• no_body
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-18
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 14257
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
เพื่อบ้านของเรา
อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เพื่อชีวิตของเรา คนรอบๆ ข้างเรา ทุกสิ่งรอบตัวเรา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/no-body
วันพฤหัสบดี ที่ 5 กรกฎาคม 2550
Posted by no_body , ผู้อ่าน : 1164 , 21:44:29 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มีครั้งหนึ่งตอนเป็นเด็ก ผมได้มีโอกาสไปขูดซากเรือโบราณเพื่อขอหวย ซากเรือไม้โบราณ (มีคนบอกผมอย่างนั้น แต่ผมดูอย่างไงก็ไม่ต่างไปจากท่อนซุงใหญ่ท่อนหนี่ง) ที่จมอยู่ใต้น้ำมายาวนานถูกขุดลากมาจอดอยู่บนฝั่งคลอง ผู้คนไม่น้อยต่างยึดครองพื้นผิวของซากเรือเพื่อทำการขูดหาโชคของเขา ตอนนั้นผมไม่ค่อยประสาเท่าไรนัก ไม่เข้าใจว่าตัวเองถูกพามาเพื่ออะไรและที่กำลังทำอยู่นั้นทำไปทำไม ด้วยความอ่อนในอุตสาหะ ผมก็เลิกขูดหลังจากพบว่านิ้วหัวแม่มือเริ่มจะแสบร้อนพองโดยไม่ได้เลขเด็ดแต่อย่างไร

นั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินข่าวการขอหวยจากสิ่งประหลาดรอบๆ ตัวเรา หลังจากนั้นข่าวทำนองนี้ก็มีมาให้ผมได้ยินอยู่เนืองๆ ที่ดูว่าจะเป็นตลกร้ายที่สุดก็เห็นจะเป็นข่าววัตถุประหลาดที่ชาวบ้านพากันแตกตื่นว่าเป็นของที่ตกมาจากนอกโลก และสุดท้ายก็พบว่าเป็นเจลลดไข้ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์นั้นทำให้ผมนึกถึงหนังฝรั่งเรื่อง "เทวดาท่าจะบ๊อง (The Gods Must Be Crazy (1980))" ที่ฉายในบ้านเราเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ตัวหนังพูดถึงชายชาวเผ่าในอาฟริกาที่ห่างไกลจากสังคมเมืองที่ต้องเป็นตัวแทนของเผ่าในการนำสิ่งแปลกประหลาดที่ตกลงมาจากท้องฟ้าไปที้งให้ออกนอกพื้นที่ของตน สิ่งแปลกประหลาดที่ว่านั้นก็คือ "ขวดแก้วน้ำอัดลมเปล่าขวดหนึ่ง"

ใครจะไปเชื่อว่าเหตุการณ์ในสังคมของเราจะไปพ้องกับหนังตลกที่มีเนื้อหาเสียดสีวัตถุนิยมเรื่องหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ และที่แย่ที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือ ในขณะที่ในหนังคนเผ่า (ผมไม่อยากใช้คำว่า"คนป่า" เนื่องจากคำนี้มีความหมายในเชิงดูถูก) นี้เลือกที่จะแก้ปัญหาโดยใช้สติและความรู้โดยการ "กำจัด" สิ่งแปลกปลอมออกจากอาณาเขตของตน แต่พวกเรากลับเลือกที่จะหาประโยชน์จากสิ่งแปลกปลอมโดยไม่ใช้สติ

หลังจากที่ความจริงเปิดเผยผู้ที่พยายามจะสร้างข่าวหรือหาผลประโยชน์กับ"ความไม่รู้"นี้ก็พากันเงียบเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น รัฐก็ไม่แสดงปฏิกริยาใดๆ ราวกับว่า"ความไม่รู้"ของผู้คนในสังคมนี้ เป็นเรื่องธรรมดา

ผมอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะมีรายการทีวีที่ญี่ปุ่นเอาเรื่องนี้ไปออกอากาศ คนดูที่นั้นก็คงขำกันน่าดู ผมรู้สึกขายหน้าจัง

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ในบ้านเราที่จะมีการกราบไหว้สิ่งแปลกประหลาดใดๆ ก็ตามเพียงเพื่อขอโชคลาภเลขเด็ด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็น จอมปลวก ชากสัยว์ที่เพิ่งเกิดและตายเนื่องจากสภาพร่างกายที่ผิดปรกติ ต้นไม้ที่ดันมีอาการผิดปรกติอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม

นอกจากชาวบ้านที่แตกตื่นและฝากความหวังของอนาคตไปกับความผิดปรกติเหล่านี้ อีกกลุ่มหนี่งที่ยังคงศรัทธากับความขลังของสิ่งแปลกประหลาดหรือความผิดปรกตินี้ ก็คือสื่อมวลชนบางพวก สื่อมวลชนกลุ่มนี้ฝากอนาคตของยอดขายหรือยอดคนดูคนฟัง โดยคาดหวังว่าการนำเสนอเรื่องเหล่านี้จะทำให้พวกเขาสมหวังในด้านรายได้

จะว่าไป ไม่แน่ว่ารัฐอาจจะแอบฝากอนาคตหรือความหวังกับสิ่งเหล่านี้ด้วยก็ได้

นับแต่ยุคสมัยน้าชาติที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างมโหฬาร ผมก็สังเกตว่ามีคนไม่น้อยไห้ความสำคัญกับความร่ำรวยและวัตถุมากขึ้น สมัยนั้นเงินทองดูจะหามาได้อย่างง่ายดาย หามาง่ายก็ใช้ไปง่าย เมื่อมีแล้วก็อยากมีมากขึ้นอีก ความอยากไมมีที่สิ้นสุด

ผมคิดว่าน่าจะเป็นตอนนี้เองที่ผู้คนเริ่มจะยอมรับกันว่าการมีทรัพย์เป็นความชอบธรรมโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องคำนืงว่าทรัพย์นั้นหามาด้วยวิธีใด ผู้คนหลงระเริงไปกับกระแสเงินที่ใหลเวียนไปทั่วสังคม คนที่มีโอกาสหรือมีความสามารถมากก็ตักตวงความมั่งคั่งไปได้มาก

มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นมากมายจากการขายที่ดิน เล่นหุ้น งานก่อสร้าง ร้านอาหาร สถานบันเทิง ฯลฯ มองไปทางใหนก็มีแต่อนาคตที่สดใส คนทำงานบริษัทที่มีฝีมือเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น สถาบันการศึกษาต่างเร่งกันผลิตบัณฑิตเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เด็กจบใหม่ได้งานอย่างรวดเร็วด้วยเงินเดือนเรือนหมื่น บวกกับค่าล่วงเวลาที่อาจจะมากกว่าเงินเดือนด้วยซ้ำไป ผมรู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าลูกน้องบางคนเลือกที่จะซื้อรถยนต์เพียงเพื่อขับไป-กลับที่ทำงาน ก่อนที่จะซื้อบ้าน ด้วยเหตุผลของความสะดวกและความปลอดภัย แปลกใจที่พบว่าวินัยทางการเงินเป็นเรื่องที่ยากแก่การเข้าใจและควบคุมสำหรับคนหลายคน

เช้าวันที่ 2 กค. 2540 ผมยังจินตนาการไม่ออกถึงผมกระทบหลังจากที่ประเทศไทยประกาศลอยค่าเงินบาท แต่หลังจากนั้นไม่นานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผมและคนอื่นก็มากจนเกินจะจินตนาการเช่นกัน

โดยส่วนตัวแล้วกระทบที่ผมได้รับนั้นอยู่ในวิสัยที่จัดการได้ไม่ยากเย็นนัก เนื่องจากผมถูกสอนมาให้หลีกเลี่ยงจากการมีหนี้สิน แต่บรรยากาศที่พบเห็นได้อยู่ทุกวันจากที่ทำงานและสิ่งรอบๆ ตัวทำให้ผมทำให้ผมตระหนักว่า"เงิน" เป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นที่นี่เมืองไทย หรือมุมใหนในโลกนี้ วิกฤติที่เกิดขึ้นครั้งนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการใช้จ่ายเงินซื้อความพอใจของคนในชาติอย่างไม่ลืมหูลืมตาโดยหารู้ไม่ว่ามูลค่าเงินที่เราคิดว่ามันมีอยู่จริงนั้นเป็นสิ่งสมมุติ มันเป็นสิ่งที่เราไปหยิบยืมมาจากคนอื่น แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งก็มีคนมาบอกเราว่า "เราไม่ให้เงินพวกคุณใช้อีกแล้วเพราะคุณเป็นหนี้เรามากจนพวกเราเหล่าเจ้าหนี้ไม่แน่ใจว่าคุณจะมีปัญญาใช้หนี้เราหมดหรือเปล่า" ตอนนั้นเองที่เราได้พบว่า "บาท" ที่เราคิดว่ามีค่าเท่ากับ "บาท" นั้น ความจริงมีค่า "ไม่เต็มบาท"

10 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็วอย่างกับโกหก พวกเราต่างได้ประสบการณ์ต่างๆ มากมาย การเปลี่ยนแปลงดูเหมือนจะเกิดขึ้นหลายๆ ด้านพร้อมๆ กันอย่างรวดเร็ว ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี ผมรู้สึกว่าสังคมไทยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้โดยคลายความเคร่วครัดลงในหลายๆ เรื่อง ที่เห็นได้ชัดก็เช่น ความสัมพันธ์ของวัยรุ่นสมัยนี้ การยอมรับความต่างจากเชื้อชาติไทย เป็นต้น โดยส่วนตัวผมชอบความคลี่คลายที่ยกตัวอย่างขึ้นมา แต่ก็มีหลายอย่างที่ผมไม่ชอบเลย

เราลดความเคร่งครัดในการปฏิเสธความไม่ถูกต้อง...ลงมากอย่างไม่น่าเชื่อ

ยาเสพติดระบาดอย่างหนักในช่วงเวลาไม่กีปี วัยรุ่นจำนวนมากยินดีให้บริการทางเพศเพื่อแลกกับทรัพย์สิน ไม่มีใครชอบทำงานหนัก อยากได้ทางลัด พ่อแม่ตั้งหน้าตั้งตาหาทางฝากลูกเข้าโรงเรียนดีๆ แทนที่จะเคี่ยวเข็ญให้ลูกขยันเรียนแถมยังภูมิใจเที่ยวบอกให้คนอื่นๆ รู้ว่าตัวเองมีเส้นสายใหญ่โต

เรามักจะได้พบเห็นผู้คนคุยโม้โอ้อวดว่าตัวเองได้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่น ผู้คนไม่น้อยต่างชื่นชม ขณะเดียวกันเราก็ตีค่าความเป็นคนธรรมดาสามัญให้ต่ำต้อยแถมยังดูถูกคนที่ทำถูกต้อง ขยัน ทำงานอย่างหนัก ว่า "โง่" อีกด้วย

ปัจจุบันเราขาดแคลนช่างฝีมือที่ลึกซึ้งในศิลปะของตนเอง ช่างเก่ากำลังสูญหายไปแต่ช่างใหม่ไม่มีมาทดแทน เนื่องจากว่าการฝึกให้เป็นช่างที่เชี่ยวชาญทั้งศิลป์และศาสตร์ในแต่ละแขนงนั้นไม่มีทางลัด ทางเดียวที่ต้องเดินไปคือการฝึกซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาและความตั้งใจ

 "มืออาชีพ" ดูจะมีน้อยมากในทุกสายงาน หลายคนทำสิ่งที่ตัวเองทำอยู่อย่างฉาบฉวย เพราะมัวคอยหาจังหวะที่จะก้าวกระโดดไปทำอย่างอื่นที่คิดว่าให้ผลตอบแทนดีกว่า แล้วเราจะหา "จรรยาบรรณ" กับคนเหล่านี้ได้อย่างนี้ได้อย่างไร

อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นอย่างนั้น

ก่อนที่คำว่า "พอเพียง" จะพูดถึงกันอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน  เราดูจะมีความเชื่อมั่นอย่างสูงในระบบทุนนิยม รัฐบาลชุดที่แล้วมีนโยบายหลายอย่างที่สนับสนุนทุนให้กับพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มรากหญ้า เงินจำนวนมากถูกหว่านลงไปให้กับประชาชนทั่วไป หลายคนได้เงินมาอย่างไม่ยากเย็นนัก และมันก็ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วอย่างขาดประสิทธิภาพ เราส่งสัญญาณที่ไม่ถูกต้องไปให้กลุ่มคนบางกลุ่มว่า รัฐจะหาเงินมาให้คุณตราบเท่าที่คุณยังให้การสนับสนุนรัฐบาลนี้อยู่  ผู้คนเริ่มรู้สึกว่าเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ในการเรียกร้องให้รัฐป้อนเงินมาเรื่อยๆ ถ้าพวกเขามีความเดือดร้อน และที่สำคัญคือมีคนไม่น้อยที่คิดว่าพวกเขาไม่มีความจำเป็นจะต้องจ่ายคืน ลูกน้องผมคนหนึ่งพูดขึ้นในวงกินข้าวว่า เขาตัดสินใจแล้วว่าจะจ่ายเงินกู้เพื่อการศึกษา (กยศ.) คืนแก่รัฐ หลังจากที่เขาจบมาทำงานแล้ว 3-4 ปี ผมฟังแล้วก็รู้สึกอึ่งและก็ได้แต่บอกว่าคุณทำถูกแล้ว ที่จริงนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องตัดสินใจเลยหากเป็นหน้าที่ที่จะต้องกระทำ หากแต่มีคนไม่น้อยที่คิดอย่างลูกน้องผมคนนี้ พวกเราอยากได้อะไรมาง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนลงแรง ไม่คำนึงถึงหลักการและความถูกต้อง เราจึงพบเห็นการคอร์รับชั่นอยู่ทั่วไป ถึงแม้เราจะรู้ว่ามันไม่ถูกต้องแต่ก็ไม่ถึงกับคัดค้านต่อต้าน หลายคนที่ต้องพบเจออาจคิดว่าเขายังไม่อยู่ในจังหวะที่ทำเช่นนั้นได้ แต่ถ้ามีโอกาสเขาก็คงทำเช่นกัน ความซื่อสัตย์สุจริต ดูจะมีความหมายใกล้เคียงกับ "เซ่อไม่ทันคนอี่น" คำว่า "ประหยัด" ให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากคำว่า"งก ใจแคบ ไม่มีรสนิยม"

เมื่อเงินเป็นสิ่งที่มีค่าในสังคม เราก็ทำทุกอย่างเพื่อเงินโดยละเลยเหตุผล หลักการ ความถูกต้อง หรือจรรยบรรณ

โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าคนที่มีความศรัทธาในศาสนาของตนอย่างแท้จริงจะพยายามทำทุกอย่างบนฐานความเชื่อในศาสนาของตน หรือพูดอีกอย่างคือหลักของศาสนานั้นกลมกลืนเป็นสิ่งเดียวกับการดำเนินชีวิตของเขา เราก็สามารถจะพูดได้เต็มปากว่า เขาคนนั้นเป็นศาสนิกที่แท้ของศาสนานั้นๆ หริออาจจะพูดอีกอย่างว่า ศาสนานั้นๆ เป็นศาสนาประจำตัวของคนคนนั้น

แต่เอาหละ...ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นหากคนคนนั้นจะทำอะไรผิดเพี้ยนไปจากหลักของศาสนาของตนบ้าง บางครั้งบางคราวบางเรื่องบางราว ผมก็ยังอนุโลมว่าเขายังเป็นศาสนิกของศาสนานั้นๆ อยู่ แล้วเราจะขีดเส้นที่ตรงใหนดีหละว่าความผิดเพียนแค่ใหนถึงจะยังทำให้เขาเป็นศาสนิกของศาสนานั้นอยู่ ผมว่าจะง่ายกว่าถ้าเราไม่ไปดูที่ความผิดเพี้ยน หากแต่ดูที่น้ำหนักแห่งความศรัทธา ว่าความศรัทธาส่วนใหญ่อยู่ที่ตรงใหน ความเชื่อของเขามุ่งไปสู่สิ่งใด การกระทำส่วนใหณ่นั้นทำเพื่ออะไร

การกระทำน่าจะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าผมเป็นชาวพุทธหรือไม่ ได้ดีการประกาศตัวเองหรือจากบัตรประชน หลายๆ ครั้งเราก็ไม่รู้ตัวว่า "เราไม่ได้เป็น อย่างที่เราเชื่อ" "เราไม่ได้ศรัทธา อย่างที่เราคิด" หากแต่เราคิด กระทำ และดำเนินชีวิตตามสิ่งที่เราศรัทธา

ด้วยความเชื่อของผมนี้ หากมีใครสักคนเข้ามาถามผมว่า ศาสนาประจำชาติของเราคืออะไร ผมจะไม่ลังเลที่จะตอบว่า

เงิน

nobody-คนไม่สำคัญ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
วิตามินบี วันที่ : 02/04/2009 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  



ความคิดเห็นที่ 33 (0)
วิตามินบี วันที่ : 25/03/2009 เวลา : 00.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ตกใจที่เห็นคุณไปเยี่ยม
เพราะไม่ได้เห็นคุณนานเเสนนาน
เออ...
แล้วเมื่อไหร่จะอัพเรื่องใหม่คะ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
surasakl วันที่ : 18/03/2009 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakl

ไม่ up blog มั่งละครับพี่
รออ่านอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ต.ต. วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuting

สวัสดี

เป้นอย่างไรบ้างครับ ไม่อัพเดต บทความใหม่ๆ บ้างหรือครับ ถ้าว่างจากภาระกิจ ขึ้นบทความใหม่ๆ ด้วยนะครับ จะตามมาอ่านอีก

สวัสดี

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
anytime วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

สวัสดีค่ะ ยินดีเหลือเกินนะคะที่แวะไปเยี่ยม แอนก็แวะมาหาคุณบ่อยมากๆ แต่ไม่อัพเรื่องซักที แต่คิดว่าคงไม่ว่าง ไม่สะดวกที่จะแวะมาที่บล็อค โพสเรื่องทีไรก็รอค่ะ รอว่าเมื่อไหร่เพื่อนเราจะมาซักที

ด้วยความระลึกถึงและเป็นห่วงนะคะ อย่าหายไปนะคะ แวะมาบ้าง โชคดีในทุกๆเรื่องค่ะ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ก.ปั้นมณี วันที่ : 06/09/2007 เวลา : 07.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aodphoto


ขอเรียนเชิญชาวบล็อกเกอร์OKNATIONทุกบล็อกเลยนะครับ..หากท่านไม่มีธุระอะไรที่ไหน..ในวันที่11ก.ย.50 18.30น.ขอเรียนเชิญพบกันที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เพื่อร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฯที่มี5บล็อกเกอร์ฯไปร่วมแสดงงานภาพถ่ายด้วย...ถ้าคุณno-body..ว่างขอเรียนเชิญไปร่วมให้กำลังใจกันด้วยนะครับ....ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
วิตามินบี วันที่ : 08/08/2007 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


สวัสดีค่ะ
มาลุ้นให้อัพเรื่องใหม่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ก.ปั้นมณี วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aodphoto

ก็อกๆๆๆ....เจ้าของบ้านอยู่ไหมเนี่ย........แวะมารอบที่3แล้วนะครับ...........

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
anytime วันที่ : 04/08/2007 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

สวัสดีค่ะคุณ nobody หายไปไหนคะ ไม่เจอหลายวัน สบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
วิตามินบี วันที่ : 28/07/2007 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


กลับมาตั้งใจอ่านอีกรอบอย่างละเอียด
เพราะพอดีว่าวันนี้ไม่ได้รีบร้อนไปไหน
ได้ค้นพบว่า ผู้เขียนมีแนวคิดที่น่าสนใจ
มองโลกได้360องศา สิ่งที่คุณคิดทำให้เราต้องมองย้อน
ดูตัวเองกันมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
คนแซ่ลิ้ม วันที่ : 26/07/2007 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenblog

ทุกสังคมก็มีเรื่องด้อยแตกต่างไปเช่นเพื่อนฝรั่งส่วนใหญ่ไม่ชอบสิงคโปร์เพราะสะอาดไป มีระเบียบแบบแผนมากไป ไม่ค่อยมีความเป็นมนุษย์...งง สังคมญี่ป่นเย็นชาไม่มีใครยุ่งเรื่องใคร....เหงา สังคมจีนคนยังกะหนอน และเรามีเรื่องงี่เง่าเยอะแต่สนุกและสบาย...เดี๋ยวเขียนต่อพอดีมีธุระด่วน

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
รุ้งสีฟ้า วันที่ : 26/07/2007 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Salib

เวลาเข้ามาดูบล็อกต่างๆมีความรู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านเพื่อนนะ และก็รู้สึกดีที่เพื่อนบ้านต้อนรับ เรื่องต่อไปคุณNo bodyจะเป็นอะไรคะ
ขอบคุณที่พยายามอ่านตำราของรุ้ง พอจะนึกออกว่าคนอ่านคงจะเกือบหลับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
anytime วันที่ : 26/07/2007 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

สวัสดีตอนเช้าค่ะ
หายไปนานแล้วนะคะเมื่อไหร่จะอัพเรื่องใหม่คะ รออ่านอยู่นะ
ขอบคุณนะคะที่แวะไปทักทาย .... แม่ไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว แต่ก็อยู่ในความทรงจำเราตลอดไปใช่มั๊ยคะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ต.ต. วันที่ : 26/07/2007 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuting

สวัสดีครับ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมผมมา และ ขออภัย หากบทความผมรุนแรงไปนิดหนึ่ง
สื่อต่างๆ เชื่อได้เพียงไม่ถึงครึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นสื่อที่ดีที่สุดก็ตาม
และการเปลี่ยนแรงต่างๆ ก็ไม่ต้องออกแรงอะไรมาก เราทำเท่าที่เราทำได้ก็พอ อย่างน้อยตัวเราและคนที่เราไกล้ชิดบอกกล่าวพูดจากันได้ ไม่ทำให้คนอื่นและสังคมสวนรวมเดือดร้อนก็ดีมากแล้ว มากกว่านี้ก็ตัวใครตัวมันเหมือนกัน

สวัสดี

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
pook วันที่ : 24/07/2007 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

ยังอ่านไม่จบค่ะ
แต่อ่านคร่าวๆ น่าสนใจมากๆ
เดี๋ยวมาใหม่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
รุ้งสีฟ้า วันที่ : 24/07/2007 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Salib

แวะมาเยี่ยมค่ะ เผื่อว่างเชิญไปถกเรื่องใหม่ของรุ้ง ว่าด้วยโลกร้อน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
วิตามินบี วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


มาอีกรอบค่ะ
ถ้ามีคนถามบี
จะตอบว่านับถือศาสนาพุทธค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ก.ปั้นมณี วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aodphoto

แวะมาอีกรอบ..ตั้งใจมาชวนไปดูงิ้วครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
auguzzy วันที่ : 21/07/2007 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ศาสนา
ผมว่านิยามของคำนี้เปลี่ยนไปเยอะเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
anytime วันที่ : 20/07/2007 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

มาสวัสดีตอนสายๆค่ะ
เขียนเรื่องใหม่แล้วนะคะ
อย่าลืมแวะไปนะคะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ต.ต. วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuting

สวัสดี

ผมกลับมาอ่านบทความนี้ เป็นครั้งที่ ๒ แล้วได้ข้อสรุปว่า ความรู้ ปัญญา และ ศิลธรรม ยังห่างไกลกับสังคมนี้มากนัก

สังคมนี้ยังยึดติดกับการถือผี ถือไฟ ดังมนุษย์หินฟิลต์สโตน วู วา ดู ปา ดู้ แล้วใช้ตีนเปล่าปันพื้นให้รถหินวิ่งไปข้างหน้าด้วย

ไม่อยากใช้คำหนักๆ เช่น งมงาย ดักดาน โง่ ดันทุรัง แล้วที่บ้าหนัก คือ ยังยึดมั่นถือตัวเป็นที่ตั้ง ซึ่งมันยังอยู่ในตัวมนุษย์อยู่มากนัก คนเช่นบัวในตม ก็เป็นดังว่า เป็นคนกลุ่มใหญ่ และเป็นเหยื่อของพวกเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว คือ พวกนักการเมืองที่มันโกงบ้านกินเมือง อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ ที่สำคัญมันสามารถทำให้พวกบัวใต้ตมเป็นสาวกถาวรได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดูจากเหตุการณ์ปัจจุบันก็เห็นๆ กันอยู่ ว่าเป็นพวกใหน

น่าสงสาร พวกบัวใต้ตมพวกนี้มาก และไม่ควรถือสา เพราะว่าโดยความเป็นจริงของจิตใจแล้ว คนพวกนี้ ถือได้ว่าเป็นคนที่มีจิตใจดีมาก แต่ขาดหรือยังมีปัจจัย ๔ ไม่เพียงพอเหมาะสมกับชีวิตมาตราฐานในปัจจุบัน ซึ่งปัจจัย ๔ นี้ ต้องสร้างมาจาก ความรู้ และ ปัญญา เพื่อที่จะสามารถรักษาสิ่งที่ควรมีแก่พื้นฐานชีวิตให้ถาวรได้

ไอ้พวกนักการเมือง และข้าราชการ มันกดขี่คนพวกนี้ไว้ใต้อุ้งตีน มานานมาก การไม่ได้รับความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงเป็นจุดเสียเปรียบทางสังคมมายาวนาน นานจนเขาคิดว่าตัวพวกเขาเองเป็นอีกชนชั้นหนึ่ง ที่แตกต่างและต่ำต้อยกว่าคนในเมืองใหญ่ เสียเปรียบกว่าทุกประตู และรู้สึกถึงการขาดการดูแลเอาใจใส่จากภาครัฐตลอดมา ซึ่งเราเองเป็นคนเมือง ต้องทำใจให้เป็นกลางก็จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้นนี้

๕ ปี ที่ผ่านมา จึงไม่แปลก ที่บ้านเมืองถึงได้ฉิบหายวายวอด เกิดความแตกแยกทางความคิดเป็นหลายฝ่าย จนยากที่จะประสานให้กลับมาเหมือนเดิมได้ เพราะคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร (พูดอย่างกับใน แฮรี่ พร็อตเตอร์ ที่พูดถึง ลอร์ดโวลเดอมอร์ อิอิ แต่ในที่นี้ที่ไม่พูดถึงไม่ใช่กลัวเหมือนใน แฮรี่ แต่ไม่อยากเอ่ยให้เป็นเสนียดแก่ผู้อ่านทุกคน ) มันสามารถเข้าถึงจุดความต้องการของคนกลุ่มดังกล่าวได้ และเข้าได้อย่างถึงกลางใจ ด้วยโครงการประชานิยมต่างๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน, ๓๐ บาท ตายเกินครึ่ง โรงพยาบาลเจ๊ง, ทุนเรียนหวย บ้านเอื้ออากู และ ฯลฯ ซึ่งสังเกตุได้ว่า มันจะเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ปัจจัย ๔ เป็นหลัก ทำให้คนใต้ตมที่กล่าวไว้ รู้สึกได้ว่าได้รับความสนใจอย่างจริงจังจากคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งก็ไม่แปลกที่เกิดความคิดที่ว่า ให้มันโกงไปเถอะไม่เป็นไร เพราะมันเอามาให้เราด้วย เราได้ด้วย พอเกิดเหตุ ๑๙ กันยา ๔๙ แล้วไม่มีเหตุการณ์รุ่นแรง ไม่ไดล้างบางด้วยปืนกันตั้งแต่ต้น แต่เป็นการล้างหน้าไพ่กันด้วยกฏหมาย และลงลึกในรายระเอียดมากกว่าทุกยุค ที่มีการปฏิวัติ ที่ผ่านมา แต่ก็มีการยุบรังจอมมารลงไปได้ ซึ่งก็ไม่แปลกอีก ที่จะมีคนอีกกลุ่มที่ต่อต้าน ที่ต้องการให้บ้านเมืองมันรุกเป็นไฟ และ ถอยหลังเข้าคลอง โดยการปลุกระดมพวกบัวใต้ตมมาเป็นไพร่พล ด้วยวิธีการเลวบัดซบ

การใช้กฏหมายในการล้างบางครั้งนี้ จะลึกและรุนแรงในระยะยาว ซึ่งผมประเมินเองว่า ตัวหัวโจกและอาจจะมีบางคนรวมอยู่ด้วย จะกลับมาได้ก็เป็นผงเข้ามาเท่านั้น ผมเชื่อว่าอย่างนั้นจริงๆ โดยไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น แต่ประเมินจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา และกำลังดำเนินไปอยู่

กลับมาเรื่องศาสานา คือ เงิน ของคุณ no_body ได้สรุปไว้นั้น
เนื้อหาทั้งหมดข้างต้น ผมขอตอบโจท์ของคุณ ที่จะสามามรถ ทำให้ “คน” ที่แปลว่ายุ่ง มาเป็นมนุษย์ ที่สมบรูณ์ ได้ ก็ต้องมีการส่งเสริม ให้คนกลุ่มใหญ่ที่ขาดโอกาสในสังคมนี้ ได้รับความรู้ การศึกษาที่ดีพอ และ มีศิลธรรมกำกับในจิตใจ ก็จะมีประชากรที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญ มีความสมานฉันท์อย่างแน่นแฟ้น และช่วยให้ประเทศนี้เจริญก้าวหน้า อย่าพอเพียง ตามรอยพระบาท ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้อย่างไม่ยากนัก

อย่าบอก ว่าทำไม่ได้หรอก แต่คุณต้องทำก่อน โดยเริ่มจากตัวเองนี้แหละ อย่าก่อปัญหาที่มีอยู่มากแล้วในสังคมนี้ให้เพิ่มขึ้น และช่วยคนอื่นเท่าที่จะช่วยได้โดยตัวเองไม่เดือดร้อน ลดความเห็นแก่ตัวลงให้มาก เผื่อแผ่คนอื่นๆ เท่าที่จะทำได้บ้าง และนำความรู้ที่มีอยู่ในตัวออกมาใช้ ให้กับสังคมนี้ให้เต็มที่ เท่านี้ เราก็ทำให้ประเทศชาติ เจริญก้าวหน้าได้แล้ว

สวัสดี

ปล. ผมขอนำความคิดเห็นของผม ไปลงใน blog ผม เช่นครั้งที่แล้วด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
วิตามินบี วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 14.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ข้อเขียนคุณ
มันสะท้อนความจริงของโลก
ที่หลีกเลี่ยงความจริงนี้ไปไม่ได้จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
anytime วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

ความจริงตั้งใจเขียนตอนใหม่เช้านี้ค่ะ แต่เมื่อคืนเเอนปิดร้านดึกมากเลยค่ะ (อ่านหนังสืออยู่น่ะค่ะ) วันนี้ก็เลยเพลียมาก มาถึงออฟฟิศ งานตรึมอีกค่ะ ใกล้สิ้นเดือนแล้วต้องรีบเคลียร์ค่ะ รอหน่อยนะคะ แอนจะรีบเขียนให้อ่านกันเร็วๆนี้

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Nity วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

ครับ...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
anytime วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

ยินดีต้อนรับเสมอนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
no_body วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/no-body

ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ
โดยส่วนตัวผมอยากให้ รัฐ สร้างค่านิยมที่ถูกต้องแก่สังคม แต่ก็รูว่าค่อนข้างยาก เพราะเรื่องแบบนี้ง่ายมากที่เราจะติดอยู่แค่เปลือกแค่กระพี้ ที่ผ่านมาก็มักจะล้มเหลวในเชิงปฎิบัติทั้งนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็ด้วยเรื่องผลประโยชน์ทั้งสิ้น ตัวอย่างที่เรากำลังเห็นกัยอยู่ก็เรื่อง rating ของรายการทีวี ที่สุดท้ายแล้วเราก็คงยังได้เห็นรายการที่เอาใจผู้อุปถัมภ์รายการ มากกว่ารายการที่มีประโยชน์กับคนดู

ส่วนเรื่องเป็นนักการเมืองนี่ ถ้าจะยากครับ คงไม่รุ่งหรอกครับถ้าปากเป็นแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
9ton วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/IsAmR
(เงินทอง ของมายา ข้าวปลา คือ ของจริง)ขอทำหน้าที่ผู้ชม(อ่าน) ก็พอนะ..............

เขียนได้ดีมาก ๆ ครับ..ไม่มีคอมเมนต์

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
anytime วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

แวะมาสวัสดีตอนสายๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ต.ต. วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuting

สวัสดี

บทความนี้ ผมอ่านมา 3 วัน แล้วครับ แต่ผมต้องขอใช้เวบาในการออกความเห็นด้วยครับ เพราะการออกความเห็นในหัวข้องนี้ มันต้องคิดมากกว่าปกติ

แต่วันนี้มาชวนไปเยี่ยมบ้านผมครับ

เรื่อง ไทยรัฐ คิดเอง เออเอง
ที่ http://www.oknation.net/blog/tuting/2007/07/16/entry-1

สวัสดี

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ก.ปั้นมณี วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aodphoto

เลื่อมใส...เลื่อมใส...ลึกซึ้งจริงๆ....คุณน่าจะออกมารณรงค์ให้ผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้เขาตาสว่างกันบ้าง...ความคิดดีๆแบบนี้..ไม่คิดจะลงเล่นการเมืองบ้างหรือครับ....ตั้งใจแวะมาชวนไปดูเสือครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
รุ้งสีฟ้า วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Salib

นอกจากเงินแล้วก็เห็นมีอำนาจนี่แหละที่หอมหวานคนมีเงินชอบแย่งชิงกันนัก

ว่าแต่คุณ No Body จะลงเลือกตั้งเมื่อไรละคะ จะได้ไปเลือก

เรื่องนี้ Vote คะ Vote ชอบใจ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
anytime วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anytime

เงินเป็สิ่งมีค่าในสังคม เงินเปลี่ยนคนดีให้เป็นคนเลวได้ จึงไม่เเปลกที่เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่บูชาเงินมากกว่าศาสนา เงิน ก็จะกลายเป็นศาสนาใหม่ไปแล้วล่ะค่ะ แต่ก็อย่าคิดมากนะคะ
มีความสุขกับการทำงานในเช้าวันจันทร์ค่ะ ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมพร้อมส่งกำลังใจนะคะ ตอนนี้เหนื่อยค่ะ แต่จะสู้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ส.สุทธิรักษ์ วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 06.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthirux
บันทีก  ตนไร้ราก

แวะเข้าทักทาย อ่านเรื่อง ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 14/07/2007 เวลา : 02.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

คนส่วนใหญ่ใช้ศรัทธาแต่ปราศจากปัญญา ดังนั้นเราจึงเห็นคนนิยมบูชาสิ่งแปลกประหลาด หากได้ศึกษาปฏิบัติธรรมจริง ๆ อวิชชา จะหมดไป แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจประเด็นนี้ เราก็เลยได้แต่เห็นผู้คนขูดเลขขอหวยเพราะอยากรวย อยากมีเงินซื้อวัตถุมาบําเรอความอยากของตนเอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน