*/
  • นกน้อยแห่งโพหัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tawee_u@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-24
  • จำนวนเรื่อง : 129
  • จำนวนผู้ชม : 1122431
  • จำนวนผู้โหวต : 283
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
งานเข้าพรรษาโพหักปี53***ไม่สงวนลิขสิทธิ์....ของดีของเราไม่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ ใครอยากได้ก็ให้เขาไป แต่ของไม่ดีของเราต้องสงวนไว้ ...คำสอนของท่านพุทธทาส

งานเข้าพรรษาอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านโพหัก ครั้งที่ 5 ประจำปี2553

View All
<< มีนาคม 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม 2554
Posted by นกน้อยแห่งโพหัก , ผู้อ่าน : 3122 , 11:51:48 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อเอ่ยถึง โรค “ภูมิแพ้” หลายคนต้องร้อง ‘อ๋อ’ ออกมาดังๆ ก็แหม มันใกล้ตัวเหลือเกินนี่คะ โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ๆ รถแยะ อากาศเสีย ผู้คนเป็นโรคนี้กันเยอะ... ถึงกับได้ฉายาว่าเป็นโรคฮิตคนเมืองกันเลย



ทว่าจะโทษอากาศเสีย มลพิษแย่ อย่างเดียวก็ใช่ที่ เพราะแท้จริงแล้ว ยังมีปัจจัยใกล้ตัวอีกหลายอย่าง ที่เป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดโรค โดยเฉพาะ ‘บ้าน’ คุณเอง ที่อาจเป็นสถานที่ก่อโรคได้ โดยที่คุณเองก็ไม่รู้ตัว

“หลายคนทนทุกข์ทรมาน และหาวิธีป้องกัน รักษาโรคภูมิแพ้ และหอบหืดมาหลายปี โดยที่ไม่รู้ว่า ที่มาของโรคเหล่านั้น แท้จริงแล้วเกิดจากสิ่งใกล้ตัวของพวกเขาเอง” นายแพทย์ Clifford Bassett ผู้อำนวยการศูนย์โรคหอบหืดและภูมิแพ้ New York ระบุ

ว่าแล้วเราจึงขอชวนมาสำรวจ ‘บ้าน’ สถานที่ใกล้ตัวสุดๆ ของคุณว่ามีสิ่งใดบ้างหนอ? … ที่อาจเป็นปัจจัยให้เกิดโรคภูมิแพ้

1) ยางกันลื่นในห้องน้ำ-พรมเช็ดเท้า




พรมเช็ดเท้า และยางกันลื่นในห้องน้ำ ของใช้ที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องมี แต่ทราบหรือไม่ว่าสิ่งนี้แหละ ถือเป็นแหล่งสะสมฝุ่น เพาะพันธุ์เชื้อรา อันเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี

“อาการแพ้ทั้งหลาย เกิดจากการถูกกระตุ้น จากเชื้อโรคต่างๆ ที่มีการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากความชื้นในบริเวณนั้นๆ ดังนั้นควรแน่ใจว่า พรมเช็ดเท้าที่ใช้ในบ้านควรจะแห้งจริงๆ” คุณหมอ Bassett ให้ข้อมูล พร้อมอธิบายต่อว่า สำหรับผู้ที่อยากห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ ควรดูแลตัวเองด้วยการ ซักทำความสะอาดพรมเช็ดเท้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เช่นเดียวกับ ยางกันลื่นในห้องน้ำที่ควรทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง แล้วตากแดด ผึ่งลม ให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้งานต่อ

2) กระถางต้นไม้ ... ในห้องนอน


“ต้นไม้ในกระถางเล็กๆ ทั้งหลาย มีสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้มากถึง 70% และหากคุณต้องนอนสูดดม สารกระตุ้นภูมิแพ้ จากต้นไม้เหล่านั้นทั้งคืน ในช่วงเช้าคุณอาจต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการเจ็บคอ คัดจมูก และไอ” Christopher Rondolph แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ จากโรงพยาบาล Yale - New Haven ระบุ พร้อมแนะให้คุณ รีบขนย้ายบรรดาไม้ดอก ไม้ประดับแสนสวยทั้งหลาย ไปไว้ส่วนอื่นของบ้านเถอะค่ะ แล้วเชื้อราในห้องนอนของคุณจะลดปริมาณลงถึง 60% เลยทีเดียว

3) เครื่องซักผ้า




คุณหมอ Rondolph ให้ข้อมูลต่อว่า บริเวณขอบยางกันซึม ของเครื่องซักผ้านั้น ถือเป็นที่อยู่อาศัยยอดฮิตของเชื้อราเลยหล่ะ เมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่แค่เครื่องซักผ้าของคุณจะเต็มไปด้วยเชื้อรา แต่เสื้อผ้าที่คุณใส่ก็ยังโดนหางเลขมีเชื้อราติดสอยห้อยตามมาด้วย ... บรื๋อ!! ลองนึกภาพดูสิ ว่าหากเสื้อผ้าที่คุณต้องใส่อยู่ทุกวันเต็มไปด้วยเชื้อรา มันจะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ได้มากแค่ไหน

งานนี้คุณหมออธิบาย วิธีแก้ไขมาว่า ควรตากผ้าที่ซักแล้วในที่มีแดดแรงๆ จนแห้งสนิท รวมถึงหมั่นทำความสะอาดเครื่องซักผ้า โดยการตั้งโปรแกรมการซัก ให้เครื่องซักผ้าทำงานไปตามปกติ แต่ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าและผงซักฟอกลงไป และหากเครื่องซักผ้าคุณมีระบบซักด้วยน้ำร้อน ก็ตั้งให้ร้อนสุดเลยค่ะ ให้เครื่องได้แกว่งน้ำสะอาดไปมาจนทั่วเครื่อง เมื่อเสร็จสิ้นการซักจึงเปิดฝาเครื่องซักผ้า และช่องใส่ผงซักฟอก ทิ้งไว้ จนแห้งสนิท

4) เทียนหอม




สาวๆ ที่ชอบจุดเทียนหอม คงต้องฟังกันหน่อย เพราะงานวิจัยจากสถาบันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ออกมาระบุว่า เจ้าเทียนหอมทั้งหลายน่ะ ถึงจะมีแสงสว่างสวย ล่อใจให้อยากจุด ทว่าการเผาไหม้ของมัน กลับปล่อยมลพิษทางอากาศเป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุผลนี้ Dr. James Wedner หัวหน้าศูนย์ป้องกันโรคภูมิแพ้ แห่งมหาวิทยาลัย Washington University School of Medicine จึง ออกมาให้ข้อมูล ที่สอดคล้องกันว่า ก๊าซพิษที่เทียนหอมปล่อยออกมา สามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อตา และจมูกได้ง่าย เรียกได้ว่า เมื่อจุดเทียนหอม คุณอาจเกิดอาการน้ำมูกน้ำตาไหลได้ แม้ปกติคุณจะไม่ใช่คนแพ้ง่ายก็ตาม ดังนั้น หากอยากสร้างบรรยากาศโรแมนติกด้วยเทียนหอม ให้ลองเปลี่ยนมาเป็น หลอดไฟกำลังวัตต์ (watts) ต่ำๆ ที่ให้แสงอ่อนสวย บวกกับบุหงากลิ่นหอม มาเพิ่มความผ่อนคลายจะดีกว่า


5) หน้าต่าง และประตู




เพราะสารก่อภูมิแพ้ จะเจริญเติบโตได้เร็วในสถานที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท ดังนั้นควรเปิดประตู และหน้าต่างเสียบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องนอน ควรเปิดหน้าต่างอย่างน้อยวันละ 15 นาที เพื่อให้แสงแดดสาดส่อง และอากาศถ่ายเทได้สะดวก ซึ่งนั่นถือเป็นการลดสารก่อภูมิแพ้ได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญ หากบ้านคุณมีผู้สูบบุหรี่อยู่ด้วย ยิ่งต้องหมั่นเปิด เพราะมีรายงานทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัย California ระบุว่า การที่คุณอยู่ในบ้านที่มีควันบุหรี่ แล้วไม่เปิดประตู หรือหน้าต่าง เพื่อระบายอากาศ แค่เพียง 4 วัน ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ จะมีอาการทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด

6) ตุ๊กตาขนปุกปุย




“ตุ๊กตาขนนุ่มทั้งหลาย เป็นสิ่งที่ดึงดูดฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้ที่ลอยอยู่ในอากาศได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง คือแหล่งเพาะพันธุ์เห็บ ไร ชั้นดี” Neeti Gupta ผู้อำนวยการสถาบันก่อภูมิแพ้ East Windor, NJ ระบุ พร้อมกระตุ้นเตือนคุณสาวๆ ทั้งหลายว่า หากอยากกอดตุ๊กตาขนปุยอย่างสบายใจ ต้องหมั่นซักทำความสะอาดให้ได้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

ทว่าหลายคนอาจทำใจ ไม่ได้ เพราะซักบ่อยครั้ง มีหวังน้องตุ๊กตาแสนรัก เยินไวแหง๋ๆ ... ผู้อำนวยการสถาบันก่อภูมิแพ้ฯ จึงเสนออีกวิธีที่ดูเก๋ แถมแปลกอย่าบอกใคร นั่นคือ ถ้าช่องแช่แข็งในตู้เย็นบ้านคุณใหญ่พอ ก็ให้จับน้องตุ๊กตุ่นของคุณเข้าไปแช่ในนั้นสัก 1 คืน แค่นี้ก็เป็นการกำจัดไรฝุ่นได้แล้วหล่ะ

“ไรฝุ่นจะหายไปเมื่อสัมผัส กับอากาศที่หนาวเย็น และแห้ง ดังนั้นมันเป็นวิธีที่เยี่ยมมากในการกำจัดไรฝุ่นทั้งหลาย” ผู้อำนวยการ Gupta ให้ข้อมูล

เรียบเรียงจาก ไอวิลเลจ


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก  www.manager.co.th


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นกน้อยแห่งโพหัก วันที่ : 04/03/2011 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nonglek
.....รู้จักให้  รู้จักอภัย  จะสุขใจกว่าใครๆ......

ใช่ค่ะ..เด็กๆหลายคนมักชอบนำตุ๊กตาตัวโปรดไปวางไว้ในห้องนอน โดยไม่รู้ว่ามันคือแหล่งสะสมฝุ่นที่ดีมากๆ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chompoopookha วันที่ : 03/03/2011 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chompoopookha

ตุ๊กตานี่ล่ะค่ะ ตัวดี เก็บฝุ่นดีนัก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน