*/
  • นกน้อยแห่งโพหัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawee_u@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-24
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 1122521
  • จำนวนผู้โหวต : 283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
งานเข้าพรรษาโพหักปี53***ไม่สงวนลิขสิทธิ์....ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ...คำสอนของท่านพุทธทาส

งานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ครั้งที่ 5 ประจำปี2553

View All
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม 2553
Posted by นกน้อยแห่งโพหัก , ผู้อ่าน : 3869 , 12:10:10 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ยาจกน้อย โหวตเรื่องนี้

..อ่านข่าวนี้แล้วก็ยอมรับว่าน่าตกใจแทนน้องปลายฟ้าที่อยู่ๆต้องจ่ายเงินภาษีถึง2แสนบาท จากเงินรางวัลที่ได้รับในการโหวตชื่อหลินปิงทั้งๆที่ได้จ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว...เรื่องนี้ถือเป็นอุธาหรณ์สำหรับผู้ที่ได้รับเงินรางวัลจากการชิงโชคทุกท่านว่าเงินรางวัลที่ได้รับนั้นจะต้องมีการเสียภาษี 2ครั้ง คือ1.ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% เป็นเงินภาษีที่ต้องจ่ายเลยครั้งแรก  2.ภาษีเงินได้หรือ ภงด.90 ซึ่งจะต้องชำระภาษีจากเงินได้ร้อยละ 30(คิดจากมูลค่าเงินรางวัล)... เชื่อว่าหลายๆคนก็ไม่ทราบในเรื่องนี้ เพราะทุกคนต่างก็คิดว่าเมื่อได้เสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายในครั้งแรกแล้วทุกอย่างก็จบไม่คิดว่าจะต้องมาเสียทีหลังอีก  ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วเจ้าหน้าที่ ที่เป็นผู้จ่ายเงินรางวัลและหักภาษีในครั้งแรกนั้นควรมีการแนะนำให้ผู้ได้รับรางวัลทราบว่า..ต้องไปยื่นแบบแสดงรายได้เพื่อเสียภาษีอีกหนึ่งครั้งที่สรรพกร..เพื่อจะได้ไม่ต้องถูกเรียกเก็บย้อนหลัง....อย่างไรก็ตามหากดูแล้วภาษีเงินได้ที่ต้องเสียร้อยละ30 นั้นถือว่าเป็นการคิดภาษีที่ค่อนข้างแพง...แล้วอย่างนี้ถ้าผู้ที่ได้รางวัลไม่ทราบเรื่องนี้พอผ่านไป10ปีสรรพกรมาเรียกเก็บย้อนหลังเค้าจะทำอย่างไร..คงต้องขายบ้านขายที่เพื่อนำเงินมาเสียภาษี...อย่างนี้หละมั้งที่เค้าเรียกว่าทุกขลาภ....

ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ...ในแง่สรรพากร รางวัลที่ท่านผู้โชคดีได้รับไม่ว่าจะได้เป็นเงินสด หรือสิ่งของ หรือประโยชน์ใดๆ เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร โดยจัดเป็นเงินได้ที่เป็นเงินรางวัลที่ได้จากการประกวด การแข่งขัน หรือการชิงโชค อันเป็นส่วนหนึ่งของเงินได้อื่นๆ ที่มิใช่เงินได้จากการธุรกิจหรือการให้บริการ การพาณิชย์หรือการค้าขาย การเกษตรกรรม การอุตสาหกรรมหรือการผลิตสินค้าเพื่อขาย การขนส่ง

ในเบื้องต้นผู้มีเงินได้ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ของยอดเงินได้   สิ้นปีนี้ท่านผู้โชคดีต้องนำเงินรางวัลที่ได้รับไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไปอีกด้วย หากไม่อยากเป็นภาระมากให้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 เสียภาษีเงินได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ได้รับรางวัลเลย ก็จะเป็นความไม่ประมาท เมื่อสิ้นปีจะได้ไม่ต้องไปเสียภาษีเพิ่ม

ที่มา ..  www.rd.go.th/spt4/fileadmin/user_upload/.../article_16.htm

น้องปลายฟ้า" หนูน้อยผู้โชคดีจากการโหวตตั้งชื่อ"หลินปิง" คว้าเงินพร้อมรางวัลรถเก๋งมูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท กำลังเผชิญวิบากกรรมถูก "สรรพากร" ยื่นโนติสเรียกเก็บภาษีอีกกว่า 2.1 แสนบาท ยายโวยลั่นไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเสียภาษีถึง 2 ต่อ...

"น้องปลายฟ้า" หนูน้อยผู้โชคดีจากการโหวตตั้งชื่อแพนด้าน้อย"หลินปิง" คว้าเงินพร้อมรางวัลรถเก๋งมูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท กำลังเผชิญวิบากกรรมถูก "สรรพากร" ยื่นโนติสเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา(ภงด.90) อีกกว่า 2.1 แสนบาท ยายโวยลั่นไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเสียภาษีถึง 2 ต่อ ทั้งๆที่ตอนแรกถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้วกว่า 8 หมื่นบาท ตอนนี้ไม่เหลือเงินจ่ายภาษีแล้ว ด้าน จนท.แจงเป็นกฎหมายบังคับพร้อมแนะนำให้ยื่นอุทธรณ์ขอลดหย่อน หรือผ่อนผันจากอธิบดีกรม สรรพากร ย้ำให้รีบยื่นขอชำระภาษีโดยด่วนเพราะจะโดนเบี้ยปรับร้อยละ 1.5 ต่อเดือนจนกว่าจะชำระภาษี

คุณยาย "น้องปลายฟ้า" หนูน้อยผู้โชคดีคว้ารางวัลที่ 1 จากผลโหวตตั้งชื่อแพนด้าน้อย "หลินปิง" ที่ลืมตาดูโลกเมื่อปี 52 ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ โวยถูกสรรพากรรีดภาษีอ่วมกว่า 2 แสนบาทครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 90 ถนนเรืองสวัสดิ์ ต.วานรนิวาส อ.วานร-นิวาส จ.สกลนคร เพื่อสอบถามนางมะลิวัลย์ พิลาศรี อายุ 59 ปี กรณีร้องเรียนขอความเป็นธรรมเรื่องที่ถูกสรรพากรจังหวัดสกลนครส่งจดหมายทวงหนี้และเร่งรัดให้ไปชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภงด.90 ประจำปี 2553 วงเงิน 210,000 บาท ของ ด.ญ.ปลายฟ้า สีหาคม อายุ 3 ขวบ หลานสาว ซึ่งเป็นผู้โชคดีจากการโหวตชื่อ "แพนด้าน้อยหลินปิง" เมื่อวันที่ 12 ส.ค.52 ได้เงินรางวัล 1 ล้านบาท พร้อมรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ 1 คัน และไปทัวร์เยี่ยมชมแพนด้าที่ประเทศจีน 4 วัน 3 คืน

ทั้งนี้ นางมะลิวัลย์ระบุว่า ตอนที่หลานสาว หรือ "น้องปลายฟ้า" ได้รับรางวัลทั้งเงินสดและรถเก๋ง รวมมูลค่าประมาณ 1.6 ล้านบาท ได้มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 5 ไปแล้ว จำนวน 80,000 บาท แต่ตนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีจดหมายทวงหนี้จากสรรพากรจังหวัดสกลนคร ระบุให้น้องปลายฟ้าต้องไปชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกกว่า 2 แสนบาทด้วย เพราะเงินรางวัลที่ได้มาก็นำไปสร้างบ้านใหม่หมดไปกว่า 6 แสนบาท พร้อมตั้งชื่อบ้านว่า "หลินปิงให้โชค" ส่วนรถเก๋งก็ขายไปประมาณ 5 แสนบาท เงินจำนวนนี้นำไปฝากบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งเอาไว้เป็นทุนการศึกษาของหลานสาว ส่วนเงินที่เหลืออีกประมาณ 3 แสนบาท ก็ต้องเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูหลานสาว จึงไม่รู้ว่าจะหาเงินไปจ่ายภาษีอีกกว่า 2 แสนบาทได้ อยากให้สื่อมวลชนช่วยเหลือว่าจะมีช่องทางแก้ไข หรือลดหย่อนเงินที่จะต้องจ่ายได้หรือไม่

ต่อมาเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวได้พานางมะลิวัลย์ และ ด.ญ.ปลายฟ้าไปพบ น.ส.วัลภา มาลาเพชร สรรพากรพื้นที่จังหวัดสกลนคร เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น โดย น.ส.วัลภาชี้แจงว่า เป็นการเรียกเก็บภาษีตามที่กฎหมายกำหนด คือนอกจากจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 5 แล้ว บุคคลที่ได้เงินรางวัลต่างๆจะต้องมีหน้าที่ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภงด.90 ในช่วงสิ้นปีอีก กรณีของ "น้องปลายฟ้า" จะต้องชำระภาษีจากเงินได้ร้อยละ 30 แต่เนื่องจากไม่ได้แจ้งยื่นขอชำระภาษีดังกล่าวตามกำหนด จึงถูกคิดค่าปรับอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน รวมเป็นเงินประมาณ 210,000 บาท

ด้านนางมะลิวัลย์กล่าวว่า เงินที่ได้รางวัลมาส่วนหนึ่งก็นำมาใช้จ่ายแล้ว เพราะฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ขณะนี้มีเงินเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านเพียง 3 แสนบาทเท่านั้น ตนเองก็ไม่มีรายได้อื่น ต้องกินต้องใช้จากเงินก้อนนี้เท่านั้น หากต้องมาชำระภาษีหมดก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะกินอะไรกัน หากจะให้ผ่อนชำระก็คงผ่อนได้เดือนละ 500-1,000 บาทเท่านั้น ซึ่ง น.ส.วัลภาชี้แจงว่า การผ่อนชำระภาษีสามารถกระทำได้ อย่างกรณีของสรรพากรพื้นที่สามารถอนุมัติให้ผู้เสียภาษีผ่อนชำระได้สูงสุด 24 เดือน ซึ่งกรณีของน้องปลายฟ้าจะตกเดือนละ 8,750 บาท การขอลดหย่อนชำระภาษี หรือจำนวนงวดมากกว่า 24 เดือน จะต้องยื่นอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมสรรพากรเป็นรายบุคคลเท่านั้น

"ดังนั้น เพื่อไม่ให้ภาระเงินภาษีและค่าปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อไปเรื่อยๆ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่จัดพิมพ์แบบฟอร์มการชำระภาษีให้กับน้องปลายฟ้า เพื่อยื่นเรื่องขอชำระภาษีไปก่อน ส่วนจะลดหย่อนเท่าไหร่ หรือผ่อนกี่งวด ตรงนั้นค่อยมาว่ากันอีกครั้ง โดยแนะนำให้คุณยายของน้องปลายฟ้ารีบทำหนังสือยื่นอุทธรณ์ขอลดหย่อนกับทางอธิบดีกรมสรรพากรโดยตรงอีกทางหนึ่งด้วย" น.ส.วัลภาสรุป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทราบขั้นตอนต่างๆจากเจ้าหน้าที่แล้ว นางมะลิวัลย์ได้ขอตัวกลับบ้านไปปรึกษาญาติเพื่อดำเนินการยื่นแบบชำระภาษีฯ (ภงด.90) โดยขอเวลาอีก 2-3 วัน เพื่อหาเอกสารเงินได้มายื่นชำระภาษีและทำเรื่องขอลดหย่อน หรือขอผ่อนผันอีกครั้งหนึ่ง

ข้อมูล http://www.thairath.co.th/

             

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นกน้อยแห่งโพหัก วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nonglek
.....รู้จักให้  รู้จักอภัย  จะสุขใจกว่าใครๆ......

สวัสดีค่ะ..คุณneti...การเสียภาษีถือเป็นหน้าที่ของคนไทยก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ว่าในกรณีนี้ควรมีการแจ้งและชี้แจงให้ผู้รับรางวัลได้ทราบตั้งแต่ต้นว่าจะต้องมีการเสียภาษีรายได้ตอนสิ้นปีอีกครั้ง เพื่อจะได้กันเงินรางวัลส่วนหนึ่งเพื่อมาจ่ายภาษี แต่ในกรณีนี้กลับปล่อยให้เวลาผ่านไปถึง1ปีเจ้าหน้าที่สรรพกรถึงมีหนังสือแจ้งเก็บย้อนหลัง บวกกับดอกเบี้ยอีกในแต่ละเดือนก็เลยกลายเป็นเงินจำนวนมาก...ชาวบ้านส่วนมากเค้าจะไม่ทราบข้อมูลเรื่องการเสียภาษีหรอกเพราะว่าพวกเค้าไม่ได้เป็นนักธุรกิจ...แม้ว่าคุณnetiจะคิดว่า..ทุกวันนี้คนไทยไม่มีระเบียบวินัยก็จริง แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องการมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีคนไทยอีกมากที่รักกัน มีน้ำใจต่อกัน....สำหรับกรณีนี้การที่สื่อได้เสนอข่าวออกมาก็ถือว่าดีน่ะเพราะมันเป็นอุธาหรณ์สำหรับผู้อ่านที่เผื่อเกิดโชคดีได้รับเงินรางวัลก้อนโตขึ้นมาจะได้รู้ว่าต้องเสียภาษีอย่างไรบ้าง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

ปกติเงินได้ประเภทรางวัล นี่ส่วนใหญ่คนที่จ่ายเงินรางวัล มักจะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว
กรณีนี้คงต้องไปดูในรายละเอียดว่า ถูกหัก นำส่งไว้เท่าใด และต้องคำนวณเงินได้สุทธิว่าต้องเสียภาษีเท่าใด ให้ละเอียดก่อน อาจเสียเพิ่มอีกไม่มาก
และหากไม่มีเงิน ก็คงต้องขอผ่อนผัน จ่ายเป็นรายงวดไป

แบบนี้จะเรียกว่า "ทุกขลาภ" ได้ไหมน๊อ

ขอบคุณที่ไปเยือนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
neti วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 12.34 น.

หน้าที่ของพลเมืองไทยคงไม่ต้องพูดถึง คนไทยที่มีรายได้ย่อมต้องเสียภาษีตามกฎหมาย จะบอกว่ารีดภาษีได้อย่างไร ยิ่งการได้รางวัลถือเป็นรายได้สุทธิ ยิ่งต้องเสียภาษีในอัตราที่สูง สื่อควรแนะนำส่งเสริมให้คนไทยที่มีรายได้ตามกฎหมายเสียภาษี อย่าไปส่งเสริมให้คนไทยที่มีรายได้หลีกเลี่ยงภาษีเลย โดยเฉพาะสื่อต่าง ๆ ควรเป็นแบบอย่างที่ดีของคนไทย หากผู้มีรายได้ตามเกณฑ์กฎหมายหลีกเลี่ยงไม่เสียภาษี ประเทศไทยจะอยู่ได้อย่างไร สื่อควรสร้างจิตสำนึกให้คนไทยปฏิบัติตามกฎหมายไทย ไม่ควรเอาทักษิณและญาติพี่น้องของเขามาเป็นเยี่ยงอย่าง ขนาดที่ว่าเป็นถึงนายกรัฐมนตรี ควรเป็นแบบอย่างให้คนไทย แต่กลับฉ้อฉลหลีกเลี่ยงการเสียภาษีโดยใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีเสียอีก เช่นการเลื่อนวันหยุดปีใหม่เพื่อประโยชน์กับเมียตัวเองในการได้ลดหย่อนการเสียภาษีการซื้อที่ดิน นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่เห็นชัด ส่วนที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำอะไรมากมายเพียงไหน อย่างไรบ้างคงต้องสืบเอา และประวัติศาสตร์คงจะเปิดเผยในที่สุด ประเทศไทยที่เป็นอย่างนี้เพราะคนไทยไม่มีระเบียบวินัย หนำซ้ำสื่อมักส่งเสริมให้ทำผิดกฎหมายเสียด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน