทั่วไปได้รับทราบ โดยหลังจากขึ้นป้ายแล้วก็มีทั้งผู้ปกครองที่เห็นด้วยและผู้ปกครองที่ไม่เห็นด้วย มั่นใจว่าส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับทางโรงเรียน”

 

 

ถ้าหากทุกโรงเรียนมีคุณภาพเท่าๆ กัน การเรียนการสอนแม้จะถูกออกแบบหรือกำหนดไว้เป็นหลักสูตรเหมือนๆ กันทั่วทั้งประเทศ เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพการเรียนการสอน เด็กเรียนจบออกมามีคุณภาพเท่ากันทุกโรงเรียน

เพื่อให้...โรงเรียนวัดได้มีมาตรฐานเท่าโรงเรียนประจำจังหวัด โรงเรียนบ้านนอก ก็เท่ากันกับโรงเรียนในตัวเมืองใหญ่  แต่ทว่า...ข้อเท็จจริงและผลลัพธ์ของกระทรวงศึกษาธิการคือ เป็นไปไม่ได้ และยังทำไม่ได้ แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นเพียงอุดมคติที่ท้าทายบนกระดานดำของผู้บริหารการศึกษา(เสียเอง)

เพราะเรื่องเด็กมีที่เรียน กับ เด็กมีอนาคต มีนิยามที่ต่างกันไง  บางโรงเรียนมีเด็กนักเรียนสอบติดแพทย์ร่วม  100 คน บางโรงเรียนเปิดมาเกือบ 100 ปี ยังไม่มีเด็กสอบติดแพทยศาสตร์เลยสักคน  เป็นต้น ประเด็นเหล่านี้จึงแฝงด้วยค่านิยมที่ผิดๆ อยู่ในทุกอณูของการศึกษาที่ ... ไม่มียังใครทำได้

บางโรงเรียนถึงกับมีกฏเกณฑ์(ลับๆ)การรับเด็กฝากเป็นดังนี้ 

-โควต้าของสมาคมผู้ปกครองฯ จำนวน ×× คน
-โควต้า ผอ.รร.เอง จำนวน ×× คน 
-โควต้าผู้มีอุปการคุณต่อ รร. จำนวน  5-10 คน และ

-โควต้า ขรก.ชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัด รายละ 1-2 คนแล้วแต่ความจำเป็นเหมาะสม เผื่อเอาไว้ว่าลูกท่านหลานเธอย้ายเข้ามาอยู่ในจังหวัดนี้แล้ว จะให้ไปเรียนโรงเรียนวัดหรือโรงเรียนกระจอกๆก็กระไรอยู่ ไม่สมฐานานุรูปท่าน

สมัยนี้ อัตราค่าฝากเด็กในต่างจังหวัดในบางจังหวัดสูงขึ้นเรื่อยๆ  เช่น  รร.เกรด A  ค่าฝาก  30,000- หรือ 50,000 บาทขึ้นไป บางหลักสูตรอาจเริ่มต้นที่เลขหกหลัก
ส่วนรร.เกรด B ค่าฝาก 20,000-30,000 บ.ต่อหัว บางโรงก็ปั่นตัวเลขให้สูงเพื่อ “กันเด็ก” ของตัวเอง

รร.ไม่มีเกรด ก็มักเป็น รร. มัธยมที่ประกาศรับเด็กรอบ 2 รอบ 3 แล้วก็ยังไม่เต็มสักที หรือไม่ก็เป็น รร.ในตระดับอำเภอ

เรื่องที่เด็กฝากในแต่ละปีบางโรงเรียนก็มีจำนวนมากจนอาจล้นไปอีก 1 ห้องเรียน(40 คน)  รร.บอกว่าไหนๆ เมื่อเปิดรับแล้วก็ต้องเปิดให้เต็มพื้นที่อีก 1 ห้องเรียน เพราะโรงเรียนปฏิเสธเด็ก(ผู้ปกครอง)อยากเรียนนั้นไม่ได้  บาง รร.ถึงรับเด็ก(ฝาก)รวมแล้วอาจเกินมาเป็นร้อยคนต่อปีการศึกษา ?

 

เด็กที่สอบเข้าเรียนได้ กับเด็กฝากเปรียบเสมือนรถที่วิ่งมากันคนละเลน แต่เมื่อเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนแล้ว ย่อมกระทบถึงคุณภาพการศึกษาเหมือนๆ กัน กล่าวคือ มาตรฐานการศึกษาไทย กำหนดไว้ห้องเรียนละ 36 คน แต่อนุโลมให้ขยาย (Extended class)ได้ถึง 40 คน  กับอีกทางเลือกหนึ่งคือ คือ การเพิ่มจำนวนห้องเรียนอีก 1 ห้องเรียน(หรือมากกว่านั้น)  ทั้ง 2 แบบยังสามารถอธิบายเหตุและผลต่อหน่วยงานเบื้องบนได้ ทั้งนี้เมื่อรับแล้วก็ไม่เคยเห็นว่า รร.ไหนยุบห้องเรียนหรือลดจำนวน นร.ลง 

แต่สิ่งทีมีผลกระทบโดยตรงคือ คุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นไปตามที่ ผอ.ท่านนี้ว่าไว้ เนื่องจาก 1.การดูแล นร.ไม่ทั่วถึง 2. ต้องเพิ่มจำนวนครู 3. ครูทำงานหนัก หรือสอนเกินจำนวนชั่วโมงมาตรฐาน

ต่อกรณีที่โรงเรียนแห่งนี้ขึ้นป้ายประกาศผู้เขียนคิดว่า ขึ้นอยู่กับ รร.แห่งนี้สามารถกระทำได้ตามที่ รร.ประกาศไว้ได้จริงหรือไม่?  หลายคนมีความคลางแคลงใจ สงสัยเพราะเกิดขึ้นมาแล้วทุกปี ถ้าหาก รร.ทำได้จริงก็น่ายกย่อง ชื่นชม แต่ถ้าประกาศแล้วทำไม่ได้ตามที่ระบุไว้ในป้ายประกาศก็เท่ากับประจานผลงานตัวเอง
แม้ว่ากระทรวง ศธ.เองก็พยายาม ปราม ไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้ช่องทางนี้ในการแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งจะเห็นว่า รมต.บ้างหรือผู้บริหารระดับสูงบ้างออกมาปรามกันในช่วงที่มีการรับเด็กเข้าเรียน เนื่องจากปัญหานี้เกิดขึ้นตลอดทุกๆ ปี โดยเฉพาะ รร.ที่มีชื่อเสียง กับอีกวิธีการหนึ่งที่ ศธ.ดำเนินการอยู่ก็คือ การขยาย รร.ที่มีชื่อเสียงให้ไปอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ไกลๆ ในต่างจังหวัด ต่างอำเภอ ก็ช่วยลดกระแสความนิยมหรือการสร้างค่านิยมที่ผิดๆ ให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองลงได้บ้าง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ทั้งหมด หรือไม่ได้ลดกระแสความนิยมลงแต่อย่างใด เพราะผลงานเชิงประจักษ์ เช่น มีเด็กสอบติดแพทย์จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุก็อาจจะเกิดจากการปรับปรุงการเรียนการสอนของครูที่ใส่เนื้อหาการเรียนการสอนเมื่อต้องสอบแข่งขันในสนามแข่งขันต่างๆ

 

 

ฟังข่าวแบบนี้ มีมาทุกปี มักเป็น “นโยบายไฟไหม้ฟาง” ของ รมต.ศธ. แทบทุกๆ รายมักจะประกาศออกมาเช่นนี้ เพื่อความใสสะอาดของตัวเองและให้ระบบมันดูดี พยายามไม่ให้เอิกเกริกเกินไป  แต่... ข้างในวิ่งกันขาขวิด ยิ่งห้ามก็ยิ่งได้ค่าตัวสูง ..(จริงหรือไม่?) คนที่เข้าไม่ได้ก็มักจะไม่ค่อยให้ข่าวเป็นข่าว   อีกอย่างก็เป็นการสมยอมกันหรือไม่ก็ยอมรับในชะตากรรมของตัวเอง(ที่ไม่ได้สร้างโรงเรียนนี้มา)

 

กล่าวสำหรับคนที่สอบเข้าเรียนได้ด้วยตนเอง ก็ถือว่าเก่ง น่ายกย่องในความฉลาด และผ่านด่านกระดูกมาได้และอาจได้อยู่ห้องเรียนต้นๆ  ต่างจากเด็กฝาก มักจะจัดให้ไปอยู่ห้องท้ายๆ ยกเว้นหากเส้นใหญ่จริงๆ เด็กของท่านจึงจะได้เรียนอยู่ห้องเรียนแรกๆ 

 

การปลูกฝังค่านิยมที่ดี ไม่ให้มีการทุจริตในสังคม ไม่ให้มีใครมีสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น เป็นเรื่องที่ดี แต่ ....  ด้วยระบบอุปถัมภ์ที่เป็นกาฝากอยู่ในสังคมไทย ยากแก่การกระเทาะออกนี่เอง ที่ยังคงทำให้มี ระบบเด็กฝาก..การฝากเด็ก.... แป๊ะเจี๊ยะในโรงเรียน  

 

………………………………………….

 

ขอบคุณ  แหล่งข่าว จากผู้ปกครองนักเรียนท่านหนึ่งที่ให้ข้อมูล

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 08/02/2016 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

rattiya

แรง รับได้ครับ ต้องพูดความจริงกันทั้งสองด้านของเหรียญ เห็นด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
rattiya วันที่ : 08/02/2016 เวลา : 12.28 น.

ขอโทษนะค่ะที่อาจจะเขียนเเรงไปหน่อย เเต่ถ้าเขียนเเบบถนอมน้ำใจกันมากเเบบเกรงใจกัน ก็ดูเหมือนว่าคนที่ทำจะไม่สะดุดหูเลย....เผลอๆภูมิใจด้วยซ้ำที่สามารถทำให้ลูกได้เข้าเรียนโรงเรียนดีๆได้

ความภูมิใจนั้นมาจากไหน


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
rattiya วันที่ : 08/02/2016 เวลา : 12.19 น.

ต้องมีคนที่ริเริ่มต้นทำค่ะ สำเร็จหรือไม่สำเร็จต้องพยายามทำก่อน ดีกว่าการมานั่งรอ
ทัศนคติของสังคมที่มีต่อระบบนี้ "ลูกคุณได้เข้าเรียนโรงเรียนดีได้เพราะพ่อเเม่เสียเงินให้เข้าเรียน ถ้าเรียนจบเเล้วคงต้องเสียเงินฝากเข้าทำงานต่ออีก"

ขอโทษนะค่ะที่อาจให้จะเขียนเเรงไปหน่อย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
rattiya วันที่ : 08/02/2016 เวลา : 12.05 น.

การปลูกฝังค่านิยมที่ดี ไม่ให้มีการทุจริตในสังคม ไม่ให้มีใครมีสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น เป็นเรื่องที่ดี แต่ .... ด้วยระบบอุปถัมภ์ที่เป็นกาฝากอยู่ในสังคมไทย ยากแก่การกระเทาะออกนี่เอง ที่ยังคงทำให้มี ระบบเด็กฝาก..การฝากเด็ก.... แป๊ะเจี๊ยะในโรงเรียน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ชบาตานี วันที่ : 08/02/2016 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เหนื่อยกับระบบไม่ชอบมาพากลในระบบการศึกษาไทยนัก
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะมีพระเอกขี่ม้าขาวมาล้างบางความไม่ชอบมาพากลกับลิ้นเเหลือบทางการศึกษให้หมดไปเสียที

ความคิดเห็นที่ 6 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
โค้ชภราดร from mobile วันที่ : 07/02/2016 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coachparadorn

ผู้ปกครองเองจะต้องเปลี่ยนแนวคิดด้วย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Sleepypanda วันที่ : 07/02/2016 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

ประสบมากับตัวค่ะ
สมัยเด็กๆ ลูกสาวเจ๊ข้างบ้าน( สนิทกับที่บ้าน ) เธอเป็นคนสวย เป็นนางงามลอยกระทงประกวดเวทีไหน ได้เข้ารอบตลอด แต่เธอเรียนไม่เก่ง จบมอสามแล้วต้องสอบเข้ามอสี่โรงเรียนใหม่
เจ๊แกกลัวลูกไม่มีที่เรียน เลยติดต่อนายหน้าคนหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่ารู้จักตาคนนี้ได้อย่างไร แกขอสามหมื่น (สามหมื่นจะฝากเข้าโรงเรียนชั้นนำ เงินเจ๊มีแค่หมื่นเดียว ก็ได้โรงเรียนเกรดซีแทน แกสั่งให้เด็กไปสอบเข้าตามปกติ แล้วแกจะวิ่งเต้นให้ข้างหลัง
เงินน่ะจ่ายไปครึ่งหนึ่งก่อน พอประกาศผลมาลูกสาวเจ๊สอบติด เจ๊คิดไปว่าเพราะเฮียช่วย ปรากฎว่ามารู้ความจริงทีหลังว่า ลูกสาวน่ะสอบติดได้ด้วยตัวเองจริงๆ ไม่มีใครช่วย
ตัวนายหน้าน่ะหากินกับความกลัวของคน ตัวเองไม่ได้ไปรู้จักผอออที่ไหน หากินกับการหลอกลวงชาวบ้าน จริงๆถ้าเด็กตั้งใจจริง แล้วเลือกโรงเรียนที่เหมาะกับความสามารถตัวเอง ไม่ต้องพึ่งนายหน้าที่ไหนหรอกค่ะ พึ่งตัวเองน่ะดีที่สุด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/02/2016 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มันฝังรากจนยากที่จะไม่มีจริง

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 06/02/2016 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอให้ทำได้จริงๆ. น่าชื่นชมและน่าเป็นตัวอย่างสำหรับโรงเรียนอื่นๆด้วย

ความคิดเห็นที่ 2 rattiya , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 06/02/2016 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เห็นด้วยครับ แต่คงจะยากอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 06/02/2016 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

เห็นข่าว ผอ.โรงเรียน แห่งนึง ประกาศไม่รับเด็กฝากก็ชื่นใจ แต่มาคิดดูว่าจะทำได้หรือ ยังไงก็คงโดนกดดันรอบด้าน จะไหวหรือ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน