*/
  • นกน้อยแห่งโพหัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawee_u@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-24
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 1122361
  • จำนวนผู้โหวต : 283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
งานเข้าพรรษาโพหักปี53***ไม่สงวนลิขสิทธิ์....ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ...คำสอนของท่านพุทธทาส

งานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ครั้งที่ 5 ประจำปี2553

View All
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2552
Posted by นกน้อยแห่งโพหัก , ผู้อ่าน : 51833 , 18:49:21 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไหนๆก็เคยกล่าวถึงเรื่องโรคกรดไหลย้อนไปแล้ว คราวนี้ก็ขอกล่าวถึงโรคยอดฮิตอีกสักโรคซึ่งปัจจุบันมีคนเป็นกันเยอะมากและก็รวมถึงตัวเองด้วย  ตอนที่เริ่มเป็นก็ต้องหาข้อมูลมากพอสมควรว่าเจ้าโรคนี้มันมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่เพราะฟังหมออธิบายแล้วมันก็มีอาการตรงบ้างไม่ตรงบ้าง  ฟังไปฟังมาชักไม่แน่ใจว่าจะเป็นโรคที่หมอว่ามั้ย ....เริ่มแรกตอนที่เป็นจะมีอาการปวดท้องแบบบิดเป็นพักๆซึ่งก็ค่อนข้างทรมานพอดู อีกทั้งมีอาการถ่ายเหลวอย่างกับคนท้องเสียแต่หลังจากถ่ายแล้วอาการปวดท้องก็จะหายไป  ซึ่งคุณหมอบอกว่าเจ้าโรคนี้จะไม่แสดงอาการตอนกลางคืนแต่เราก็ไม่ค่อยเชื่อเพราะว่าเคยมีอาการตอนกลางคืน..หมอเลยจับมาตรวจลำไส้อย่างละเอียด แล้วก็ลงความเห็นว่าน่าจะเป็นเจ้าโรคไอบีเอสนี่แหละแม้ว่าอาการบางอย่างอาจจะไม่ตรงตามตำราเสียทีเดียว ......มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าโรคนี้เลยดีกว่า...........

โรคลำไส้แปรปรวน หรือ โรคไอบีเอส (irritable bowel syndrome; IBS) เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่ง เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไส้ โดยที่ไม่พบความผิดปกติอะไรที่โครงสร้างของอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร และไม่มีพยาธิสภาพอื่นใด ก่อหน้านี้เคยเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากภาวะทางจิตใจ

ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ใหญ่หนึ่งในห้าคนเป็นโรคนี้ ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงแต่อย่างใด น้อยรายที่อาการรุนแรงมากหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน แตกต่างจากโรคลำไส้อักเสบที่มักพบว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้บ่อย พบว่าผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุน้อย หลายคนมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเช่นกัน

สาเหตุของโรค

ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แน่นอน จัดว่าเป็นโรคในกลุ่มการทำหน้าที่ผิดปกติชนิดหนึ่ง หมายความถึงโรคที่ไม่พบความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นจากการตรวจร่างกายอย่างละเอียด หรือการตรวจเพิ่มเติมเพื่อสืบค้นหาสาเหตุ ไม่พบว่ามีการอักเสบและไม่พบว่าเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งแต่อย่างใด อาการต่างๆของโรคนี้เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบที่ผนังลำไส้

จากหลักฐานที่มีอยู่เชื่อว่ามีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุของโรคไอบีเอส ซึ่ง 3 ปัจจัยที่สำคัญได้แก่

  1. การบีบตัวหรือการเคลื่อนตัวของลำไส้ผิดปกติ โดยปกติผนังของลำไส้จะประกอบด้วยชั้นกล้ามเนื้อเรียบที่สามารถหด-ขยายได้ ทำให้เกิดการบีบรัดตัวของลำไส้ กรณีที่การบีบรัดตัวของลำไส้รุนแรงและนานกว่าปกติจะทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น เรอ ท้องเสีย ในบางรายการบีบรัดตัวของลำไส้น้อยกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการท้องผูก
  2. ระบบประสาทที่ผนังลำไส้ไวต่อสิ่งเร้า หรือตัวกระตุ้นมากผิดปกติ ผลการศึกษาวิจัยพบว่าโรคลำไส้แปรปรวนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้ อาจมีผลมาจากระบบประสาทส่วนกลางได้เช่นกัน
  3. ความเครียดหรือการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ก็มีส่วนหนุนเสริมทำให้อาการของโรคกำเริบ

อาการของโรค

อาการที่พบ ผู้ป่วยมักทรมานจากอาการปวดท้องซึ่งเมื่อได้ถ่ายอุจจาระจะรู้สึกหายปวดและสบายขึ้น ส่วนใหญ่มักปวดที่ท้องน้อย ลักษณะปวดเกร็ง หลายคนสังเกตพบว่าอาการปวดจะดีขึ้นหลังถ่ายอุจจาระ อาการปวดท้องแต่ละครั้งรุนแรงไม่เท่ากัน บางครั้งปวดมาก บางครั้งปวดน้อย ร่วมกับการมีการขับถ่ายที่ผิดปกติ เช่นท้องผูกหรือท้องเสีย หรืออย่างใดอย่างหนึ่งสลับกัน โดยแต่ละรายจะมีอาการหนึ่งอาการใดเด่นกว่าอีกอาการหนึ่ง

 ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่ค่อยสุด หรือมีมูกปนออกมาเวลาถ่ายอุจจาระ ลักษณะอุจจาระจะเปลี่ยนไปเป็นก้อนแข็งหรือเหลวจนเป็นน้ำ ถ่ายเป็นมูกปนอุจจาระมากขึ้น หลายคนอาจมีอาการท้องอืด แน่นท้อง ผู้ป่วยจะมีอาการท้องอืด มีลมมากในท้อง เรอบ่อยๆ เวลาถ่ายอุจจาระมักมีลมออกมาด้วย ซึ่งล้วนเป็นอาการที่สำคัญของโรคไอบีเอสทั้งสิ้น อาการต่างๆ เหล่านี้มักเป็นนานเกิน 3 เดือน ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักมีประวัติเป็นมานานหลายปี

โรคลำไส้ทำงานแปรปรวนจะเป็นโรคเรื้อรังอาจเป็นปี ๆ หรืออาจเป็นตลอดชีวิต เป็นโรคที่ไม่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม แม้จะเป็นมาหลาย ๆ ปี และไม่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่เป็นโรคที่สร้างความรำคาญ ผู้ป่วยจะวิตกกังวลมากกว่าทำไมโรคไม่หายเสียทีแม้ได้รับยารักษาแล้วก็ตาม

โรคนี้ถือว่าเป็นโรคลำไส้ที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่มาก อาจไม่เคยไปพบแพทย์เลยด้วยซ้ำ แต่ในบางรายก็จะมีอาการที่รุนแรงขึ้นจนเป็นปัญหาได้เช่นกัน พึงระลึกไว้เสมอว่าโรคไอบีเอสไม่ใช่โรคมะเร็งและจะไม่กลายเป็นมะเร็ง แม้จะมีประวัติเป็นๆ หาย ๆ มานาน ยิ่งผู้ป่วยมีอาการมานานเป็นปี ๆ โอกาสเป็นโรคมะเร็งยิ่งน้อยมาก และโรคนี้ไม่เป็นสาเหตุของโรคลำไส้อักเสบ ซึ่งไม่ค่อยพบในคนไทย แต่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาสำคัญของชาวตะวันตก

การวินิจฉัยโรค

โรคไอบีเอส จะได้รับการวินิจฉัยก็ต่อเมื่อแพทย์ได้วินิจฉัยแยกโรคอื่น ๆ หรือหาโรคอื่นที่จะอธิบายว่าป็นสาเหตุของโรคไม่ได้โดยแพทย์ซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ ตรวจเอกซเรย์ลำไส้ใหญ่ หรือส่องกล้อง ตรวจลำไส้ใหญ่ ซึ่งผลการตรวจร่างกายและการสืบค้นต่าง ๆอยู่เกณฑ์ปกติ

 โรคลำไส้ทำงานแปรปรวน เป็นโรคของลำไส้ที่ทำงานผิดปกติไป ทั้งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ร่วมกับมีอาการท้องเสีย หรือท้องผูก โดยที่ตรวจไม่พบพยาธิสภาพที่ลำไส้ เช่น ส่องกล้องตรวจลำไส้จะไม่พบลักษณะของการอักเสบ ไม่มีแผลที่เยื่อบุลำไส้ และไม่พบก้อนเนื้องอกหรือมะเร็ง เป็นต้น

แนวทางในการรักษาโรค

เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคลำไส้แปรปรวนที่แน่ชัด การรักษาจึงมุ่งหวังบรรเทาอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นแป็นหลัก เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ในกรณีที่อาการเป็นน้อย การดูแลเรื่องอาหาร การดำเนินชีวิต และหลีกเลี่ยงภาวะเครียด ก็อาจเพียงพอที่จะบรรเทาอาการได้ แต่ถ้าอาการรุนแรงมากขึ้น แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาหรือการกรักษาอื่นๆ เพิ่มเติม

ยาใหม่ที่ใช้รักษาเฉพาะ ได้แก่ alosetron และ tegaserod อะโลซิตรอน เป็นยาที่ออกฤทธิ์ช่วยให้กล้ามเนื้อเรียบของลำไส้ใหญ่คลายตัว และช่วยให้กากอาหารผ่านลำไส้ช้าลง ตัวยาจัดอยู่ในกลุ่ม nerve receptor antagonist เมื่อนำมาใช้พบว่าบางรายเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง ปัจจุบันจึงจำกัดการใช้เฉพาะในรายผู้ป่วยหญิงที่มีอาการท้องเสียรุนแรงเป็หลักและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาชนิดอื่น ส่วนยาอีกชนิดที่ชื่อ เทกาซีรอด ใช้ในผู้ป่วยหญิงที่มีอาการท้องผูกเป็นหลัก ตัวยาออกฤทธิ์เหมือนกับซีโรโทนิน

  1. การใช้ยาในกลุ่ม anticholinergics อาจได้ผลดีในผู้ป่วยบางราย
  2. ยาที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้า ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการท้องเสียเด่น แพทย์จะเลือกใช้ยาต้านซึมเศร้าในกลุ่ม tricyclic antidepressants เช่น imipramine หรือ amitriptyline สำหรับในกรณีที่ผู้ป่วยมีอากรท้องผูกเด่น นิยมเลือกใช้ยาในกลุ่ม SSRIs เช่น fluoxetine หรือ paroxetine
  3. ยาแก้ท้องเสีย เช่น loperamide (Imodium) ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียที่เกิดขึ้น
  4. เสริมไฟเบอร์ เช่น psyllium (Metamucil) หรือ methylcellulose (Citrucel) เพื่อช่วยควบคุมอาการท้องผูก และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สเยอะ
  5. ผู้ป่วยบางรายอาจต้องได้รับการบำบัดเพื่อลดความเครียด

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

S! Radio
ระนาดสายรุ้ง
เพลง ลาวดำเนินทราย(บรรเลงเดี่ยวระนาดไม้นวม)
ศิลปิน ถาวร ศรีผ่อง
อัลบั้ม ระนาดสายรุ้ง
ดูเนื้อเพลงคัดลอกโค้ดเพลงนี้

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 16/09/2009 เวลา : 07.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จ่าน่าจะเข้าข่ายไหมหนอ..
ไปไหนมาไหน..ขึ้นรถลงเรือ.
ปวดท้องเหมือนจะฉี่..
แต่ไปแล้วฉี่ไม่ออก..
โอเคนะครับผม..จ่าเอาบุญมาฝาก...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ตนภูเก็จ วันที่ : 15/09/2009 เวลา : 10.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watlayan

สวัสดีครับคุณนกน้อยแห่งโพหัก
ทุกวันนี้มนุษย์เราใช้ชีวิตแบบเร่งรีบและมีความเครียดค่อนข้างสูง ประกอบการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ผมไปเดินตามห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารจำพวกแฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอดเคเอฟซี มักจะมีบรรดาวัยรุ่นหรือผู้ปกครองพาบุตรหลานตัวเล็กๆไปนั่งกินเต็มโต๊ะ ในขณะที่ร้านอาหารแบบไทยๆประเภทข้าวราดแกงกลับมีผู้คนเข้าไปอุดหนุนไม่มากเท่าไร ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนไทยจึงมีโรคแปลกๆเกิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ทุกวันนี้ผมยังติดใจน้ำพริกปลาทู ฝีมือแม่อีหนูที่บ้านไม่เปลี่ยนแปลงดีทั้งสุขภาพกาย ดีทั้งสุขภาพใจ จริงๆนะจะบอกให้
แวะมาทักทายครับ จากใจ..ตนภูเก็จ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายอยากบอก วันที่ : 14/09/2009 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yhakbok

ตามมาตอบ
คุณ นกน้อยแห่งโพหัก อยู่ดำเนินสะดวกแค่นี้เอง
รีบๆๆมาทานผัดไทยนะครับ ...แม่ค้ารอที่จะขายนะครับ
http://www.oknation.net/blog/yhakbok/2009/09/12/entry-1

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จันท์เทศ วันที่ : 14/09/2009 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karmut
วันนี้คุณ ยิ้มให้ผมหรือยัง อิอิ

กินให้เป็นเวลา อย่ากินจนล้น กรดไม่ไหลย้อนแน่ครับ

สำคัญอย่าเมาจนอ๊วกบ่อยๆ ด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ananya วันที่ : 14/09/2009 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kobnoi
รักในหลวง ร่วมใจปกป้องสถาบัน

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ ไม่รู้ตัวเองเข้าข่ายหรือเปล่า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน