*/
  • นกน้อยแห่งโพหัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawee_u@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-24
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 1122601
  • จำนวนผู้โหวต : 283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
งานเข้าพรรษาโพหักปี53***ไม่สงวนลิขสิทธิ์....ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ...คำสอนของท่านพุทธทาส

งานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ครั้งที่ 5 ประจำปี2553

View All
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2552
Posted by นกน้อยแห่งโพหัก , ผู้อ่าน : 12668 , 15:39:41 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คำว่า L.D. ย่อมาจาก Learning disorder (ศัพท์ทางการแพทย์) หรือ Learning disability (ศัพท์ทางการศึกษา) อาจแปลภาษาไทยได้เป็นเด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้ L.D. เป็นภาวะที่เด็กมีความบกพร่องในการอ่าน เขียน โดยจะ สังเกตได้ว่าเด็กมีความยากลำบากในการอ่าน อ่านช้า ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตว่าลูกไมค่อยยอมอ่านป้ายเวลานั่งรถไป ตาม ถนน (ผิด กับเด็กทั่วไปที่มัก สนใจว่าป้าย โฆษณา ร้านค้า ป้ายถนน ทางด่วน เขียนว่าอะไร พยายามอ่าน และสอบถามพ่อแม่) เขียนสะกดคำ ง่ายๆ ผิดบ่อยๆ บางทีอาจสับสน ตัวเลขหรือตัวอักษรที่คล้ายกัน เขียนเป็นลักษณะกระจกเงา สะท้อน เช่น b - d , 6-9 จดหรือลอกงานการบ้านจากกระดานช้า กว่าเพื่อนๆ บางคนมี ประวัติพูดช้า ในวัยเด็ก (พูดคำแรกที่สื่อความหมายได้หลังอายุ 2 ปี) L.D. อาจพบได้ถึงร้อยละ6 ของเด็กวัยเรียน

สาเหตุ

เกิดจากส่วนหนึ่งของสมองซึ่งทำหน้าที่ในการถอดรหัสภาษาบกพร่อง โดยตามปกติคน ปกติที่อ่านหนังสือได้ จะสามารถเปลื่ยนลายเส้นของตัวอักษร ไปสู่ เสียงได้

  • แยกแยะตัวอักษรที่มี ลักษณะคล้ายกันไม่ออก สับสนหัวเข้าหัวออก เช่น ถ-ภ สับสนเลข 6-9

ขั้นตอนปกติของการอ่าน

การอ่านประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลักคือ

  1. การถอดรหัส (Decoding) เป็นการแปร และเชื่อมโยงลายเส้นของตัวอักษร ไป สู่ เสียง (Phonological processing) เช่น CAT --> Kuh-Aau-Tuh --> CAT (แมว) หรือ วาง --> วอ-อา-งอ --> วาง
  2. การจดจำคำได้ และเข้าใจความหมายของคำ (Word recognition & reading comprehension) เกิดต่อเนื่องจากการถอดรหัสภาษาไป สู่เสียงเมื่อเกิดเสียงในสมองก็จะจำได้ว่าเสียงนี้เคยได้ยินมาก่อน หมายถึงอะไร

เด็ก L.D. มักมีความบกพร่องของสมองส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการถอดรหัสภาษาไปสู่เสียง (Phonological processing ) ทำให้ยากลำบากมากในการอ่าน เขียน โดยเด็ก L.D.อาจจำเป็นต้องชดเชยความบกพร่องนี้โดยวิธีการจำลายเส้น ตัวอักษรทั้งหมด (จำทั้งกลุ่มก้อนของข้อความ) คล้ายการ อ่านเขียน
ภาษาจีน หรือญี่ปุ่น ซึ่งเป็นระบบภาษาอีกแบบ หนึ่ง คือเป็นภาษารูปภาพ ไม่มต้องีการถอดรหัสตัวอักษรไปสู่ เสียงเหมือนระบบภาษาไทย ภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปเด็กชั้นประถมปีที่ 1-2 จะ เรียนรู้วิธีการอ่าน (learn to read) ส่วนเด็กชั้นประถมปีที่ 3-4 จะใช้การอ่านเพื่อเรียนรู้ (read to learn) ดังนั้น เด็ก L.D. จะเริ่มเห็นปัญหาการเรียนชัดเจนเมื่อขึ้นชั้นประถมปีที่ 3-4

ลักษณะของความยากลำบากในการอ่าน

  1. พฤติกรรมการอ่าน
    • อาจมี ลักษณะอึดอัด ถอนหายใจ ดูเครียด คิ้วขมวด ยุกยิก
    • อาการไม่แน่ใจ ไม่มั่นคงทางอารมณ์ ร้องไห้
    • หลง ตัวอักษร เช่นอ่านซ้ำที่เดิม หลายครั้ง อ่านข้ามข้อความ ข้ามบรรทัด
    • ส่าย หน้า สั่นศีรษะ
    • จับหนังสืออ่านจนชิดหน้า
  2. อ่านคำไม่ถูกต้อง
    • อ่านข้าม เช่น เสียงดังฟังชัด อ่านว่าเสียงดังชัด
    • อ่านเพิ่ม เช่น ผีเสื้อมาถึง อ่านว่าผีเสื้อบินมาถึง
    • อ่านคำ อื่นมา แทน เช่นต้นตะแบก อ่านว่า ต้น ปะแดก
    • ออกเสียงผิด ปลูกบ้าน อ่านว่า ปูกบ้าน
    • อ่านสลับคำ
    • อ่านไม่ออก หยุดอ่านเมื่ออ่านมาถึง คำที่อ่านไม่ได้
    • อ่านช้ามาก พยายามอ่านทีละคำ นาทีหนึ่งอ่านได้เพียง20-30 คำ เท่านั้น (ในขณะที่เด็กปกติอ่านได้นาทีละ100 คำ ขึ้นไป)
  3. ไม่เข้าใจสิ่งที่อ่าน
    • จำรายละเอียดไม่ได้
    • จัดลำดับ ขั้นตอนไม่ได้
    • ไม่เข้าใจใจความสำคัญ
  4. ปัญหาอื่นๆ
    • อ่านทีละคำ
    • อ่านเว้นวรรค ผิด
    • อ่านเสียงเบามาก

ปัญหาในการเขียนของเด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้

  1. เขียนช้า ใช้เวลาเขียนแต่ละคำนานมาก
  2. ลายมือ อ่านยาก หรืออ่านไม่ออกเลย
  3. เขียนตัวอักษรกลับหลัง
  4. เขียนตัวอักษรเอียง เกินไป
  5. เว้นช่องว่าง ตัวอักษร ไม่เท่ากัน หรือไม่สม่ำเสมอ
  6. เขียนออกนอกบรรทัด
  7. ความเข้มของเส้นตัวอักษรไม่เท่ากัน
  8. สลับตัวอักษร
  9. สะกดคำ แล้วอ่านไม่ออก (สะกดผิดจน ไม่มีใคร อ่านได้)
  10. เขียนจำนวนคำในประโยคน้อย
  11. เมื่อครูให้เขียนเรียงความ เขียนได้เพียง 2-3 ประโยค สั้นๆ

การช่วยเหลือเด็ก L.D. เริ่มจากความเข้าใจ และยอมรับถึงปัญหาการเรียนของลูกก่อนและพยายามช่วยเหลือผ่านระบบการศึกษาพิเศษ

การศึกษาพิเศษ (Special Education )

ครูการศึกษาพิเศษเป็นครูที่จบปริญญาโทมาด้านการศึกษาพิเศษโดยเฉพาะ จะมีบทบาทมากในการช่วยปูพื้นฐาน และแก้ไขปัญหาการอ่าน เขียนให้ ในระบบการศึกษาของประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีคุณครูการศึกษาพิเศษประจำอยู่ทุก โรงเรียน แต่ในประเทศไทยโรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมในการให้การศึกษาพิเศษ สำหรับเด็ก L.D.
คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอบถามทางโรงเรียนที่ลูกศึกษาอยู่ ว่าคุณครูที่จบ การศึกษาพิเศษ หรือเคยได้รับการอบรมการศึกษาพิเศษหรือไม่ ถ้ามีควรนำ จดหมายจากแพทย์ที่มีข้อมูลปัญหาของเด็ก ผลการทดสอบ I.Q. และการทดสอบความสามารถในการอ่านเขียน เพื่อให้ครูการศึกษาพิเศษ ได้ช่วยเหลือเด็กต่อไป ถ้าไม่มีคุณครูการศึกษาพิเศษที่โรงเรียน หรือทางโรงเรียนไม่ร่วมมือเท่าที่ควร ควรค้นหาการสอนจากครูการศึกษาพิเศษ ภายนอกโรงเรียน เช่นที่ ภาควิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัย หรือตามโรงพยาบาลที่มี ครูการศึกษาพิเศษมาสอน

เด็กที่เป็น L.D. มักจะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเรียน บางคนอาจไม่ยอมเขียนอ่าน มี อารมณ์ ผิดหวัง ซึมเศร้า ท้อแท้ บางคนอาจโกรธ หงุดหงิด ก้าวร้าว คุณพ่อคุณแม่จึงควรใจเย็น ไม่ดุว่า ลงโทษเรื่องการเรียน พยายามใช้วิธีการให้รางวัล ให้คำชม และถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจลูก และพอรู้วิธีการสอนอ่านเขียน จะสามารถช่วยเหลือลูกด้านปัญหาด้านการเรียนได้มาก

imageที่มา : นพ.กมล แสงทองศรีกมล
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ยาจกน้อย วันที่ : 29/10/2009 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ya-jok

ปัจจุบันนี้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้นและมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ค่อนข้างมาก..อันเนื่องมาจากการเลี้ยงดูแบบผิดๆโดยการให้เด็กได้รับสื่อต่างๆโดยเฉพาะการดูทีวีมากเกินไป..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 28/10/2009 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

ขอขอบพระคุณครับ
ได้รับประโยชน์ยิ่งจากบทความนี้ครับ
โรงเรียนบนดอย มีนักเรียนพิเศษหลายคนครับ
คณะครูไดู้ร่วมดูแลให้เด็กร่วมเรียนรู้และพัฒนาตามศักยภาพของนักเรียนแตละคนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน