*/
  • นกน้อยแห่งโพหัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawee_u@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-24
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 1122520
  • จำนวนผู้โหวต : 283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
งานเข้าพรรษาโพหักปี53***ไม่สงวนลิขสิทธิ์....ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ...คำสอนของท่านพุทธทาส

งานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ครั้งที่ 5 ประจำปี2553

View All
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม 2553
Posted by นกน้อยแห่งโพหัก , ผู้อ่าน : 25804 , 13:59:01 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Surakant , ภาษาไทย และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สัญลักษณ์ของจังหวัดราชบุรี..ทำไมต้องโอ่งมังกร....

...คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนินฯ เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี ...

ถ้าพูดถึงจังหวัดราชบุรีหลายๆคนก็ต้องนึกถึงโอ่งมังกรอันเป็นสัญลักษณ์ที่ติดตามาช้านาน...เชื่อว่าบางคนก็อาจจะมีความสงสัยว่าสัญลักษณ์ของราชบุรีทำไมต้องเป็นโอ่ง อีกทั้งยังต้องเป็นลายมังกรด้วย....

ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นโอ่งลายมังกรนับสิบใบตั้งอยู่เรียงรายรอบบ้านเพื่อใช้เป็นภาชนะหลักใส่น้ำฝนในการอุปโภคและบริโภค  ถือเป็นเรื่องปกติที่เห็นจนชินตาสำหรับชาวชนบทที่บ้านแต่ละหลังจะมีโอ่งมังกรตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมากอย่างน้อยก็5-6ใบ หรือบางบ้านก็มีมากถึง10ใบ ทั้งนี้ก็เพื่อใช้เป็นภาชนะสำหรับเก็บรักษาน้ำฝนให้สามารถใช้ได้เป็นปีๆ ด้วยข้อดีของโอ่งมังกรที่สามารถใช้เก็บน้ำฝนได้นานๆโดยไม่ทำให้น้ำฝนเกิดกลิ่น หรือรสชาติที่เปลี่ยนแปลงไป  อีกทั้งด้วยคุณสมบัติเด่นอีกอย่างของโอ่งมังกรที่มีความทนทานต่อแดด-ฝนได้นานหลายสิบปีจึงทำให้โอ่งมังกรเป็นที่นิยมทั่วไป...และข้อดีอีกข้อคือ..น้ำฝนที่เก็บในโอ่งจะเย็น..เป็นเพราะโอ่งมังกรช่วยรักษาความเย็นเอาไว้...

...ปัจจุบันนี้ชาวจังหวัดราชบุรีถือว่ามีความชำนาญเป็นอย่างมากในการปั้นโอ่งและการเขียนลายมังกร

http://hilight.kapook.com

สาเหตุหลักที่ทำให้ให้ราชบุรีมีการปั้นโอ่งกันมากนั้นก็เป็นเพราะในพื้นที่ของราชบุรีมีดินแดงที่มีคุณสมบัติดีที่เหมาะสำหรับใช้ในการปั้นโอ่ง ด้วยเหตุที่ราชบุรีเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีชาวจีนอพยพเข้ามาทำมาหากินและตั้งหลักปักฐานกันมาก   โดยที่ชาวจีนส่วนหนึ่งที่อพยพมาก็มีวิชาความรู้ในการปั้นโอ่งติดตัวมาจากเมืองจีน  และได้เข้ามาเสาะแสวงหาพื้นที่ทำมาหากินพอได้ค้นพบว่าที่ราชบุรีมีดินแดงที่มีเนื้อดีมีอีกทั้งยังมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับที่เมืองจีน จึงได้ตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพการปั้นโอ่งที่ราชบุรี

ประวัติโอ่งมังกร

นายจือเหม็ง แซ่อึ้ง เป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่มาเมืองไทย เมื่ออายุ ๒๓ ปี นายจือเหม็ง สนใจงานศิลปะเครื่องปั้นดินเผามาตั้งแต่เด็กเป็นคนบุกเบิก ทำอุตสาหกรรม เครื่องปั้นดินเผา ที่จังหวัดราชบุรี และทำให้ เครื่องปั้นดินเผา ของจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะโอ่งมังกร มีชื่อเสียง ไปทั่วประเทศ

        นายจือเหม็ง  แซ่อึ้งและพรรคพวก  ได้รวบรวมทุนได้  3,000  บาท  ตั้งโรงงานเถ้าเซ่งหลีขึ้น  เป็นครั้งแรกในปี  พ.ศ.  2476  เป็นโรงงานขนาดเล็กบริเวณสนามบินอยู่ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลราชบุรีเดี๋ยวนี้     แหล่งดินสีแดงที่ราชบุรีก็ค่อนข้างจะมีคุณภาพเหมือนที่เมืองจีน  ดังนั้น  จากเดิมเราใช้โอ่งอ่างไหจากเมืองจีน  ผู้ริเริ่มก็ทำอ่าง  ไห  กระปุก  และโอ่งบ้างเล็กน้อย  ให้ชาวมอญราชบุรีใส่เรือไปเร่ขาย 

การทำโอ่งได้ริเริ่มอย่างจริงจังก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่  2  ดินขาวที่ใช้แต่งลวดลายเดิมได้มาจากเมืองจีน ต่อมาได้หาทดแทนจากดินที่ท่าใหม่จันทบุรี  และสุราษฏร์ธานี  เมื่อกิจการรุ่งเรืองขึ้น  โรงงานจึงขยายกิจการและผลิตโอ่งเพิ่มมากขึ้น หุ้นส่วนหลายคนแยกตัวไปตั้งโรงงานเอง  โดยเฉพาะในจังหวัดราชบุรี

ในจังหวัดราชบุรีมีโรงงานผลิตโอ่งอยู่ถึง  42  แห่ง  และเป็นโรงงานผลิตเครื่องเคลือบรูปแบบต่าง ๆ  ออกไปอีก  17  แห่งตามจังหวัดอื่น ๆ ที่แยกไปจากนี้คือที่อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา  จังหวัดชลบุรีและในกรุงเทพมหานครบริเวณ  สามเสน  เป็นต้น เจ้าของโรงงาน  ช่างปั้น  และประชาชนส่วนใหญ่ของจังหวัดราชบุรี  เมื่อครึ่งศตวรรษมาแล้วล้วนเป็นลูกหลานจีน  ดังนั้นช่างปั้นจึงได้คิดคัดเลือกลวดลายที่เป็นมงคล  และมีความหมายที่ดี  เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อผู้ใช้  นอกเหนือจากความงามเพียงอย่างเดียว  ที่สุดก็ได้เลือกสรรลวดลายมังกร  ซึ่งแฝงและฝังไว้ด้วยความหมายตามความเชื่อคตินิยมในวัฒนธรรมจีนลวดลายมังกรดั้นเมฆ  มังกรคาบแก้ว  และมังกรสองตัวเกี่ยวพันกัน  ล้วนเป็นสัตว์สำคัญในเทพนิยายของจีน  เป็นเทพแห่งพลัง  แห่งความดี  และแห่งชีวิต  ช่างปั้นเลือกเอามังกรที่มี 3 เล็บหรือ 4 เล็บ   เป็นลวดลายตกแต่งโอ่ง  ช่างผู้ชำนาญปาดเนื้อดินด้วยหัวแม่มือเป็นรูปมังกร โดยไม่ต้องร่างแบบ  ขีดเป็นลายมังกรด้วยปลายซี่หวี  เป็นหนวด นิ้วเล็บ ส่วนเกล็ดมังกรหยักด้วยแผ่นสังกะสีแล้วเน้นลูกตาให้เด่นออกมา 

สรุป..สาเหตุที่โอ่งส่วนมากจะเขียนลายมังกรก็เพราะว่ามังกรเป็นเสมือนสัตว์ชั้นสูงจากฟ้าที่ถือเป็นสัตว์มงคลและเป็นที่นับถือของชาวจีน บวกกับมังกรยังเป็นสัตว์ที่มีลวดลายที่สวยงาม.. ..  อีกทั้งคนไทยก็มีความเชื่อเรื่อง พญานาค ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับมังกร และมีหนังสือตำราพิชัยสงครามกล่าวถึงมังกรในการจัดขบวนทัพข้ามน้ำด้วย เรียกว่า มังกรพยุหะ จึงมีการเขียนรูปมังกรคล้ายพญานาคบนตัวโอ่งออกจำหน่าย และได้รับความนิยมจนกลายเป็นสัญลักษณ์ "โอ่งมังกร"



            ทั้งนี้ ลวดลายของโอ่งมังกร มีหลายแบบ โดยทั่วไปมังกรจะมีเพียง 3 เล็บ หรือ 4 เล็บ แต่ถ้าเป็นมังกรสัญลักษณ์ชั้นสูงของกษัตริย์หรือฮ่องเต้จะมี 5 เล็บ ซึ่งตามความเชื่อของจีนนั้น แบ่ง มังกร ออกเป็น 3 ชนิด คือ...

           1. หลง เป็นพวกที่มีอำนาจมากที่สุด อยู่บนฟ้า

           2. หลี เป็นพวกไม่มีเขา ชอบอยู่ในมหาสมุรทร

           3. เจียว
เป็นพวกมีเกล็ด อยู่ตามแม่น้ำ คลอง หรือถ้ำ

นอกจากนี้ จีน ยังจัดให้ มังกร มีระดับและหน้าที่แตกต่างกันไป คือ...

            1. มังกรฟ้า หรือมังกรสวรรค์ (เทียนหลง)  เป็นมังกรชั้นสูง มีหน้าที่คุ้มครองดูแลสวรรค์

            2. มังกรเทพเจ้า หรือมังกรจิตวิญญาณ (เซินหลง) มีหน้าที่ทำให้เกิด ลม ฝน แก่มวลมนุษย์

            3. มังกรพิภพ (ตี้หลง) มีหน้าที่กำหนดเส้นทาง ดูแลแม่น้ำ ลำธาร ห้วย หนอง คลองบึง

            4. มังกรเฝ้าทรัพย์ (ฝู ซาง หลง) มีหน้าที่เฝ้าขุมทรัพย์ของแผ่นดิน

คำและความหมายที่เรียกใช้ในโอ่งมังกร

       โคกหม้อ เป็นชื่อของตำบลหนึ่งในเขตอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีชื่อที่แปลกไม่ซ้ำแบบใคร และมีความหมายแฝงไว้ ในตัวเกี่ยวกับประวัติเรื่องราว เครื่องปั้นดินเผา ในเขตจังหวัดราชบุรี
       หลุมดิน เป็นตำบลเดียวของราชบุรีที่มีที่ดินเป็นลักษณะพิเศษ ซึ่งมีคุณภาพเป็นเลิศในการนำมาประกอบอุตสาหกรรมด้านนี้ ซึ่งในหลายสิบจังหวัด ไม่มีดินประเภทนี้และในปัจจุบันบรรดาโรงงานก็อาศัยดินจาก ตำบลนี้มาประกอบอุตสาหกรรม และจะสามารถนำมาใช้ได้หลายชั่วอายุคนยังนับว่าเป็นโชคของจังหวัดราชบุรีี อย่างมหาศาลที่มีทรัพยากรอันมีค่ายิ่ง
       มังกร ชาวจีนเรียกว่า เล้ง หรือหลงมังกรเป็นสัญลักษณ์ของชาวจีนถือว่าเป็นเครื่องหมายของความสำเร็จและความยินดี ญวนให้ความหมายของมังกรว่าเป็นความสง่างามและเป็นเทพเจ้าแห่งน้ำทะเลชาวเวียดนามถือว่าปลาซิวที่มีอายุ ๓ ปี จะกลายเป็นมังกรจึงไม่กินปลาซิว และในวรรณคดีไทยถือว่ามังกรเป็นสัตว์ป่าหิมพานต์  เช่นในกากีกลอนสุภาพของเจ้าพระยาพระคลัง ( หน ) และมีภาพปั้นมังกรในเมืองไทยหลายแห่ง เช่น ภาพมังกรดั้นเมฆ ลายบานประตูพระอุโบสถวัดราชโอรส ธนบุรี วัดมังกรกมลวาส หรือ เล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพฯ และเป็นชื่อต่าง ๆ ด้วย
      หินฟันม้า เป็นดินที่มีส่วนผสมของธาตุ ซีก้า ซึ่งมีลักษณะพิเศษ ที่นำมาเป็นตัวประสานกับสีฝุ่น และในการเขียนลวดลายต่าง ๆ ให้เป็นสีต่าง ๆ ได้ตามต้องการ

การทำโอ่งมังกรมีด้วยกัน  ๕  ขั้นตอน 

ขั้นตอนที่  ๑         การเตรียมดิน  เนื้อดินสีน้ำตาลแดงที่ได้จากท้องนาทั่วไปในจังหวัดราชบุรีเป็นเนื้อดินเหนียวที่มีคุณภาพดีเยี่ยม  มีความละเอียดเหนียวเกาะตัวกันได้ดีนำมาหมักไว้ในบ่อดิน  แช่น้ำทิ้งไว้  ๑  สัปดาห์เพื่อให้น้ำซึมเข้าในเนื้อดินให้ดินอ่อนตัวทั่วถึงกันและเป็นการทำความสะอาดดินไปในตัวด้วย  หลังจากนั้นตักดินขึ้นมากองไว้  แทงหรือตักดินด้วยเหล็กลวดให้เป็นก้อน  นำเข้าเครื่องโม่หรือเครื่องนวดเพื่อให้เนื้อดินเข้ากัน  แล้วใช้เหล็กลวดหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  ลวดตัวเก็ง  ตักดินที่โม่แล้วให้เป็นก้อนมีขนาดเหมาะพบกับการปั้นงานแต่ละชิ้นนำมานวด  โดยผสมทรายละเอียดเล็กน้อยอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้โอ่งมังกรมีเนื้อที่แกร่งและคงทนยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่  ๒      

  การขึ้นรูปหรือการปั้น  แบ่งออกเป็นสามส่วน  คือ

         ส่วนขาหรือส่วนกัน  โดยการนำดินที่ผ่านการนวดให้เป็นเส้นแล้วมีความยาวประมาณ  ๓๐  เซลติเมตร  วางลงบนแผ่นไม้  ซึ่งวางบนแป้น  ก่อนวางต้องใช้ขี้เถ้าโยเสียก่อนเพื่อไม่ให้ดินติดกับแผ่นไม้และสะดวกต่อการยกลง  เนื้อดินส่วนนี้มีลักษณะเป็นก้อนกลมหรือก้อนสี่เหลี่ยมแผ่ออกเป็นวงกลม  เส้นผ่าศูนย์กลางตามขนาดของโอ่งที่ต้องการ  จากนั้นนำดินเส้นมาวางต่อกันเป็นชั้นเรียนกว่า  การต่อเส้น  เมื่อปั้นตัวโอ่งและยกลงจากแป้นแล้ว  ตบแต่งผิวด้านนอกและ  ด้านใน  โดยการขูดดินที่ไม่เสมอกันออกให้ผิวเรียบ  แล้วใช้ลูบเพื่อให้ผิวเนียนอีกครั้งหนึ่ง

          ส่วนลำตัว  นำตัวขาหรือส่วนก้นที่แห้งพอหมาดมาวางบนแป้นที่มีขนาดเตี้ยกว่าแป้นที่ปั้นส่วนขา  ตบแต่งผิวอีกครั้งด้วยฮุยหลุบและไม้ตี  นำดินเส้นมาวางต่อกันเป็นชั้นสำหรับส่วนสำตัวทำนองเดียวกับส่วนขา  วัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางให้ได้ตามต้องการ  ใช้ไม้ต๊าขุดดินและแต่งผิวให้เรียบ  ทิ้งไว้พอหมาด

         ส่วนปาก  ลักษณะการต่อเส้นคล้ายกับสองส่วนแรก  แป้นมีขนาดเตี้ยลงอีกก่อนจะต่อเส้นต้องตบแต่งผิวส่วนลำตัวและส่วนขาด้วยไม้ต๊าเสียก่อน  ใช้ดินเส้นประมาณห้าเส้นวัดความสูงได้ประมาณ  ๗๐  เซนติเมตร  ใช้พองน้ำลูบผิวให้เรียบ  จากนั้นใช้ผ้าด้ายดิบชุบน้ำลูบส่วนบน  พร้อมกับบีบหรือกดให้ขึ้นเป็นรูปขอบปากโอ่ง  ใช้ไม้ต๊าตบแต่งให้เรียบเสมอกันอีกครั้งหนึ่ง  ยกไปวางผึ่งให้เป็นระเบียบ  เพื่อรอการทำในขั้นต่อไป  สำหรับการยกลงจากแป้นนั้นต้องใช้ช่างปั้นสองคนช่วยกันยกด้วยเชือกหาม  เป็นเชือกที่นำมามัดไขว้กันเป็นวงกลมให้มีขนาดเท่ากับตัวโอ่งพอดี  ปล่อยปลายยาวทั้งสองด้านสำหรับจับยกหาม  สำหรับส่วนปากซึ่งทำไว้เป็นจำนวนมากนั้น  ถ้าทิ้งไว้นานก่อนถึงขั้นตอนการเขียนลายจะทำให้แห้งเกินไป  จึงต้องทำให้อยู่ในสภาพเปียกหมาดๆ  อยู่เสมอ  โดยใช้พลาสติกคลุมไว้  การขึ้นรูปโอ่งแต่ละใบใช้เวลาประมาณ   ๒๐ -  ๓๐ นาที 

        

           การปั้นปากโอ่ง "ต้นโอ่ง                การปั้นส่วนท้อง "จ้อปั้น"  

       

  หลังจากขึ้นรูปหรือปั้นเสร็จแล้วขั้นตอนต่อมาก็คือ   การทุบโอ่ง

การทุบโอ่ เมื่อช่างปั้นโอ่งทั้ง ๓ ส่วนเสร็จเป็นรูปร่างแล้วก็ส่งต่อไปให้  แผนกช่างทุบตบแต่งโอ่ง เพื่อให้โอ่งนั้นเรียบ และได้รูปทรงที่ดีและสวยงามเครื่องมือที่ใช้ ๒ ชนิด คือ ฮวยหลุบ และไม้ตีด้านนอกโอ่ง

ขั้นตอนที่  ๓        การเขียนลาย  ก่อนที่จะนำโอ่งมาเขียนลาย  ต้องตบแต่งผิวให้เรียบเสียก่อนด้วยฮุ่ยหลุบและไม้ตี  โอ่งที่ตบแต่งผิวเรียบร้อยแล้วจะต้องนำมาเขียนลายทันทีเพราะถ้าทิ้งไว้เนื้อดินจะแห้งทำให้เขียนลายไม่ได้  สำหรับแป้นที่ช่างใช้เขียนลายนั้นจะต้องเป็นแป้นไม้หมุน  ขณะเขียนลายลงบนตัวโอ่งช่างจะใช้เท้าถีบที่แกนหมุนไปเรื่อยๆ  จนกว่าจะเขียนเสร็จ  วัสดุที่ใช้เขียนลายเป็นดินเนื้อละเอียดผสมกับดินขาวเรียกว่า  ดินติดดอก  มีสีนวล  ดินขาวนั้นได้มาจากจังหวัดจันทบุรีหรือสุราษฎร์ธานี  ซึ่งมีคุณภาพดี  เหมาะสำหรับการนำมาเป็นดินติดดอกบนตัวโอ่งราชบุรี  ช่างเขียนลายจะใช้ดินสีนวลนี้ปาดด้วยมือเป็นเส้นเล็กๆ  รอบตัวโอ่งแบ่งเป็นสามตอนหรือสามช่วง  คือช่วงปากโอ่งลำตัวและส่วนเชิงล่างของโอ่ง  ในแต่ละตอนแตะละช่างจะมีลวดลายที่ไม่เหมือนกัน

                ช่วงปากโอ่ง  นิยมเขียนลายดอกไม้  หรือลายเครือเถา  ใช้วีที่เรียกว่าพิมพ์ลาย  นำกระดาษฉลุลายวางทาบบนโอ่งแล้วปาดด้วยดินติดดอก  ใบหนึ่งๆ  จะมีประมาณ  ๔  ช่วงตัวแบบ

                ช่วงลำตัว  นิยมเขียนรูปมังกรมีทั้งมังกรดั้นเมฆ  มังกรคาบแก้ว  และมังกรสองตัวเกี่ยวกัน  ช่างเขียนลายจะเป็นผู้ที่ชำนาญมาก  ปาดเนื้อดินด้วยหัวแม่มือเป็นรูปร่างมังกรอย่างคร่าวๆ  โดยไม่ต้องมีแบบร่างก่อน  จากนั้นจะใช้ปลายหวีขีดเป็นตัวมังกรใช้ซี่หวีตกแต่งเป็นส่วนหนวด  นิ้วและเล็บสำหรับเกล็ดมังกรใช้สังกะสีที่ตัดปลายหยักไปมาบนตัวมังกร  และเน้นส่วนลูกตาของมังกรให้มีความนูนเด่นออกมา

                ช่วงเชิงล่างของโอ่ง  ใช้วิธีการติดลายคล้ายกับส่วนปาก  จากนั้นใช้น้ำลูบที่ลายทั้งหมด  เพื่อให้ลายมีผิวเรียบเสมอกันและลื่น  เป็นการเตรียมสู่ขั้นตอนการเคลือบและเผาต่อไปโอ่งแต่ละใบช่างผู้ชำนาญจะใช้เวลาการเขียนลายประมาณ  ๑๐  นาที

ขั้นตอนที่  ๔        การเคลือบ  น้ำยาที่ใช้ในการเคลือบเป็นส่วนผสมของขี้เถ้าและน้ำโคลนหรือเลนและสีเล็กน้อย  ซึ่งเป็นสีที่ได้จากออกไซด์ของเหล็ก  ส่วนใหญ่มีสีน้ำตาลเข้มการเคลือบจะนำโอ่งไปวางหงายในกระทะขนาดใหญ่  หรือกระทะในบัว  ใช้น้ำยาเคลือบเทราดให้ทั่วทั้งด้านในและด้านนอก  แล้วจึงนำไปวางผึ่งลมไว้  โอ่งที่เคลือบน้ำยานั้น  นอกจากจะทำให้เกิดสีสันสวยงานเป็นมันเมื่อเผาแล้ว  ยังช่วยในการสมานรอยต่างๆ  ในเนื้อดินให้เข้ากัน  เมื่อนำไปใส่น้ำจะไม่ทำให้น้ำซึมออกมาด้านนอกด้วย

 ขั้นตอนที่  ๕        การเผา  เตาเผาโอ่งมังกรเรียกว่า  เตาจีนหรือเตามังกง   ก่อด้วยอิฐทนไฟเป็นรูปยาว  ด้านหัวเตาเจาะเป็นช่องประตูสำหรับเป็นทางลำเลียงโอ่งและภาชนะดินเผาอื่นๆ  ด้านบนของเตาทั้งสองด้านเจาะรูเป็นระยะ  เรียกว่า  “ตา”  เพื่อใช้ใส่เชื้อเพลิงคือฟืนปัจจุบันใช้ฟืนไม้กระถิน  ลักษณะของเตามังกรนี้ด้านหนึ่งอยู่ระดับเดียวกับพื้นดินใช้เป็นหัวเตาสำหรับก่อไฟ  อีกด้านหนึ่งสูงกว่าเพราะต้องทำให้ตัวเตาเอียงลาด  เป็นส่วนก้นของเตา  ใช้เป็นปล่องระบายควัน

                ก่อนการสำเลียงโอ่งเข้าเตาเผา  ต้องเกลี่ยพื้นเตาในให้เรียบเสมอกันก่อนแล้วจึงจัดวางโอ่งให้เป็นระเบียบ  การวางโอ่งซ้อนกันจะมีแผ่นเคลือบเรียนว่า  “กวยจักร”  เป็นตัวรองไว้  นอกจากตัวโอ่งแล้วถ้ายังมีที่ว่างเหลือก็จะนำไห  ชาม  กระถาง  ที่มีขนาดเล็กมาวางเผาพร้อมกัน  สำหรับภาชนะขนาดเล็กมีดินรองที่ปากซึ่งเป็นดินเหนียวผสมทราย  เมื่อลำเลียงโอ่งเข้าประตูเตาแล้ว  ก่อนเผาจะต้องใช้อิฐปิดทางให้มิดชิด  เพื่อมิให้ความร้อนระบายออกได้  เตาขนาดใหญ่สามารถจุโอ่งได้คราวละ  ๓๐๐ – ๔๐๐  ใบ  หรือสามารถนำออกบรรทุกรถขนาดใหญ่ได้เตาละ  ๕  คัน

                การจุดไฟต้องเริ่มจุดที่หัวเตาก่อน  เมื่อติดดีแล้วทยอยใส่ฟืนที่ช่องเตาทั้งสองด้าน  ความร้อนในเตาต้องมีอุณหภูมิถึง  ๑,๒๐๐0  การดูว่าโอ่งนั้นเผาสุกได้ที่หรือยังต้องดูตามช่องใส่ฟืนและต้องดูจากชั้นต่ำสุดก่อน  หากยังไม่สุกดีก็ต้องเติมไฟลงไปอีก  ถ้าสุกดีแล้วก็ใช้อิฐปิดช่องนั้น  และดูช่องถัดไปตามลำดับด้วยวิธีเดียวกัน  จนกว่าจะสุกทั่วทั้งเตาจึงเลิกใส่ฟืน  แล้วปล่อยให้ไฟดับเอง  ทิ้งไว้ประมาณ  ๑๐ – ๑๒  ชั่วโมง  ความร้อยในเตาจะค่อยลดลงจนสามารถเปิดช่องประตูเตานำโอ่งออกมาได้

                วันหนึ่งๆ  มีโอ่งมังกรนับหมื่นใบถูกลำเลียงออกไปขายทั่งประเทศ  จากเส้นทางสัญจรทางน้ำมาเป็นทางหลวงแผ่นดิน  โอ่งมังกรก็สามารถไปไกลทั่วทุกภาคของประเทศบางครั้งไปถึงต่างประเทศในเอเชีย  เป็นการนำมาซึ่งรายได้มหาศาลแก่ประเทศชาติ........

       โอ่งมังกรถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีประวัติความเป็นมาช้านานของชาวราชบุรี..อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจสำหรับชาวราชบุรีด้วยเพราะว่าโอ่งมังกรได้สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดราชบุรีเป็นอย่างมาก.....แต่ก็นับว่าน่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้ความนิยมในโอ่งมังกรของประชาชนทั่วไปลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นเพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ทำให้มีการผลิตภาชนะรุ่นใหม่ๆที่มีน้ำหนักเบา และง่ายต่อการใช้งานขึ้นมาทดแทนโอ่งมังกรที่ทำมาจากดินแบบดั้งเดิม จึงส่งผลให้ผู้ที่ประกอบอาชีพปั้นโอ่งในจังหวัดราชบุรีลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด.. ก็คงต้องดูกันต่อไปว่าโอ่งมังกรอันเป็นสัญลักษณ์ของชาวราชบุรีจะคงอยู่คู่กับประชาชนชาวไทยได้ไปอีกนานแค่ไหน...........

แหล่งข้อมูล

http://www.ratchaburi.go.th

http://culture.mcru.ac.th/

http://hilight.kapook.com/


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
bon09 วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ






ฟังเพลงย้อนยุคที่
http://www.onehitwondercen.com/

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
วิตามินบี วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


เพิ่งจะไปเที่ยวราชบุรีมาค่ะ
มาเจอเรื่องนี้เข้าพอดี

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นกน้อยแห่งโพหัก วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nonglek
.....รู้จักให้  รู้จักอภัย  จะสุขใจกว่าใครๆ......

เป็นความชำนาญของช่างค่ะ...ทุกขั้นตอนทำได้อย่างรวดเร็ว...ขอบคุณค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy


โอ่งมังกร สวยมาก ๆ เลย
ประวัติความเป็นมาก็วิเศษจริงๆ ที่มีแหล่งดินเนื้อดี และช่างฝีมือดีพร้อมๆ กัน
ช่างเขียนภาพแค่ 10 นาทีเอง เก่งอะไรขนาดนี้
ซูฮกค่ะ นับถือจริง ๆ
ขอบคุณที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง โหวต 2 เด้งเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จ่าโหวต.
ให้ลวดลาย..
โอ่ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณมากครับที่นำมาให้ทราบ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน