*/
  • นกน้อยแห่งโพหัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawee_u@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-24
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 1122768
  • จำนวนผู้โหวต : 283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
งานเข้าพรรษาโพหักปี53***ไม่สงวนลิขสิทธิ์....ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ...คำสอนของท่านพุทธทาส

งานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ครั้งที่ 5 ประจำปี2553

View All
<< กรกฎาคม 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 30 กรกฎาคม 2553
Posted by นกน้อยแห่งโพหัก , ผู้อ่าน : 7277 , 13:55:36 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 .....ปีนี้ถือเป็นปีที่5แล้วที่มีการจัดงานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ที่คิดริเริ่มการจัดงานนี้ขึ้นมาตั้งแต่เริ่มแรก   ก็น่าจะเป็นคุณครูมณฑิตย์สา มั่นฤกษ์ หรือครูหรั่ง คูณครูของเด็กๆชาวโพหัก ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญในการผลักดันให้มีการจัดงานฟื้นฟูประเพณีเก่าแก่ของชาวโพหักขึ้นมาอีกครั้ง...อีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีความสามารถเป็นอย่างมากในการร้องรำเพลงโทนอันเป็นการละเล่นในอดีตของชาวโพหัก.....

                                       

      รำโทน(โพหัก) เป็นการแสดงพื้นบ้านหรือการละเล่นพื้นบ้าน ของชุมชนบ้านโพหัก  อาจารย์มณฑิตย์สา มั่นฤกษ์ ครูโรงเรียนชุมชนวัดใหญ่โพหัก ซึ่งเป็นลูกหลานโพหักโดยกำเนิดได้ทำการขุดค้น ศึกษาหาข้อมูลจากคนเฒ่าคนแก่ที่ยังพอจำเรื่องราวได้ และรวบรวมเนื้อเพลงรำโทนมาฝึกร้องฝึกรำ โดยใช้กลุ่มผู้สูงอายุโพหัก ทำให้เพลงรำโทนโพหักได้กลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง....

                                         

.......สำหรับงานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหักปัจจุบันจัดโดยสภาวัฒนธรรมตำบลโพหัก  สำหรับปีนี้จัดงานขึ้นในวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2553โดยความร่วมมือของชาวโพหักทั้ง11หมู่บ้าน วัตถุประสงค์ก็เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวโพหัก .....


ชุมชนโพหัก ตำบลโพหัก อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรีถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น เพราะถือเป็นชุมชนของชาวไทยพื้นถิ่นแท้ในภาคกลาง  อันมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนดังคำขวัญที่ว่า  ."..ถิ่นโบราณโคกพลับ ต้นตำรับฟักไข่ วัฒนธรรมไทยลือชื่อ งานฝีมือเครื่องจักรสาน แหล่งวัวลานพันธุ์ดี เศรษฐกิจมั่งมีกุ้งก้ามกราม ..."

มีหลายบทความที่กล่าวสอดคล้องกันว่า“คนไทยภาคกลางพื้นถิ่นที่จังหวัดราชบุรี ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือชุมชนบ้านโพหัก  ด้วยความหลากหลายทางชาติพันธ์ในจังหวัดราชบุรี ทำให้ชาวไทยพื้นถิ่นแท้ๆ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดราชบุรี อาศัยกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ชาวไทยพื้นถิ่นกลุ่มใหญ่ที่ยังสามารถ รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษาพูด ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของตนเองเอาไว้ได้เป็นอย่างดี คือชาวไทยพื้นถิ่นบ้านโพหัก ในอำเภอบางแพ จ.ราชบุรี  อีกทั้งโพหักเป็นดินแดนที่มีผู้คนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่ขุดได้จากเนินโคกพลับ ”

******************************************************

มาเริ่มชมขบวนงานแบบพื้นบ้านกันเลยดีกว่า............. เริ่มตั้งขบวนกันประมาณบ่าย3โมง..แดดกำลังร้อนเลยทีเดียว...

....เริ่มที่ขบวนที่ 1 เป็นขบวนของหมู่ที่ 1 นำทีมโดยผู้ใหญ่นิตยา ....ปีนี้จัดขบวนด้วยหัวข้อสืบสานประเพณีงานบวชนาค

ตั้งแต่อดีตมางานบวชนาคถือเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดของชาวโพหักเพราะมีความเชื่อว่าเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังแสดงถึงความมีหน้ามีตาของพ่อแม่และญาติพี่น้องดังนั้นจึงมีการเตรียมการเป็นเดือนๆ....

งานบวชนาคโดยมากที่โพหักจะจัดขึ้นประมาณช่วงก่อนเข้าพรรษา 2 เดือน..เพื่อให้นาคอยู่จำพรรษาให้ครบ 1 พรรษา

การบวชนาคที่โพหักโดยมากจะใช้ม้าเป็นพาหนะหลักในการนำนาค..ขณะเดินม้าก็จะออกท่าเต้นและลีลาตามจังหวะกลองยาวหรือแตรวงที่บรรเลงอย่างสนุกสนาน...

...ต่อมาเป็นขบวนของหมู่ที่ 2 ควบคุมขบวนโดยผู้ใหญ่ชัยนาม  ด้วยหัวข้อขบวนแห่เทียนประจำพรรษา.....

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการแห่เทียนพรรษาเพื่อนำไปถวายวัดจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่จำพรรษาที่วัดได้ใช้ประโยชน์.. เนื่องจากในสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าดังนั้นแสงจากเทียนจึงถือว่าจำเป็นมากในยามพลบค่ำ....

ขบวนแห่เทียนพรรษาถวายวัด....

เหล่าหนูออกท่าทีร่ายรำได้อย่างสวยงาม..

แม้ว่าอากาศจะค่อนข้างร้อนแต่เด็กๆกลุ่มนี้ก็สู้ไม่ถอย...

 

ต่อมาก็เป็นขบวนของหมู่ที่ 3 ควบคุมขบวนโดยผู้ใหญ่สุรพล  ด้วยหัวข้อประเพณีทำบุญตักบาตร 

ชาวโพหักมักจะไปวัดเพื่อทำบุญตักบาตรทุกวันพระและวันสำคัญต่างๆ.. และยิ่งถ้าเป็นวันหยุดด้วยแล้วผู้คนก็แทบจะเต็มศาลา...หากใครที่เคยมาโพหักก็จะเห็นว่าศาลาวัดใหญ่โพหักนั้นค่อนข้างใหญ่มาก

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่พบเห็นมาตั้งแต่อดีตในการไปวัดเพื่อทำบุญก็คือ ชาวบ้านจะจัดสำรับข้าวปลาอาหารใส่กระจาดและหาบเดินไปวัด...ปัจจุบันก็ยังมีให้เห็นอยู่

กระจาดที่ใช้ส่วนมากคนเฒ่าคนแก่ของชาวโพหักจะเป็นผู้ที่จักสานขึ้นมาเองในยามว่าง...เรื่องการจักรสานถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากของชาวโพหัก

การจัดสำหรับก็จะนำอาหารใส่ถ้วยชามใบน้อยที่มีฝาปิด..ถ้วยชามลักษณะนี้ในสมัยก่อนสามารถพบเห็นได้ทุกบ้าน...

รูปเหมือนของหลวงพ่อทองดี(เจ้าคุณในโกศ)...อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดใหญ่โพหัก....ซึ่งลูกหลานชาวโพหักล้วนศรัทธาท่านเป็นอย่างมาก......รูปเหมือนนี้ช่างฝีมือสร้างขึ้นจากเปลือกของกะลาได้อย่างสวยงาม

 

....ต่อมาก็เป็นขบวนของหมู่ที่ 4 เป็นขบวนของผู้ใหญ่นิคม....ชื่อขบวนประเพณีขนข้าวเข้าลาน

สืบเนื่องจากในอดีตชาวโพหักมีอาชีพทำนาเป็นหลัก ดังนั้นจึงมีประเพณีและความเชื่อที่ถูกสั่งสอนให้ยึดถือและปฎิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตเกี่ยวกับการทำนาให้ถูกต้องเพื่อให้เกิดศิริมงคลต่อตนเองและครอบครัวเช่น เวลาหุงข้าวจะไม่ใส่ไข่ไว้บนปากหม้อ  ไม่เก็บข้าวเปลือไว้ใต้ถุนบ้าน   และการไม่เหยียบย่ำข้าวสาร ข้าวสุก เมื่อข้าวหกต้องเรียกขวัญข้าว เป็นต้น

ความเชื่อเหล่านี้ยังคงยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมา ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะทำให้แม่โพสพตกใจ ขวัญเสียไม่อยู่ด้วย จะทำให้ทำมาหากินไม่ขึ้นจนมีคำกลอนกล่าวว่า.." สิ่งหนึ่งเนื้ออุ่นข้าวไว้ใต้ถุนห้ามหนักหนา....สิ่งหนึ่งจะขอไข่ใส่ปากหม้อเมื่อหุงข้าวปลา....จะสั่งเจ้าไว้อัปรีย์จังไรจะเกิดโรคา..."

พิธีที่สำคัญเกี่ยวกับการทำนาของชาวโพหักอาทิเช่น พิธีสารทนา พิธีแรกเกี่ยว พิธีการทำขวัญลานและพิธีทำขวัญยุ้ง พิธีเปิดยุ้ง เป็นต้น

นอกจากพิธีกรรมต่างๆแล้วก็ยังมีการละเล่นที่ร้องรำทำเพลงต่างๆเกี่ยวการทำนาอีกหลายอย่างเช่น..เพลงพานฟางจะใช้ร้องขณะพานฟาง(การเขี่ยฟาง)ในลานนวดข้าวโดยจะร้องขึ้นต้นว่า...

......พานเถอะหนาแม่พาน พานเถอะหนาแม่พาน.....แม่นั่งรอบๆขอบลานมาช่วยกันพานฟางเอย (ช)  ฝ่ายหญิงก็ร้องตอบว่า...พานเถอะหนาพ่อพาน พานเถอะหนาพ่อพาน ...ไอ้ท้ายรูดๆ ไอ้ตูดบานๆมาช่วยกันพานฟางเอย...เป็นต้น

.

 

...ต่อมาก็เป็นขบวนหมู่ที่ 5 นำโดยผู้ใหญ่มารุต  ชื่อขบวนประเพณีแห่ผ้าป่า

การแห่ผ้าป่าเพื่อนำเงินไปถวายวัดก็จะมีการจัดตั้งขบวน

โดยจะมีขบวนกลองยาวเพื่อช่วยสร้างความครื้นเครงให้กับขบวนแห่

 

...ขบวนต่อมาก็คือขบวนของหมู่ที่ 6 ควบคุมขบวนโดยผู้ใหญ่ปราโมทย์ อุ่นเกษม...ชื่อขบวนแขกอาสาเกี่ยวข้าว...

แขกอาสาเกี่ยวข้าวคือการที่ชาวบ้านมาช่วยกันทำนา โดยไม่ได้รับเงินค่าจ้างตอบแทน แต่จะเป็นการตอบแทนด้วยน้ำใจซึ่งเจ้าของนาก็จะเตรียมอาหารคาวหวานไว้เลี้ยง...ประเพณีนี้ทำให้คนในตำบลโพหักเกิดความสามัคคีปรองดองกัน มีความผูกพันธ์ซึ่งกันและกัน....

เจ้าของนาจะสื่อสารกับผู้มาร่วมลงแขกในท้องนาด้วยการปักเสาไม้ลวกไว้กลางทุ่งนามีธงผ้าแถบสีเป็นสัญลักษณ์ มีพู่มัดจากซังข้าวไว้คอยสื่อความหมายว่าวันนี้มีอาหารอะไรเลี้ยงบ้าง และยิ่งถ้าตั้งเสาสูงแสดงว่ามีคนมาช่วยแขกอาสามาก..

]

ถัดมาอีกก็เป็นขบวนของหมู่ที่ 7 ชื่อขบวนประเพณีกฐินสามัคคี จัดขบวนโดยผู้ใหญ่สำเนา

   

สัญลักษณ์หลักของประเพณีกฐินสามัคคีก็คือมัจฉากับจระเข้

ประเพณีนี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนสิบเอ็ดหลังออกพรรษา

          

เหล่าสาวงามออกท่าทีร่ายรำอย่างพร้อมเพรียง..

 ต่อมาเป็นขบวนของหมู่ที่8 เป็นขบวนประเพณีลอยกระทง....ผู้ใหญ่ชูชาติ

ต้องยกนิ้วให้สาวน้อยที่กางร่มคนนี้ที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมและอดทนแม้ว่าจะใช้เวลาเดินขบวนนานกว่า2ชั่วโมง...เท่าที่สังเกตดูหนูน้อยก็นั่งด้วยท่านี้ตลอดทางไม่มีวอกแวกหรือหันซ้ายหันขวาเธอมองไปข้างหน้าอย่างเดียว...เยี่ยมจริงๆ

ตบแต่งขบวนได้อย่างสวยงาม...

 

ต่อมาเป็นขบวนของหมู่ที่ 9 ขบวนประเพณีแห่ขันหมาก.......ผู้ใหญ่ณรงค์ฤทธิ์......

ขบวนนี้จับเอาเด็กๆมาแต่งองค์ทรงเครื่องได้อย่างแบบไทยๆ

ก็น่ารักไปอีกแบบ...รูปขบวนนี้อาจจะน้อยไปหน่อยเพราะคนถ่ายเริ่มล้าจากแดดที่ร้อน...ต้องยกนิ้วให้เหล่าเด็กๆที่ร่วมเดินขบวนได้อย่างอดทน...

ต่อมาก็เป็นขบวนของหมู่ที่ 10 เป็นขบวนแห่ขนมไทยพื้นบ้าน....ของผู้ใหญ่สมบัติหรือผู้ใหญ่ดำของชาวหมู่10

หมู่นี้ต้องยกนิ้วให้ผู้ใหญ่บ้านที่ลงทุนแต่งตัวเป็นท่านเจ้าคุณเองเลย...แต่รู้สึกว่าชุดมันจะขาวไปหน่อยเลยมองไม่ค่อยเห็นหน้าผู้ใหญ่...

ตบแต่งขบวนได้สวยงาม...

ตามขบวนด้วยกระจาดหาบขนมพื้นบ้านหลากหลายชนิด...

กาละแมกวน..

ขนมสอดไส้...

ขนมตาล...

และหมู่สุดท้ายคือขบวนของหมู่ที่11 เป็นขบวนประเพณีตักบาตรทางเรือ.... ผู้ใหญ่ชาลี

เหล่าสาวนน้อยออกท่าทีจังหวะได้อย่างพร้อมเพรียง

การตักบาตรทางเรือถือเป็นประเพณีที่คู่กับชาวโพหักมาช้านานเพราะพื้นที่โพหักมีคลองพาดผ่านนับสิบสาย จึงทำให้ชาวโพหักมีวิถีชีวิตที่ผูกพันธ์กับสายน้ำมาเนิ่นนาน

ปัจจุบันการตักบาตรทางน้ำได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง...

และปิดท้ายด้วยขบวนของชาวไทยลาวโซ่งจากพื้นที่ใกล้เคียงนั่นคือตำบลดอนคาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโพหัก

....ชาวไทยลาวโซ่ง
ชาวลาวโซ่งมีถิ่นฐานเดิมอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างญวนกับอาณาจักรหลวงพระบาง ซึ่งทำสงครามรุกรานกันอยู่เป็นประจำชาวลาวโซ่งจึงต้องอพยพโยกย้ายถิ่นฐานเพื่อหนีภัยสงคราม บางกลุ่มโยกย้ายไปอยู่ในถิ่นญวน บางกลุ่มย้ายเข้าไปอยู่ในอาณาจักรหลวงพระบาง ทั้งไปเองโดยสมัครในและถูกกวาดต้อนไป รวมทั้งการอพยพเข้ามายังดินแดนประเทศไทยด้วย
         

 ลาวโซ่งที่เข้ามายังประเทศไทยในสมัยกรุงธนบุรี  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดฯ ให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรีต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระานั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  3  ได้โปรดฯ ให้ชาวลาวโซ่งที่อพยพเข้ามาใหม่ตั้งหลักแหล่งที่บ้านหนองปรง  อำเภอเขาย้อย  จังหวัดเพชรบุรี ภายหลังเมื่อจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ชาวลาวโซ่งจึงพากันอพยพโยกย้ายไป ตั้งหลักแหล่งในพื้นที่ใกล้เคียงและขยายออกไป ส่วนหนึ่งเข้ามาตั้งหลักแหล่งในจังหวัดราชบุรี ที่บ้านตลาดควาย อำเภอจอมบึง บ้านดอนคลัง บ้านบัวงาม บ้านโคกตับเป็ด อำเภอดำเนินสะดวก บ้านดอนคา บ้านตากแดด บ้านดอนพรหม อำเภอบางแพ และที่บ้านเขาภูทอง อำเภอปากท่อ

ชาวไทยลาวโซ่งแต่งกายด้วยชุดพื้นบ้านที่สวยงาม

ชุดพื้นบ้านของชาวไทยลาวโซ่งจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ชาวไทยลาวโซ่งมาร่วมขบวนด้วยทุกปี แต่รู้สึกว่าปีนี้จะมาน้อยกว่าทุกปี

รูปนี้เป็นน้ำใจริมทางที่มอบให้ผู้ร่วมเดินขบวน...ทุกปี...

สวัสดีครับ..แล้วพบกันใหม่ปีหน้าครับ...

**************************************************************

ชาวชุมชนโพหัก..ขอเชิญสมัครสมาชิกเครือข่ายชาวชุมชนโพหักทางFacebookเพื่อแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับชุมชนโพหัก..

link  http://www.facebook.com/pages/kherux-khay-chaw-chumchn-pho-hak/159628777409889?v=wall

                                                                                 ภาพและเรื่องโดย..ภัทรภร อุ่นเกษม


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นกน้อยแห่งโพหัก วันที่ : 30/07/2010 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nonglek
.....รู้จักให้  รู้จักอภัย  จะสุขใจกว่าใครๆ......

สงกะสัยว่าระบบคงมีปัญหาแน่ๆเพราะกว่าจะโพสต์เรื่องได้ก็เล่นเอาซะเหนื่อยไปเลย...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน