*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2349629
  • จำนวนผู้โหวต : 803
  • ส่ง msg :
  • โหวต 803 คน
<< พฤษภาคม 2016 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2559
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 3583 , 23:04:24 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ลูกเสือหมายเลข9 , สิงห์นอกระบบ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 (ภาพหมู่ เกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เตรียมเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2559)

 

สำหรับปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้คัดเลือกสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประเภทกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ คือ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมครบวงจรบ้านกะทม ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์  โดยได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2559

ผู้เขียน (จขบ.) ได้ไปเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมครบวงจรบ้านกะทม ซึ่งมีคุณพิมพ์จันทร์ ประทุมทอง บัณฑิตสาวจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานกลุ่ม

เมื่อไปถึงก็พบคุณพิมพ์จันทร์ กับ “คอกหมูหลุม” มีหมูอยู่คอกละ 4-5 ตัว มีสิ่งก่อสร้างเป็นอาคารสำนักงานแบบหลวมๆ มีวัสดุอุปกรณ์สำนักงานเรียกว่าเป็นความมั่นคงด้านทรัพย์สิน ความที่ผู้เขียนไม่คุ้นเคยกับการเกษตรเลี้ยงสัตว์แบบนี้เท่าใดนัก จะคุ้นเคยก็แต่ระบบสหกรณ์อีก 3-4 รูปแบบ จึงได้ถามว่า ทำไมจึงตั้งชื่อกลุ่มเกษตรกรนี้ว่า “กลุ่มเลี้ยงหมูหลุม”  คุณพิมพ์จันทร์ก็เฉลยว่า

“อ๋อ.. กลุ่มของเราเริ่มต้นจากการเลี้ยงหมูหลุม  จึงตั้งชื่อเป็นกลุ่มเลี้ยงหมูหลุม แล้วก็ขยายไปเลี้ยงอย่างอื่นค่ะ” 

 

 (ลักษณะการเลี้ยงหมูหลุม)

 (ลักษณะเด่นของคอกหมูหลุม)

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมนี้ จัดตั้งเมื่อปี 2548 สมาชิกเริ่มแรกเพียง 6 คน ปัจจุบันมีสมาชิก 47 คน จัดตั้งกลุ่มมาแล้ว 11 ปี ตั้งแต่ปี 2554  ได้รับการสนับสนุนแม่พันธุ์สุกรจากศูนย์วิจัยและบำรุงพันธฺุ์สุรินทร์  มีสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์เข้ามาให้คำปรึกษา จนกระทั่งเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้แล้วจึงเพิ่มชนิดปศุสัตว์ เพื่อเสริมรายได้ระหว่างรอการจำหน่ายของหมู ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น ปลดหนี้สินได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

ที่เรียกว่า  “เลี้ยงแบบครบวงจร” ก็คือ กิจกรรมที่เริ่มตั้งแต่การจัดหาลูกหมู  การจัดหาอาหารหมูวัยต่างๆ เช่น หมูรุ่น หมูขุน การดูแลรักษา การให้ความรู้การเี้ยงหมูให้แก่สมาชิก การบริหารการจำหน่ายหมูของสมาชิก และแปรรูปขายเป็นเนื้อหมูสดทั้งตลาดในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้าน เป็นต้น

 (ผู้เขียนได้ตรวจสอบการลงบันทึกบัญชีแล้ว พบว่า ครบถ้วนถูกต้อง สมควรแก่การได้รับรองเป็นกลุ่มเกษตรดีเด่นระดับชาติ)

 

(ภาพ การบันทึกบัญชีแบบง่ายๆ แม้ไม่ต้องเรียนจบบัญชีก็ทำได้ และสามารถสื่อสารได้ระหว่างสมาชิก)

ตัวอย่างเช่น นาย ก. เลี้ยงหมูในรุ่นนี้ 10 ตัว ก็จะลงทุนด้วยการซื้อหาลูกหมู อาจจะได้มาจากสมาชิกคนอื่นๆ หรือนอกกลุ่ม เขาก็จะมาเบิกอาหารสัตว์ไปเลี้ยงเป็นสัปดาห์ๆ  ก็จะลงสมุดบัญชีเบิกอาหารสัตว์ด้วยตนเอง(อาศัยสัจจะความซื่อสัตย์ จึงทำให้เกิดการควบคุมภายในของการบันทึกข้อมูลเป็นระบบระเบียบ)  โดยทุกๆ สัปดาห์ ห้างร้านก็จะนำอาหารสัตว์และส่วนผสมมาส่งยังคลังสินค้าของกลุ่ม  จนเมื่อนาย ก.เลี้ยงหมูจนครบอายุที่ต้องจับขาย ก็ให้นำเงินมาชำระตามจำนวนค่าอาหารสัตว์ที่เบิกไป  เช่นปกติเลี้ยงหมูขุน  ประมาณ 4 เดือน ก็สามารถจับหมูขายได้  กิโลกรัมละ 60 บาท หมู 1 ตัว มีน้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ขายเป็นเงิน 5-6,000 บาท  เหลือเป็นกำไรตัวละ 1,000 กว่าบาท  10 ตัว ก็ได้ 10,000 กว่าบาท  แต่สมาชิกจะต้องชำระเงินสะสมเข้ากองทุนตัวละ 100 บาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการซื้ออาหารสัตว์ต่อไป

เรียกว่า สมาชิกไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบดอกเบี้ยแพงๆ เพื่อมาเลี้ยงหมู ก็สามารถมีทุนสนับสนุนให้เกิดการเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและมีเงินใช้จ่ายในครอบครัวได้  ทำให้ชุมชนเข้มแข็งมากขึ้น  ยังมีเขียงหมูจำหน่ายเนื้อหมูสดในหมู่บ้านซึ่งเป็นของสมาชิกที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันนำเนื้อหมูมาจำหน่ายอีกด้วย สมาชิกจะต้องเก็บเป็นเงินออมของตนเองในกลุ่มนี้อีก

การแปรรูปขายเป็นเนื้อหมูสด ก็สามารถทำให้สมาชิกผลิตได้ทันเการบริโภคของตลาด ไม่เกิดการผลิตที่ล้นตลาด หรือเอารัดเอาเปรียบกัน  เนื่องจากมีการกำหนดวันจับจำหน่าย รวมทั้งการชำแหละแปรรูปที่แน่นอนของแต่คอก เวลานี้กลุ่มยังมีเครื่องผสมอาหาร อุปกรณ์ตอนหมู และยังได้รับการสนับสนุนทั้งแม่พันธุ์หมู ความรู้ทางวิชาการการเลี้ยงหมูและเลี้ยงสัตว์อื่นๆ จากหน่วยงานราชการอีกด้วย

 

 

“ทำไมต้องเลี้ยงหมูแบบ...หลุม?”  คุณพิมพ์จันทร์ตอบว่า เพราะว่าการเลี้ยงหมูแบบเดิมที่ชาวบ้านนิยมเลี้ยงในคอกพื้นปูนซีเมนต์ คอกอยู่ใกล้บริเวณบ้านเรือน  เป็นแบบฟาร์มตะวันตก ซึ่งมีต้นทุนสูง ใช้ประโยชน์จากมูลสัตว์ได้น้อย และถ้าหากไม่มีการดูแลอย่างถูกสุขลักษณะก็จะทำให้คอกหมูมีกลิ่นรบกวน  มีปัญหาต่อสุขภาพของผู้อยู่ใกล้คอกหมู หมูหลุมจึงเป็นทางออกสำหรับการเลี้ยงแบบส่งกลิ่นรบกวนน้อยที่สุด ด้วยการขุดหลุมขนาดเท่าคอกหมูปกติ ตามจำนวนหมู มีหลังคาคลุมให้มิดชิด แล้วรองพื้นด้วยด้วยเศษวัสดุต่างๆ เช่น แกลบ  เศษใบไม้ เศษวัสดุ ขี้เลื่อย พอคอกหมูเริ่มมีกลิ่นเกษตรกรก็นำเอาเศษวัสดุนั้นออกไปเป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับใส่เรือกสวนไร่นา หรือนำไปบรรจุกระสอบ ขายกระสอบละ 30 บาท

“ทำไมต้องเลี้ยงหมู  สมาชิกเลี้ยงสัตว์อย่างอื่นไม่ได้หรือ?” ผู้เขียนถาม   คุณพิมพ์จันทร์ตอบว่า “ได้ค่ะ แต่เดี๋ยวนี้สมาชิกได้พัฒนาเป็นเลี้ยงเป็ด ไก่ ห่าน วัว ควาย อีกเยอะแยะเลย … เดี๋ยวจะพาไปดูค่ะ” 

 

  

 



คุณพิมพ์จันทร์ได้นำพาเยี่ยมชมทั้งกิจการของตนเองและของสมาชิกในกลุ่ม โดยเฉพาะของคุณพิมพ์จันทร์เองมีการเลี้ยงไก่ไข่ ไก่เนื้อสายพันธุ์ที่ได้รับการส่งเสริม เป็ดเทศ  เป็ดไข่  ห่าน โคเนื้อ กระบือ  มีการบริการฟักไข่ให้แก่สมาชิกและจำหน่ายแก่เกษตรกรภายนอก  เช่น หากเป็นฟักไข่เป็ดไข่ไก่ของสมาชิก ก็คิดค่าบริการ 6 บาท/ฟอง คนนอกที่มาซื้อลูกเป็ด/ไก่ที่ฟัก  เจ้าของไข่ก็ขายให้ตัวละ 12 บาท เพื่อเป็นค่าบริหารจัดการให้ธุรกิจของกลุ่มเกิดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ

 

 

 (2 ภาพนี้ เป็นฟาร์มของสมาชิก มีคอกแม่พันธุ์สุกร มีการนำมูลสัตว์มากองรอการนำไปใส่ไร่นาเป็นปุ๋ยอินทรีย์และบรรจุกระสอบ)

 (ตู้ฟักไข่ ซึ่งหน่วยงานราชการให้การสนับสนุน เกิดเป็นการเพาะเลี้ยงเป็ดไก่แบบครบวงจร)

 

 

 

นำท่านมาชมเพียงแค่นี้  ผู้เขียนก็เห็นแล้วว่า “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมบ้านกะทม”  เป็นกิจกรรมของชุมชนที่มีนวัตกรรมหรือความคิดริเริ่มที่เกิดจากแนวคิดริเริ่มของคณะกรรมการและสมาชิกของกลุ่มเกษตรกร โดยมีกิจกรรมทั้งการบริหารจัดการงานในกลุ่ม หรือการปฏิบัติงานของกลุ่ม  มีทั้งการดำเนินธุรกิจและการขยายธุรกิจ มีการพึ่งพาตนเอง  การสร้างความเข้มแข็งของกลุ่ม การให้บริการสนองความต้องการหรือความขาดแคลนของสมาชิก การสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชน อย่างครบถ้วน

 

( 2 คนขวาสุด คุณพิมพ์จันทร์ ประธานกลุ่มฯ และผู้เขียน ที่พลับพลามณฑลพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ท้องสนามหลวง)

 

ส่วนทางด้านสมาชิกก็ได้รับประโยชน์จากกลุ่ม เช่น การประกอบอาชีพ การเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย มีสวัสดิการ การพึ่งพาตนเอง เป็นต้น มิพักจะต้องกล่าวถึงว่าชุมชนหรือสังคมได้รับอะไรบ้าง เพราะถ้ากลุ่มเกษตรกรเล็กๆ ร่วมกันสร้างสรรค์แต่สิ่งที่ดี ได้รับสิ่งที่ดี ก็เปรียบเสมือนคลื่นๆ ลูกเดียวกันส่งผลกระทบกันไปจนถึงฝั่ง จนทำให้สังคมอื่นต้องมาขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก  “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงหมูหลุมครบวงจรบ้านกะทม ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์”  

ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ มีเงินสะสมมากกว่า 1 ล้านบาท การดำเนินการอย่างประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน และเป็นแหล่งต้นแบบในการเลี้ยงหมูตามแนวทางเกษตรชีวภาพหรือเกษตรอินทรีย์อย่างครบวงจร

 

ติดต่อขอเข้าชมงานวิสาหกิจชุมชนฯ ได้ที่ คุณพิมพ์จันทร์ ประธานกลุ่ม ตั้งอยู่ที่ บ้านกะทม ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์  ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 12 กม. หรือประมาณ 3 กม. จากโครงการชลประทานห้วยเสนง

หรือติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 082-3735753 


   ........................................................

 

 หมายเหตุ

ผู้อ่านสามารถดูหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรดีเด่นระดับชาติ ได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 29/05/2016 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมเป็นคนเชื่อว่าไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 2 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 29/05/2016 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เชื่อว่า การรวมกลุ่มธุรกิจและระบบสหกรณ์บ้านในเราจะเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยเรื่อยด้วยบทเรียนจากอดีตที่ผ่านมาครับ

ความคิดเห็นที่ 1 NN1234 , february26 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Anacarika วันที่ : 29/05/2016 เวลา : 06.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

น่าชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง เป็นวิธํีการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และชื่นชม NN1234 ที่กรุณานำเรื่องนี้มานำเสนอนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน