*/
  • nonglucky
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-07-04
  • จำนวนเรื่อง : 444
  • จำนวนผู้ชม : 472721
  • จำนวนผู้โหวต : 119
  • ส่ง msg :
  • โหวต 119 คน
<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม 2559
Posted by nonglucky , ผู้อ่าน : 1048 , 12:48:39 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สาครงค์ , RoseDewalee และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ประกาศผล โครงการ “เที่ยว เขียน ไทย”

นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ / รายงาน

(เรียบเรียงจากการถอดเทปในวันงาน-วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2559)

 

นิตยสารสกุลไทย ร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดการประกวดนวนิยายขนาดสั้นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยววิถีไทย ในโครงการ “เที่ยว เขียน ไทย” โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อเฟ้นหานักเขียนหน้าใหม่ที่จะสร้างสรรค์งานเขียนนวนิยายขนาดสั้น 2.เพื่อสร้างผลงานวรรณกรรมที่มีฉากในประเทศไทย และเป็นการช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในประเทศโดยผ่านงานวรรณกรรม

โครงการเปิดโอกาสให้กับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานวรรณกรรมประเภทนวนิยายที่สร้างสรรค์ขึ้นเอง ไม่ลอกเลียนแบบหรือดัดแปลงจากผลงานของผู้อื่น เนื้อหาของผลงานสามารถเขียนได้ทุกแนว อาทิ อิงประวัติศาสตร์ ดราม่า โรแมนติค สืบสวนสอบสวน เหนือธรรมชาติ ฯลฯ โดยใช้ฉากการดำเนินเรื่องในประเทศไทย เพื่อให้เกิดค่านิยมในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามในประเทศไทย และผลงานใหม่ที่ไม่เคยพิมพ์โฆษณาเผยแพร่มาก่อน รวมทั้งทางอินเทอร์เน็ตและหนังสือทำมือ ผู้สร้างสรรค์ยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่ส่งผลงานเข้าประกวด ฯลฯ ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2559 มีผลงานส่งร่วมทั้งหมด 60 เรื่อง

(อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์ / ภาพจากเฟซบุคนิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์) 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2559 มีการประกาศผลและมอบรางวัลที่ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่เรื่อง “ เงาลับจากปลายป่า” ของ  อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์ (โดยในวันดังกล่าวมีผู้แทนมารับรางวัล เนื่องจากเจ้าของผลงานติดภารกิจที่ต่างประเทศ) - เงาลับจากปลายป่า เป็นนวนิยายที่มีความโดดเด่นในกลวิธีการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม บรรยายความรู้สึกที่ลึกซึ้งของตัวละครได้ดี ตลอดจนมีวรรณศิลป์ในการใช้ภาษาที่สละสลวย ซ่อนความคมคายได้อย่างแยบยล สะท้อนให้เห็นถึงความคิดของตัวละครในมิติที่ลึกซึ้ง ชวนให้ขบคิดใคร่ครวญค้นหาทั้งเรื่องราวปมปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ปลายป่า และปมปัญหาที่เกิดขึ้นในจิตใจของตัวละคร นอกจากนั้นผู้เขียนยังสามารถนำ “ฉาก”ของเรื่องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนวนิยายได้อย่างกลมกลืน และสร้าง “ภาพจำ”ที่ชวนให้ค้นหา ณ สถานที่แห่งนั้นได้อย่างงดงามและลงตัว

 

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่เรื่อง “ลิขิตมหัศจรรย์”  ของ  เสาวรส มิตราปิยานุรักษ์ – ลิขิตมหัศจรรย์ เป็นนวนิยายแนวจินตนิยายที่มีโครงเรื่องน่าติดตาม โดดเด่นในเรื่องภาษาและวรรณศิลป์ในการเล่าเรื่อง การบรรยายความรู้สึกของตัวละคร มีกลวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ อีกทั้งมีจินตนาการในการสร้างสรรค์เรื่องราวที่น่าติดตาม และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่เรื่อง “ น้อย-ใจ-ยา”  ของ วิจิตร มาวรรณ – น้อย-ใจ-ยา เป็นนวนิยายที่สามารถใช้ฉากในการท่องเที่ยวได้อย่างกลมกลืนกับเนื้อเรื่อง โดยเล่าเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่ในมุมมองและความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร แฝงไว้ซึ่งมุมมองความคิดด้านบวกต่อชีวิตและความรัก ทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกร่วม อีกทั้งผู้เขียนมีลีลาการเขียนที่เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ น่าติดตาม

 

ในวันประกาศผลและมอบรางวัลมีจัดการเสวนาหัวข้อ "บันทึกการท่องเที่ยวด้วยการเขียน" ซึ่งได้วิทยากร 3 ท่าน 3 มุมมอง ได้แก่ "กิ่งฉัตร" นักเขียนนวนิยาย, ณัฐิยา ศิรกรวิไล นักเขียนบทละคร และสุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น เล่าประสบการณ์ จากการเขียนและการเดินทาง

 

(กิ่งฉัตร)

กิ่งฉัตร นักเขียนที่มีผลงานนวนิยายหลายเล่ม มีฉากทั้งในและต่างประเทศ กล่าวว่าถึงประสบการณ์เดินทาง และกลวิธีการเขียนการนำฉากมาถ่ายทอดไว้ดังนี้ “เวลาไปเที่ยวสิ่งที่เราต้องเก็บเกี่ยวคือประสบการณ์คือความรู้สึกที่เราไปสัมผัสกับสิ่งนั้นๆ เขียนความรู้สึกเก็บเอาไว้ การเอาฉากเอาสถานที่นั้นมาเขียน ต้องมีอะไรมากระทบใจจนเราประทับใจและอยากเขียน พล็อตไหนเอาฉากเอาเรื่องราวมาเขียน เราสามารถค้นข้อมูลจากภาพต่างๆ ที่เราเคยถ่ายไว้ ค้นจากอินเทอร์เน็ต ค้นจากความรู้สึกของคนรอบข้างที่เคยไป ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับที่นั้นๆ และความรู้สึกของเราเองว่าประทับใจหรือไม่ประทับใจ แต่ไม่ใช่อัดความไม่ประทับใจไปเต็มที่ เพราะทุกอย่างที่เราเจอเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ความประทับใจเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการถ่ายทอดสู่ตัวละครสู่เรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

ถ้าเขียนฉากปัจจุบันอย่างน้อยไปสัมผัสสถานที่จริง จะทำให้เราเห็นและเข้าใจ ได้สัมผัสกลิ่น จะสามารถเข้าใจฉากนั้นๆ มากขึ้น พอเข้าใจก็สามารถเป็นตัวละครที่เข้าไปอยู่ในจุดนั้นสมจริงสมจังมากขึ้น ต้องเข้าใจฉากให้ลึกซึ้งอาจไม่ต้องลงลึกเพราะเราเขียนนิยายไม่ใช่สารคดี แต่เวลาถ่ายทอดออกมาให้คนอ่านรู้สึกว่าใช่

 

คุณค่าของการเดินทาง การท่องเที่ยวข้อแรกคือความสุข ส่วนอื่นที่ตามมาเป็นผลพลอยได้ สิ่งอื่นที่ได้รับคือประสบการณ์ คือการไปพบเห็นความแตกต่าง เราจะเข้าใจคนอื่นมากขึ้น เราจะเข้าใจว่าโลกไม่ได้มีแต่เฉพาะเรา การท่องเที่ยวมีคุณค่ามาก มันทำให้เราเข้าใจในชีวิต เข้าใจในโลก เข้าใจในความแตกต่างของฤดูกาลมากขึ้น”

 

(ณัฐิยา ศิรกรวิไล) 

 

ณัฐิยา ศิรกรวิไล มีความเห็นว่าหากนิยายเรื่องใดที่ตนเขียนบทละครโทรทัศน์และมีฉากในต่างประเทศ ในการทำงานจะเดินเข้าไปยังสถานที่จริงในเรื่อง เพื่อไปเติมเต็มความรู้สึกไม่ใช่มานั่งด้นเขียน “ไปดูว่าเป็นอย่างนี้แล้วเราจะเอามาเล่นอะไรได้บ้าง เช่น ในเรื่องบอกว่าไปแล้วประทับใจ เราก็ต้องมาตีความประทับใจให้เป็นสถานการณ์แบบละคร” และเคล็ดลับเป้าหมายในการทำงานเขียนบทละครของเธอนั้น

 

“เวลาทำงานเราต้องรู้ว่าเราต้องการสื่อสารอะไรกับสังคม ประเด็นที่เราอยากบอกเล่ากับคนที่ดูเรา มันคืออะไรหรือถ้าเรื่องที่เราแต่งขึ้นมา หรือเรื่องที่เราหยิบมาดัดแปลงเราก็ต้องตีให้แตกว่านวนิยายเล่มนี้ต้องการสื่อสารอะไรกับคนอ่าน ต้องการจะสื่อสารอะไรกับสังคม ถ้าเราอ่านหนังสือแตกมันจะมีของมันอยู่แล้ว นักเขียนได้คิดไว้แล้ว พอเราจับให้อยู่ เราส่งออกไป มีพลังส่ง มันจะสัมผัสคนดูไปเอง ถ้าเราไม่รู้เรื่องนี้จะเล่าอะไรหรือไปโฟกัสผิดที่ แรงส่งมันจะเบา อันดับแรกคือสารที่เราจะสื่อออกไป หาตรงนั้นให้ได้ก่อน ถ้าเราหาได้ เรารอบคอบกับมันแล้วเราเห็นเข้าใจสารจริงๆ ทุกอย่างองค์ประกอบต่างๆ จะไปด้วยกัน การวางโครงเรื่องตัวละครแวดล้อมตัวละครหลัก สารตรงนี้จะส่งไปยังคนดู อันนี้เป็นเทคนิคส่วนตัว เราต้องหาแก่นของตัวเราให้เจอ และส่งไปให้สุดแรง ให้มันมีพลังมากที่สุด ถ้าโดนคนดูจะเกี่ยวคนดูให้ไปกับเราให้ได้จนจบเรื่อง

 

ส่วนคุณค่าที่ได้รับจากการเดินทางนั้น จะรู้สึกว่าตัวเราเล็กจัง เมือเทียบกับโลกใบนี้ เราเป็นแค่คนธรรมดาที่ตัวเล็กมาก มีอะไรอีกเยอะมากที่เรายังไม่เห็น เมื่อเทียบกับสิ่งต่างๆ ที่คนในอดีตสร้างไว้ และยังมีอะไรอีกมากที่เรายังไม่รู้”

(สุพจน์ โล่คุณสมบัติ)

 

สุพจน์  โล่คุณสมบัติ กล่าวถึงงานเขียนสารคดีท่องเที่ยวว่า เป็นไปเพื่อการสันทนาการ เพื่อการบันเทิง หรือหาข้อมูลไปเที่ยว เพิ่มเติมข้อมูลวิชาการและความรู้ท่องเที่ยวเล็กน้อย ซึ่งไม่ต้องการข้อมูลเชิงลึกมากนัก

 

“เพราะฉะนั้นถ้าถามผมการเขียนระหว่างแฟค (fact – ข้อเท็จจริง) กับอารมณ์ ผมจะเทให้ทางด้านเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ พงศาวดารที่ต้องอ้างอิงก็ได้ การเดินทางให้อะไรมากมายมากกว่าการท่องเที่ยว ก่อนเดินทางต้องเปิดใจก่อน พร้อมจะเจอสิ่งที่ไม่คาดฝันก็จะเดินทางอย่างมีความสุข จะเที่ยวให้สนุกต้องทำใจให้สนุกก่อน ถ้าไม่สนุกไปด้วยความทุกข์ตรม ไปเจออะไรก็โศกเศร้า สำหรับผู้ไปบันทึกสารคดีท่องเที่ยว ต้องคิดบวก อันไหนไม่พอใจจะมาเขียนทุกอย่างไม่ได้ มันก็มีข้อจำกัดของมัน โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่า ยิ่งเราเดินทางไปไกลมากเท่าไหร่ เหมือนเรายิ่งเดินกลับมาในหัวใจเรายิ่งขึ้น”

 

สำหรับ สุพจน์ นั้น การเดินทางก็คือชีวิต มีหลากหลาย มีทุกรสชาติการเดินทาง “ผมเดินทางหลากหลายรูปแบบมาก ผมเชื่อว่าทุกคนเริ่มเดินทางก็เริ่มบันทึก หมายถึงบันทึกจากการถ่ายภาพนั่นเอง แต่อาจจะไม่ได้ลงมือเขียนอย่างเป็นจริงเป็นจัง ตอนเริ่มเขียนครั้งแรกผมเริ่มเขียนจากเรื่องพิพิธภัณฑ์ที่คนไทยคิดว่าน่าเบื่อหน่าย ไม่มีอะไร แต่เรารู้สึกว่าในพิพิธภัณฑ์มีอะไรมากมาย คือรูปภาพรูปหนึ่งเข้าไปดูไม่ใช่แค่เส้นสีแปรงเท่านั้น มีเรื่องราว มีชีวิตของเขาในนั้น สิ่งหนึ่งที่เริ่มเขียนคือชีวประวัติผู้วาดภาพที่น่าสนใจ แต่ละพิพิธภัณฑ์มีเรื่องราวเหล่านี้เล่า น่าสนใจ จึงอยากถ่ายทอดตรงนี้ ว่าทำไมเราไม่ชอบเดินไปพิพิธภัณฑ์ ในการหาข้อมูล สถานที่ท่องเที่ยวแต่รายละเอียดปลีกย่อย ต้องเริ่มจากคนเขียน ต้องเป็นคนซอกแซก ช่างถาม ต้องทำตัวสนิทสนมกับไกด์ พอสนิทสนมเราก็จะถาม คนเป็นไกด์ทัวร์ เขาจะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในเมืองนั้นๆ น่าสนใจไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวเป็นสีสัน”

 

โครงการ “เที่ยว เขียน ไทย” ได้เล่าเรื่องการท่องเที่ยวของประเทศไทยในทุกภาคผ่านวรรณกรรม ผลงานทั้ง 60 เรื่องที่ส่งเข้ามา ได้ให้มุมมองที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป การจัดโครงการนี้ของนิตยสารสกุลไทย จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งของนิตยสารสกุลไทยที่ก้าวต่อก้าวอย่างไม่มีความเหน็ดเหนื่อย ในท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ด้วยความเชื่อมั่นในคุณค่าของนวนิยาย ในฐานะที่เป็นที่เป็นวิทยาลัยชีวิต ที่กว้างใหญ่และเรียนรู้ได้ไม่สิ้นสุด ดังคำกล่าวของคุณสุภัทร สวัสดิรักษ์ อดีตบรรณาธิการอาวุโส นิตยสารสกุลไทย 

 

ภาพประกอบจาก : เฟซบุคนิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์ (Sakulthai Weekly Magazine)

อ่านสัมภาษณ์ อ้อมแก้ว กัลยาณพงศ์  ได้จาก สกุลไทย e-magazine ประจำสัปดาห์นี้ ฉบับที่ ๓๒๒๗ วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๙ / คลิกง่าย ซื้อสะดวก อ่านได้รวดเร็วทันใจ  www.mebmarket.com

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สาครงค์ วันที่ : 30/08/2016 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

คิดว่าเป็นเรื่องสั้น แต่นี่นิยายสั้น จะสั้นขนาดไหนน้า เดี๋ยวหาอ่านดูครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน