*/
  • นกน้อยแห่งโพหัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawee_u@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-24
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 1122834
  • จำนวนผู้โหวต : 283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
งานเข้าพรรษาโพหักปี53***ไม่สงวนลิขสิทธิ์....ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ...คำสอนของท่านพุทธทาส

งานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ครั้งที่ 5 ประจำปี2553

View All
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม 2552
Posted by นกน้อยแห่งโพหัก , ผู้อ่าน : 6419 , 15:24:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อันนี้เอามาฝากสำหรับคนที่ชอบของเก่า....บังเอิญว่าได้ไปค้นเอกสารเก่าๆของคุณปู่

ที่เก็บไว้ตั้งแต่ยังหนุ่มๆ  แล้วได้เจอโฆษณาแผ่นหนึ่งเห็นว่าแปลกดีก็เลยนำมาให้ดู

กัน...อายุของโฆษณาฉบับนี้ก็คงมากโขพอดู

เพราะเนื้อกระดาษจะค่อนข้างเปื่อยและชำรุดเสียหายค่อนข้างมาก...

....ข้อความจากโฆษณามีว่า....

....ขอแจ้งให้ท่านทั้งหลายทราบว่า...

....ตู้น้ำแข็งไฟฟ้า ของห้าง  "GENERAL ELECTRIC"...

..มี ๒ ขนาด คือขนาดเนื้อที่บรรจุภายใน ๔ และ ๖ ฟุตลูกบาศก์ บัดนี้บริษัทเปิด

โอกาศให้ท่านเช่าได้  โดยมีอัตราค่าเช่าดังนี้  เครื่องเล็ก ๒๕.๐๐ บาทเครื่องใหญ่

๓๓.๐๐ บาทต่อเดือน  รวมทั้งค่าแรงไฟฟ้า  ค่าติดสายไฟฟ้า และการขนใบตั้งให้

เสร็จ.....สต็อกใหม่มาถึงแล้ว

....บริษัท  ไฟฟ้าสยามคอร์ปอเรชั่น  จำกัด.........

....เป็นเอเย่นต์แต่ผู้เดียวในประเทศสยามแผนกขาย ของประตูสามยอด...

โฉมหน้าตู้เย็นรุ่นแรก...

อันนี้โฆษณาขายบุหรี่ ราคาซองละ ๕ สตางค์

ประวัติบุหรีไทยในอดีต

การสูบบุหรี่เป็นวัฒนธรรมของไทยมาแต่เก่าก่อนคู่การกินหมาก บ่งบอกถึงฐานะ

และรสนิยมของผู้คนแต่ละยุคสมัยที่พอจะค้นหาเป็นหลักฐานได้กล่าวถึงซอง

สำหรับใส่พลูและบุหรี่ซึ่งต้องมีก้นแหลมจึงจะใส่ลงไปในซองได้ ส่วนบุหรี่ก้นป้าน

มีในปลายแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

บุหรี่ก้นป้านในสมัยนั้นจะปล่อยยาเส้นไว้นอกใบตองให้อมได้พร้อมกับหมากเรียก

กันว่า" บุหรี่ตาขำ " ตามชื่อของผู้มวนขาย พอถึงรัชกาลที่ ๕ มีผู้คิดดัดแปลงตัด

ยาเส้นออกให้พอดีกับใบตองที่มวน ไม่ให้หลุดลุ่ยออกมาข้างนอกอีก นิยมสูบกัน

ทั่วไป ในเวลาเดียวกัน ทางภาคเหนือจะมี " บุหรี่ขี้โย้ " หรือยาเส้นสายพันธ์พื้น

เมือง มวนด้วยใบตองอ่อนตากแห้ง มวนบุหรี่จะมีความยาวเท่ากับใบตองหรือตาม

ความต้องการของผู้สูบ เพราะส่วนใหญ่จะมวนเอง มวนหนึ่งจะสูบได้ตลอดวัน

ที่ว่าเป็นวัฒนธรรมก็มาจากการต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยหมากพลูและบุหรี่ ทาง

เหนือก็เชิญอมเมี่ยงสูบขี้โย้ สถานที่ยุคเฟื่องฟูของยาสูบหรือบุหรี่ ทำให้ทางภาค

เหนือมีพ่อเลี้ยงเกิดขึ้นหลายคนเรียกกันว่าพ่อเลี้ยงโรงบ่มหรือ โรงอบใบยา

บรรดาสาว ๆ ทั้งหลายที่ทำงานในโรงบ่ม จะว่าไปแล้วก็คือต้นแบบการประกวด

นางงามขี่รถถีบก้างจ้องที่อำเภอสันกำแพง ตอนเช้า ๆ อากาศกำลังเย็นสบาย

พวกหนุ่ม ๆ ที่กำลังทำงานอยู่ในสวนยา ต้องหยุดมือชะเง้อดูสาว ๆ ขี่รถถีบเรียง

กันเป็นแถวยาวไปที่โรงบ่มเพียงแต่ว่าถ้าแดดยังแรงอยู่ก็จะมีร่มกางป้องกันเพิ่มมา

เป็นสีสัน ให้หนุ่มทั้งหลายเก็บเอาไปฝันหวาน

บุหรี่ต่างประเทศเริ่มมีเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ ของบริษัท

w . duke and sons companyสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ผลิต เป็นบุหรี่ตรานกยูง บรรจุ

ซองสีเหลือง ตัวพิมพ์ดำมี ๑๐ มวน ราคา ๒ ไพ มีขายเพียงตราเดียว แต่ก็ต้องมี

การโฆษณาเชิญชวนเหมือนกัน คือถือจุดธูปไฟไปยืนตรงกลางสะพานหันและ

ประตูสามยอดคอยจุดบุหรี่แจกให้คนไทยได้ชิมรสชาติก่อนจะอุดหนุนเป็นขา

ประจำกันต่อไปต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ บริษัท ดุ๊ค ร่วมกับบริษัทอื่นเปลี่ยนชื่อ

เป็นบริษัทยาสูบอเมริกา ( the american tobacocompany ) เข้ามาเปิดสาขาใน

ประเทศไทย ตั้งสำนักงานอยู่ที่ตลาดน้อย ถนนเจริญกรุงต่อมาบริษัทยาสูบ

อังกฤษ - อเมริกัน จำกัดแห่งสิงคโปร์ ก็ได้รับช่วงเป็นตัวแทนย้ายสำนัก

งานไปตั้งอยู่ในตรอกโอเรียนเต็ล ขายบุหรี่ตรานกอินทรี . ไพแรต . ทรีคาสเซิล .

 แคพ . สะแตนการ์ลิค . สิงโตแดง . ๕๕๕ . เพลเออร์ ฯลฯ ส่วนยาเส้นสำหรับนัก

สูบกับกล้องหรือไปป์ก็มีตราริชมอนด์ และตราแคพสะแตน รวมทั้งยาแท่งสำหรับ

เคี้ยวก็มีบ้างเหมือนกัน


ปี พ.ศ. ๒๔๕๗ บริษัทยาสูบนานยางในเซี่ยงไฮ้ได้ส่งบุหรี่มาให้ห้างยี่ซ้งกงสี ตรา

ท่าน้ำราชวงศ์เป็นผู้แทนจำหน่าย มีตรานกร้อยตัวและตราลูกโลก ขายดีใน

กรุงเทพ ฯ ส่วนตราม้าบินนั้นราคาถูกลงมาหน่อยก็ขายดีตามหัวเมือง ต่อมาในปี

 พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้เปิดสาขาที่ถนนเยาวราชขายบุหรี่ตราเจ็ดดวง และมังกรทอง ใน

ปี พ.ศ. ๒๔๖๗ บริษัท ชอร์เตอร์ ( sorter and company )ของเซี่ยงไฮ้ มาตั้ง

สำนักงานขายที่ถนนอนุวงศ์ ชื่อบริษัทลิงโย บุหรี่นี้มีตรานกแดง ตราเลดี้

แฮมิลตัน และตราลอร์ดเนลสัน พิมพ์ซองสวยกว่าซองอื่นและสอดรูปสวยงามไว้

ในซองเป็นการโฆษณา บริษัทนี้ตั้งอยู่ได้ ๓ ปีก็เลิกกิจการไป นอกจากนี้ก็มีบริษัท

ห้างร้านอีกเป็นจำนวนมากที่สั่งบุหรี่จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายแข่งกัน


ต่อมาไทยเราได้สร้างโรงงานมวนบุหรี่ขึ้นเป็นครั้งแรกโดย นาย ชีปาปา ยาโนปู

สโส ชาวกรีกตอนหลังโอนสัญชาติเป็นไทย นายชีปาปา ได้เข้ามาประกอบกิจการ

ค้ายาสูบในรัชกาลที่ ๕ตอนแรกยังมวนด้วยมือ ขายดีจนมีพนักงานหญิงหลายร้อย

คน พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงสบพระราชฤทัย จึงพระราชทานเงิน ๑๐

ชั่ง ให้ซื้อเครื่องจักรมวนบุหรี่จากประเทศเยอรมันพร้อมกับเงินทุนหมุนเวียน โรง

งานตั้งอยู่ที่ถนนสี่พระยา ทำบุหรี่หลายรส ใช้ยาเส้นเตอร์กิซผสมด้วย

ทำขายและทำถวายหลายตราหลายชนิด อย่างตราชื่นชมมีทั้งก้นฟางและก้นก๊อก

ตราทวีปัญญา ตราอัษฎางค์และอื่น ๆ ส่งไปขายถึงสิงคโปร์ ฮ่องกง ซัวเถา และ

เซี่ยงไฮ้ เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑โรงงานก็ปิดลงเพราะเครื่องชำรุด

โรงงานที่สองมีนายไกรลาศ ฉ่อยตระกูล ( ฉ่อ กอกเหลียง ) เป็นหุ้นส่วนใหญ่ ได้

ร่วมกันจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบรูพายาสูบ จำกัด นายไกรลาศนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญทาง

ด้านยาสูบ เพราะเคยทำงานอยู่กับบริษัทยาสูบ อังกฤษ - อเมริกา เคยเป็นผู้

จัดการยาสูบ นานยาง สาขากรุงเทพ ฯ และบริษัทลิงโยได้ไปศึกษาการเพราะ

ปลูกที่อเมริกา ๒ ปี ในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ เปิดโรงงานผลิตบุหรี่ขึ้นที่เชิงสะพาน

มอญ ใช้เครื่องจักรที่ซื้อมาจากเซี่ยงไฮ้ และญี่ปุ่น มีเครื่องมวนบุหรี่ ๒ เครื่อง เมื่อ

ขายดีขึ้น จึงย้ายโรงงานไปที่สะพานเหลืองถนนพระราม ๔ ต่อมาขยายกิจการ

ออกไปอีกจนมีเครื่องมวนบุหรี่ถึง ๒๐ เครื่อง บุหรี่ที่ผลิตออกมาจำหน่ายนั้นส่วน

มากใช้ยาพื้นเมืองทำง่าย ๆ คือใช้เตาอั้งโล่ให้ความร้อนในการอบ การฉีดพ่นปรุง

แต่งรสยา ก็ใช้ฝักบัวรดน้ำต้นไม้เป็นต้น ตราแรกที่ผลิตออกมาจำหน่ายคือ บุหรี่

ตราไตรรงค์ ใช้ยาฉุนจากเมืองกาญจน์บรรจุซองอ่อน ๒๐ มวน ขายปลีก ๖

สตางค์ ขายดีจนสามารถแข่งกับบุหรี่ตราไชโย ของบริษัท อังกฤษ - อเมริกัน แต่

ยาสูบพื้นเมืองก็มีปัญหา เพราะโรงงานจะใช้ยาทั้งใบในการเข้าเครื่องหั่น แต่ชาว

ไร่นิยมขายยาที่หั่นเป็นฝอยแล้ว โดยเอาใบยาสดมาหั่นก่อนแล้วจึงเอาไปตาก

แห้ง ทางบริษัทจึงหันไปสั่งซื้อใบยาจากประเทศจีนและอเมริกา จึงทำให้รสบุหรี่

เปลี่ยนไปขายไม่ค่อยดี ต่อมาได้ทำการโฆษณาโดยสอดคูปองไว้ในซองบุหรึ่เป็น

การล่อใจคนซื้อใครโขคดีก็จะได้คูปองนำไปขึ้นเงิน ๓ บาท ๕ บาทบ้าง ทำให้

ยอดขายกระเตื้องขึ้นมาได้ อีกอย่างหนึ่งตอนตั้งโรงงานใหม่ ๆ คนงานผู้หญิงหา

ยาก ต้องออกอุบายขอให้ลูกหลานผู้หญิงของผู้ถือหุ้นมาช่วยเป็นหน้าม้าทำงาน

จึงมีคนกล้ามาสมัครเพิ่ม จนไม่มีตำแห่น่งจะบรรจุให้ ต้องเหมางานให้ทำ

เช่นพับซองเปล่า คิดให้ร้อยละ ๕ สตางค์ มือใหม่ ๆ ทำได้คนละ ๕๐๐ ซองต่อ

วัน หากชำนาญแล้วอาจจะได้ถึง ๑๕๐๐ ซอง ส่วนค่าบรรจุคิดให้ร้อยละ ๑๐

สตางค์ ทำได้คนละ ๓๐๐ - ๕๐๐ ซองต่อวันพร้อมทั้งอาหาร ๓ มื้อ

ต่อมาบริษัทได้ขยายกิจการและย้ายโรงงานไปตั้งที่สะพานเหลือง ได้เริ่มผลิต

บุหรี่ชั้นดีออกแข่งขันกับบริษัทอื่น มีตราดอกกุหลาบ และตราไพ่สี่แดงพระยา

บรรจุซองแข็ง ๑๐ มวน ๖ สตางค์ ตราหมาจูบรรจุซองอ่อน ๒๐ มวน ราคา ๕

สตางค์ แข่งกับบุหรี่ตราสิงโตแดง ซึ่งขาย ๖ สตางค์ ปรากฏว่าขายดีมาก

บุหรี่กระป๋อง ตรา อี.ที.ซี. ตัวบุหรี่แบน กระป๋องแบน บรรจุ ๕๐ มวน ขาย ๕๐

สตางค์ เป็นที่นิยมมากเพราะมีรสดี พอ ๆ กับบุหรี่อียิบเชี่ยนของต่างประเทศ เมื่อ

บริษัทยาสูบ อังกฤษ - อเมริกัน เข้ามาตั้งโรงงานผลิตบุหรี่ที่บ้านใหม่ ทำให้มีผล

กระทบต่อบริษัทบรูพายาสูบเป็นอย่างมากจนต้องขายกิจการให้รัฐบาล

กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง รับซื้อไว้เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๔๘๒ เป็น

จำนวนเงิน ๙๐๐๐๐ บาทเปลี่ยนชื่อเป็นโรงงานยาสูบสรรพสามิต ๑ และ ๒ ตาม

ลำดับ อีกบริษัทหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาภายหลังและมีชื่อเสียงมากคือบริษัทกวงฮกของ

ชาวจีน มีโรงงานผลิตอยู่ที่เชิงสะพานพุทธยอดฟ้า ตรงข้ามวัดเลียบ ใช้ใบยา

เวอร์ยิเนียล้วน ๆ ที่สั่งมาจากต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญในการผสมใบยาเมืองเทียน

สิน บุหรี่ที่ผลิตมีตรากวางสามตัวออกผลิตเป็นตราแรก บรรจุซอง ๔ มวน ๔

สตางค์ บุหรี่อื่น ๆ อย่างตราสตางค์ ตราเซี่ยงเจียน ซองละ๑๐ มวน ราคา ๕

สตางค์ ตราคิงคอง ๑๒ มวน และตรา 19 th route ๒๐ มวน ราคา ๑๐ และ ๘

สตางค์บุหรี่ที่ขายดีของบริษัทนี้ ชนิดซองละ ๑๕ มวน ราคา ๕ สตางค์ คือตรา

แมลงปอ และตราสามห่านโรงงานยาสูบของจีนอีกแห่งหนึ่งก็คือ บริษัทฮอฟฟั่น

( hoffan tobaco company ) หรือที่เรียกกันว่าบริษัทเฮาะฮวง ตั้งอยู่ที่ถนนวิทยุ

ตราที่ผลิตออกมาคือ ตราหอยและตรากวาง ซองละ ๑๐ มวน ราคา ๕ สตางค์

นอกจากนั้นยังมีตรานกนางนวลและตราแมงมุม เป็นต้น ขนาดแมกนั่ม ๑๐ มวน มี

ตราผึ้งตรากู๊ดลัค ขายซองละ ๑๐ สตางค์ และ ๖ สตางค์ ยังมีบุหรี่ชนิดซองละ

๒๐ มวน ที่ได้รับความนิยมเหมือนกันคือตรานกแก้ว ต่อมาบริษัทกวงฮก และ

บริษัทฮอฟฟั่น ได้ขายกิจการให้กรมสรรพสามิตในปี พ.ศ. ๒๔๘๔นอกจากนี้ ยังมี

บริษัทที่มีโรงงานเล็ก ๆ อีก ๓ บริษัทคือ บริษัทสวนยาสยาม บริษัทอิสระและห้าง

สยามยาสูบ บริษัทอิสระตั้งอยู่ที่ถนนสุรวงศ์ ทำบุหรี่ตรากระต่ายแดง

ยาสยามตั้งอยู่ที่ถนนเยาวราชทำบุหรี่ตราเสาวคนธ์ ชนิดซองละ ๑๐ มวน ออก

จำหน่ายเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ในราคาซองละ๕ สตางค์ ต่อมาได้เลิกกิจการไปทั้ง

สามบริษัท เพราะสู้บริษัทใหญ่ ๆ ไม่ได้ ส่วนบริษัท อังกฤษ - อเมริกัน

จำกัดนั้น ใช้ชื่อย่อว่า บี.เอ.ที มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ลอนดอน บริษัท บี.เอ.ที

ได้จดทะเบียนการค้าที่สิงคโปร์ ได้เข้ามารับช่วงกิจการจากบริษัทยาสูบอเมริกัน

เดิม สั่งบุหรี่ตราสิงโตแดงเข้ามาขายเป็นคู่แข่งกับบุหรี่ตราสามห่านของบริษัท

กวงฮก โดยพยายามขายในราคาที่ต่ำที่สุด เมื่อเริ่มเปิดโรงงานผลิตบุหรี่ที่ถนน

เจริญกรุง บริษัท บี.เอ.ที มีเครื่องมวนบุหรี่ ๒ เครื่อง มีพนักงาน ๓๕๐ คน บุหรี่ที่

ผลิตออกมาจำหน่ายครั้งแรกคือ ตราสีลม และ เรือข้าว ใช้ส่วยผสมใบยาพื้นเมือง

จากเมืองกาญจน์ ๑๐ % และใบยาเวอร์ยิเนียต่างประเทศ ๙๐ % ปรากฏว่าไม่

เป็นที่นิยม เพราะกลิ่นรสอันรุนแรงของยาพื้นเมือง แม้จะลดส่วนผสมลงเหลือ ๕

% แล้วก็ตาม ต่อมาจึงใช้ใบยาจากต่างประเทศล้วน ๆ ผลิตบุหรี่ตรานางสาว

สยามออกมาแข่งกับบุหรี่ตราสามห่านของบริษัทกวงฮก มียอดขายเป็นที่น่าพอใจ

 บริษัท บี.เอ.ที ได้ผลิตบุหรี่วันละ ๔ - ๕ ล้านมวน ในระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๘ -

๒๔๘๓ในปลายปี พ.ศ. ๒๔๘๑ รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติยาสูบฉบับแรก

ประกาศใช้เมื่อวันที่๒๓ มีนาคม ๒๔๘๑ ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีตามปฏิทิน

หลวง พระราชบัญญัติฉบับมีความมุ่งหมายที่จะบำรุงการเพาะปลูกต้นยาสูบ คุ้ม

ครองกสิกรในเรื่องราคา ควบคุมอุตสาหกรรมการจำหน่ายยาสูบ และให้รางวัลแก่

ผู้ที่ส่งยาสูบออกไปจำหน่ายนอกราชอาณาจักรกล่าวโดยย่อดังนี้ให้เจ้าพนักงานมี

อำนาจเข้าตรวจโรงงานอุตสาหกรรมและเอกสารสมุดบัญชีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการนี้

และอำนาจที่จะเข้าประจำเพื่อควบคุมให้การปิดแสตมป์ยาสูบเป็นไปอย่างถูกต้อง

 โดยกำหนดยาสูบในซอง ๆ หนึ่งไม่เกิน ๑๐ กรัม ต้องปิดแสตมป์ราคา ๒ สตางค์

เกินกว่า ๓๐ กรัมต้องปิดแสตมป์ในอัตรา ๑ สตางค์ต่อ ๕ กรัม การปิดแสตมป์นี้

ทำให้บริษัทบุหรี่ต้องเพิ่มราคาขายขึ้นอีกเช่นกันเมื่อเข้าสู่ภาวะสงครามในปี พ.ศ.

๒๔๘๓ บริษัท บี.เอ.ที จำต้องขายกิจการให้กับรัฐบาล กรม สรรพสามิต กระทรวง

การคลังตกลงรับซื้อกิจการและทรัพย์สินของบริษัทไว้ตั้งแต่วันที่๑ กันยายน

๒๔๘๔ ตกลงทำสัญญาเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๔๘๔ ก่อนประเทศไทยจะเข้าสู่

สงครามเพียง ๒ วัน โรงงาน บี.เอ.ที นี้เราเรียกกันว่า " โรงงาน ยาสูบไทยบ้าน

ใหม่ "และเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อ โรงงานยาสูบไทยเวอร์ยิเนีย ๑ และ โรงงานสรรพ

สามิต ๑ และโรงงาน ยาสูบ ๑ ตามลำดับตั้งงแต่นั้นมาโรงงานยาสูบไทยก็ได้

กำเนิดขึ้นโดยสมบรูณ์ รวมกับโรงงานของบริษัทบูรพายาสูบบริษัทกวงฮก

บริษัทยาสูบฮอฟฟั่น และ โรงงานซิการ์ไทย ซึ่งโอนมาภายหลังใน พ.ศ. ๒๔๘๘

ด้วยมาตรา ๒๑ ในพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๔๘๖ ที่ระบุว่า การประกอบ

อุตสาหกรรมซิกาแรตเป็นการผูกขาดของรัฐตั้งแต่นั้นมา....

(ข้อมูลจากhttp://www.littlecatzhome.net/ ป้าเล็ก)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 14/07/2009 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

โชคดีนะ สมัยนั้นไม่มีพี่ยุทธ์
ไม่งั้นเสียต่าปรับอ่านแน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จิตราภรณ์ วันที่ : 14/07/2009 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon
ครั้นว่าได้ฮัก.....ฮักแล้วบ่ขืน....ครั้นว่าได้ลืน....บ่คืนออกได้....หมายถึง....รักแล้วรักเลย...ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

เรื่องราวอันทันสมัยบางเรื่อง
พอเวลาผ่านไปมันก็แปลกไปนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน