*/
  • NN1234
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : srwlwt@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-28
  • จำนวนเรื่อง : 681
  • จำนวนผู้ชม : 2315903
  • จำนวนผู้โหวต : 800
  • ส่ง msg :
  • โหวต 800 คน
<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม 2559
Posted by NN1234 , ผู้อ่าน : 3528 , 20:43:05 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน Anacarika , นายยั้งคิด และอีก 12 คนโหวตเรื่องนี้

 

เอนทรี่นี้ควรได้ใช้ชื่อเต็มๆ ว่า ค่านิยมที่ผิดในการเลือกเรียนสาขาอาชีพของเด็กไทยและการผลิตบัณฑิตที่ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ด้วยมีข่าวเล็กๆ ในแวดวงการศึกษาอยู่ 2 ข่าวที่ดูแล้วไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่ากับข่าวกระแสหลักมากนัก 

ข่าวแรกคือ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ปธ.ทปอ.) กล่าวยอมรับว่า ปัจจุบันนี้มีบัณฑิตตกงานมากขึ้น
ส่วนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)ก็ได้ออกมาขานมรับว่า มีบัณฑิตส่วนหนึ่งตกงานจริง ส่วนใหญ่จะเป็นบัณฑิตในสายสังคมศาสตร์  ซึ่งสถาบันการศึกษาผลิตบัณฑิตออกมาไม่ตรงกับความต้องการของประเทศ ในขณะที่ความต้องการบัณฑิตในสายวิทยาศาสตร์มีจำนวนมากกว่าแต่กลับมีผู้เลือกเรียนน้อย  ทั้งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยพยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน คือ ลดจำนวนรับเด็กในสายสังคมลง และเพิ่มจำนวนรับในสายวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากค่านิยมของนักเรียนในปัจจุบันนิยมเลือกเรียนในสายสังคมศาสตร์มากกว่า

ถ้าเรายังจำกันได้ ตอนที่ประเทศกลุ่มอาเซียนรวมตัวกันเข้าสู่การเป็น AEC กันใหม่ๆ บางมหาวิทยาลัยก็ปรับตัวเพื่อให้ทันต่อสภาพตลาดแรงงาน เนื่องจากบัณฑิตในสายสังคมศาสตร์กำลังล้นตลาดแรงงาน และตลาดแรงงานในประเทศกลุ่ม AEC มีความต้องการใน 7 วิชาชีพที่จะสามารถโยกย้ายตลาดแรงงานข้ามประเทศกันได้ ซึ่งได้แก่ สาขาแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การสำรวจ และการบัญชี  จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่เป็นสาขาวิทยาศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ประยุกต์  (แต่บัณฑิตบ้านเราก็ยังมีจุดอ่อนด้านภาษา)
แต่เวลาผ่านเลยมาได้ระยะเวลาหนึ่ง มหาวิทยาลัยของไทยก็ยังไม่ได้ปรับตัวกันเท่าที่ควร เห็นได้จากบัณฑิตที่ยังล้นตลาดแรงงาน ปัญหาการตกงานหรือหางานมากที่สุดก็คือ สาขาสังคมศาสตร์
นี่คือปัญหาใหญ่ของสถาบันระดับอุดมศึกษาบ้านเราทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนที่ยังคงผลิตบุคลากรออกมารองรับการพัฒนาประเทศได้ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทิศทางการพัฒนาประเทศ และตลาดแรงงานในประเทศกลุ่มอาเซียน
เราจึงเกิดความสูญเสียในการลงทุนทางการศึกษาอย่างมากมาย ไม่ว่าทั้งในระดับมหภาค คือการลงทุนในภาครัฐ และระดับจุลภาคหรือในระดับครัวเรือน นั่นหมายความว่า เรากำลังใส่ปัจจัยการผลิต (Input) เข้าไปในระบบการศึกษาไม่คุ้มกับที่เราได้บัณฑิตออกมาทำงาน (Output) 
เรื่องราวนี้ ลำพังจะโทษแต่ระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียวก็ไม่น่าจะถูกต้องนัก หากภาครัฐยังไม่สามารถขยายโอกาสงานหรือสร้างอาชีพในสาขาวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นได้มากกว่านี้ ปัญหานี้ก็จะยังคาราคาซังอย่างนี้ไปอีกเรื่อยๆ

 

อีกข่าวหนึ่งจาก MGR Online คือ “อึ้ง! เด็กลำปางเมินเรียนต่อ “เซรามิก”ทั้ง จว.สมัครแค่คนเดียวแม้มีโรงงานเพียบ”
ซึ่งสืบเนื่องจากสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางได้เปิดสาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิก เพื่อให้นักศึกษาในจังหวัดลำปางได้เรียนในสาขาวิชาที่ภาคธุรกิจในจังหวัดลำปางมีจำนวนมากคือ โรงงานเซรามิก 
โดยนายชัยณรงค์ จุมภู นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง ได้เปิดเผยว่า  จังหวัดลำปางมีโรงงานเซรามิกกว่า 200 โรงงาน เป็นอุตสาหกรรมหลักของจังหวัด  เป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างธุรกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ให้แก่ผู้ประกอบการและแรงงานในพื้นที่จังหวัดลำปาง เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท และสร้างชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ทว่าบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ยังคงขาดแคลน  จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางเปิดรับสมัครนักศึกษาในสาขาเทคโนโลยีเซรามิก แต่ปรากฏว่ามีนักศึกษาสนใจมาสมัครเรียนเพียง 1 คนเท่านั้น
นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปางกล่าวว่า ถือว่าไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากนักศึกษาไม่ให้ความสนใจ 
จึงจะเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะรับเพียง 10 คนเท่านั้น โดยนักศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาจากสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง มีทุน กยส.ให้ยืมเรียน  จะได้ร่วมทำงานวิจัยกับอาจารย์และสถานประกอบการเซรามิก ได้ศึกษาดูงานเรียนรู้ ปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ มีรายได้พิเศษระหว่างเรียน และที่สำคัญเมื่อเรียนจบมีงานไว้รองรับมากมายอีกด้วย
นี่ขนาดว่ามีเงื่อนไขต่างๆ ที่น่าสนใจอย่างมากมาย ทั้งในแง่อนาคตของตัวบุคคลที่ได้เข้าเรียนในสาขานี้และอนาคตชาติ แต่ก็ยังไม่สามารถโน้มน้าวดึงดูดความสนใจจากนักเรียนและผู้ปกครองได้ จึงเกิดคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาและภาคแรงงานของบ้านเมืองนี้ ...?

นอกเสียจาก การมีค่านิยมที่ผิดๆ ในระบบการศึกษาและการเลือกเรียนในสาขาอาชีพของนักเรียนและผู้ปกครอง

สองเรื่องที่ผู้เขียน (จขบ.)นำเปิดประเด็นด้วยความเป็นห่วง เพื่อร่วมกันหาทางออกให้แก่สังคมเราที่ดูท่าทางจะมืดมนมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากมหาวิทยาลัยยังผลิตบัณฑิตออกมาแบบทิ้งๆ ขว้างๆ มุ่งเน้นแต่ในด้านปริมาณ เช่น ผลิตบัณฑิตสาขาสังคมศาสตร์มากจนเกินความต้องการตลาดแรงงาน ทำให้มีบัณฑิตไม่ได้ทำงานในวุฒิการศึกษาที่ตนเรียนมา และเกิดความไม่คุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรของประเทศชาติทั้งในขั้นตอนการผลิตบัณฑิต และด้านผลลัพธ์ที่ประเทศชาติจะได้รับ

 

 

ล่าสุด(วันที่ 13กรกฎาคม) ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2559 ใช้อำนาจตาม ม.44แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เนื่องจากมีข้อเท็จจริงว่าสถาบันอุดมศึกษาบางแห่ง ได้เปิดการสอนและจัดการศึกษาทั้งในและนอกสถานที่ โดยใช้หลักสูตรที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ผลิตบัณฑิตที่มีปัญหาด้านคุณภาพ และไม่สอดคล้อกับความต้องการของประเทศ ซึ่งสภาสถาบันอุดมศึกษาบางแห่งอาศัยอำนาจและช่องว่างทางกฎหมายดำเนินการในลักษณะที่ส่อเจตนาแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว หรือเพื่อให้คงอยู่ในตำแหน่งต่อไป มีการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม จนกระทั่งเกิดปัญหาร้องเรียนและฟ้องร้อง ทางคดีเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา  ... ฯลฯ


ดังนั้น คำสั่งนี้ย่อมมีผลกระทบถึงการปรับตัวของสถาบันการศึกษาทั่วทั้งประเทศและนอกจากนี้ให้มีผลบังคับใช้กับ “มรภ.สุรินทร์-มรภ.ชัยภูมิ” ในทันทีอีกด้วย

นี่จึงไม่ต่างไปจากประเด็นหรือปัญหาที่ผู้เขียนได้นำมาขึ้นมากล่าวอ้างในครั้งนี้แต่อย่างใด


……………………………

 


หมายเหตุ เอนทรี่นี้เขียนก่อนที่จะมีคำสั่ง คสช.ที่ 39/2559 จะถูกประกาศเผยแพร่ขึ้น

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Anacarika วันที่ : 14/07/2017 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

เขียนได้ดีมากครับผม

ความคิดเห็นที่ 12 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 17/07/2016 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ขอบคุณครับ ท่ีให้รายละเอัยดกลับมา

ความคิดเห็นที่ 11 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/07/2016 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

เอนทรี่นี้ควรได้ใช้ชื่อเต็มๆ ว่า ค่านิยมที่ผิดในการเลือกเรียนสาขาอาชีพของเด็กไทยและการผลิตบัณฑิตที่ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

ด้วยมีข่าวเล็กๆ ในแวดวงการศึกษาอยู่ 2 ข่าวที่ดูแล้วไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่ากับข่าวกระแสหลักมากนัก

ข่าวแรกคือ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ปธ.ทปอ.) กล่าวยอมรับว่า ปัจจุบันนี้มีบัณฑิตตกงานมากขึ้น
ส่วนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)ก็ได้ออกมาขานมรับว่า มีบัณฑิตส่วนหนึ่งตกงานจริง ส่วนใหญ่จะเป็นบัณฑิตในสายสังคมศาสตร์ ซึ่งสถาบันการศึกษาผลิตบัณฑิตออกมาไม่ตรงกับความต้องการของประเทศ ในขณะที่ความต้องการบัณฑิตในสายวิทยาศาสตร์มีจำนวนมากกว่าแต่กลับมีผู้เลือกเรียนน้อย ทั้งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยพยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน คือ ลดจำนวนรับเด็กในสายสังคมลง และเพิ่มจำนวนรับในสายวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากค่านิยมของนักเรียนในปัจจุบันนิยมเลือกเรียนในสายสังคมศาสตร์มากกว่า

ถ้าเรายังจำกันได้ ตอนที่ประเทศกลุ่มอาเซียนรวมตัวกันเข้าสู่การเป็น AEC กันใหม่ๆ บางมหาวิทยาลัยก็ปรับตัวเพื่อให้ทันต่อสภาพตลาดแรงงาน เนื่องจากบัณฑิตในสายสังคมศาสตร์กำลังล้นตลาดแรงงาน และตลาดแรงงานในประเทศกลุ่ม AEC มีความต้องการใน 7 วิชาชีพที่จะสามารถโยกย้ายตลาดแรงงานข้ามประเทศกันได้ ซึ่งได้แก่ สาขาแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การสำรวจ และการบัญชี จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่เป็นสาขาวิทยาศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (แต่บัณฑิตบ้านเราก็ยังมีจุดอ่อนด้านภาษา)
แต่เวลาผ่านเลยมาได้ระยะเวลาหนึ่ง มหาวิทยาลัยของไทยก็ยังไม่ได้ปรับตัวกันเท่าที่ควร เห็นได้จากบัณฑิตที่ยังล้นตลาดแรงงาน ปัญหาการตกงานหรือหางานมากที่สุดก็คือ สาขาสังคมศาสตร์
นี่คือปัญหาใหญ่ของสถาบันระดับอุดมศึกษาบ้านเราทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนที่ยังคงผลิตบุคลากรออกมารองรับการพัฒนาประเทศได้ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทิศทางการพัฒนาประเทศ และตลาดแรงงานในประเทศกลุ่มอาเซียน
เราจึงเกิดความสูญเสียในการลงทุนทางการศึกษาอย่างมากมาย ไม่ว่าทั้งในระดับมหภาค คือการลงทุนในภาครัฐ และระดับจุลภาคหรือในระดับครัวเรือน นั่นหมายความว่า เรากำลังใส่ปัจจัยการผลิต (Input) เข้าไปในระบบการศึกษาไม่คุ้มกับที่เราได้บัณฑิตออกมาทำงาน (Output)
เรื่องราวนี้ ลำพังจะโทษแต่ระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียวก็ไม่น่าจะถูกต้องนัก หากภาครัฐยังไม่สามารถขยายโอกาสงานหรือสร้างอาชีพในสาขาวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นได้มากกว่านี้ ปัญหานี้ก็จะยังคาราคาซังอย่างนี้ไปอีกเรื่อยๆ





อีกข่าวหนึ่งจาก MGR Online คือ “อึ้ง! เด็กลำปางเมินเรียนต่อ “เซรามิก”ทั้ง จว.สมัครแค่คนเดียวแม้มีโรงงานเพียบ”
ซึ่งสืบเนื่องจากสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางได้เปิดสาขาวิชาเทคโนโลยีเซรามิก เพื่อให้นักศึกษาในจังหวัดลำปางได้เรียนในสาขาวิชาที่ภาคธุรกิจในจังหวัดลำปางมีจำนวนมากคือ โรงงานเซรามิก
โดยนายชัยณรงค์ จุมภู นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง ได้เปิดเผยว่า จังหวัดลำปางมีโรงงานเซรามิกกว่า 200 โรงงาน เป็นอุตสาหกรรมหลักของจังหวัด เป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างธุรกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ให้แก่ผู้ประกอบการและแรงงานในพื้นที่จังหวัดลำปาง เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท และสร้างชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ทว่าบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านนี้ยังคงขาดแคลน จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางเปิดรับสมัครนักศึกษาในสาขาเทคโนโลยีเซรามิก แต่ปรากฏว่ามีนักศึกษาสนใจมาสมัครเรียนเพียง 1 คนเท่านั้น
นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปางกล่าวว่า ถือว่าไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากนักศึกษาไม่ให้ความสนใจ
..........................................
ไม่ทราบว่ามีการชี้ชวน โดยแสดงชื่อวิชาที่จะเรียนที่มีคำอธิบายพอสมควร และตลาดที่จะรองรับผู้สำเร็จการศึกษาด้วยครับ
เซรามิกของเราเกรดต่ำหรือเปล่า สามารถ upgrade ได้ไหม ?

ความคิดเห็นที่ 10 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
WIC!!WIC!! from mobile วันที่ : 16/07/2016 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thingtoyou

เชิญเข้ามาอ่าน บล็อกการกระทำกับนามธรรม อันโด่งดัง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Cat@ วันที่ : 16/07/2016 เวลา : 05.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
NN1234 วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ท่าน พล.ท.นันทเดช
เรื่องที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ มี
1) ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)มีสมาชิก 27 มหาวิทยาลัยทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประธาน ทปอ.ประจำปี พ.ศ.2559 ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
2) ที่ประชุมอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฎ(ทปอ.มรภ.) ปัจจุบันมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัต กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ดำรงตำแหน่งประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ดูแลควบคุมกำกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่ง
3) ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(ทปอ.มทร.) มี มทร. 9 แห่งทั่วประเทศ

*** คำสั่งคสช. ที่ 39/2559 นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาทั้งระบบ เพื่อใช้ ม.44 แก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นแนวทางเบื้องต้น แต่ระยะยาวจะต้องเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษามีลักษณะเดียวกับคำสั่งใน ม.44 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เข้าถ่วงดุลอำนาจสภามหาวิทยาลัย
“จากนี้มหาวิทยาลัยที่รู้ตัวว่ามีปัญหา ขอให้สภากลับไปทบทวนและหาทางแก้ปัญหาให้ได้ กกอ.จะยังไม่เข้าไปตรวจสอบอะไร ส่วนจะให้เวลาสภาแก้ปัญหานานแค่ไหนคงไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา แต่คงให้เวลาไม่นานนัก หากไม่เร่งแก้ไขก็อาจเป็นคิวถัดไป ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีอำนาจในการออกคำสั่งให้สถาบันอุดมศึกษาเหล่านั้นอยู่ในความควบคุมของ สกอ. โดยมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งแก้ปัญหา มีอยู่ประมาณ 10% หรือคิดเป็นประมาณเกือบ 20 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาเรื่องการรับนักศึกษาเกินกว่าที่แจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับทราบจำนวน 11 แห่ง นอกนั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาการทุจริตของผู้บริหาร ความแตกแยกของสภากับฝ่ายบริหาร สภาอาศัยช่องทางกฎหมายสั่งปลดอธิการบดี” นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)กล่าว
*** จาก มติชนออนไลน์

ความคิดเห็นที่ 7 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ฝายมีชีวิต วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/susu123

เรียนอะไรก็ได้จบมาแหล้วมีงานทำหมดสมัยแหล้วครับ.

ความคิดเห็นที่ 6 Anacarika , NN1234 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ที่ประชุมอธิการบดี นั้นแบ่งออกเป็น2ส่วน คือ ของมหาวิทยาลัย และ
ของ สถาบันราชภัฏ(ไม่รู้ถูกหรือเปล่า) ดังนั้นแสดงว่ามีนักศึกษาตกงาน มากกว่านั้นอีก จึงเห็นด้วยทุกประการ ครับ เพราะเรื่องนี้ สำคัญมากพอๆกับการปราบโกงเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 กระดานดำออนไลน์ , สิงห์นอกระบบ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
NN1234 วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

Bluehill

เห็นด้วยครับ ว่าคุณภาพของบัณฑิตของเราด้อยความสามารถลงเรื่อยๆ ทำอะไรแทบไม่ได้ ทำไม่เป็น ไม่รู้ตอนเรียนมัวแต่ลอกการบ้านเพื่อนหรือเปล่า?
การลอกฯ ไม่ใช่ไม่ดี แต่ลอกโดยไม่คิดตาม คิดไม่ออก ... แบบนี้ลอกแล้วก็ยิ่งบื้อ
---------------------------------------
คุณสิงห์นอกระบบ

ข้อสอบทั้งสองแบบต้องผสมผสานกัน
มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันครับ
--------------------------------------
4Bank

สาขาคอมพิวเตอร์ยังเป็นสาขาที่นิยมกันอยู่ครับ
แต่ผมเพิ่งรับเด็ก ป.ตรีจบเอกคอมฯธุรกิจมาทำงาน ...บ๊อแบ๊ๆ ... ผมก็งงๆ ธุรกิจก็เสียหาย
--------------------------------
กระดานดำออนไลน์

ขอบคุณครับ
มรภ.สุรินทร์ โดน ม.44 เข้าอย่างจัง...จันนับน่ะ
ผมเคยได้ยินคนพูดถึงไม่สู้ดีของผู้บริหารมานานแล้วแหละ ไม่รู้จริงหรือเปล่า ได้แต่ฟังเขาพูด

ความคิดเห็นที่ 4 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กระดานดำออนไลน์ วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 13.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kradandum
เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน :: ระหว่างเลวกับดีไม่มีกลาง

ขออนุญาตเผยแพร่ต่อนะครับ
เมื่อวานก่อนเข้าไปร่วมสัมมนาในกรุงเทพฯ
เกี่ยวกับการศึกษาของชาตินี่แหละ
เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันแก้ไขครับ

ความคิดเห็นที่ 3 Anacarika , rattiya และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
4BANK วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 07.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

จริงๆ แล้ว เด็กไม่ผิดหรอกครับ คนผิดคือ ผู้ใหญ่
ที่ยังมีความเชื่อผิดๆ แบบว่าตามกระแสโลกช้าไป
เลี้ยงลูกแบบล่าช้า ผิดกับเด็กประเทศที่เจริญกว่าเรา
เขาส่งเสริมใหัลูกค้นหาตัวเองให้เจอ ตั้งแต่ ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
ปิดเทอมต้องออกไปฝึกงาน
การได้เข้าทำงานจริง จะได้ประสพการณ์ แต่บ้านเราจบที่ครูแนะแนว เด็กจึงวิ่งตามกันไป เรียนตามเพื่อน ออกมาตกงาน
พ่อแม่ก็กดดัน ต้องที่นี่นะ แบบว่า เรียนตามใจพ่อแม่
บ่นอีกนิด อาจารย์บางท่านก็สอนวิชา เมื่อ สิบปีที่แล้ว
ตอนนี้ คอมพิวเตอร์เท่านั้น จะยึดโลกครับ เรียนด้านนี้ ผมว่ารุ่ง

การสอบผ่าน ไม่ได้ แสดงให้เห็นว่า คนคนนี้ เก่ง แค่ท่องจำเก่ง

ความคิดเห็นที่ 2 Anacarika , wullopp และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 14/07/2016 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
ควรเลิกสอบแบบปรนัย แล้วให้สอบแบบอัตนัยทั้งหมดครับ

ความคิดเห็นที่ 1 Anacarika , rattiya และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
BlueHill วันที่ : 14/07/2016 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อีกปัญหาหนึ่งที่พบ คือ คุณภาพของนศ.จำนวนหนึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน สอบความรู้ทั่วไป ตกหมด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน