*/
  • ดินสอขอเขียน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-04
  • จำนวนเรื่อง : 443
  • จำนวนผู้ชม : 727718
  • จำนวนผู้โหวต : 289
  • ส่ง msg :
  • โหวต 289 คน
<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 26 กรกฎาคม 2559
Posted by ดินสอขอเขียน , ผู้อ่าน : 2281 , 15:18:56 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน wullopp , Chaoying และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

   ย้อนหลังไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2542 นั่นเป็นครั้งแรกที่ “ดินสอขอเขียน” ได้รู้จักกับ “มหาวิทยาลัยศิลปากร” ในฐานะ “นักศึกษาคณะโบราณคดี” ก่อนหน้านี้เคยได้ยินชื่อของมหาลัยแห่งนี้ และรู้เพียงว่าเป็นมหาลัยในฝันของเด็กศิลปะแทบทุกคน แต่คนที่กำลังจะเข้าไปอยู่ในกลิ่นอายของศิลปะคนนี้ ความสามารถด้านการวาดรูปเป็นศูนย์ฮะ

   ครั้งแรกที่ย่างเหยียบเข้าไปในมหาลัยแห่งนี้ ด้านซ้ายมือเป็นที่ตั้งของ "หอสมุดกลาง" ซึ่งนับเป็นหอสมุดทางศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นศูนย์กลางข้อมูลทางศิลปะ ในชีวิตนี้ตั้งแต่เข้าห้องสมุดมา ก็รู้สึกว่ารักห้องสมุดนี้มากที่สุดเลย เพราะเป็นห้องสมุดที่เป็นกันเอง และไม่ค่อยเคร่งครัดกับผู้มาใช้บริการเท่าไรนัก

   ที่นี่อาจนับได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สองของดินสอขอเขียนและเพื่อนๆ รองจากห้องเรียนเลย เพราะเป็นสถานที่นัดรวมพลเพื่อนๆ แทบทุกครั้ง แม้กระทั่งเรียนจบมาแล้ว นัดเจอกันทีไรก็ต้องเป็นที่หน้า "หอสมุด" ทุกทีเลย

   ด้านข้างของหอสมุดเป็นที่ตั้งของ “หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร” ตอนที่เห็นหอศิลป์ครั้งแรกก็คิดในใจว่า ใครเอาวัดมาตั้งไว้ในมหาลัยเนี่ย คิดอย่างนั้นจริงๆ นะ เพราะลักษณะตัวอาคาร การออกแบบ และสีสันของหอศิลป์มันชวนให้คิดถึงศาลาวัด อะไรทำนองนั้นอ่ะค่ะ

   หอศิลป์แห่งนี้คือท้องพระโรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวังท่าพระ อันเป็นที่ประทับของสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ปัจจุบันหอศิลป์เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะทุกประเภท อาทิ การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ การแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ การแสดงศิลปะเครื่องปั้นดินเผาแห่งชาติ ซึ่งเป็นการ แสดงศิลปะที่มีความสำคัญ และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เช่นเดียวกับการจัดแสดงผลงานของคณาจารย์ ตลอดจนผลงานวิทยานิพนธ์ และศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาคณะวิชาทางศิลปะและการออกแบบ

   เมื่อเดินเลยจากหอศิลป์ไป เราก็จะเข้าสู่บริเวณของ “สวนแก้ว” กันค่ะ หรือที่ “ดินสอขอเขียน” ชอบเรียกว่า “ดงเด็ก dec” เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมของนักศึกษาคณะมัณฑนศิลป์ หรือที่ใครๆ เรียกกันว่าเด็ก dec ซึ่งย่อมาจากคำว่า decorate นั่นเอง

   ในสวนแก้วมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือ “ศาลเจ้าแม่เฮงหลุย” ซึ่งเดิมคือศาลพระภูมิของวังท่าพระ คาดว่า สมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์สร้างขึ้นเป็นศาลพระภูมิประจำวัง ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2426 เมื่อมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายสถานที่มายัง “วังท่าพระ” เมื่อปี พ.ศ.2507 บริเวณศาลมีสิ่งของต่างๆ ทิ้งอยู่โดยรอบ เช่น ตุ๊กตาแก้บน ศาลที่ชำรุด ส่วนภายในมีเทวรูปทราย1องค์ เทวรูปพระพิฆเนศ 1 องค์

   นอกจากนี้ชาวบ้านโดยรอบวัง แอบนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชำรุดมาวางทิ้งไว้โคนต้นจันและรอบศาล ในอดีตเมื่อชาวบ้านมาบนบานศาลกล่าว จนเกิดผลสำเร็จ ก็มักจะจ้างงิ้วมาแสดงแก้บน จึงอาจเป็นอีกหนึ่งที่มาของชื่อศาล ซึ่งชาวบ้านเรียกขานกันเอง ส่วนรูปวาดเจ้าแม่เฮงหลุยนั้น คงวาดขึ้นและมีการนำป้ายชื่อศาลมาติดไว้ภายหลัง สำหรับตัว “ดินสอขอเขียน” เอง ทุกครั้งที่เดินผ่านสวนแก้วก็จะยกมือไหว้ศาลนี้ทุกครั้งค่ะ

   แล้วยังมีศาลาดนตรี รวมถึงภาพที่นักศึกษานั่งวาดภาพบนกระดาน เป็นภาพที่เราเห็นจนคุ้นตา ความร่มรื่นภายในสวนแก้ว และพลังงานความอบอุ่นบางอย่างที่ “ดินสอขอเขียน” สัมผัสได้ทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในบริเวณนี้ นอกจากนี้ยังจะได้เพลิดเพลินไปกับประติมากรรมกลางแจ้งที่ชื่อว่า "การเคลื่อนไหวของคน" ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง งานแต่ละชิ้นล้วนมีความงดงามน่าชมไม่น้อยเลยทีเดียว

   

   เดินผ่านสวนแก้วมาแล้วเราก็เดินตรงมาเลยค่ะ เห็นตึกสีขาวมีป้ายไม่ใหญ่มากติดไว้ว่า “คณะโบราณคดี” ถึงแล้วค่ะ คณะของ “ดินสอขอเขียน” เอง

   “คณะโบราณคดี” เป็นคณะที่ 3 ของมหาวิทยาลัยศิลปากร รองจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2498 โดยมีจุดมุ่งหมายหลักให้เป็นคณะวิชาที่ผลิตครูอาจารย์และนักโบราณคดี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานโบราณคดีเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในกองโบราณคดีของกรมศิลปากร หรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโบราณคดี ประกอบด้วย 7 สาขา คือ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาษาไทย มานุษยวิทยา ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

   “คณะโบราณคดี” มีเพียงแต่ตึกเดียว เป็นอาคาร 5 ชั้น ไว้สำหรับให้นักศึกษาเรียน หน้าคณะมีม้านั่ง เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของเด็กโบราณ โดยเฉพาะบริเวณใต้ต้นกร่าง ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ให้ร่มเงาแก่พวกเรามานาน ใต้ต้นกร่างเป็นที่ชุมนุมของรุ่นพี่ ตอนนั้นด้วยความที่ยังเป็นน้องปี 1 จะรู้สึกกลัวทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านแถวนี้ ไม่รู้ว่าทำไม แต่จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรเลยค่ะ มันเป็นแค่ที่รวมของพี่ๆ ก็เท่านั้นเอง

   ตรงข้ามกับคณะของเราเป็นโรงอาหารค่ะ แต่เราจะเรียกกันว่า “ยูเนียน” มันเป็นส่วนหนึ่งของห้องประชุม ยูเนียนของเราเล็กๆ น่ารัก มีร้านอาหาร 3 ร้าน และร้านน้ำ 2 ร้านเท่านั้นค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ยูเนียนปรับปรุงใหม่แล้วค่ะ หน้าตาสวยงาม น่านั่งกินข้าวมากๆ ค่ะ (เสียดายไม่มีรูปให้ชม)

   ออกจากคณะโบราณคดี บ้านใกล้เรือนเคียงของเราก็หนุ่มถาปัดไงล่ะคะ จะใครซะอีก 555 ความทรงจำที่มีต่อคณะถาปัดเลยคือ ตอนปี 1 ไปเข้าห้องน้ำที่นี่บ่อยมาก เพราะขี้เกียจเดินขึ้นตึก 555 จนเข้าใจไปว่า ห้องน้ำคณะถาปัดเป็นห้องน้ำสาธารณะ (อิอิ)
คณะสถาปัตยกรรมเค้าก็มีตกแค่ตึกเดียวเหมือนกับโบราณนี่ล่ะค่ะ เวลาเดินผ่านหน้าคณะก็จะมีหนุ่มผมยาว แต่ไม่เซอร์นะคะ นั่งจับกลุ่มกันอยู่หน้าคณะ

   ตรงข้ามกับถาปัดเป็นตึก dec ค่ะ คณะที่ใครหลายๆ คนกรี๊ด เพราะมีแต่คนหน้าตาดีๆ เหอๆ เค้าก็หน้าตาดีกันจริงๆ อ่ะค่ะทั้งผู้ชายและผู้หญิง สำหรับคณะนี้ ดินสอขอเขียนก็ได้แค่เดินผ่านเหมือนกันค่ะ มีได้เข้าไปเรียนตึกนี้บ้างตอนปี 1 เพราะชั้นล่างของตึกนี้เป็นห้องเรียนรวมที่เด็กปี 1 ทุกคนต้องมาเรียนกันค่ะ

   สุดท้ายเราก็เดินมาถึงคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ขอเรียกสั้นๆ ว่า “จิดกำ” นะคะ เมื่อก้าวเข้าไปในโซนของจิดกำแล้วล่ะก็ สิ่งแรกที่เราเห็นเด่นเป็นสง่าเลยก็คือ “อนุสาวรีย์อาจารย์ศิลป์ พีระศรี” ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร และได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ทุกๆ วันที่ 15 กันยายนของทุกปี จะมีการจัดงานรำลึกถึงอาจารย์ศิลป์ โดยมีการจุดเทียนและร้องเพลง Santa Lucia ซึ่งเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย ทั่วทั้งลานแห่งนี้จะเต็มไปด้วยแสงเทียน และเสียงเพลงอันไพเราะที่ร้องออกมาจากใจของพวกเราชาวศิลปากรทุกคน

   สำหรับคณะจิดกำ เค้ามีตึก 2 ตึกค่ะ ตั้งตรงข้ามกันเลย ตึกทางด้านขวามือของอาจารย์ศิลป์ เหมือนจะเป็นห้องเรียนวิชาปั้นกันนะคะ เคยเดินผ่าน เห็นนักศึกษากำลังปั้นกันอยู่เลย

   4 ปีในรั้วคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรแห่งนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จน “ดินสอขอเขียน” เรียนจบ ได้เป็น “บัณฑิตคณะโบราณคดี” เป็นที่เรียบร้อย

   ในปี 2559 นี้ ทางมหาวิทยาลัยจะทำการปิดซ่อมวังท่าพระเป็นเวลา 2 ปี เพื่อปรับปรุง บูรณะ ปฏิสังขรณ์อาคารสถานที่ต่างๆ ซึ่งในช่วงเวลาทั้งหมดนี้ แต่ละคณะก็ต้องย้ายไปเรียนในวิทยาเขตอื่น อย่าง วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม เว้นแต่คณะโบราณคดี จะย้ายไปอยู่ที่ศูนย์สันสกฤตศึกษา ย่านทวีวัฒนา

   “ดินสอขอเขียน” ก็จะอดใจรอชมโฉมใหม่ของ “มหาวิทยาลัยศิลปากร” ว่าจะไฉไลขนาดไหน แต่เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าวันหน้าเธอจะเป็นยังไง ความรักและความผูกพันที่มีต่อเธอ มันก็ยังมั่นคงอยู่อย่างนั้นเสมอตลอดกาล

   “รักนะ...ศิลปากร”

ที่มาภาพบางส่วน :
www.pantip.com, www.dek-d.com, www.matichon.co.th



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wullopp วันที่ : 02/08/2016 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เป็นทั้งมรดกโลก มรดกไทย
และสถาบันการศึกษาชั้นนำในที่เดียวกันเลย

ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 4 wullopp , ดินสอขอเขียน ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Chaoying วันที่ : 01/08/2016 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ฮั่่นแน่ แอบเห็น..ไปถ่ายหน้าพระที่นั่งชาลีอาสน์ ..ตรงหน้าย่าเหล ด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 wullopp , ดินสอขอเขียน ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Chaoying วันที่ : 01/08/2016 เวลา : 22.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

รักทุกมุม ที่เป็นศิลปากร..ท่าพระ สวยงาม ขลัง..มีมนต์เสน่ห์.โดยเฉพาะส่วนที่เป็นตึกเก่า วังเก่า..รักมากๆ
.ที่คณะโบราณ..เจ้าหญิงไปเรียนภาษาพม่า..แม้ว่า ตัวเองจะเป็นสาวทับแก้ว แห่งพระราชวังสนามจันทร์ แต่เลือดพระพิฆเนศเข้มข้น รักวังท่าพระไม่แพ้สนามจันทร์ ..ค่ะ
ฮิๆ เห็น คห. 1 กับ คห. 2 ลูกพระพิฆเนศ มากันเป็นแถว เลย

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp , ดินสอขอเขียน ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 31/07/2016 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

คิดถึงศิลปากรเหมือนกันค่ะ. คิดถึงทั้งวังท่าพระและทับแก้ว
คิดถึงเด็กDec(ซึ่งตอนนี้เป็นผู้ใหญ่Decไปแล้ว) อย่าไปบอกพ่อหมีนะอิอิอิ. ความทรงจำในวันวานอันแสนหวาน

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp , ดินสอขอเขียน ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 31/07/2016 เวลา : 05.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ที่วิทยาเขตสนามจันทน์ก็ร่มรื่นค่ะ ถ้าคุณดินสอมีโอกาสไป อาจจะรักที่นั่นอีกที่ก็ได้
ตอนยังเป็นนักเรียนจะคุ้นกับที่นั่นค่ะ เพราะเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนสาธิตของ ม. ศิลปากร (เป็นเด็กสาธิตรุ่นที่ 1 เลยค่ะ)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน