*/
  • นกน้อยแห่งโพหัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawee_u@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-24
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 1122606
  • จำนวนผู้โหวต : 283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
งานเข้าพรรษาโพหักปี53***ไม่สงวนลิขสิทธิ์....ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ...คำสอนของท่านพุทธทาส

งานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ครั้งที่ 5 ประจำปี2553

View All
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2552
Posted by นกน้อยแห่งโพหัก , ผู้อ่าน : 6510 , 12:09:55 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บังเอิญได้ไปอ่านบทความนี้เข้าและเห็นว่าน่าสนใจดีจึงนำมาฝากใก้ทุกคนได้อ่านกัน....

     ดีท็อกเพื่อล้างพิษ

    รศ.ดร. สุรพจน์ วงศ์ใหญ่..... คณบดีคณะการแพทย์แผนตะวันออก....    

  มหาวิทยาลัยรังสิต

ทุกวันนี้เราอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษและมีความเครียดสูง ปัญหาหลักอย่างหนึ่งเกิดจากสารพิษที่ปนเปื้อนในอาหารในกลุ่มยาฆ่าแมลง และฮอร์โมนที่ใช้เร่งการเจริญเติบโตของทั้งพืชและสัตว์ รวมทั้งจากยาเคมีที่เรารับประทานเวลาป่วย  ทำให้ร่างกายรับสารพิษมากเกินควร แล้วเราจะป้องกันและกำจัดสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?

ปัจจุบันมีการพูดกันมากเรื่องการกำจัดสารพิษหรือดีท็อก ซึ่งมาจากศัพท์ภาษาอังกฤษคือ detoxification และการทำความสะอาดภายในร่างกาย แต่หลายคนก็ไม่เข้าใจว่าที่แท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่

:

รูปจากwww.konthai.biz/index.asp?pageid=0072&title=%...

การกำจัดสารพิษของร่างกาย

ร่างกายที่ปกติจะไม่มีการสะสมและดูดซับสารพิษดังเช่นฟองน้ำ แต่มีกลไกของร่างกายที่จะต่อต้านและกำจัดสารพิษแม้เวลาที่เราพักผ่อนนอนหลับก็ตาม โดยปกติยิ่งร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและอ่อนวัยเท่าไรกลไกนี้จะมีประสิทธิภาพมากเท่านั้น ในทางกลับกันยิ่งแก่ตัวและสุขภาพไม่ดี กระบวนการนี้ก็จะเสื่อมถอย  ในปัจจุบันจะเห็นว่ามีการประชาสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลาให้เห็นพิษภัยของสารพิษที่มากับอาหารและอากาศเป็นประจำ กระทรวงสาธารณสุขเองถึงได้รณรงค์เรื่องอาหารปลอดภัยหรือ Food Safety ดังที่เห็นอยู่ เป็นเพราะตระหนักถึงพิษภัยต่อสุขภาพของประชาชน เป็นที่ทราบกันแล้วว่ากระบวนการกำจัดสารพิษของร่างกายเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและเกี่ยวกับหลายระบบ เช่น ระบบภูมิต้านทาน (โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาว) ปอด ไต ช่องท้อง ตับและผิวหนัง

วัตถุดิบหรืออาหารที่รับประทานเข้าไปคือ ไขมัน โปรตีนและน้ำตาล จะถูกเผาผลาญเพื่อสร้างพลังงานให้แก่ร่างกายและหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ กระบวนการเผาผลาญในร่างกายจะก่อให้เกิดของเสียขึ้นเช่นเดียวกับบุหรี่ที่มีขี้บุหรี่เกิดขึ้น ปัญหาคือของเสียที่เกิดขึ้นในร่างกายส่วนหนึ่งเป็นพิษต่อร่างกายถ้าไม่รีบกำจัดออกไป

การอดอาหารเป็นวิธีการดีท็อกที่มีประสิทธิภาพ

การอดอาหาร (fast) เปรียบเสมือนการจำกัดปริมาณสารอาหารที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งในการลดแคลอรีเข้าสู่ร่างกาย  โดยมีหลายวิธีที่จะอดอาหารเช่นการดื่มน้ำผลไม้และน้ำ การรับประทานแต่ผลไม้ เป็นต้น เมื่ออดอาหารโดยวิธีเช่นนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นและเห็นผลชัดเจนคือ น้ำหนักลดในช่วง 2-3 วันแรก บางคนอาจลดน้ำหนักลงได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

การอดอาหารเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ก่อนที่อดอาหารจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือผู้มีความรู้เพื่อไม่ให้กระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวและถ้าจำเป็นต้องอดอาหารก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์จะดีที่สุด

 ข้อห้ามสำหรับการอดอาหาร

ห้ามอดอาหาร ถ้ามีโรคดังต่อไปนี้

                โรคปอด (active pulmonary disease)

                มีแผลในกระเพาะอาหาร (bleeding ulcers)

                โรคเลือด

                มะเร็ง (cancer)

                โรคทางสมอง

                เบาหวาน (ชนิดพึ่งอินสุลิน)

                เกาต์ (gout)

                โรคไต

โรคหัวใจ (กล้ามเนื้อหัวใจตาย)

                เนื้องอก (tumours)

 ขั้นตอนและโปรแกรมการอดอาหาร

ในโปรแกรมอดอาหาร จะมีขั้นตอนก่อนและหลังอดอาหารแล้ว  บางทีอาจมีการใช้ยาสมุนไพรเสริมในระหว่างการอดอาหารก็ได้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้ามีการใช้ยาสมุนไพรอาจเสริมเข้าไปในช่วงการดื่มน้ำผลไม้ (ที่อาจเจือจางด้วยน้ำกลั่น) ก็ได้   ให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำกลั่นและสมุนไพรสองอย่างเท่านั้นในระหว่างการอดอาหารเพราะจะเกิดอันตรายได้

 กระบวนการก่อนอดอาหาร

กระบวนการก่อนอดอาหาร ควรเริ่มด้วยการดื่มน้ำผลไม้และน้ำ เป็นหลัก ดังนี้

วันที่ 1 : แทนอาหาร 1 มื้อ ด้วย ผลไม้

วันที่ 2 : แทนอาหาร 2 มื้อ ด้วย ผลไม้

วันที่ 3 : แทนอาหาร 3 มื้อ ด้วย ผลไม้

วันที่ 4 : รับประทานอาหาร 2 มื้อ และเป็นผลไม้ทั้งหมด

วันที่ 5 : รับประทานอาหาร 1 มื้อ และเป็นผลไม้ทั้งหมด

 เราสามารถดื่มน้ำกลั่นหรือน้ำผลไม้ได้เท่าที่ต้องการ

 ขั้นตอนของการดีท็อก

การดีท็อกด้วยการอดอาหารนั้น นอกจากข้อปฏิบัติในช่วงการอดอาหารแล้ว ยังมีอีก 2 ขั้นตอนที่ต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษนอกเหนือจากช่วงการอดอาหาร คือช่วงก่อนการอดอาหารและหลังอดอาหาร เป็นที่ทราบว่าการอดอาหารที่ดีที่สุด คือการรับประทานพวกพืชผักสมุนไพรและควรจะปฏิบัติตลอดช่วงโปรแกรมการอดอาหาร ในช่วงการอดอาหารอาจจะดื่มน้ำผลไม้ (โดยการเจือจางเท่าตัวด้วยน้ำกลั่น) การรับประทานพืชผักสมุนไพร และที่สำคัญคืออย่าดื่มแต่น้ำกลั่นอย่างเดียวแทนน้ำผลไม้

 การดีท็อกที่ดีที่สุดด้วยพืชผักสมุนไพร

1.       เปลือกของเมล็ดแมงลักเนื่องจากเป็นไยอาหารและเป็นเมือกเมื่อถูกน้ำจะช่วยทำความสะอาดลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่  และควรจะให้แน่ใจว่ารับประทานไวตามินซีอย่างพอเพียง (5,000-6,000 มิลลิกรัม/วัน) โดยละลายในน้ำหรือมีการใช้ยาสวนทวารเพื่อเป็นการเปิดช่องท้อง (ระบบขับถ่าย)

2.       ควรรับประทาน milk thistle (Silybum marianum) หรือสูตรอาหารที่ช่วยละลายไขมันร่วมกับไวตามีซีเพื่อช่วยให้การทำงานของตับในการกำจัดสารพิษออกจากเลือดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.       ใยอาหารที่สามารถก่อเมือก เช่น เปลือกเมล็ดแมงลัก เพ็คติน หรือรำข้าว จะช่วยป้องกันการดูดซึมกลับของสารพิษในทางเดินลำไส้เล็กได้

4.       รากของ goldenseal (Hydrastis canadensis) หรือสมุนไพรบางชนิดจะช่วยบำรุงระบบต่อมน้ำเหลืองในระหว่างการดีท็อก

 การอดอาหารด้วยการดื่ม

                การอดอาหารด้วยการดื่มน้ำ น้ำผลไม้ หรือรับประทานผลไม้ โดยเริ่มจากรับประทานอาหารเย็นในปริมาณไม่มาก เช่น สลัด ก่อนวันเริ่มอดอาหาร ถ้าใช้น้ำผลไม้ก็ควรเป็นน้ำแอปเปิ้ล องุ่น พีช หรือมะละกอ โดยการเจือจางเท่าตัวด้วยน้ำบริสุทธิ์ (เช่นน้ำกลั่น) และจิบช้าๆ

การอดอาหารด้วยการดื่มน้ำผลไม้

                ให้ดื่มน้ำผลไม้ที่เจือจางน้ำเท่าตัวตามที่ต้องการในช่วง 3-5 วันของการอดอาหาร

การอดอาหารด้วยการดื่มน้ำ

                ให้ดื่มแต่น้ำกลั่นตลอดช่วงที่อดอาหาร

การอดอาหารด้วยอาหารเหลวเสริมโปแตสเซียม

                อาหารเหลวเสริมโปแตสเซียม สามารถใช้ทดแทนน้ำในการอดอาหารได้  สำหรับวิธีการเตรียมอาหารเหลวเสริมโปแตสเซียมทำได้ โดยการต้มน้ำประมาณครึ่งลิตรให้เดือด แล้วเติมส่วนผสมของผักที่หั่นแล้ว 4 ถ้วย (ประมาณ 1 ลิตร) และหรี่ไฟอ่อนทันทีเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นให้ปิดไฟและตั้งทิ้งไว้ให้ตกตะกอน กรองและทิ้งกาก เอาน้ำผักที่ได้เก็บในตู้เย็นจนกว่าจะนำมารับประทาน

 การปฏิบัติหลังการอดอาหาร

ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ภายหลังการอดอาหาร คือ

วันที่ 1 :  ผสมน้ำ 2 ลิตรกับน้ำผลไม้ เช่น ส้มหรืออปริค็อต ปริมาณ 1 ลิตร ให้จิบครั้งละ 2 ช้อนชา

(10 มิลลิลิตร) ทุก 5 หรือ 10 นาที และให้แน่ใจว่ามีปริมาณมากพอจนถึงก่อนเข้านอน

วันที่ 2  : ผสมน้ำ 1 ลิตรกับน้ำผลไม้ 1 ลิตร และดื่มครึ่งถ้วย (118 มิลลิลิตร) ทุกๆ 2 ชั่วโมง และ

  ดื่มน้ำได้เท่าที่ต้องการ

วันที่ 3 :  ดื่มน้ำผลไม้ (ส้มหรืออปริค็อต) ครึ่งถ้วย ทุกๆ 2 ชั่วโมง และในระหว่างนี้สามารถดื่มน้ำ

ได้ 1 ลิตร และให้หั่นแอปเปิ้ลเป็นชิ้นเล็กๆผสมโยเกิร์ต 2 ถ้วย แล้วแบ่งเป็น 5 ส่วน

 ให้รับประทาน 1 ส่วน ทุกๆ 3 ชั่วโมง

วันที่ 4 :  รับประทานผลไม้ 1 มื้อ

วันที่ 5 :  รับประทานผลไม้ 2 มื้อ

วันที่ 6 :  รับประทานผลไม้ 3 มื้อ

วันที่ 7 :  รับประทานอาหารตามปกติ 1 มื้อ

วันที่ 8 :  รับประทานอาหารตามปกติ 2 มื้อ

 มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมภายหลังอดอาหารควรรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผลไม้และสลัด โดยกะให้มีสัดส่วนในปริมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของอาหาร

 โปรแกรมดีท็อก 18 วัน

ข้อปฏิบัติในการดีท็อกประกอบด้วย 3 ช่วง คือ ช่วงก่อนอดอาหาร ช่วงอดอาหาร และช่วงหลังอดอาหาร ต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างโปรแกรมการดีท็อก 18 วัน สำหรับวิธีการเตรียมอาหารและน้ำผลไม้ ขอให้ย้อนกลับไปดูในบทความตอนที่แล้ว

วันที่ 1-5

                เริ่มจากเข้าโปรแกรมช่วงก่อนอดอาหารดังได้กล่าวมาแล้ว เป็นเวลา 5 วัน ด้วยการใช้ผลไม้เป็นอาหารหลัก

วันที่ 6-8

                เข้าโปรแกรมช่วงอดอาหารโดยการใช้ น้ำผลไม้  อาหารเหลวเสริมโปแตสเซียม หรือใช้น้ำกลั่น

วันที่ 9-13

                เข้าโปรแกรมการปฏิบัติช่วงหลังอดอาหาร วันที่ 1-5  ดังที่ได้กล่าวมาในบทความตอนที่แล้ว

วันที่ 14-16

                รับประทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงและเสริมอาหารตามที่แนะนำ

วันที่ 17

                รับประทานอาหารมื้อหลักที่เพิ่มชนิดของอาหารให้มากขึ้นและเพิ่มโปรตีนมากขึ้น  เคี้ยวแต่ละคำอย่างน้อย 50 ครั้ง

วันที่ 18

                เพิ่มโปรตีนในอาหารมื้อหลักให้มากขึ้นอีก  แล้วกลับสู่อาหารมื้อปกติต่อไป

รายการอาหารและวิธีการเตรียมหลังอดอาหาร

                ภายหลังจากอดอาหารด้วยการดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำแล้ว  ให้รับประทานอาหารเบาๆดังนี้

รายการอาหาร

                ให้หลีกเลี่ยงการผสมอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเข้มข้น เช่น ห้ามผสมมันฝรั่งกับเนย หรือกล้วยกับไข่ สำหรับของหวานอาจรับประทานนมเปรี้ยวชนิดไม่หวานหรืออาจเป็นแอปเปิ้ลก็ได้

                ควรดื่มของเหลว 4 แก้วต่อวัน ของเหลวอาจเป็นน้ำดื่มหรือน้ำแร่  น้ำผลไม้เจือจางด้วยน้ำ หรือชาสมุนไพร

 วิธีการเตรียม

                เมื่อสิ้นสุดโปรแกรมอดอาหารแล้วเราจะออกจากโปรแกรม เราจะเตรียมผลไม้และสลัดเก็บไว้ในตู้เย็น เมื่อจะรับประทานผักก็ให้นำมานึ่งเป็นเวลา 3-4 นาที  ถ้าจะผัดก็เพียงแต่เติมน้ำมันพืชนิดหน่อยและรวนด้วยทัพพีไม้เป็นเวลา 2-3 นาที ก็พอ

การเตรียมน้ำสลัด

                น้ำสลัดอาจใช้น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวราดบนผักสด หรือผักผัด หรืออาจเติมนมเปรี้ยวผสมกระเทียมบดนิดหน่อย อาจใส่กระเทียมซอยบางๆก็ได้ และอาจใส่ใบสะระแหน่เพื่อให้มีรสชาติและกลิ่นที่ดี

 ตัวอย่างรายการอาหาร

อาหารเช้า

1.       รับประทานผลไม้ 2-3 ชิ้น เช่น แอปเปิล องุ่น มะละกอ กล้วย กีวี่

2.       รับประทานเมล็ดดอกทานตะวันหรือฟักทอง 60 กรัม

3.       ดื่มชาสมุนไพรไม่ใส่น้ำตาล หรือน้ำมะนาวและน้ำอุ่นที่เติมน้ำผึ้งครึ่งช้อนชา

 อาหารกลางวันและอาหารเย็น

1.       ทำสลัดที่ประกอบด้วยผักอย่างน้อย 4 ชนิด และผักอย่างน้อย 1 ชนิดเป็นผักสีส้มหรือแดง (เช่นแครอท มะเขือเทศ พริกแดง)

2.       ถ้าไม่สามารถรับประทานผักสดได้ก็ใช้วิธีนึ่งหรือผัดก็ได้ หรือใช้สลับกับสลัดผักสดก็ได้

 สามารถเพิ่มอาหารต่อไปนี้ได้ คือ  มันฝรั่งย่าง (ราดด้วยน้ำมันมะกอก)  ข้าวกล้องต้ม 1 ถ้วย   กล้วย 1-2 ใบ

หรือสลับกับอาหารที่เพิ่มเข้าไปอย่างอื่นคือ อาโวคาโด  เนย 60 กรัม  ไข่ต้ม   เต้าหู้

 อาหารปกติ

เมื่อสิ้นสุดโปรแกรมการดีท็อกแล้ว ให้เพิ่มชนิดอาหารให้มีมากขึ้นและให้มีโปรตีนมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นตัวเชื่อมเข้าสู่การรับประทานอาหารปกติ  ข้อควรจำอย่างหนึ่งคือ ให้เคี้ยวละเอียดและช้าๆ จะได้คุณค่าของอาหารสูงสุด การเคี้ยวให้ละเอียดยังเป็นกระตุ้นความรู้สึกว่าได้รับประทานอย่างเพียงพอ ในการเข้าสู่โปรแกรมดีท็อกควรจะทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน เพราะ ถ้าทำไม่ถูกต้องแล้วอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

                จะเห็นได้ว่าโปรแกรมการดีท็อกนั้นมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตลอด 18 วัน ซึ่งคงต้องใช้เวลาและการปฏิบัติที่เหมาะสม ซึ่งบางท่านอาจคิดว่ายุ่งยากและไม่สะดวกที่จะทำตาม ดังนั้นอีกทางเลือกหนึ่งคือหันไปป้องกันสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยการควบคุมและเลือกการรับประทานให้เหมาะกับตัวเองจะได้รักษาสุขภาพให้แข็งแร็งสมบูรณ์ตลอดไป


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ฅ.แรมทาง วันที่ : 08/10/2009 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonramtang

สวัสดี ค่ะเคยดีท๊อกร่างกาย แล้ว สบาย ตัวเบา
ถ้ากินเจได้ก็จะเป็นการลดสารพิษเข้า
สู่ร่างกายได้อีกทาง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 08/10/2009 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

เทศกาลกินเจปีนี้เจอกันครับ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แพรสะบัด วันที่ : 08/10/2009 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruboon
แพรสะบัด

สวัสดีคุณนกน้อย
ผมเคยอยู่บางแพมาก่อน เห็นเป็นชาวโพหักเลยแวะมาทักทาย ปัจจุบันอยู่เมืองเพชรฯ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แพรสะบัด วันที่ : 08/10/2009 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruboon
แพรสะบัด

สวัสดีคุณนกน้อย
ผมเคยอยู่บางแพมาก่อน เห็นเป็นชาวโพหักเลยแวะมาทักทาย ปัจจุบันอยู่เมืองเพชรฯ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซันญ่า วันที่ : 08/10/2009 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

๑๘ วัน ไม่มากหรอกค่ะ เทียบกับ อายุเรา ตอนนี้

.........ขอบคุณ ความรู้ ทั้งหมดค่ะ

น่าสนใจมาก

..........

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน