*/
  • moonewzii1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : moonewzii1@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2017-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 148
  • จำนวนผู้ชม : 88423
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2563
Posted by moonewzii1 , ผู้อ่าน : 428 , 17:37:58 น.  
หมวด : บ้านและสวน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โครงสร้างของเต็นท์ มีอะไรบ้าง

เต็นท์คือสิ่งจำเป็นสำหรับในการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานนิทรรศการ งานบุญ งานแต่งงาน หรือแม้กระทั่งตลาดนัด เต็นท์ก็ยังเป็นเสมือนอาคารที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพราะช่วยในการกันแดดกันฝน ทำให้คนและสินค้าไม่เปียกโชกหรือร้อนจนเป็นลมล้มพับไป เต็นท์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีไว้ใช้จัดงานในโอกาสต่างๆ ซึ่งโดยส่วนมากเราก็จะทำการเช่าเต็นท์จากบริษัทหรือผู้ให้บริการที่มีอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งมีให้เลือกมากมาย โดยต้องพิจารณาจากปัจจัยในหลายด้าน เช่น ราคา การบริการ วัสดุ โครงสร้าง เป็นต้น ซึ่งในบทความนี้เราจะขอเน้นไปที่รายละเอียดของโครงสร้างเต็นท์ที่ได้มาตรฐานสำหรับการใช้งานทั่วไป โดยจะมีอะไรบ้างนั้น ไปอ่านกันเลยค่ะ

เต็นท์จะประกอบไปด้วยโครงสร้างหลักๆ ที่แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ โครงเต็นท์ และหลังคาเต็นท์ โดยโครงเต็นท์ที่นิยมนำมาใช้ก็คือเหล็กท่อ ซึ่งแบ่งได้อีกเป็น 2 ประเภทย่อยๆ ได้แก่

  • เหล็กดำ คือ การนำเหล็กแผ่นรีดร้อนมาเข้าสู่กระบวนการขึ้นรูปให้เป็นทรงได้แก่ รูปทรงเหลี่ยม และรูปทรงแบบม้วน หรือเป็นท่อนั่นเอง โดยผ่านอุณหภูมิที่ประมาณ 1,100 - 1,250 องศาเซลเซียสซึ่งเป็นอุณหภูมิที่สูงมากพอจะดัดเหล็กให้เป็นรูปทรงต่างๆ ได้  จากนั้นค่อยทำให้เหล็กเย็นลงด้วยการผ่านน้ำหล่อเย็น ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการขึ้นรูปเหล็กเมื่อผลิตเสร็จเหล็กก็จะเป็นสีเทาดำ จึงเรียกว่า “เหล็กดำ” นั่นเองโดยจะมีทั้งแบบไร้ตะเข็บ (Seamless Steel Pipe) และแบบมีตะเข็บ( ERW Steel Pipe) โดยเหล็กดำแบบมีตะเข็บจะทนแรงดันได้น้อยกว่าแบบไร้ตะเข็บ เพราะมีรอยของการเชื่อมต่อ ซึ่งมักจะใช้ในงานก่อสร้างและอุตสาหกรรมทั่วๆ ไปที่ไม่ต้องใช้ความคงทนแข็งแรงมากนัก มีความยาวมาตรฐานอยู่ที่ 6 เมตร ซึ่งเหล็กดำจะไม่มีคุณสมบัติในการกันสนิท หากต้องการใช้งานในลักษณะที่โดนน้ำ ก็ต้องทาสีเคลือบก่อนซึ่งเป็นเหล็กที่นำมาใช้ทำโครงสร้างเต็นท์ในรุ่นแรกๆ
  • เหล็กกัลวาไนซ์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เหล็กท่อประปา” เพราะมักจะใช้ในงานประปานั่นเอง เป็นเหล็กที่เคลือบกัลวาไนซ์หรือสังกะสีเพื่อกันสนิม โดยสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น การเคลือบด้วยไฟฟ้า การเคลือบด้วยการพ่น การทาด้วยสีฝุ่นสังกะสี และการชุบแบบจุ่มร้อน ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะสะดวกรวดเร็ว และมีต้นทุนการผลิตที่น้อยกว่า ซึ่งเหล็กชนิดนี้สามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องทาสีก่อน ซึ่งประหยัดเวลาการทำงานไปได้ค่อนข้างมาก แต่อาจจะมีข้อเสียอยู่เล็กน้อย ตรงที่ราคาจะแพงกว่าเหล็กดำนั่นเอง แต่ก็นับว่าคุ้มค่าเพราะการชุบกัลวาไนซ์จะช่วยให้ทำความสะอาดพื้นผิวได้ง่าย และทนต่อการกัดกร่อนนานถึง 20-50 ปีเลยทีเดียวสำหรับใครที่จะเช่าเต็นท์ก็ควรที่จะเลือกเหล็กกัลวาไนซ์ เพราะกันสนิมได้นั่นเอง

สำหรับส่วนประกอบอีกอย่างของเต็นท์ก็คือ หลังคาเต็นท์ นั่นเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะใช้ผ้าใบมาทำหลังคาเต็นท์ โดยประเภทของผ้าใบก็สามารถจำแนกแยกได้อีกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน ซึ่งได้แก่

  1. ผ้าคูนิล่อน (Kunylon)หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วีนิล่อน (Vinylon) เป็นผ้าใยไนล่อน เคลือบ PVC ทั้งสองด้าน มักใช้ทำกันสาด ใช้กับเต็นท์ประกอบ ไว้สำหรับจัดงานต่างๆ มีความทนทาน กันแดด กันฝน น้ำหนักค่อนข้างมาก โดยมีความหนาประมาณ 0.5 มิลลิเมตร มักนำมาใช้กับโครงเหล็กกัลวาไนซ์อายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปีขึ้นไป
  2. ผ้าคูนิล่อน UV เป็นผ้าใยไนล่อนคล้ายกับชนิดแรก แต่ด้านหนึ่งจะเคลือบสารกันรังสี UVทำให้มีคุณสมบัติทนแดด ทนฝน สีซีดช้า อายุการใช้งานนานกว่าแบบแรก
  3. ผ้า 600D เป็นผ้าใยโพลีเอสเตอร์ ด้านหนึ่งเคลือบด้วยพลาสติกหรือ PVC ทำให้มีความเหนียว ลื่น กันน้ำ คุณภาพใช้ได้ ราคาไม่แพงอายุการใช้งานประมาณ 1-3 ปี
  4. ผ้า 420D เป็นผ้าใยโพลีเอสเตอร์เช่นกัน ลักษณะคล้ายผ้าร่มแต่หนากว่า มีความลื่นน้ำหนักเบา ราคาแพงกว่าผ้า 600D เล็กน้อย อายุการใช้งานค่อนข้างใกล้เคียงกัน

หากใครที่กำลังตัดสินใจจะเช่าเต็นท์ก็ควรพิจารณาวัสดุและโครงสร้างที่เหมาะสมกับตัวงานและงบประมาณในแต่ละครั้งด้วย หรือจะสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งก็คือผู้ให้บริการเต็นท์เช่าก็ได้ เพราะจะรู้ข้อมูลที่ลึกกว่า และสามารถช่วยหาโครงสร้างชนิดที่เหมาะสมกับความต้องการของเราได้

Cr.http://goodlooking.co.th/


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน