*/
  • นกน้อยแห่งโพหัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawee_u@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-24
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 1122372
  • จำนวนผู้โหวต : 283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
งานเข้าพรรษาโพหักปี53***ไม่สงวนลิขสิทธิ์....ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ...คำสอนของท่านพุทธทาส

งานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ครั้งที่ 5 ประจำปี2553

View All
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2552
Posted by นกน้อยแห่งโพหัก , ผู้อ่าน : 36027 , 10:27:04 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน kikuno โหวตเรื่องนี้

ตอนนี้เวลาจะซื้ออะไรกินสักทีก็มักจะคิดในใจว่าสิ่งที่เราจะซื้อมากินนั้นจะผสม

อะไรบ้างหนอ จะมีสารกันบูดเยอะหรือเปล่า จะใส่ผงชูรสไหม แล้วคนทำจะใส่

สิ่งแปลกปลอมอะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้...เชื่อว่าหลายๆคนก็คงคิดไม่ต่างไปจากนี้

เพราะปัจจุบันนี้หลายๆคนเริ่มหันมาห่วงและเอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น...

....กะปิคือเครื่องปรุงอย่างหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ประกอบหรือนำมาเป็นส่วนผสม

ของอาหารที่หลายๆคนชื่นชอบได้มากมายหลากหลาย  หรือบางคนในสมัยเด็กๆก็

มักชอบเด็ดมะม่วงเปรี้ยวจากต้นหลังบ้านแล้วนำมาเฉือนบางๆจิ้มกินกับกะปิ...

รสเปรี้ยวของมะม่วงมันช่างเข้ากันดีเสียเหลือเกินกับรสเค็มๆอันหอมของกะปิ...

......กะปิที่ดีต้องมีกลิ่นที่หอม ไม่คาว ไม่เค็มจนเกินไป และที่สำคัญต้องไม่มีสิ่ง

เจือปนใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นผงชูรส สารกันบูด หรือแม้แต่สีผสมอาหาร....กะปิที่

ดีจะเป็นสีออกม่วงๆซึ่งต้องเป็นสีที่เกิดตามธรรมชาติของกุ้งหรือเคยเท่านั้น

.....ตั้งแต่จำความได้ที่บ้านไม่เคยต้องซื้อกะปิมากิน กะปิที่กินอยู่ตั้งแต่เกิดจนถึง

ทุกวันนี้เป็นกะปิที่คูณแม่ทำขึ้นมาเอง.....คุณแม่ทำกะปิกินกันในครัวเรือนมาตั้งแต่

คุณแม่ยังเด็กๆ...นี่ก็ราวสัก60ปีเห็นจะได้ ...อาจเป็นเพราะว่าบ้านอยู่ติดคลองมั้ง

เลยทำให้มีวัตถุดิบหลักในการทำกะปิตลอดทั้งปี...คนโพหักส่วนใหญ่ก็ทำกะปิกิน

กันเองภายในครัวเรือน

.....แต่ปัจจุบันนี้ความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำคลองในโพหักลดลงอย่างเห็นได้

ชัดจึงส่งผลให้พืชน้ำ สัตว์น้ำที่เคยมีอยู่มากก็ลดจำนวนลงเช่นกัน  ดังนั้นตอนนี้

เวลาจะทำกะปิก็ต้องหาซื้อวัตถุดิบเอาเพราะหาเองไม่ได้ตามธรรมชาติแล้ว....

               วัตถุดิบหลักในการทำทำกะปิที่ว่านี้ก็คือกุ้งฝอย..ซึ่งเป็นลูกกุ้งที่อาศัยอยู่

ในน้ำจืด..ตามกอสาหร่ายโดยเฉพาะสาหร่ายหางกะรอก...ในสมัยก่อนแค่เอาสวิง

ช้อนใต้กอสาหร่ายก็จะได้กุ้งฝอยเยอะมาก...แต่มาปัจจุบันแทบจะไม่มีกุ้งฝอยใน

คลองหลงเหลืออยู่เลย...

.....นอกจากจะใช้กุ้งฝอยในการทำกะปิแล้วบางพื้นที่ของประเทศไทยก็ใช้กุ้งเคย

เป็นวัตถุดิบหลักในทำกะปิ......ซึ่งถ้าเทียบดูแล้วกะปิที่วางขายตามท้องตลาดส่วน

มากจะทำมาจากกุ้งเคย......แต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะเหมือนกันไหม...เพราะเคยกินแต่

กะปิที่ทำมาจากกุ้งฝอยเท่านั้น....

มาดูวิธีทำกะปิกันดีกว่า...

1.หาซื้อกุ้งฝอยมาแล้วนำมาล้างคัดเอาพวกเศษหินหรือสิ่งแปลกปลอมออกให้

หมด ล้างสัก3-4 น้ำ

2.ตวงกุ้งในอัตราส่วน  กุ้ง8ส่วน เกลือ 1ส่วน เกลือที่ใช้ก็เป็นเกลือเม็ด (ปกติก็ใช้

ถ้วยใบเล็กๆตวงเอา)

3.หลังจากตวงเสร็จแล้วก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน  ...หาครกมา1ใบแล้วลงมือโครกตำ

ให้กุ้งกับเกลือละเอียดและเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน(ตำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุดพัก

ไม่ต้องกะว่าจะตำจนละเอียดน่ะเพราะเดียวต้องมาบดอีกทีโดยใช้เครื่องปั่นพริก

ทั่วไป)

  ครกใบนี้อายุไม่ต่ำกว่า20ปี

 

4.หลังจากตำจนกุ้งกับเกลือรวมกันเป็นเนื้อเดียวกันแล้วก็ตักใส่กะละมังหรือถาดก็

ได้  แล้วนำไปตากแดดสัก5วัน  ที่ตากแดดก็เพื่อให้แห้งและเป็นการหมักไปในตัว

5.หลังจากนั้น5วันกะปิจะเริ่มส่งกลิ่นหอม เนื้อกะปิจะออกสีม่วง และเนื้อกะปิจะ

แห้งซึ่งผิดกับวันแรกที่เนื้อกะปิจะค่อนข้างแฉะ  หลังจากนี้ก็นำกะปิมาปั่นให้

ละเอียดโดยใช้เครื่องปั่นพริกทั่วไป ถ้าไม่มีเครื่องปั่นก็ใช้ครกนั่นแหละตำอีกรอบ

จนเนื้อกะปิละเอียด

6.นำไปตากอีก 5 วัน เพื่อให้แห้งอาจะใช้ทัพพีตักเนื้อกะปิพลิกไปมาเพื่อให้แห้ง

ทั่วถึงหลังจากเนื้อกะปิแห้งแล้วก็ตักใส่ภาชนะที่แห้งและมีฝาปิดมิดชิด   ถ้าเป็น

สมัยก่อนจะใช้โอ่งดินใบเล็กๆแล้วใช้ถุงพลาสติกรัดปิดปาก  มาปัจจุบันก็ใช้ขวด

แก้วกาแฟที่กินหมดแล้วนำมาล้างแล้วเช็ดให้แห้งใส่กะปิเก็บไว้กินได้1ปีโดยไม่

ต้องแช่ตู้เย็น  แต่ถ้าจะให้ดีก็หาขวดใบเล็กมาตักแบ่งจากขวดใหญ่อีกทีเพื่อจะได้

ไม่ต้องเปิดขวดใหญ่บ่อยๆ..

ทีนี้ก็ได้กะปิที่ไร้สารเจือปนและปลอดภัย100%

....................................................................................................................................

                        

รูปจากhttp://www.bloggang.com/viewdiary.

http://www.rayongwit.ac.th/library/sara/thaifood/middle.htm


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
surisa วันที่ : 08/07/2009 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boongsurisa

ไม่คิดว่าจะทำกะปิเองได้...
คือคิดว่ามีกระบวนการที่ยุ่งยากกว่านี้

ง่ายจิงๆ ค่ะ... เพียงแค่ต้องรอตากแดดหน่อย ก็กินได้แล้ว
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สาวบาว วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babbaobao
independent

น่ากินค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เปียแก้ว วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krupia

สวัสดีค่ะ...
โชคดีจังที่ได้เข้ามาอ่านเรื่องราวดีๆ....
ที่บ้านซื้อค่ะ....สั่งซื้อกะปิจากนาสาร...หอม อร่อยมักมาก...พูดแล้วน้ำลายหก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ใบไม้เริงร่า วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 14.36 น.
ใบไม้ร่าเริง


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เพชรพรหมาฯ วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payoungsak

กะปิใหม่ๆ สดๆ หอมน่ากินมาก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
leetahiti วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leetahiti
Lee Jay

ขอบคุณมากสำหรับ... วิธีการค่ะ...

เห็นแล้ว คิดถึงกะปิ จัง...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
srdtrue วันที่ : 05/07/2009 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/srdtrue

ไม่ยากจริง ๆ ด้วย
โหวตให้เลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน